LOGIN“จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”
“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ
“แม่หวงเหรอ”
“ก็มีกันแค่สองคนนี่คะ” แม้ว่าในความเป็นจริงจะเป็นการพูดไปเรื่อยแบบมีความจริงปนนิดหน่อย เพราะอันที่จริงแม่เย็นไม่ดุอย่างที่บอกเขาเลย
ท่านออกจะปล่อยและสอนให้ระวังตัว ใช้ชีวิตอย่างฉลาดด้วยซ้ำ แต่ถ้าเธอไม่เกรงใจแม่ตัวเองแล้วใครมันจะมาเกรงใจ คนอื่นจะปฏิบัติกับเรายังไง มันก็อยู่ที่เราปฏิบัติกับตัวเองอย่างไร
ยิ้มคิดแค่นั้นทว่าเธอไม่รู้ว่ามันดันไปแตะอะไรบางอย่างในหัวใจของไคเฉิงเต็ม ๆ ไม่ใช่ความรู้สึกโกรธที่โดนปฏิเสธ ไม่ใช่ความอยากเอาชนะ แต่เป็นความรู้สึกสนใจที่มีมากขึ้น
เขาชอบเวลาเธอกล้าพูดสิ่งที่ต้องการออกมาตรง ๆ และไม่แสดงความกลัวออกมาเห็น ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันแรกเธอก็พูดชัดถ้อยชัดคำไม่กระมิดกระเมี้ยน
ยิ้มเป็นคนที่มีจุดยืนของตัวเองและไม่ยอมให้ใครข้ามเส้นอย่างน่าชื่นชม ชอบที่สุดคือเธอไม่มานั่งอธิบายเพิ่มยืดยาวเพื่อให้เขาสบายใจเหมือนผู้หญิงคนอื่นด้วย
หนูยิ้มไม่ได้เป็นแมวน้อยเหมือนหน้าตา แต่เป็นแมวดำที่น่าค้นหา คิดได้แค่นั้นเขาก็พลันมองเธอตาเยิ้ม
ไคเฉิงไม่อยากเชื่อเลยว่าช่วงเวลาตกหลุมรักของตัวเองจะเป็นแบบนี้ เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“...แต่เฮียกลัวหนูมีอันตรายนี่คะ”
“ไม่เป็นไรหรอก หนูนั่งวินเข้าบ้านทุกวันมาตั้งแต่เด็ก ขอโทษนะคะที่เสียมารยาท” เธอยกมือไหว้เขา เพราะรู้ว่าถึงมีเหตุผลแต่มันก็ยังดูเสียมารยาทอยู่ดี
วันนี้เขาพาไปเลี้ยงข้าวจนพุงกางแต่เธอกลับไม่ให้ไปส่งที่บ้าน ให้เข้าไปกินน้ำสักแก้วก็ยังไม่ได้
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่คุณยายของเฮียก็คนไทยพี่เข้าใจ”
“ขอบคุณที่พาหนูไปกินข้าวและมาส่งนะคะ”
“ยินดีค่ะ เอ่อ…หนูยิ้มคะ”
“คะ?”
