เข้าสู่ระบบ“...”
“อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือนะคะหนูยิ้ม ทุกคนยินดีช่วย อย่างพี่เขยหนูต่อให้มันไปอีกซีกโลกก็ลากตัวกลับได้”
“หนูรู้ค่ะ แต่ที่ไม่เล่าก็เพราะไม่อยากให้พี่ ๆ เป็นห่วง อีกเหตุผลก็คือพวกมันเป็นคนวางยาก็จริงแต่มันไม่ได้เป็นคนข่มขืน เราจะเอาผิดมันทางกฎหมายได้เหรอ ในเมื่อคนที่นอนกับหนูมันคือคุณ แล้วคุณเองก็ไม่ได้ข่มขืนด้วย”
“...”
“คุณคิดว่าถ้าเรื่องแดงขึ้นมาคนจะโทษใครคะ เวลาผ่านมานานขนาดนี้ภาพกล้องวงจรปิดก็ไม่รู้ว่าจะยังมีอยู่หรือเปล่า แต่ต่อให้มีก็อาจจะไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะฝั่งนั้นยังไม่ได้ก่อเหตุ”
เธอสบตากับเขาที่เงียบไปตรง ๆ ไคเฉิงเป็นหนึ่งในคนรวยที่เธอพูดถึงเหมือนกัน มันคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเขาเองก็ต้องรู้ว่ารวยแล้วมันทำอะไรได้บ้าง
“หนูเสียอีกที่มีภาพชัดเจนว่าเข้าห้องไปกับคุณ และกลับออกมาตอนเช้าในสภาพที่แค่มองก็รู้ว่าไปทำอะไรมา คุณคิดว่าถ้าเอาเรื่องกันจริง ๆ ใครจะเป็นคนอาย ใครจะเป็นคนโดนประนามว่าโง่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง”
ไคเฉิงได้ฟังดังนั้นก็พลันนิ่งเงียบไปอีกครู่ใหญ่ สิ่งที่เธอพูดเป็นมุมที่เขาไม่เคยได้สัมผัส แต่ก็ใช่ว่าการเกิดมาเป็นผู้ชายที่มีทั้งเงินและอำนาจจะทำให้เขาไม่เข้าใจอะไรเลย
ลูกคนรวยมันก็ไม่ได้หน้าโง่ทุกคนหรอก และในมุมของเธอมันก็ไม่ใช่การที่คิดมากจนเว่อร์ไปด้วย ต่อให้เป็นพวกที่อยู่บนหอคอยงาช้าง แต่เขารู้ว่าโลกความเป็นจริงมันเป็นอย่างที่เธอพูดทั้งหมด
นี่สินะที่เขาเรียกปัญหาชนชั้น ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพิ่งได้เข้าใจถ่องแท้ก็วันนี้
“เพราะเรื่องนี้เหรอคะ หนูถึงเลือกที่จะไม่บอกใคร”
“ใช่ค่ะ ถ้าคืนนั้นคุณไม่ได้ป้องกันแล้วหนูเกิดท้องหรือว่าติดโรคก็คงต้องบอกนั่นแหละ หนูคงไม่เก็บเรื่องนี้เอาไว้คนเดียวจนมันสายไปหรอก แต่ในเมื่อไม่ท้องไม่ติดโรคหนูก็เลยรู้สึกว่าไม่บอกคงดีกว่า”
“ผมเข้าใจ แต่ถ้าผมจะจัดการคนที่วางยาให้หนูได้ล่ะคะ หนูจะว่ายังไง”
“จัดการ? จัดการยังไงคะ”
“สำหรับคนที่รวยเหมือนกัน ถ้าไม่พูดเรื่องกฎหมายมันก็พอมีวิธีอยู่ ว่าไงคะ” ยิ้มนิ่งไปเล็กน้อยตอนที่ฟังจบ เธอคิดทบทวนทุกคำในประโยคนั้นซ้ำไปมา
ไม่พูดเรื่องกฎหมาย? เขาหมายถึงศาลเตี้ยน่ะเหรอ นึกแล้วเชียวว่ามองคนไม่ผิด สภาพอย่างเขาแถมเป็นเพื่อนกับคุณแฝดก็คงเป็นไม่พ้นเป็นมาเฟีย เป็นจีนเทาเหมือนกัน
“...ถ้าจัดการได้หนูก็อยากทำค่ะ มันจะได้รู้ว่าไม่ควรไปทำอย่างนั้นกับใครอีก เกิดผู้หญิงคนนั้นไม่ได้โชคดีแบบหนู คงเหมือนตกนรกทั้งเป็น”
