Partager

เมียเด็กของคุณไคเฉิง
เมียเด็กของคุณไคเฉิง
Auteur: มิสจูเลีย

1.บทนำ

last update Date de publication: 2026-05-18 06:06:00

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู~

“อธิฐานเลยริน”

ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบเมื่อเจ้าของวันเกิดหลับตาอธิษฐาน ฝ่านไปไม่กี่วินาทีเปลวไฟที่จุดอยู่บนปลายเทียนรูปเลขสองและเลขหนึ่งก็ถูกเจ้าของชื่อ ‘ญาริน’ เป่าจนดับลง แทนที่ความเงียบด้วยเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องยินดี

หลังจากนั้นไฟทุกหลอดก็ถูกเปิดแต่ก็เป็นเพียงไฟสีวิบวับเข้ากับบรรยากาศปาร์ตี้ เพลงภายในห้องจัดเลี้ยงแบบเป็นส่วนตัวภายในโรงแรมหรูกลับมาดังกระหึ่ม

คลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยดังอึกทึกของคนภายในงาน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนเจ้าของวันเกิดทั้งสิ้น

แตกต่างจากหญิงสาวคนหนึ่งที่เมื่อเพื่อนเป่าเทียนเสร็จแล้วก็แยกตัวมานั่งที่มุมหนึ่งของห้อง เป็นมุมที่ก่อนหน้านี้เจ้าของวันเกิดมาใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุดเนื่องจากเป็นเพื่อนสนิท

ยิ้ม มองบรรยากาศปาร์ตี้ของลูกคนรวยที่ตนได้พานพบมาแล้วสองครั้งตั้งแต่คบกับญารินมา แต่ละคนใส่เสื้อผ้าแพง ๆ เครื่องประดับไม่ว่าจะเป็นสร้อยแหวนนาฬิกาที่ราคาสูง

แตกต่างจากตัวเธอที่มีแค่นาฬิกาแบรนด์กลาง ๆ ราคาไม่กี่พันที่ได้เป็นของขวัญวันเกิด สร้อยคอราคาพันกว่าบาทที่พี่รักซื้อให้ กำไลหินสีสายมูที่ไปได้มาจากวัด

เสื้อผ้าก็เป็นของญารินที่ให้ยืมใส่ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ใครมาดูถูกเพื่อนตัวเอง

แม้ครั้งสุดท้ายที่มานั้นจะเป็นปีที่แล้วเธอก็ยังไม่ลืมเลือนว่าโลกอีกใบของเพื่อนเป็นแบบไหน เพราะอย่างนั้นยิ้มก็เข้าใจสิ่งที่เพื่อนจะสื่อ

เธอเข้าใจความจริงของโลกทุนนิยมดี ว่าบางทีจำเป็น ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เพื่อให้อยู่ง่ายขึ้น

แม้แต่ลูกคนรวยรังเกียจความเหลื่อมล้ำ รังเกียจพวกชายแท้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ และเป็นพวกซ้ายจัดอย่างญารินก็ยังต้องทำในบางครั้ง เพื่อให้ตัวเองยังอยู่รอดในโลกที่ต้องกลับไปสักวัน

นับประสาอะไรกับคนชนชั้นรากหญ้าที่พี่สาวดันโชคดีไปได้สามีรวย จนได้ขยับตัวเองขึ้นมาอยู่ในชนชั้นกลางที่จะค่อนไปทางล่างอย่างเธอ

“อ่ะนี่เค้ก ดื่มไวน์ไหมยิ้มเดี๋ยวฉันจัดการให้ ยังไงก็นอนที่นี่อยู่แล้ว” หญิงสาวในชุดสีชมพูผ้าลื่นแบรนด์ดังราคาแพงหูฉีกเดินมาหย่อนตัวนั่งลงพร้อมกับจานเค้กสีขาว

เธอวางมันไว้ตรงหน้าเพื่อนสนิทขณะที่มองแก้วค็อคเทลซึ่งพร่องลงไปมากแล้ว

“ไวน์ก็ได้ หวาน ๆ แบบนี้ฉันกลัวเมาหงายหลังมาก” ยิ้มว่าพลางตักเค้กขึ้นมาชิม ก่อนจะพบว่าเค้กครีมที่ดูเรียบ ๆ นั้นรสชาติอร่อยกว่าที่คิด “หืม อร่อยจัง”

เค้กครีมราคาก้อนละหลายพันถูกตักเข้าปากอีกครั้ง มันเป็นรสชาติที่หวานละมุนลิ้น ต่อให้ไม่ได้บอกราคาก็รู้ได้เลยว่าแพง

