LOGIN7.30 น.
"ซีลไปเรียนก่อนนะคะแม่"
"จ้าาาาา ตั้งใจเรียนนะลูก"
"ค่าาา~"
"แล้วน้องซีลจะปลุกพี่โซ่มั้ยคะ"
"ไม่เอาดีกว่าค่ะ พี่โซ่เพิ่งนอนไปตอนตี 5 เอง"
"งั้นก็ตามใจลูกค่ะ"
ซีลเวียร์เดินออกมาจากบ้าน ในมือมีของพะรุงพะรังทั้งสองข้างซึ่งก็คือขนมที่เธอจะเอามาส่งให้กับเพื่อนๆ ของเธอ และคนอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยสั่ง เธอไม่ต้องนั่งรถเลยเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมาก มากขนาดที่สามารถเดินไปที่มหา'ลัยได้เลย
•••
ซอลเดินเข้ามาในบ้านเห็นโซ่ผุดตัวลุกขึ้นนั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้านซึ่งก็ถือว่าเป็นที่ประจำของโซ่ไปแล้ว โซ่ชอบมาตีเนียนแบบนี้ตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามัธยม ส่วนเธอที่ยอมเป็นเพราะว่าเธอรู้มาว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้สนใจเขาเท่าที่ควร เธอไม่ได้หมายถึงว่าพ่อแม่ของเขาไม่รักเขาหรอกนะ แต่เธอหมายถึงว่าพ่อแม่ของเขากลับเลี้ยงลูกด้วยเงินมากกว่าความรัก เพราะตัวเองก็เอาแต่ทำงาน
เธอจึงได้เห็นอีกด้านของเด็กผู้ชายคนนี้ อีกอย่างเธอเองก็อยากจะมีลูกชายเหมือนกัน และถึงแม้ว่าโซ่จะเป็นเด็กเกเร อันธพาลมากแค่ไหน แต่กับเธอเขาไม่เคยมีกิริยาที่ไม่ดีเลย แถมเขายังแอบปกป้องลูกสาวของเธอได้อีกด้วย แค่นี้เธอก็พึงพอใจแล้วส่วนเรื่องอนาคตของเขากับลูกสาวเธอจะว่ายังไงเธอก็ว่าไปตามนั้น ตัวเธอเองไม่มีสิทธิ์บังคับฝืนใจลูกได้ ทุกอย่างลูกต้องเป็นคนเลือกเอง
"ตื่นแล้วเหรอ"
"ครับ น้องซีลไปเรียนแล้วเหรอครับ"
"ไปแล้วลูก ไปอาบน้ำสิ น้าทำกับข้าวไว้ให้""
"ขอบคุณครับ" โซ่ลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปในห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน เขาจัดการตัวเองจนเรียบร้อยเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขาก็ถูกแขวนเอาไว้ให้แล้ว เหตุเพราะเขามาที่นี่ค่อนข้างบ่อยจนซอลเองก็ชินกับโซ่ไปแล้ว เธอมักจะซื้อชุดอยู่บ้านมาเผื่อโซ่เสมอเมื่อยามที่เธอได้กำไรมากหน่อย และแวะตลาดนัดข้างๆ ซอยบ้าน
"มาลูก มีเรียนบ่ายเหรอ"
"ครับ"
เขาตื่นไม่ทันซีลเวียร์จนได้เมื่อได้หลับก็หลับสบายจนไม่อยากลุกเลย เพราะหมอนประจำของเขา อดีตมันเคยเป็นหมอนของคนตัวเล็ก โซ่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบางอย่างลงในส่วนลึกของหัวใจ และแววตา
"โซ่"
"ครับ"