“เราจะได้เจอกันอีกไหม”
“เฮียไคอยากเจอไหมคะ” เด็กสาวหันมากะพริบตาใส่ เธอยิงคำถามกลับ สายตาไม่ได้คาดหวังคำตอบเหมือนเดิม คล้ายกับว่ากำลังรอว่าเขาจะตอบอะไร
ทว่าการจับผิดกลับต้องล้มเหลวอีกครั้งเมื่อไคเฉิงพยักหน้าอย่างซื่อตรง
“เฮียอยากเจอหนูยิ้มอีกค่ะ”
“งั้นก็ได้เจอค่ะ”
หลังจากที่บอกเขาไปแบบนั้น เด็กสาวก็ลงจากรถของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันแน่รู้แค่ไม่เหมือนเดิม
เธอไม่ได้กลัวเขาเหมือนเมื่อคืนวานแล้ว เมื่อกี้ก็เพิ่งบอกว่าจะเจอกับเขาอีกด้วย เวลาแค่เย็นเดียว ไคเฉิงทำอะไรกับหัวใจของเธอกันนะ
“พี่ ไปร้านเจ๊เย็นค่ะ”
ในความคิดฟุ้งซ่าน มือขาวโบกเรียกวินมอเตอร์ไซต์ที่รู้จักกัน ขึ้นไปนั่งด้านหลังคนขับและหันกลับมาโบกมือให้เขา เมื่อเห็นว่าเงาราง ๆ ของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยโบกมือกลับ รอยยิ้มเล็ก ๆ ก็พลันแย้มบานบนใบหน้าสวย
โทรศัพท์ในมือสั่นครืด เมื่อกดดูก็พบว่าเป็นข้อความของเขาซึ่งส่งมาขอบคุณที่เธอพาไปลองชิมอาหารอร่อย ๆ และหวังว่าจะได้ไปกินด้วยกันอีก
ก่อนจะส่งประโยคสุดท้ายมาว่าวันนี้เธอน่ารักมากแม้ว่าจะไม่ได้แต่งหน้า
เป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนมีมารยาทที่จะขอบคุณ หรือจะชมกัน ทว่านั่นกลับทำให้หัวใจของเด็กสาวหัวแข็งอย่างยิ้มพลันสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
“อย่าประทับใจง่ายเกินไปสิยิ้ม” เธอต้องเตือนตัวเองแบบนี้หลายครั้ง ถึงจะไม่เห็นว่าเขาทำอะไรเป็นพิเศษแต่ไคเฉิงก็อายุมากกว่าเป็นสิบปี เขาต้องมีลูกล่อลูกชนอย่างที่เด็กอย่างเธอตามไม่ทันอยู่แล้ว
แค่นี้ก็ข้ามขั้นกันไปหลายอย่าง ถึงมาเจอกันอีกครั้งแล้วเขาจะไม่ได้แตะแม้แต่ปลายก้อยก็เถอะ แต่ผู้ชายตอนที่อยากได้ก็เป็นอย่างนี้กันหมดไม่ใช่เหรอ เธอจะไว้ใจเขาได้แค่ไหนกัน
ยิ้มคิดแบบนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าในรถออดี้คันหรูตอนนี้กำลังเริ่มสัมผัสได้ถึงวิกฤติที่ก่อตัวอยู่ไม่ไกล มือหนาลูบที่ท้องของตัวเอง สีหน้าบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวด
เขาส่ายหน้าให้กับตัวเองเพราะรู้ว่ามันคือความแสบร้อนจากการกินอาหารเผ็ดเกินกว่าที่เคยกินมาตลอด ถึงจะรู้ว่ากินแบบนั้นต้องได้มีถ่ายท้องแน่นอน แต่ไคเฉิงไม่คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้
ลมร้อนถูกเป่าออกมาทางปาก มือหนาหยิบแก้วน้ำปั่นใส่โยเกิร์ตที่เธอแนะนำให้ซื้อขึ้นมาดูดอึกใหญ่เพื่อบรรเทาอาการ ไคเฉิงยิ้มให้กับตัวเองที่วันนี้ไปทำอะไรที่ไม่เคยทำ
ไม่เสียใจที่ได้ลองอาหารที่หนูยิ้มชอบเพราะเขาก็ชอบเหมือนกัน ชอบทั้งอาหารชอบทั้งเธอ
“แกล้งแรงเลยนะคนสวย”
เขาวางแก้วน้ำหวานนั้นลงตรงที่วางแก้วขณะที่เอ่ยถึงคนที่เพิ่งลงไปจากรถ จริง ๆ ก็ตั้งใจปล่อยให้เธอแกล้งตั้งแต่เห็นพริกในจานส้มตำแล้ว แต่ในเมื่อมันอร่อยถึงจะลำบากตูดไปหน่อยก็ถือว่าได้กำไร