“เค้กคุณแม่สั่งให้น่ะ ร้านประจำฉันตอนเด็ก” ญารินเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจพลางมองบรรยากาศรอบตัว เมื่อเห็นบริกรจึงกวักมือเรียกเข้ามาเพื่อสั่งไวน์ให้เพื่อนและตัวเอง

นี่ถ้าหากมารดาไม่จัดงานนี้ให้เพื่อที่เธอจะได้สานสัมพันธ์กับพวกลูกเพื่อน ตอนนี้เธออาจไปนั่งกินหมูกะทะ จกส้มตำกันและเป่าเค้กที่ซื้อมาจากร้านธรรมดากับเพื่อนที่ไหนสักแห่ง “เอาไวน์แดงหรือขาว”

“แดง”

“ไวน์แดงสองแก้วค่ะ”

“ครับคุณผู้หญิง” บริกรโค้งให้เด็กสาวเจ้าของวันเกิดอย่างนอบก่อนจะเดินจากไป ไม่นานไวน์แดงสองแก้วก็มาเสิร์ฟให้สองสาวที่กำลังนั่งตักเค้กชิ้นเดียวกันกินเงียบ ๆ

แต่นั่งอย่างสงบได้ไม่นานญารินก็พลันต้องลุกขึ้นจากที่นั่งอีก หญิงสาวโดนเพื่อนลากกลับไปฟังคำอวยพรที่โต๊ะใหญ่กลางห้อง ซึ่งทุกคนกำลังเมาได้ที่และกำลังพูดคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน

จำเป็นต้องทิ้งให้ยิ้มนั่งกินเค้กตามลำพัง

บอกแค่ว่าเดี๋ยวกลับมา

แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกหรอก ยิ้มจึงค่อนข้างชิน ออกจะสงสารญารินเสียด้วยซ้ำที่โดนพวกเหลือขอนี่ลากไปมา ถึงไม่ได้พากันบูลลี่ให้เป็นตัวตลกแต่มันก็เห็นได้ชัด ๆ ว่าเพื่อนเธอไม่ได้เอ็นจอยกับชีวิตแบบนี้

“เป็นเพื่อนรินนี่เหรอครับ” ระหว่างที่นั่งมองอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีชายหญิงสองคนเดินเข้ามาทักทาย คนผู้ชายถือวิสาสะนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันแบบเว้นระยะห่าง

ส่วนคนผู้หญิงนั้นเดินไปยืนด้านหลังพนักโซฟาที่เธอนั่งอยู่ ต่างคนต่างยื่นแก้วมาชนกับเธอ

ด้วยมารยาทแล้วยิ้มรู้ว่าตัวเองควรไหลตามน้ำจึงยกแก้วไวน์ขึ้นมาชน คนพวกนี้ไม่ได้ดูมีท่าทีดูแคลนหรือจะเข้ามาแกล้งอะไร อาจแค่เห็นว่านั่งคนเดียวเลยเข้ามาทัก

เพราะเมื่อกี้ญารินเองก็มานั่งอยู่กับเธอตั้งนาน ใครมีตาก็ต้องมองออกว่าเราสนิทกัน ไม่งั้นก็คงไม่ถาม

“ค่ะ เป็นเพื่อนที่มหา’ ลัย”

“เฮ้ย ไม่ต้องคะค่ะหรอก เราสองคนชิล ๆ เราชื่อแบงค์นะคนนั้นชื่อแซมมี่” คนผู้ชายว่า

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราชื่อยิ้ม”

“ว่าแต่ถ้าเป็นเพื่อนมหา’ ลัยที่รินเรียนอยู่…ว้าว เรียนเก่งน่าดูเลยสิถึงเข้ามอนี้ได้” ส่วนคนผู้หญิงดูตื่นเต้นเดินอ้อมโซฟามานั่งใกล้กันกับหญิงสาว

ยิ้มเองแม้อึดอัดที่โดนคนแปลกหน้าเข้าหากะทันหันแต่เธอก็ยังไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงยิ้มรับคำชม

“ไม่หรอก”

“ไม่ยังไง มอนั้นคะแนนแอดมิดชั่นสูงลิ่ว คนที่เข้าได้ก็ต้องเป็นหัวกะทิทั้งนั้น ดูอย่างรินนี่สิ รายนั้นเรียนเก่งมากมาตั้งแต่สมัยมัธยม” ยิ้มวางแก้วลงบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นดูอยากทำความรู้จักจริง ๆ

สองครั้งที่มาเธอเองก็ไม่ได้คุยกับใครมากนักด้วยรู้ว่าคนเหล่านี้อยู่คนละสังคมกันกับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากอีกฝ่ายเข้ามาอย่างเป็นมิตรแล้วเธอจะไม่เปิดใจ

