LOGINหมายเหตุ : คุณเสือ ชื่อจริงว่าพยัคฆ์ อาจมีการใช้สองชื่อนี้สลับกันในการบรรยาย แล้วแต่บริบทค่ะ
“อ้าว เฮียสองคนไม่ต้องคุยกับเพื่อนเหรอคะ ขึ้นมาทำไม”
“ไคเฉิงมันคุยธุระอยู่น่ะค่ะ น่าจะยาวด้วยเฮียเลยขึ้นมาส่งลูกกับหนูนอนก่อน เดี๋ยวค่อยลงไปนั่งคุยกับมันต่อ” พยัคฆ์เดินเข้ามาโอบเอวภรรยาคนสวย ก่อนจะหอมไปหนึ่งฟอดแล้วแยกตัวไปหาลูกชายแฝดที่ยังนั่งเล่นกันอยู่บนพื้น
ส่วนสิงหราชนั้นอุ้มลูกสาวคนสุดท้องที่หลับปุ๋ยมาตั้งแต่ชั้นล่างเอาไว้ เดินมาหอมแก้มอีกข้างก่อนพาน้องน้ำปรุงไปวางบนเตียงแบบมีราวกั้น ซึ่งวางอยู่คนละฝั่งกับพี่ ๆ
พวกเขาให้ลูกแยกมานอนอีกห้องตั้งแต่ช่วงครบสองขวบ กับน้องธีร์และน้องเธียรก็ทำแบบนี้ เพื่อฝึกให้ลูกมีพื้นที่ของตัวเอง
“ส่งลูกหนูเข้าใจ แต่ส่งหนูด้วยเหรอคะ” สุดที่รักเอ่ยถามสามีกลั้วหัวเราะ คุณสิงห์ลืมหรือไงว่าเธอเป็นคุณแม่ลูกสาม ปีนี้ก็อายุยี่สิบแปดปีแล้วยังจะต้องให้ใครมาส่งเข้านอนอยู่อีก
สองคนนี้มองเธอเป็นเด็กไม่เลิกเสียที
“พวกเฮียก็ทำอยู่ทุกวันไม่ใช่เหรอเมียจ๋า” เมื่อจัดการห่มผ้าลูกเรียบร้อยแล้วแฝดพี่ก็เดินมาช่วยน้องชายอุ้มลูกแฝดขึ้นนอนไปเตียงคนละเตียง
เขาถามภรรยาแบบนั้นแต่ไม่ได้คาดหวังคำตอบ ทำเพียงหันไปยักคิ้วกับน้องชายเมื่อเห็นว่าสุดที่รักหน้าแดง จากนั้นคุณพ่อทั้งสองก็กล่อมลูกชายที่ตาจะปิดเต็มที
กล่อมอยู่แค่ไม่กี่นาทีลูกทั้งสองก็หลับไปอย่างง่ายดายเนื่องจากถูกฝึกให้นอนเป็นเวลา และเมื่อลูกหลับไปแล้วก็ถึงเวลากล่อมแม่
พยัคฆ์เป็นคนแรกที่ลงจากเตียงของลูก เขาเดินตรงไปฉกจูบเข้าที่ริมฝีปากของภรรยา ต่อด้วยช้อนอุ้มตัวเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาวเล่นเอาสุดที่รักเกือบจะเผลอส่งเสียงร้อง
“เดี๋ยวลูกตื่นนะคะคนสวย” หันไปทางสามีคนพี่ก็มีสีหน้าเจ้าเล่ห์ไม่แพ้น้องชาย ช่วงนี้นอกจากจะไม่ทะเลาะกันให้ต้องห้ามแล้วยังร่วมมือกันแบบสุด ๆ ไม่รู้ไปกินยาผิดกันมาหรือเปล่า
คุณเสืออุ้มเธอส่วนคุณสิงห์ช่วยปิดประตูห้องลูก ก่อนจะดันหลังน้องชายให้พาเธอมาที่ห้องนอนใหญ่โดยเร็ว ไม่นานคนที่จะโดนส่งเข้านอนก็ถูกพามาวางบนเตียง
ประกบด้วยสามีสองด้าน
“แน่ใจนะคะว่าจะส่งหนูเข้านอน ไม่ได้วางแผนทำอย่างอื่น” แต่เพราะอยู่กันมาปีนี้ก็เข้าปีที่เจ็ดแล้วสุดที่รักจึงเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน ไร้ซึ่งความตระหนกตกใจเพราะเจอเรื่องแบบนี้อยู่ทุกค่ำคืน
มีสามีสองคนนี่นะ มันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ
“แน่ใจสิ เพราะถ้าทำเฮียว่าน่าจะต้องให้ไคเฉิงกลับบ้านก่อน หนูก็รู้นี่ว่าพวกเฮียใช้เวลาเยอะ” สิงหราชที่นอนอยู่ด้านซ้ายหยอกเอินพลางฉกจูบที่ริมฝีปากสวย
ไม่ยอมเสียเปรียบน้องชายเลยแม้แต่นิดเดียว
“ใช่ หรือไล่มันกลับดีคะ พวกเฮียจะได้ส่งหนูเข้านอนกันนาน ๆ” ด้านพยัคฆ์ที่นอนอยู่ด้านขวาเอ่ยขึ้น
และในยามที่กำลังจะโดนผัวโจมตีทั้งสองด้าน สุดที่รักก็จำต้องใช้มือสองข้างยันใบหน้าของสามีทั้งสองคนเอาไว้ ไม่ให้ใครมาจับเธอกินได้ตอนบ้านมีแขกแบบนี้
“พอเลยค่ะ ทำแบบนั้นเสียมารยาทตาย ป่านนี้เพื่อนพี่คุยเสร็จแล้วมั้งคะ ขึ้นมานานแล้วนี่” คำพูดของหญิงสาวทำให้สองพี่น้องหันมองหน้ากันชั่วอึดใจ ก่อนสิงหราชจะเป็นฝ่ายจับมือภรรยาแล้วระดมจูบลงบนฝ่ามือขาว