"น้าแค่จะบอกว่า เรื่องบางเรื่องถ้าเราไม่พูดออกไปก็ไม่มีใครรู้หรอกนะ เพียงแต่ถ้าพูดอะไรออกไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบกับคำพูดนั้นๆ ด้วย"
"เข้าใจที่น้าพูดมั้ยครับ"
"เข้าใจครับ"
"น่ารักมาก น้าเอาใจช่วยครับ"
"ขอบคุณครับ" ใครจะว่าเธอว่าเป็นแม่ที่แย่ก็ตามใจนะ หรือใครจะว่าเธอเป็นแม่ที่ลำเอียงก็ตามใจเหมือนกัน เพราะสำหรับเธอแล้ว เธอที่เคยผิดพลาดในชีวิตรักมากแล้ว เธอมั่นใจว่าเธอมีประสบการณ์และสัญชาตญาณความเป็นแม่มากพอที่จะดูคนที่เข้าหาลูกสาวของเธอออก
•••
"ขนมได้แล้วค่ะ"
"ขอบใจนะครับน้องซีล"
"ขอบคุณที่อุดหนุนซีลนะคะ"
"น้องซีลน่ารักขนาดนี้ ให้พี่เป็นเบาหวานพี่ก็ยอม"
"พี่ก็เวอร์ไปค่ะ" ซีลเวียร์ไล่เอาขนมไปให้คนนั้นคนนี้กระทั่งมาถึงกลุ่มสุดท้ายที่แซวเธออยู่ เธอต้องทนถูกแซวแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะพวกเขาก็แค่แซวให้เธอเขินอายเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขาอุดหนุนขนมของแม่เธอ และบอกกันปากต่อปาก
"ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ"
พูดพร้อมส่งเสียงหวานๆ ออกไปตามธรรมชาติของตัวเองโดยไม่รู้เลยว่า เสียงของเธอแบบนั้นมันทำให้ใครต่อใครฝันหวานขนาดที่ว่าหากได้เธอมาครอบครองพวกเขาคงจะเป็นที่น่าอิจฉาอย่างแน่นอน
หมับ!
"พวกมึงมองอะไรนักหนา"
"เบิร์ด!"
"โห่ ผมแค่แอบมองนิดเดียวเองทำเป็นหวงไปได้"
"หวงดิ พวกมึงมองซีลของกูเหมือนแดกซีลเข้าไปแล้ว"
"ไม่เอาน่าเบิร์ด ไปกันเถอะ"
ซีลเวียร์ควงแขนเบิร์ดออกมาจากกลุ่มนั้นเธอไม่ต้องการจะให้มีปัญหาอะไรกันหรอกนะ แต่เบิร์ดชอบเป็นแบบนี้ตลอดเลย บางทีเธอก็อายเป็นเหมือนกันที่เบิร์ดแสดงตัวขนาดนี้
"เอาเบิร์ดออกมาทำไมอะซีล"
"เบิร์ด นั่นลูกค้าซีลนะ"
"ลูกค้าอะไร พวกมันหวังจะล่อซีลมากกว่า" พูดออกมาด้วยความโมโห ก่อนจะเหลือบสายตามองไปที่ซีลเวียร์เล็กน้อยแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้
"ทำไมเมื่อเช้าไม่โทรปลุกเบิร์ดล่ะซีล"
"ก็แล้วทำไมเมื่อคืนถึงไม่โทรหาซีลล่ะ เบิร์ดก็สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอว่าถึงคอนโดแล้วจะโทรหาน่ะ" ซีลเวียร์กอดอกแล้วหมุนตัวหันหน้าออกมาไม่พอใจเช่นกัน
"ก็…"
"จะแก้ตัวอะไรอีกล่ะ"
"คือ…"
"ไปแข่งรถมาสินะ" อันที่จริงเธอก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกหากเขาจะไปแข่งรถหรือไปไหน แต่ว่าเขาไม่บอกเธอนี่สิเธอก็เป็นห่วง ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นแบบนี้แล้ว หายไปไหน ไปทำอะไรก็ไม่เคยบอก ตอนนั้นเธอก็โทรหาเขารัวๆ ตามประสา จนมันอาจจะดูน่ารำคาญมากเกินไป เขาถึงได้ตะคอกใส่เธอ แสดงความไม่พอใจของเขาออกมาให้เธอรับรู้ จากนั้นมาเธอก็จดจำและไม่เคยโทรเช็กเขาอีกเลย
