LOGIN“เอ่อ อรุณสวัสด์ค่ะ” ยิ้มรู้ว่าตัวเองคงจะหน้าซีดมากตอนที่เขาเดินเข้ามา เพราะนอกจากเขาจะเป็นคนแปลกหน้า เป็นใครก็ไม่รู้แล้วยังไม่ได้ดูเป็นคนดีเท่าไหร่อีก
เหตุการณ์เมื่อคืนมันก็บอกชัดอยู่แล้ว คนดี ๆ ที่ไหนเปิดออกมาเจอผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้า แล้วจะอุ้มเข้าห้องเลยแบบนั้น เธอไม่น่าไว้ใจคนเลวสองคนนั้นและนั่งดื่มกับพวกมันเลย
เป็นไงล่ะอยากเปิดใจให้เพื่อนใหม่ โดนยาปลุกเซ็กซ์จนควบคุมตัวเองไม่ได้ แถมกดลิฟต์ก็ยังซวยกดผิดจนตอนนี้มาโผล่ห้องใครก็ไม่รู้
ซ้ำร้ายเมื่อคืนก็ยังเอากับเขาไปแบบสนั่นหวั่นไหวจนเตียงแทบพัง แถมมีอย่างอื่นพังกว่าเตียงเสียอีกด้วย
ช่างเป็นครั้งแรกของการมีเซ็กซ์ที่บ้าบอคอแตกมาก
“เป็นยังไงบ้างคะ ปวดหัวไหม” แต่ระหว่างที่เธอกำลังคิดอย่างกังวล จู่ ๆ เขาที่เดินมาถึงตัวแล้วก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ขัดกับภาพลักษ์ที่ดูเหมือนสามารถบีบคอเธอตายในคราวเดียวได้
“น…นิดหน่อยค่ะ”
เขาพยักหน้ารับไม่ได้ถามอะไรต่อ ก่อนจะหันไปหยิบซองสีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้กันกับที่เธอยืน หยิบธนบัตรออกมาพับหนา ๆ พับหนึ่งแล้วยื่นให้
“อ่ะนี่ ของหนูนะ”
ในสายตาของไคเฉิงที่มองเธออยู่อดชื่นชมไม่ได้ คนอะไรเมื่อคืนไม่ได้นอน ตื่นเช้าหน้ายับขนาดนี้ก็ยังสวย
ยิ้มแปลกใจกับคำที่เขาใช้เรียกตนพอสมควรเพราะมันไม่เหมือนกับเมื่อคืนที่เขาใช้คำว่ายูกับไอ แต่แปลกใจเรื่องนั้นก็ยังไม่เท่าเรื่องเงินปึกในมือเขาที่หยิบยื่นมาให้
“อะไรคะ”
“เงินของหนูค่ะ ผมให้”
ประเมินคร่าว ๆ จากความหนาของธนบัตรใบละพันใหม่เอี่ยมแล้วคงไม่ต่ำกว่าสามหมื่นแน่ ถึงจะเป็นเงินจำนวนมากแต่ใครมันจะไปกล้ารับ
ตาคนนี้เป็นใครใหญ่แค่ไหนก็ยังไม่รู้ อีกอย่างก็ตั้งใจเผ่นอยู่แล้ว ขืนไปรับแล้วเขาไม่ยอมจบล่ะ ใครจะให้อะไรคนอื่นแบบไม่หวังผลบ้าง
เธอไม่ได้อยากสานต่อกับผู้ชายคนไหนด้วยสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อแบบนี้หรอกนะ
“ไม่เอาค่ะ” เด็กสาวส่ายหน้าดิกปฏิเสธท่ามกลางสายตางุนงงของเขา
“ไม่เอาเหรอ”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอา” ผู้ชายหน้าดุคนนั้นมองเธออย่างแปลกใจปนสับสน แต่สุดท้ายก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้เลยหยิบเงินพับเล็กออกมาอีกพับหนึ่งแล้วเอามาบังคับยัดใส่มือ
“โอเค งั้นผมให้เพิ่มนะจะได้เอาไปซื้อยาด้วย ขอโทษทีเมื่อคืนผมก็เมามากคงหนักมือกับหนูไปหน่อย แต่เดี๋ยวผมบอกเพื่อนให้คุยกับที่ทำงานหนูให้ ว่าเมื่อคืนเจออะไรมา”