“ยังหรอก ถ้าเสร็จเดี๋ยวมันส่งข้อความมาบอก”
“ใช่ค่ะ เพราะงั้นพวกพี่ส่งหนูเข้านอนก่อนได้” ด้านพยัคฆ์เมื่อพี่ชายว่าแบบนั้นก็เออออตาม
สิงหราชจูบมือส่วนตัวเขาจูบซอกคอขาว เบี่ยงเบนความสนใจภรรยาสาวไปจากประเด็นเรื่องเพื่อนที่คุยอยู่กับน้องเมียที่ชั้นล่าง ถึงจะบอกว่าให้อยู่ในสายตาแต่ก็เข้าใจยิ้มดี
เพราะแบบนั้นแม้ให้คุยที่บ้าน แต่พวกเขาก็ไม่ขี้เสือกมากพอที่จะยังนั่งอยู่ให้เด็กมันลำบากใจ ให้คุยกันเองนั่นแหละดีที่สุด ก็ขอให้ไคเฉิงถามเด็กมันให้รู้เรื่องเถอะ จะได้รู้ว่าต้องช่วยแบบไหน
เมื่อเจ้าบ้านทั้งสามคนขึ้นไปด้านบนแล้ว แม่บ้านทุกคนก็กลับห้องพักของตัวเองที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งจะแยกส่วนกับคนในบ้านชัดเจน เพราะแบบนั้นยิ้มจึงเบาใจได้ว่าการคุยครั้งนี้จะไม่มีใครเดินมาได้ยินเข้า
“มีอะไรจะคุยเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยขึ้นทันทีที่เขาและเธอมายืนเคียงกันที่ข้างสระว่ายน้ำ
ไคเฉิงนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาหันมามองเธอที่กำลังมองตัวเองอยู่ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เสียสมาธิไปกับใบหน้าจิ้มลิ้ม แต่เธอก็สวยจริง ๆ ยิ่งได้มาเห็นตอนที่มีสติทั้งคู่ก็ยิ่งสวย
“อย่างที่บอก ผมอยากขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้น ผมเองก็เข้าใจผิดว่าหนูยิ้มเป็นผู้หญิงที่เพื่อนส่งมาให้”
“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
“หนูตรวจร่างกายแล้วหรือยังคะ”
“ตรวจแล้วค่ะ หนูไม่ได้ท้อง” ยิ้มแสร้งเมินชื่อที่เขาใช้เรียกไป ถึงจะจั๊กจี้หูแต่ก็ดูสายตาออกอยู่หรอกว่าเขาน่าจะชอบ เธอเองก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครมาจีบสักหน่อย
นอกจากเมินเรื่องนั้นก็ยังละเว้นเรื่องที่ไปตรวจโรคมาด้วยเพราะมันคงฟังดูหยาบคายชอบกล ต่อให้เราจะเพิ่งมีเซ็กซ์กันโดยไม่ได้ตั้งใจมาก็เถอะ
“ดีแล้วค่ะ กับอีกเรื่องที่ผมอยากถามก็คือทำไมหนูถึงไปเคาะห้องผมในสภาพนั้น มันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้นเหรอ เล่าให้ผมฟังได้ไหมเผื่อว่าผมจะพอช่วยอะไรได้”
“คุณจะบอกคุณแฝดไหมคะ” ท่าทีเธอดูไม่ค่อยแน่ใจ
“ต้องดูก่อนค่ะว่าร้ายแรงแค่ไหน อยากให้เล่าความจริงนะคะไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ผมสัญญาว่าถ้าช่วยได้ก็จะช่วย ไถ่โทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
คนอายุมากกว่าตอบตามตรง ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้น้ำเสียงประนีประนอม เพราะแม้จะแน่ใจอยู่ว่าเธอไม่น่าเล่นยาแต่ของแบบนี้ใครจะไปรู้
เขาควรเป็นคนที่เธอไว้ใจมากพอที่จะเล่า อย่างน้อยไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็จะได้ช่วยทัน
เมื่อฟังไคเฉิงพูดจบยิ้มก็ชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลคาราเมลมองท่าทีจริงจังบนใบหน้าดุ ตั้งใจค้นหาความไม่จริงใจแต่ก็กลับพบแววตาอ่อนโยนที่เขาหยิบยื่นมาให้
มันทำให้หัวใจของเด็กสาวรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ว่ากันว่าคนที่ไม่กล้าเล่าปัญหาให้คนใกล้ชิดฟัง มักจะกล้าเล่าให้คนแปลกหน้าฟังเพราะรู้ว่าเขาไม่มีบทบาทในชีวิต