"ก็เบิร์ดเห็นว่ามันดึกแล้ว ซีลน่าจะนอนแล้วนี่ครับ อย่าโกรธเบิร์ดเลยนะ"
"ไม่โกรธก็ได้ แต่ซีลต้องเข้าเรียนแล้วนะ"
"เบิร์ดไปส่งนะ"
"ไม่เป็นไร ซีลไปเองได้ ห้องเรียนอยู่แค่ชั้นสี่เอง"
"ก็ได้ แต่เลิกเรียนแล้วรอเบิร์ดแป๊บนะเดี๋ยวไปส่งที่บ้าน"
ซีลเวียร์พยักหน้าก่อนจะเดินออกไปขณะนั้นเองเบิร์ดก็ได้ยินเสียงรถบิ๊กไบค์ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นโซ่ที่ขับเข้ามา เขาจอดในที่ประจำของเขา ก่อนจะถอดหมวกกันน็อค แล้ววางเอาไว้ที่ถังน้ำมัน มือหนาล้วงลงในกระเป๋ากางเกงหยิบเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
โซ่เองก็เห็นเบิร์ดเหมือนกัน เขาเห็นมันตั้งแต่ตอนที่เขาขับรถเข้ามาแล้วแต่เขาไม่ได้คิดที่จะสนใจอะไร ยังคงยืนพิงรถบิ๊กไบค์คันใหญ่แล้วปล่อยควันขาวคละคลุ้งออกมา ไม่นานนักเพื่อนของเขาก็ขับรถเข้ามาจอดในที่เดิม ขณะนั้นเองเบิร์ดก็เดินเข้ามาถึงพอดี
"กูโอนค่าที่พักไปแล้วนะ" บอกกับขุนเขา แต่สายตามองที่โซ่
"กูได้รับแล้ว โทษทีวะเมื่อคืนกูง่วงมากไปหน่อย"
"ไม่เป็นไร"
"รายละเอียดการออกเดินทาง กูส่งไปในไลน์กลุ่มแล้วนะ"
"เออ กูเห็นแล้ว" โซ่ยังคนทำนิ่ง มีท่าทีไม่สนใจบทสนทนาตรงหน้าแม้ในใจของเขาจะยิ้มอย่างพอใจก็ตาม โซ่ใช้ปากคาบบุหรี่แล้วเสยผมลวกๆ เพื่อจัดแต่งทรงผม หันมาแล้วคุยกับเพื่อนเรื่องรถคันใหม่ของเขา
"กูว่ารุ่นนี้ใช้ได้เลยนะ แรง เร็ว"
"กูเห็นแล้วเมื่อวาน แต่เสียดายไม่น่าแพ้ไอ้เบิร์ดเลย" เดวิดตอบพร้อมเหลือบสายตามองไปที่เบิร์ดอีกครั้ง เขาและเพื่อนเห็นสีหน้าของเบิร์ดที่มีความคับแค้นใจซ่อนอยู่ในแววตาและท่าทางพวกนั้น ทำให้พวกเขาอดที่จะแอบขำไม่ได้
"กูไปก่อนนะ" เบิร์ดพูด ขณะที่กำลังหมุนตัวจะเดินไปรอเพื่อนใต้ตึกคณะสายตาของเขาก็เห็นว่าโซ่มีขนมตะโก้มาด้วย โซ่กำลังกินมันอย่างละเมียดละไมราวกับว่าอยากจะกินมันอย่างช้าๆ ให้ลิ้มรสความอร่อยได้นานๆ
"ไอ้โซ่ ขนมน้องซีลเหรอ"
"อืม"
"ขอกินด้วยดิ" เดวิดพูดขึ้น ขณะที่เชาวน์กับขุนเขาก็ยืนมองตาปริบๆ
"ไม่ได้หรอกว่ะ กูหวง"
"โห่ ไรวะ เพื่อนฝูงกันน่า… จะงกทำไม" โซ่กลอกตามองไปที่เบิร์ดที่กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน
"ก็ได้ ยังไงมึงกับกูก็เพื่อนกัน กูแบ่งให้ก่อนก็ได้ แต่!"