แต่ต่อให้ขนลุกขนชันกับความรู้สึกที่รู้ว่าเขาทำได้อย่างที่พูดแน่ ทว่าความแค้นในใจก็ยังชนะ เธอคงต้องไปบวชถ้าให้อภัยในเรื่องนี้ได้
นึกถึงว่าถ้าคืนนั้นสะบัดไม่หลุดหนีไม่พ้นจะเป็นยังไง เธอก็คงโดนมันข่มขืนจนสำเร็จไปแล้ว ดีไม่ดีโดนถ่ายคลิปเอาไปปล่อยลงอินเทอร์เน็ตด้วย
ถ้าโดนแบบนั้นคำว่านรกทั้งเป็นก็ยังน้อยไป
“ค่ะ เรื่องนี้ผมจะจัดการให้”
“ที่จริงหนูเองก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะเรื่องคืนนั้น เงินที่คุณให้มาหนูยังไม่ได้ใช้นะคะ เดี๋ยวหนูจะเอามาคืน” แต่ก่อนอื่นเธอต้องล้างมลทินให้ตัวเองก่อน
เพราะหากปากบอกว่าไม่ได้ทำอาชีพโสเภณีแต่กลับรับเงินจากเขา มันคงฟังดูตลกและย้อนแย้งมากเกินไป
“ไม่เอาค่ะ” แต่เขาก็ส่ายหน้าดิก ร่างสูงหันมาหาเธอแบบเต็มทั้งตัว เอาแขนไพล่ไปด้านหลังและไม่แตะเธอแม้แต่ปลายเล็บ ทว่ายื่นใบหน้าเข้าหาจนยิ้มต้องเป็นฝ่ายล่าถอยเอง
“ไม่เอาได้ไงคะ”
“ผมให้เป็นค่าทำขวัญ อีกอย่างการตรวจร่างกายมันก็ต้องใช้เงินไม่ใช่เหรอ บอกแล้วไงว่าผมรวย เงินแค่นั้นไม่ทำให้เดือดร้อนหรอก” และถึงสิ่งที่พูดฟังเผิน ๆ จะน่าหมั่นไส้ไปนิด ทว่าโทนเสียงก็ยังทำให้ยิ้มรู้สึกได้ว่าเขาหมายความอย่างนั้นจริง ๆ
“ก็ได้ค่ะ แล้ว…รู้แบบนี้คุณคงจะบอกคุณแฝดใช่ไหมคะ”
“ต้องบอกค่ะ แต่เดี๋ยวผมจัดการให้หนูเอง”
“ขอบคุณค่ะ”
“ขอแค่ปลดบล็อกผมก็พอ ผมอยากมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับหนูนะคะ ถ้าหนูไม่ว่าอะไร” มือที่เพิ่งยกขึ้นไหว้เขาเมื่อครู่ลดลงมาเล็กน้อย
ดวงตากลมโตช้อนมองเขาที่ยังเอาแต่ยื่นหน้าเข้ามาอยู่ได้ คิดอยู่ในใจว่าคงไม่มีใครหว่านพืชแล้วจะไม่หวังผล ทุกคนล้วนทำสิ่งหนึ่งเพื่ออีกสิ่งที่ต้องการกันหมด
เขาเองก็คงไม่ใช่เทวดามาจากไหน ดูจะเป็นผู้ชายร้าย ๆ เสียด้วยซ้ำ
“ทำความรู้จักหมายถึงแบบไหนคะ หนูไม่ได้ทำงานแบบนั้นนะ คุณก็น่าจะรู้แล้ว”
“ผมรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ ที่บอกว่าอยากรู้จักคือจะจีบ หนูเองก็คงมองออกว่าผมชอบ ผมบอกเฮียแฝดไปแล้วด้วย คาดโทษผมกันแทบตายว่าถ้าเล่น ๆ กับหนูผมโดนเล่นงานแน่”
ทว่าขณะที่คิด เธอก็ยังคาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดตรงขนาดนี้ ยิ้มอึ้งไปเล็กน้อย ยิ่งรู้ว่าเขาไปคุยกับพี่เขยทำเหมือนเข้าทางผู้ใหญ่ก็ยิ่งไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไร
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพูดตรงของไคเฉิงมันนุ่มนวลมากพอให้เธอไม่รู้สึกกลัว เขาไม่อ้อมค้อมก็จริงแต่ก็ไม่ได้กระโชกโฮกฮากหรือตรงเข้ามาบังคับ