สองคนนี้อาจเป็นคนแบบญารินก็ได้

“เป็นเพื่อนกับรินตอนมัธยมเหรอ”

“ใช่ เราสองคนเรียนอินเตอร์ที่เดียวกันกับรินนั่นแหละ มากันเกือบทั้งรุ่นเลยมั้งวันนี้” ฝ่ายผู้ชายนั้นยังไม่ได้ขยับเข้ามานั่งใกล้แต่อย่างใด จึงยังทำให้ยิ้มรู้สึกปลอดภัยอยู่บ้าง

ถึงอย่างนั้นก็ยังวางแก้วไวน์ไว้ตรงจุดที่เยื้องไปทางฝั่งผู้หญิง เจอกันครั้งแรกเธอยังไม่ไว้ใจใครหรอก ผู้ชายในโลกนี้มันไว้ใจไม่ได้ขนาดนั้น เธอที่โตมาจากสลัมตั้งแต่เด็กจนถึงมอต้นรู้ดี

“รินนี่เรียนอะไรนะ บริหารหรือเปล่า”

“เรียนเภสัชน่ะ แต่เห็นว่าคงต้องต่อโทบริหาร”

“แน่ล่ะสิ ยังไงก็ต้องมาสานต่อธุรกิจที่บ้านอยู่แล้ว พวกเราก็ไม่ต่างกันหรอก ยังดีที่บ้านรินไม่บังคับตั้งแต่เรียนป.ตรี ได้เรียนสิ่งที่อยากเรียนก่อนแต่ปลายทางก็โดนอยู่ดี”

ท่าทางของคนผู้ชายหม่นหมองเล็กน้อย พาให้ยิ้มดวงตาหม่นแสงตาม นี่สินะความทุกข์ของคนรวย แต่นั่นก็คงไม่ทุกข์เท่าคนจนที่มีอยู่ค่อนประเทศหรอก

“เจอกันครั้งแรกก็มัวแต่คุยเรื่องเครียดเลย มา ๆๆ ดื่มกันดีกว่า กว่ารินนี่จะปลีกตัวออกมาได้ก็คงอีกนานเลยนะนั่น” ด้านแซมมี่เพื่อนผู้หญิงที่อยู่อีกฝั่ง

เห็นว่าเพื่อนตัวเองชวนเธอคุยเรื่องเครียดก็เอาแก้วไวน์มายัดใส่มือ ก่อนจะเอาแก้วตัวเองมาชนกับเธอและชนกับแบงค์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งดังกิ๊ง

พอกลับมาดื่มกันแล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นไปเลย เหมือนว่าฝ่ายนั้นจะไม่ได้อยากพูดเรื่องนี้มากนัก ซึ่งยิ้มเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

เธอยินดีไหลตามทุกบทสนทนาตราบใดที่ทั้งสองคนไม่ได้ทำให้อึดอัด นั่งคุยเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ อยู่อย่างนั้น กระทั่งช่วงที่แซมมี่กวักมือเรียกบริกรขอไวน์แก้วที่สอง

ยิ้มจึงได้รู้สึกถึงความผิดปกติ

ร่างกายของเธอร้อนวาบขึ้นมา จู่ ๆ ปากก็แห้ง ลำคอเองก็แห้งเป็นผง ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะดื่มไวน์แดง แต่ตอนนี้ชักจะไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าใช่หรือเปล่า

“เป็นอะไรยิ้ม”

“ไม่รู้เหมือนกัน เราร้อนน่ะ” เธอยกมือขึ้นมาพัดให้ตัวเอง รู้สึกได้ว่าตัวกำลังสั่นเทาอย่างน่าประหลาด ดวงตาของเธอชักจะเริ่มพร่ามัวมองเห็นไฟสลัวที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงนั้นยืดยาวเป็นสาย

ในอกแห้งผากค่อย ๆ ร้อนระอุขึ้นเหมือนโดนสุมไฟ

“ตายแล้ว แพ้อะไรหรือเปล่า ไป ๆ ห้องน้ำกันก่อน” แซมมี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรนขณะที่ช่วยพยุงให้ลุกจากโซฟา ท่ามกลางความไม่เข้าใจของยิ้มเอง

ตั้งแต่เกิดเธอไม่เคยแพ้อาหารอะไรมาก่อน ปกติก็แข็งแรงจะตาย นี่ดื่มแค่ไวน์ไปแก้วเดียวเองกลับเหมือนจะหายใจไม่ออก