ไคเฉิงยัดเงินใส่มือเธอแล้วก็ยังเนียนกุมมือเล็กเอาไว้ ไพล่เข้าใจไปว่าตัวเองแรงเยอะแถมเมาจนบีบเธอไม่ยั้งมือ เมื่อคืนก็ทำจนแม่สาวน้อยนี่เลือดตกยางออกเปื้อนที่นอน
แถมยังดูดฟัดเธอจนตัวลายพร้อยไปหมดอีก
ถึงเฮียแฝดจะบอกว่าไม่ต้องจ่าย แต่เด็กคนนี้คงอยากได้ทิปในจำนวนที่คุ้มค่าเหนื่อยด้วย แน่นอนว่าเขายินดีให้เธออยู่แล้ว เงินแค่หมื่นสองหมื่นมันไม่ได้มากมายอะไรสำหรับเขา
จะโทรไปบอกพวกนั้นด้วยว่าไม่ต้องหาผู้หญิงคนอื่นให้อีกตลอดเวลาที่อยู่ไทย เพราะเขาถูกใจคนนี้และอยากต่อยาว ๆ
“ที่ทำงานเหรอคะ?”
“ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจัดการให้”
ด้านหญิงสาวเมื่อได้ยินแบบนั้น สมองปราดเปรื่องจึงหาคำตอบได้ถึงท่าทีขอคนตรงหน้าเมื่อคืน
จู่ ๆ ก็จำได้ขึ้นมาว่าตอนที่เปิดประตูเขาพูดว่าเธอมาเร็วดี จากนั้นอุ้มพาดบ่าพาเข้าไปมีเซ็กซ์ในห้องแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ เพราะจากที่ฟังมันเหมือนว่าเขากำลังรอใครบางคนอยู่
คน ๆ นั้นต้องเป็นผู้หญิงและมาที่ห้องเขาด้วยจุดประสงค์เพื่อมีเซ็กซ์ เขาคงเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าและเงินในมือนี้ก็คงเป็นค่าตัว
กลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันไปใหญ่
ทว่าแทนที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดยิ้มกลับหุบปากฉับ มือเล็กรีบกำเงินในมือพลางส่งยิ้มแห้งไปให้ร่างสูงตรงหน้า รับสมอ้างว่าตัวเองเป็นโสเภณีไปเลยโดยไม่คิดจะแก้ต่างใด ๆ
เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน
“ขะ ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง”
ที่ไม่บอกก็เพราะเธอตั้งใจเผ่นแน่บหลังจากออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว ยังไงไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่อให้เขาไปหาเธอในที่ทำงานอะไรนั่นก็จะหากันไม่เจออยู่ดี
อย่าหาว่าเธอตัดสินคนจากภายนอกเลยนะ แต่ลักษณะท่าทางเขาน่ากลัวขนาดนี้ รอยสักเต็มตัวแถมหน้าดุ ถึงพูดเพราะคะขาเธอก็ไม่คิดจะอยากสานต่อหรอก ห่างเอาไว้เป็นดีที่สุด
“ผมขอช่องทางการติดต่อของหนูไว้หน่อยสิ” แต่ในขณะที่คิดแผนในใจยาวเป็นกิโล อีกฝ่ายก็กลับยื่นโทรศัพท์เครื่องบางของตัวเองมาให้ หน้าจอของเขาเปิดค้างเอาไว้ที่หน้าปุ่มกด
“ได้ค่ะ”
เห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็ได้แต่รับมาก่อนจะกรอกเบอร์จริงของตัวเองลงไป เพื่อที่หากเขาจะกดโทรเช็ค โทรศัพท์ในมือเธอมันก็จะสั่นให้เห็นว่าไม่ได้ให้เบอร์ปลอม
เธอไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก กลัวเขาหักคอตายคามือ
“ชื่ออะไรคะ”
“ยิ้มค่ะ” ด้วยความที่มัวแต่คิดเรื่องเบอร์โทรศัพท์จึงเผลอบอกชื่อตัวเองจริง ๆ กับเขาไป เมื่อรู้ว่าตะครุบปากตัวเองไม่ทันแล้วยิ้มจึงพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ไม่ตระหนกให้เขาผิดสังเกต
“ชื่อเพราะดีนะ ผมชื่อไคเฉิงเรียกเฮียไคก็ได้ ตอนนี้กลับไปพักผ่อนเถอะ เอาไว้ผมจะติดต่อไป”
“ได้ค่ะ” เด็กสาวรับปาก ก่อนจะยกมือไหว้สวยแล้วเดินไปสวมรองเท้าที่ถูกจัดเข้าคู่เอาไว้อย่างดี
ถึงจะหันไปยิ้มลาเขาอีกครั้งแต่ในใจเธอวางแผนเอาไว้แล้วว่าออกไปจากห้องเมื่อไหร่เธอจะถอดซิมปาทิ้งถังขยะแน่ ถึงจะต้องย้ายข้อมูลต่าง ๆ อีกวุ่นวายแต่เรื่องบ้า ๆ นี้ต้องไม่มีใครรู้
แม้แต่ญารินเอง ถึงจะอยากให้เพื่อนช่วยจัดการสองคนนั้นให้ แต่ยิ้มก็ไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เพราะจะเรียกว่ามันเป็นการข่มขืนก็ไม่ได้
เรื่องยาอะไรนั่นจะพิสูจน์ได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้ ยังไงสองคนนั้นก็รอดอยู่แล้วเพราะคนผู้หญิงปลีกตัวออกไปตั้งแต่แรก ส่วนคนผู้ชายเธอก็สะบัดมันวิ่งเข้าลิฟต์มา
ไม่ใช่มันที่เป็นคนนอนกับเธอจนจะมีหลักฐานเอาผิด ต่อให้เป็นมันจริงก็ยังไม่รู้จะเอาผิดได้หรือไม่ ยิ้มกลัวว่าสุดท้ายแล้วเส้นสายที่มีจะช่วยพวกมันเหมือนเคย
ส่วนตัวเธอนั้นจะกลายเป็นเหยื่อที่โดนประจาน และจะถูกด่าว่าร่านด้วยที่มาเคาะห้องผู้ชายแปลกหน้า แถมหายเข้าไปทั้งคืน
“ลานะคะ”
“ค่ะ กลับดี ๆ”
เรื่องราวมันอีรุงตุงนังมากเกินไป เธอไม่อยากมานั่งแก้โจทย์ปัญหาอธิบายซ้ำซาก ดังนั้นให้มีคนรู้น้อยที่สุดน่ะดีแล้ว
"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม
ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน
ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ
"ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน
“จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ“แม่หวงเหรอ”
“ที่นี่เหรอคะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่แหละร้านประจำของหนูกับเพื่อน”เด็กสาวตอบด้วยใบหน้าชื่นบาน ตอนแรกกะจะเขาพาไปร้านโปรดจริง ๆ อยู่หรอก แต่ดันเกิดสงสารพ่อเจ้าประคุณที่จะต้องมานั่งร้านส้มตำข้างทางขึ้นมาสุดท้ายจึงเปลี่ยนใจไปเลือกร้านที่อร่อยน้อยกว่าแต่มีแอร์แทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งกินของเผ็ดแบบร้อ