เหมือนแค่อยากแสดงความจริงใจก็เท่านั้น
คนรุ่นจีบผู้หญิงแบบนี้เหรอ หรือมีแค่เขาที่จีบแบบนี้
“แต่เราอายุห่างกันเยอะนะคะ”
“หนูยิ้มคะ”
“ชื่อยิ้มเฉย ๆ ค่ะ”
“ค่ะหนูยิ้มเฉย ๆ จะบอกว่าผมแก่เกินเหรอ”
“แล้วแก่ไหมล่ะคะ”
“ปีนี้ผมเพิ่งจะสามสิบสอง”
“แต่หนูเพิ่งยี่สิบ ก็แก่กว่าเยอะอยู่นะคะ”
“...คำก็แก่สองคำก็แก่ แก่แล้วมันไม่มีหัวใจรักใครไม่เป็นหรือไง หนูจะฟันคนแก่แล้วทิ้งเหรอคะ หน้าตาก็สวยตัวก็เล็กแค่นี้ ทำไมใจร้ายจัง" ท่าทางนอยด์รับประทานของชายหนุ่มตรงหน้า ทำเอาเด็กสาวที่กระเซ้าเขาอยู่เมื่อครู่ถึงกับนิ่ง
ตัดพ้ออะไรขนาดล่ะนั่น เอาซะสำนึกผิดแทบไม่ทันเลย
“หนูไม่ได้จะฟันแล้วทิ้งสักหน่อย เรื่องคืนนั้นมันเป็นความเข้าใจผิดนี่คะ หนูโดนวางยาส่วนคุณเองก็เมา”
“ถ้าไม่ได้ฟันแล้วทิ้ง แล้วหนูบล็อกผมทำไม”
“ก็คุณคิดว่าหนูขายตัว ในสถานการณ์นั้นหนูก็ต้องบล็อกคุณอยู่แล้ว”
“ผมไม่ได้ตั้งใจค่ะ ให้โอกาสได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ได้ไหม แค่ทำความรู้จักก่อนยังไม่จีบก็ได้ จนกว่าจะจัดการเรื่องคนที่วางยาหนูเรียบร้อย ผมไม่กล้ามาเล่น ๆ กับหนูหรอก พวกคุณเสือเอาตาย”
“อายุตั้งสามสิบสอง ยังไม่แต่งงานมีลูกเหรอคะ” เด็กสาวชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะถามเขาไปตามตรง สายตาแม้ไม่ถึงขนาดจ้องจับผิดแต่ก็ไม่ละไปไหน
เผื่อว่าผู้ชายอายุเท่าเขาจะมีลูกล่อลูกชนอะไรที่เธอตามไม่ทันบ้าง ใครจะไปรู้ จะมาขอทำความรู้จักกัน แต่อายุขนาดเขาไม่ใช่ว่ามีเมียมีลูกเป็นโขยงแล้วจะให้เธอเป็นเมียน้อยหรอกนะ
ถ้าต้องเป็นแบบนั้นเธอไม่มีใครเสียดีกว่า
“ผมโสด ไม่ได้มีเมียหรือลูกอยู่ที่จีนแน่นอนค่ะ”
“แน่ใจเหรอคะ”
“ถามพี่เขยหนูก็ได้”
“...เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่าหนูคงปลดบล็อกไม่ได้หรอกนะคะ เพราะหนูไม่ได้ใช้เบอร์ที่ให้คุณไปแล้ว เดี๋ยวหนูให้เบอร์ใหม่ไปแล้วกันค่ะ” เมื่อไม่เห็นสิ่งที่มองหายิ้มเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น
แม้ตอนแรกจะตั้งใจไม่เจอกันกับเขาอีก แต่เธอมีความจำเป็นที่ต้องให้ไคเฉิงช่วย เขาเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นเพื่อนกับพี่เขย แถมเป็นคนที่คุณแฝดไว้ใจให้มาคุยกับเธอ
“นี่ค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ”
ที่สำคัญหากเขาสามารถจัดการสองคนนั้นให้ได้ ต่อให้เป็นวิธีแบบศาลเตี้ยแต่ก็ถือว่าได้เธอประโยชน์ เรื่องทำความรู้จักมันเป็นเรื่องของอนาคต อีกอย่างเขาเองก็รูปร่างหน้าตาดี ถึงจะดูดุไปหน่อยแต่พอได้คุยก็ไม่ได้อันตรายอะไร