นี่มันอะไรกัน

“ไหวไหม” แบงค์ถามพลางมาช่วยกันหิ้วปีก ทั้งสองคนพาเธอออกไปจากห้องจัดเลี้ยง แสงไฟภายในค่อนข้างสลัวทำให้คนอื่นไม่ทันสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ

กระทั่งออกไปแล้วทุกคนก็ยังสังสรรค์กันเหมือนเดิม เมื่อออกมาถึงด้านนอกแล้วทั้งสองคนก็พาเธอเข้าไปในห้องน้ำ ทว่าแทนที่จะเป็นแซมมี่มาช่วยเหรอเช็ดหน้าเช็ดตา อีกฝ่ายกลับเดินออกไปยืนกอดอกรอด้านหน้าห้องน้ำ

ปล่อยให้ยิ้มอยู่กับเพื่อนชายของตัวเองแค่สองคน

ยิ้มมองภาพนั้นด้วยความไม่เข้าใจ แต่เมื่อหันกลับมาเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ ก็พาลขนลุกชันไปทั้งร่าง และยิ่งขนลุกมากกว่านั้นเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่

“ยูใส่ไปกี่หยดวะ ไอกลัวทำมันตาย”

“ก็สามหยดตามที่บอกไง รีบพากลับไปที่ห้องเถอะเดี๋ยวก็มีคนออกมาเห็น”

หันมองกลับไปที่แซมมี่ฝ่ายนั้นมีสายตาร้ายกาจไม่แพ้กัน แต่ติดจะไม่แย่แสเสียมากกว่า ต่างกับผู้ชายที่กำลังประคองเธออยู่ที่มีแววตาหื่นกระหายไม่ปิดบัง

“ดี ไอแค่อยากสนุกไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วยูจะกลับเข้างานไหม”

“ไม่ล่ะ เจ้าของวันเกิดแม่งทำตัวอย่างกับเจ้าหญิงขนาดนั้นใครจะอยากอยู่ ไอไม่เหมือนไอ้พวกนั้นนะที่จะดูไม่ออกว่ามันไม่อยากคบพวกเรา กลับบ้านไปเตรียมตัวบินดีกว่า”

“โอเค งั้นเจอกันที่เล้าจ์สนามบินทีเดียวเลยละกัน”

“อืม เสร็จแล้วก็เก็บกวาดด้วยนะ” ผู้หญิงคนนั้นตอบกลับก่อนจะเดินจากไปทิ้งเธอที่กำลังตัวสั่นและโดนฤทธิ์ยาเล่นงานจนใกล้จะทรงตัวไม่อยู่

ยิ้มมองผู้ชายที่ยังประคองตัวเองอยู่ด้วยความตระหนก

ไม่คิดว่าการเมคเฟรนด์กับคนพวกนี้ครั้งแรกก็จะโดนแบบนี้เสียแล้ว ฟังจากสิ่งที่สองคนนั้นพูด เธอโดนยาปลุกเซ็กซ์แน่ ๆ ไม่น่าออกมากับพวกมันเลย

คิดว่าจะเป็นคนดีพาออกมาล้างหน้าล้างตา ที่ไหนได้มันสองคนตั้งใจพาเธอออกมาให้พ้นสายตาคนในงาน

“ป…ปล่อย”

“ไปสนุกกันดีกว่า เดี๋ยวยูก็จะสนุกสุดเหวี่ยงแล้ว”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   30.ตายคาเตียง

    "อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   29.ไม่ได้อยู่กันสองคน

    “เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   28.คิดถึงเฮียไหม

    “แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   27.(ยัง) ไม่ใช่แฟน

    ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   26.ใครคือพัตเตอร์

    หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   25.เมื่อเราห่างกัน

    ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   20.เฮียไม่ได้ดีขนาดนั้น

    “หนูยิ้มชอบไหมคะ”แท่นวางกำมะหยี่สีดำขนาดเล็กที่มีกำไลโลหะลายถักชุบด้วยทองคำขาววางอยู่สองวงถูกยื่นมาด้านหน้าหญิงสาวที่กำลังยืนมองไปรอบร้านอย่างสนอกสนใจยิ้มหันมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงมองมันอยู่ครู่หนึ่งดวงตากลมโตไล่มองพิจารณากำไลสองไซซ์สองสีที่วางอยู่ข้างกัน วงหนึ่งใหญ่กว่าสีเงินส่วนอีกวงเล็กกว่าสีโร

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   15.ปลอบใจหนูยิ้ม

    ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   14.คำสัญญาที่ให้ไว้

    "ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน

  • เมียเด็กของคุณไคเฉิง   13.ตัวแสบ

    “จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ“แม่หวงเหรอ”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status