"อะไรของมึงอีก"
"ถ้ากูอยากจะเอาคืนเมื่อไหร่ มึงจะไม่มีวันได้แตะต้องขนมของกูอีก"
เอาล่ะครับสาว ๆ ออกมากันแล้วกับคนอื่นเป็นยังไงผมไม่รู้ ผมไม่ได้สังเกตรอบข้างเลย ผมสนใจแค่ว่าวันนี้เมียผมสวยเป็นพิเศษผมยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ผมดีใจมากที่ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเธอไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านขนมหวานให้แม่ของเธอซึ่งเงินทั้งหมดก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเองที่บอกว่าเป็นน้ำพักน้ำแรงของเธอเพราะว่าเธอก็ทำงานออนไลน์ด้วยซึ่งเป็นงานพาร์ทไทม์ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแฟนผมก็เป็น Creator กับเขาเหมือนกัน เธอมีรายได้ต่อเดือน 5-6 หลักเลยทีเดียว และผมก็ไม่ว่าหรือไม่มีทางขัดขวางเธอเด็ดขาดเพราะว่ามันเป็นความสุขของเธอนอกจากเธอจะเปิดร้านขนมหวานให้แม่เธอได้แล้ว อ่อ… ต้องอธิบายแบบนี้ก่อนที่ว่าเปิดร้านขนมหวานก็คือการซื้อที่ตรงหน้านั่นแหละแล้วมาปรับปรุงใหม่ให้สวยอย่างที่แม่เธอชอบพร้อมกันนั้นบ้านที่แม่เธออยู่ทุกวันนี้เราสองคนก็รวมเงินกันซื้อที่ให้เป็นสิทธิ์ขาดของแม่เธอแต่เพียงผู้เดียว และตอนนี้เธอประสบความสำเร็จด้านการศึกษาผมดีใจมากที่ผมได้อยู่ในนั้น ผมได้อยู่ในความสำเร็จของเธอ"ยินดีด้วยครับบัณฑิตใหม่" เธอเดินยิ้มหวานเข้ามาหาผมโอบกอดผมอย่างคนที่มีความสุข"ขอบคุณนะที่พี่โซ่อยู่ในทุกความสำ
ตอนพิเศษ 5[Part โซ่]ผมเรียนจบมาได้นานแล้วส่วนคนรักของผมตอนนี้อยู่ปี 4 ปีสุดท้าย ในขณะนี้ผมกำลังนั่งคิดอยู่ว่าจบการศึกษาปีนี้ของคนรักของผม ผมจะซื้ออะไรให้เธอดีจะเล่นใหญ่ดีไหมหรือว่าจะให้เป็นของเล็ก ๆ น่ารัก ๆ เพราะว่าไม่ว่ายังไงจะให้เป็นแบบไหนเธอก็ชอบอยู่ดีเธอมักจะชอบพูดเสมอว่าอะไรที่มาจากผมเธอชอบทั้งหมดในตอนนี้ผมเป็นลูกจ้างในบริษัทฯ ของเพื่อนพ่อซึ่งเป็นสายงานเดียวกันกับที่ผมเรียนมา พ่อยังไม่เปิดบริษัทให้ผม และผมก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดบริษัทเอง ผมอยากที่จะเรียนรู้งานไปก่อนพ่อเลยฝากให้ผมมาเป็นพนักงานที่นี่ ผมทำงานที่นี่ได้ระยะหนึ่งแล้วผมได้เลื่อนขั้นจากพนักงานต๊อกต๋อยกลายเป็นผู้จัดการแล้วล่ะ และแน่นอนว่าผมมันเด็กเส้นผมจะทำอะไรเพื่อนพ่อก็ไม่เคยว่าผมสักอย่างแถมยังรัก และเอ็นดูผมเหมือนกับลูกชายแท้ ๆ ของเขาอีกด้วยที่เขารัก และเอ็นดูผมมากขนาดนี้เพราะเขาเพิ่งสูญเสียลูกชายของเขาไปส่วนผมก็ทำหน้าที่แทนลูกชายเขาไปโดยปริยายโดยที่พ่อของผมก็เต็มใจด้วยซ้ำ ในตอนนี้ผมแค่กำลังนั่งคิดอยู่ว่านอกจากจะเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ๆ ที่ใคร ๆ เขาต่างก็ชอบทำกัน ผมจะเปลี่ยนเป็นอะไรดี เปลี่ยนเป็นใส่ลูกโป่งไว้ท้ายรถดี