แถมยังกล้าบอกความรู้สึกออกมาตรง ๆ แบบนั้น สำหรับเธอเขาถือว่าเป็นคนที่น่าสนใจคนหนึ่ง
จะลองดูสักตั้งก็แล้วกัน หวังว่าคุณพี่เขาจะไม่ยอมแพ้หนีหายไปเสียก่อน เพราะคนอย่างอียิ้มมันก็แสบไม่แพ้ใครเขาหรอก
"อึ่ก อ๊ะ แรงอีก อื้อ!"เสียงครวญครางสั่นระคนเสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง อุณหภูมิห้องที่เดิมทีเย็นสบายในตอนนี้กลับร้อนระอุจนแทบหลอมละลายภายใต้แสงสว่างช่วงกลางวันที่ส่องลอดเข้ามาผ่านบานกระจก ปรากฏร่างของหนุ่มสาวกำลังกอดก่ายแนบชิด เด็กสาวตัวขาวกำลังนอนคว่ำคลานสี่ขาร่อนสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นลำเขื่องด้านหลังอย่างลืนอาย ส่วนชายหนุ่มเบื้องหลังก็กำลังยืนเข่าอย่างมั่นคงทว่าเกร็งสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าหล่อของไคเฉิงเชิดขึ้นขณะที่ฝากฝังส่วนหน้าของตนเข้าในช่องทางร้อนผ่าวหนัก ๆ มือขยำก้อนซาลาเปาขาวนุ่มทั้งสองข้างจนล้นออกมาง่ามนิ้วไม่นานมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นฟาดแก้มก้นงอนเสียงดังลั่นเพี๊ยะ!!“อ๊า!” ยิ้มสั่นระริกไปทั้งร่าง แขนที่ยันกายเอาไว้กับที่นอนเหมือนจะเสียหลักได้ในทุกเมื่อ ใบหน้าหวานหยดเหยเกด้วยความเสียวซ่านขณะที่ในอกรู้สึกได้ถึงไฟปรารถนาเผาไหม้อย่างรุนแรงด้านชายหนุ่ม ดวงตาคมกริบกำลังจดจ้องถ้ำเนื้อชุ่มฉ่ำที่ขมิบรัดแก่นกายก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก บั้นท้ายที่เด้งขึ้นลงยามที่เขากดกายกระแทกยังน่ามองเสมอเช่นเดียวกันกับแผ่นหลังนวลเนียนเปียกชื้นสะท้อนแสงไฟเป็นมันวาว ปกคลุมด้วยเส้นผมสียาว
“เอ่อ เฮียไคคะ”ด้านคนถาม เมื่อเห็นเธอหน้าแดงมองไปด้านหลังก็มองตามสายตาไป คล้ายจะเพิ่งนึกได้ขึ้นมาว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังจึงโบกมือให้สองคนนั้นไปจัดการสัมภาระกระเป๋าเดินทางทั้งหมดส่วนตัวเองยืนจับมือเล็กรอจนทุกคนออกไปจากห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้วจึงหันกลับมาหายิ้มอีกครั้ง“ว่าไง คิดถึงเฮียไหม” เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองสัปดาห์เขาคิดถึงเธอจะแย่แล้วไม่ถามเปล่าแต่เขายังช้อนอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวก่อนจะพาเดินไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น แขนแกร่งเกาะเกี่ยวเอวคอดของคนบนตักเอาไว้นอกจากนั้นยังหันไปจูบเรียวแขนขาวที่โอบรอบลำคอของตัวเองอยู่เสียด้วย“คิดถึงค่ะ หนูคิดถึงเฮียไคเหมือนกัน” คำตอบนั้นพร้อมกับรอยยิ้มหวานและมือนิ่มที่ลูบเบา