ยิ้มเองในตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น
“...คืนนั้นหนูไปงานวันเกิดเพื่อนค่ะ แล้วมีเพื่อนของเพื่อนเข้ามาชวนคุย คนผู้หญิงแอบเอายาปลุกเซ็กซ์ใส่ในแก้วไวน์ พอยาออกฤทธิ์ก็ช่วยกันพาหนูออกมาข้างนอก พวกมันสองคนวางแผนกันมาตั้งแต่แรกแล้ว”
“คนทำเป็นผู้หญิงเหรอ” เขาขมวดคิ้ว
“มีผู้ชายด้วยค่ะ ทั้งสองคนแนะนำตัวเองว่าชื่อแซมมี่กับแบงค์ เข้ามาชวนคุยแบบเฟรนด์ลี่กว่าคนอื่น เห็นมีผู้หญิงด้วยหนูเลยไม่ทันได้ระวังตัว”
“แล้วหนูหนีมายังไงครับ”
“ตอนที่ออกมาข้างนอกแซมมี่ปลีกตัวออกไปก่อนค่ะ หนูอยู่กับแบงค์สองคนสบโอกาสก็เลยสะบัดหนีวิ่งเข้าลิฟต์ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไปโผล่ชั้นที่คุณอยู่ เพราะชั้นของหนูมันคือชั้นหกสิบสี่”
“ชั้นนั้นผมเหมาทั้งชั้น แล้วลิฟต์ก็ล็อกไม่สามารถไปชั้นอื่นนอกจากชั้นที่อยู่ได้ ผมว่าน่าจะเกิดการขัดข้องอะไรสักอย่างพอดี”
“คงงั้นแหละค่ะ คือตอนนั้นยามันกำลังออกฤทธิ์หนูเองก็แพนิค ไม่ทันได้ดูว่าไม่ใช่ห้องตัวเอง”
“ผมเองก็คิดว่าผู้หญิงที่รออยู่มาเคาะห้อง ก็เลยไม่ได้ถามก่อน แต่จริง ๆ คืนนั้นก็สงสัยนะคะว่าทำไมหนูถึงเป็นแบบนั้น ตอนแรกผมคิดว่าหนูเล่นยามา แต่จริง ๆ แล้วโดนวางยานี่เอง”
“มันเป็นความผิดพลาดค่ะ หนูเข้าใจ ไม่ได้โทษคุณหรอก”
“แล้วหนูจะไม่เอาเรื่องคนที่วางยาเหรอคะ” คำถามของไคเฉิงทำให้เธอส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
“ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปถึงไหนต่อไหน ก่อนที่ผู้หญิงจะปลีกตัวไปได้ยินว่าเขาจะไปเจอกันที่สนามบิน หนูไม่รู้ด้วยซ้ำค่ะว่าเขาจะบินไปประเทศอะไร แล้วในปาร์ตี้นั้นก็มีแต่ลูกคนรวย ต่อให้แจ้งความก็คงไม่โดนอะไรอยู่ดี”
ยิ้มพูดอย่างปลงตก เพราะเรื่องมันก็เกิดไปแล้วและเอากลับคืนมาไม่ได้ ไม่มีใครแก้ไขอดีตได้หรอก ในสถานการณ์แบบนั้นแค่ไม่ท้องกับไม่ติดโรคนี่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว
กฎหมายประเทศนี้เป็นยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่ เลวให้ตายถ้ามีเงินก็อยู่รอด รอเรื่องเงียบสักพักก็ทำเลวต่อได้แบบหน้าด้าน ๆ ไม่เห็นจะมีใครโดนอะไรจริงเลยสักคน
แต่คนโดนกลับต้องทนอยู่กับบาดแผลไปตลอดชีวิต ไหนจะพวกที่ชอบโทษเหยื่ออีก เพราะแบบนี้เธอจึงไม่รู้ว่าจะสู้ไปทำไม สู้ไปก็ไม่มีวันชนะ
“ไม่ได้รวยแค่พวกมันนะคะ ผมก็รวย พี่เขยของหนูก็รวยลืมแล้วเหรอ”
"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม
ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน
ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ
"ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน
“จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ“แม่หวงเหรอ”
“ที่นี่เหรอคะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่แหละร้านประจำของหนูกับเพื่อน”เด็กสาวตอบด้วยใบหน้าชื่นบาน ตอนแรกกะจะเขาพาไปร้านโปรดจริง ๆ อยู่หรอก แต่ดันเกิดสงสารพ่อเจ้าประคุณที่จะต้องมานั่งร้านส้มตำข้างทางขึ้นมาสุดท้ายจึงเปลี่ยนใจไปเลือกร้านที่อร่อยน้อยกว่าแต่มีแอร์แทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งกินของเผ็ดแบบร้อ