ตอนพิเศษ 4[Part ซีลเวียร์] "เลิกงอนพี่ได้แล้ว""พี่ก็พาหนูออกมาข้างนอกแล้วนี่ไง แล้วสรุปว่าหนูอยากไปไหนครับ"วันนี้ฉันงอแงใส่พี่โซ่ฉันรู้ตัวเลยนะว่าฉันงอแงแต่ฉันก็ห้ามมันไม่อยู่ฉันหยุดมันไม่ได้ฉันรู้แค่ว่าฉันอยากงอแงใส่เขา อยากจะงอแงให้หนัก ๆ อยากจะให้เขาตามใจ ก่อนหน้านี้ฉันบอกเขาว่าฉันอยากกินลูกชิ้นปลาระเบิดแต่เขาก็ไม่ยอมพาฉันออกมา ฉันให้เขาสั่งเดลิเวอรี่มาให้ เขาก็ไม่ยอมสั่งมาให้เขาบอกว่าถ้าฉันยังกินอีกฉันจะอ้วนกว่านี้มากพอฉันอ้วนกว่านี้ฉันก็จะไปบ่นใส่เขาโวยวายใส่เขาว่าฉันไม่มีเสื้อผ้าจะใส่เลย มันจริงซะที่ไหนกันล่ะฉันไม่ได้อ้วนสักหน่อยฉันแค่อวบขึ้นมาแค่นิดเดียวเอง"..." ฉันยังคงเงียบไม่ตอบเขากลับไปว่าฉันอยากจะไปไหนเอาจริง ๆ แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันอยากจะไปไหนเหมือนกันฉันรู้แค่ว่าฉันอยากออกมาข้างนอกฉันอยากโดนเอาใจ"ก็เมื่อกี้หนูบอกว่าหนูอยากกินลูกชิ้นปลาระเบิดอ่ะแล้วทำไมพี่โซ่ไม่พาหนูออกมา จะไม่พาออกมาก็ไม่เป็นอะไรหรอกแต่ทำไมพี่โซ่ถึงไม่สั่งมาให้หนูกินล่ะ""หนู พอพี่สั่งมาให้หนูกินมาก ๆ หนูก็บ่นพี่ว่าพี่จะขุนให้หนูอ้วนเป็นหมู"พี่โซ่พยายามจะใจเย็นกับฉันมากฉันเห็นสีหน้าเขาก็รู้ได้ทันที
เขาพูดแผ่วเบาข้างใบหูฉัน ฉันรู้สิ ฉันรู้ตัวมาตลอดในเมื่อฉันตัดสินใจมาแล้วตอนแรกที่คิดว่าจะปฏิเสธเขาแต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ในห้องเขา ต่อให้ปฏิเสธฉันก็คงไม่รอดอีกแล้ว ฉะนั้น ฉันตัดสินใจแล้วว่าในเมื่อฉันพูดออกไปแบบนั้นงั้นแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวฉันกับเขาจบกันก็เพียงพอฉันไม่รอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มเพราะฉันรู้สึกว่าฉันเสียเปรียบ ฉันเลยปล่อยมือออกจากท้ายทอยของเขาทั้งสองข้างแล้วล้วงลึกเข้าไปใต้เสื้อของเขาสัมผัสกับมัดกล้ามเนื้อเป็นลอน เลื่อนขึ้นมาที่แผงอกแกร่ง หน้าอกของเขาแน่นหนัดตามแบบที่ฉันชอบแล้วเลื่อนขึ้นมาอีกนิดขณะนั้นเองพี่เดฟก็อำนวยความสะดวกให้ฉันด้วยการถอดเสื้อของตัวเองแล้วโยนทิ้งไป"พี่ไม่มีเสื้อใส่แล้ว""แต่หนูยังมีอยู่นี่คะ"ฉันยอมรับว่าตอนนี้ฉันกำลังยั่วยวนเขาฉันอยากรู้นี่ว่าเขาจะทำยังไงต่อไป และสุดท้ายฉันก็ได้รู้เมื่อพี่เดฟตัดสินใจถอดเสื้อของฉันออกทีเดียวทั้งสองชิ้นหมายถึงทั้งเสื้อยืดและบราเซียนะไม่รู้ว่าเขาไปปลดบราเซียฉันออกตั้งแต่ตอนไหน"หนูสวยจัง"เขาชมฉันแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใช้ลิ้นสากของเขาสัมผัสกับยอดอกของฉันเบา ๆ ก่อนจะละเลงลิ้นสากระรัว และรุนแรงขึ้นทำให้ฉันรู้สึกเสียวแปลก ๆ ฉัน