ๆ ที่ข้างแก้มทำเอาชายหนุ่มที่เพิ่งทวงถามกลายเป็นคนเขินเสียเองไม่รู้หนูยิ้มใช้เวทมนตร์แขนงไหนแต่เธอเหมือนสามารถพลิกมาสะกดใจเขาได้ทุกเมื่อ เธอมีโมเม้นต์ที่เขินเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เขินถึงขนาดที่เขาจะสามารถแกล้งได้เวลาเดียวที่จะมีสิทธิ์แกล้งแม่คนนี้มีแค่เวลาอยู่บนเตียงด้วยกัน นอกนั้นเขารุกไปเธอจะรุกกลับ ใช้ดวงตาคู่นั้นจ้องดึงลมหายใจไปจากตัวเขา แถมสู้ไม่
“แม่ฉันไม่ได้ว่า ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน จะว่าเป็นเพราะพี่ไคให้รถมาใช้แม่เย็นก็ไม่ได้ว่าอะไรตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วนะ แค่บอกฉันว่าทำอะไรก็ให้รู้จักป้องกัน แต่ถ้าพลาดให้บอกทันทีอะไรงี้”‘ไอ้รอบที่แกไปนอนค้างห้องพี่เขาอ่ะนะ’“นั่นแหละ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ไคเป็นใครมาจากไหน หรือว่ารู้จักอะไรกับคุณแฝด”‘ฉันถามอะไรหน่อยสิยิ้ม’“ว่า”‘พี่รักรู้เรื่องนี้ไหม ที่แกกำลังคุย ๆ แบบท้องชนกันกับฮีอยู่’“น่าจะรู้มั้ง เพราะว่าตอนที่โทรมาถามฉันเรื่องไอ้พัตเตอร์ พี่รักก็ดูไม่ได้สงสัยนะว่าสามีตัวเองไปรู้มาจากไหน น่าจะคุยกันแล้วมั้งว่าคุณแฝดไปรู้เรื่องมาได้ยังไง”‘ชัดเลย’“อะไรวะ”‘ฉันว่าที่แม่แกไม่ว่าไม่ใช่ว่าไม่ห่วงหรอก แต่อาจจะคุยกับพี่รักแล้วและรู้ว่าคุณไคเป็นเพื่อนฮีแฝด แถมเป็นน้องฮีทิม แกบอกฉันอยู่เหมือนกันนี่ว่าเขาต้องผ่านด่านสองคนนั้น”“เหรอวะ”“ใช่ ถ้าผ่านได้มันก็ไม่น่าห่วงไง ยังไงคุณไคก็ต้องเกรงใจคุณแฝด เกรงใจพี่ชายตัวเอง ไม่กล้าทำอะไรไม่ดีกับแก’ได้ฟังที่เพื่อนพูดแล้วยิ้มก็คิดย้อนไปถึงวันแรกที่แม่ถามเธอว่าไปนอนห้องเพื่อนหรือนอนห้องแฟน ตอนนั้นแม่ก็ดูใจเย็นเกินไปจนน่าสงสัยจริง ๆเป็นไปได้ว่าจะรู้ม
ท่าทีของยิ้มเหมือนจะทำให้พัตเตอร์ยิ่งโกรธจัด ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้ามาหา มือคว้าไหล่ข้างซ้ายเอาไว้แล้วบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บ ทั้งยังกระชากจนร่างของหญิงสาวเสียหลักปลิวตามแรงดึง“ได้เป็นกะหรี่ไฮโซเข้าหน่อยทำมาเป็นชูคอ ทีกูขอเอาละทำเป็นสะดีดสะดิ้ง ถ้าขายตัวทำไมไม่บอกวะ หรือคิดว่ากูไม่รวยเท่าเสียแก่ ๆ ของมึง ออดี้คันละไม่กี่บาทกูซื้อให้ขับได้อยู่แล้ว”“พูดเหี้ยอะไรของมึง ออกห่างจากเพื่อนกูเลยนะ” ยังไม่ทันที่ยิ้มจะได้ด่ากลับให้สมกับความปากหมาของมัน ญารินที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็จ้ำเท้าเดินเข้ามาแทรกตรงกลางและผลักอกของพัตเตอร์จนมือหลุดออกพอเป็นญารินอีกฝ่ายพลันหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ลดละสิ่งที่กำลังทำอยู่ คล้ายกับหากหยุดมันอีโก้จะพังทลายไม่มีชิ้นดีอย่างไรอย่างนั้น“ไม่เกี่ยวกับมึง อย่าเสือก”“แล้วมันเกี่ยวกับมึงเหรอ ยิ้มมันจะขับรถอะไรแล้วเกี่ยวอะไรกับมึงไม่ทราบ หา!! เป็นถึงลูกผู้กำกับแต่กลับทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน พ่อแม่มึงอายไหมแบบนี้”“มึงอย่ามาด่าถึงพ่อแม่กูนะ”“กูด่ามึงค่ะ อีสมองหมาปัญญาควาย”“อีเวรนี่ นึกว่าบ้านมึงใหญ่แล้วกูจะกลัวเหรอ”“มึงไม่ต้องกลัวกูหรอก ฝั่งยิ้มมันก็ไม่ได้ไก่
หลายวันต่อมา“ยิ้ม ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ส้มตำป้าดาน่าจะทำพิษว่ะ”“อืมไปสิ เดี๋ยวฉันดูของให้”“อืมขอบใจนะ โอ๊ยไม่ไหวละ”เมื่อเพื่อนสาวจ้ำเท้าไปแล้วยิ้มก็กลับมาตั้งใจอ่านหนังสือเรียนในมือต่อ เพราะออกไปใช้เวลาอยู่กับไคเฉิงหลายวันเพิ่งจะได้กลับมาทุ่มกับการเรียนเต็มที่ได้ไม่นานช่วงนี้จึงต้องกลับมาอ่านหนังสือชดเชยให้มาทว่าอ่านไปได้เพียงยี่สิบนาทีโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากลับสั่นครืด หยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของคนไกลที่ห่างกันได้หลายวันแล้วเขาไม่ได้โทรเป็นวิดีโอคอลเพราะรู้ว่าเธออยู่มหาวิทยาลัย เห็นอย่างนั้นเด็กสาวจึงวางหนังสือลงบนหน้าตัก ก่อนจะกดรับสายด้วยรอยยิ้มแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู“ค่ะเฮียไค”‘ทำอะไรอยู่คะ’ เสียงนุ่มทุ้มที่ส่งผ่านสายมาพาให้ความเคร่งเครียดจากการอ่านหนังสือลดน้อยลงไปมาก ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มของเขา ทั้งที่เราคุยกันแบบไม่ได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ“อ่านหนังสือช่วงรอเรียนค่ะ เฮียไคล่ะคะ”‘เฮียเพิ่งกลับจากบ้านใหญ่ค่ะ คิดถึงหนูจัง หนูเป็นไงบ้างวันนี้ เรียนหนักไหมคะ’“หนักนิดนึง อาจารย์ก็สั่งงานเยอะ” เธอว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แม้ไม่ได้ตั้งใจงอแงกับเขาแต่เหม
ด้านฝั่งประเทศไทย ยิ้มที่กลับมาใช้ชีวิตปกติหลังไคเฉิงบินกลับจีน ก็พบว่าเขาเพิ่งจะเพิ่มเพื่อนเฟสบุ๊คของเธอ…เด็กสาวไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับการได้เห็นคำขอเป็นเพื่อนของเฟสบุ๊คชื่อ ‘Huang KaiCheng’ เด้งขึ้นมาในกล่องแจ้งเตือน เพราะต่อให้จะตีลังกาคิดหลอกตัวเองอย่างไร คนที่จะใช้ชื่อนี้มันก็มีแค่เขาฝ่ายนั้นเพิ่งจะกดมาเมื่อราวชั่วโมงก่อนหลังจากที่เธอไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์รูปหลานในเฟสบุ๊คของพี่เขย