อย่างน้อยวันนี้ก็ได้เห็นว่าหนูยิ้มผ่อนคลายขึ้น ไม่ได้กลัวเขาเหมือนอย่างวันแรก ไม่ได้มีสายตาระแวงตลอดเวลาเหมือนครั้งที่สองที่เจอกัน
ถึงยิ้มจะเก็บอาการได้อย่างแนบเนียนทว่าเธอก็ยังเป็นเด็กสาวอายุยี่สิบ โตเกินวัยแค่ไหนก็ยังไม่เนี๊ยบจนจับไม่ได้หรอก หากยังมีเหลือเขาต้องสัมผัสหรือได้เห็นบ้างแล้ว
ถือว่าการละลายพฤติกรรมโดยเอาตัวเองลงไปเป็นเหยื่อนั้นได้ผล ถึงคืนนี้อาจจะต้องนอนในห้องน้ำก็เถอะ
ตืด ตืด ตืด
ทว่าขณะที่กำลังชื่นชมความเก่งกาจแสบสันของเด็กสาวอยู่ในใจ จู่ ๆ โทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้คอนโซลก็พลันสั่นครืด เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นคนของเขาที่สั่งให้ไปทำงานสำคัญชิ้นหนึ่งไกลถึงออสเตรเลีย
งานที่ว่านี้เกี่ยวข้องกับแม่ตัวขาวที่เพิ่งแกล้งเขาไปด้วย
"ว่ายังไง" เสียงเข้มกรอกผ่านสาย รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปฉับพลัน ร่างลูกชายคนเล็กของตระกูลหวงกลับมาประทับอีกครั้ง หลังจากที่แปลงร่างเป็นหมาโกเด้นท์กระดิกหางใส่เธอมาตลอดทั้งเย็น
'ได้ตัวแล้วครับ นายจะให้ผมทำยังไง'
"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม
ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน
“...”“อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือนะคะหนูยิ้ม ทุกคนยินดีช่วย อย่างพี่เขยหนูต่อให้มันไปอีกซีกโลกก็ลากตัวกลับได้”“หนูรู้ค่ะ แต่ที่ไม่เล่าก็เพราะไม่อยากให้พี่ ๆ เป็นห่วง อีกเหตุผลก็คือพวกมันเป็นคนวางยาก็จริงแต่มันไม่ได้เป็นคนข่มขืน เราจะเอาผิดมันทางกฎหมายได้เหรอ ในเมื่อคนที่นอนกับหนูมันคือคุณ แล้วคุ
หมายเหตุ : คุณเสือ ชื่อจริงว่าพยัคฆ์ อาจมีการใช้สองชื่อนี้สลับกันในการบรรยาย แล้วแต่บริบทค่ะ“อ้าว เฮียสองคนไม่ต้องคุยกับเพื่อนเหรอคะ ขึ้นมาทำไม”“ไคเฉิงมันคุยธุระอยู่น่ะค่ะ น่าจะยาวด้วยเฮียเลยขึ้นมาส่งลูกกับหนูนอนก่อน เดี๋ยวค่อยลงไปนั่งคุยกับมันต่อ” พยัคฆ์เดินเข้ามาโอบเอวภรรยาคนสวย ก่อนจะหอมไปหนึ่
"เออ ได้ความยังไงก็มาบอกพวกกูแล้วกัน และอีกเรื่องที่มึงต้องรู้นะไคเฉิง คือพวกกูแปลสายตามึงออก เพราะฉะนั้นตอบมาตามตรงว่ามึงสนใจเด็กมันใช่ไหม”ทว่าการยอมให้มันไปคุยไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะอนุญาตทุกอย่าง ถึงได้กันไปแล้วแต่นั่นก็ไม่ได้มาจากความสมัครใจ ไคเฉิงไม่ใช่ไอ้ชั่วชอบข่มขืนผู้หญิงก็จริงแต่ก็ใช่ว
ยิ้มไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตตอนนี้ดีจึงมาหลบอยู่ในครัวซึ่งอยู่โซนหลังบ้าน เธอไม่ได้ไปช่วยพี่โอบหรือเด็กคนอื่น ๆ จัดโต๊ะอย่างที่กล่าวอ้างจะไปช่วยจัดอยู่ได้ยังไงไหวในเมื่อคุณแฝดพาเพื่อนไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น ห้องนั้นมันก็อยู่ติดกับห้องรับประทานอาหาร เธอต้องเจอเขาอยู่ดีหากไปช่วย“โอ๊ย ทำไมโลกมันกลมข