ตอนพิเศษ 3[Part น้ำอุ่น] "พรุ่งนี้มาหาฉันที่คอนโดxxx ด้วย ถ้าเธอไม่มา เธอเตรียมเจอหายนะได้เลย!"ทำไงดี ทำไงดี ฉันต้องไปหาพี่เดฟไหมหรือว่าปล่อยเบลอไปอีกครั้งดี ถ้าปล่อยเบลอไปอีกฉันจะต้องเจอกับหายนะอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้หรือเปล่า ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้องนอนสีชมพูของฉัน บนเตียงของฉันเป็นเตียงแบบเจ้าหญิงมีตุ๊กตาวางอยู่เต็มรอบเตียง ฉันยังคิดไม่ตกกับเรื่องที่เกิดขึ้นพรุ่งนี้ฉันต้องไปหาพี่เดฟที่คอนโดจริง ๆ ใช่ไหมฉันไม่รู้ว่าฉันต้องทำยังไงเลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้า อินสตาแกรมเล่นดูนั่นดูนี่เพื่อให้ตัวฉันเองรู้สึกผ่อนคลายขณะที่กำลังเลื่อนดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยฉันดันไปเห็นโพสต์ของพี่เดฟเข้าเขาโพสต์รูปไม้เบสบอลพร้อมกับแคปชันว่า'ถ้าผิดสัญญาเธอตายแน่' ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำยังไงฉันเลยตัดสินใจส่งข้อความเข้าไปในไลน์กลุ่มของเพื่อน ๆ แต่เมื่อส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มสักพักใหญ่กลับเงียบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าไม่มีใครอยู่แล้วไม่มีใครมีเวลามาจับโทรศัพท์มือถือ"เอายังไงดียัยอุ่น" แต่ยังไงมันก็เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้เอาเป็นว่าวันนี้ฉันนอนก่อนแล้วก
ในขณะที่หัวสมองของฉันกำลังประมวลผลร่างกายของฉันก็ถูกเขาจับให้นั่งบนโต๊ะกินข้าวทรงกลมสีขาวที่ตั้งอยู่ริมระเบียงด้านนอก เขาถลกกระโปรงของฉันขึ้นมากองไว้ที่เอวบางจากนั้นก็ถอดแพนตี้ตัวบางของฉันลงไป พี่เชาวน์จับสองขาของฉันแยกออกกว้างแล้วซุกใบหน้าคมเข้ามาที่กลางหว่างขา"พะ พี่เชาวน์!"ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะตอนที่ลิ้นสากของเขาสัมผัสกับติ่งเล็กของฉัน ฉันไม่เคยถูกใครทำแบบนี้มาก่อน ฉันตกใจจนต้องหนีบขาเอาไว้แต่เหมือนพี่เชาวน์รู้ตัวเขาใช้สองมือของเขาต้านแรงบีบของขาฉัน จากนั้นไม่นานความรู้สึกพร่าเบลอก็ก่อตัวขึ้นในความรู้สึกของฉัน ฉันแทบทนไม่ได้มือของฉันเลื่อนลงไปที่กลางหว่างขาจับผมของเขา และขยุมเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว"อือออ!"ฉันเพิ่งเคยได้รับสัมผัสแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ในขณะที่ฉันกำลังหลับตาพริ้มอยู่นั้นก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังรุกล้ำเข้ามา ฉันรีบลืมตาขึ้นทันที ฉันกลัวว่าเขาอาจจะไม่ได้ป้องกันแต่ทันทีที่เห็นค่อยโล่งใจหน่อยเพราะมันไม่ใช่สิ่งนั้นมันเป็นนิ้วของเขา กางเกงของเขายังอยู่ครบแม้ว่ากระดุมและซิปจะถูกปลดออกแล้วก็ตาม"เธอเปียกไปหมดเลย" ฉันรู้ไม่ต้องบอกก็ได้ขณะที่ปากพูดมือของเขาก็ขยับเข