เขาคงไปเจอเธอในเฟสบุ๊คคุณแฝดสักคนเข้า กลับจีนไปวันเดียวก็เล่นเธอเลยเหรอ“โอ๊ย!! จะบ้า” หญิงสาวในชุดนักศึกษาเต็มยศเอ่ยลอดไรฟัน อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะสักพันครั้ง เจอเฟสบุ๊คไม่ว่าแต่เธอวิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองฉ่ำมากด่าชายแทร่ ความเหลื่อมล้ำ นายทุนกิน จีนเทา สงครามทั้งในและนอก จีนเทา สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ซ้ายจัดแบบตกขอบโลก ซ้ำร้ายทุกโพสต์ตั้งเป็นสาธารณะ...ก็ไม่ได้อายหรอกที่ตัวเองมีมุมมองทางการเมืองและสังคมแบบนี้ แต่เธอยังไม่พร้อมให้เขารับรู้ไง นั่นแหละคือประเด็น“ตายห่าละอียิ้ม” แต่เรื่องที่เขาเจอเฟสบุ๊คก็ยังไม่เท่ากับที่มากดไลค์ใต้โพสต์ด่าจีนเทา เด็กสาวแทบจะหงายลงจากม้านั่งเสียตั้งแต่ตอน
ไม่นานนักทั้งสองคนก็ขึ้นมาถึงห้องที่ไคเฉิงเปิดเอาไว้ ยิ้มรู้แค่ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมเดียวกับที่เราเจอกันครั้งแรก เธอมัวแต่ร้องไห้จนดวงตาพร่ามัวมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าเลขห้องคืออะไรจะใช่ห้องเดิมที่เคยเสียบริสุทธิ์หรือไม่ ในยามนี้เด็กสาวไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องปิดลงและเขาก็รั้งตัวเ
"ซ้อมให้น่วมแต่อย่าให้ตาย อย่าให้โดนอวัยวะสำคัญ เอาให้เจ็บระบมต้องนอนพักไปสักเดือน แล้วก็สอนมันด้วยว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก เผื่อพ่อแม่มันไม่สอนถึงได้ทำตัวระยำแบบนี้"'คนผู้หญิงล่ะครับ'"ซ้อมเหมือนคนผู้ชาย บอกมันด้วยทีหน้าทีหลังอย่าคิดทำร้ายผู้หญิงด้วยกันแบบนั้นอีก และนอกจากซ้อมห้ามมีใครแตะเด็กคน
“จอดตรงนี้แหละค่ะเฮียไค เดี๋ยวหนูนั่งวินเข้าไปเอง”“ไม่ให้เข้าไปส่งที่บ้านเหรอคะ”“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูยังไม่อยากให้แม่เห็นว่ามีคนมาส่ง” เด็กสาวส่ายหน้าดิกยามที่เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ยิ้มยังใช้น้ำเสียงสุภาพเพราะอยากให้เขาเข้าใจว่าให้เข้าไปส่งไม่ได้ และนี่เป็นเรื่องซีเรียสมากสำหรับบ้านเธอ“แม่หวงเหรอ”
“ที่นี่เหรอคะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่แหละร้านประจำของหนูกับเพื่อน”เด็กสาวตอบด้วยใบหน้าชื่นบาน ตอนแรกกะจะเขาพาไปร้านโปรดจริง ๆ อยู่หรอก แต่ดันเกิดสงสารพ่อเจ้าประคุณที่จะต้องมานั่งร้านส้มตำข้างทางขึ้นมาสุดท้ายจึงเปลี่ยนใจไปเลือกร้านที่อร่อยน้อยกว่าแต่มีแอร์แทน เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งกินของเผ็ดแบบร้อ







