Masukบนห้องวีไอพีของคลับหรูตกแต่งด้วยโทนเข้มส่งให้บรรยากาศดูเงียบสงบแตกต่างจากด้านล่างอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะกระจกมีขวดวิสกี้ราคาแพงและแก้วคริสตัลวางอยู่
อคิราห์นั่งพิงพนักอยู่บนโซฟาหนังสีดำสองมือประสานกันแนบหน้าขา ใบหน้าคมสันยังคงเรียบนิ่งขณะในหัวกำลังคิดวนเวียนอยู่กับคำสั่งของผู้เป็นปู่จนทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
อนาวินนั่งเอนหลังสบาย ๆ พลางยกแก้วเหล้าขึ้นหมุนเล่น ก่อนจะปรายตามองญาติผู้พี่ที่ยังคงนั่งเงียบไม่เอ่ยอะไรออกมา
“เฮ้ย! ทำไมต้องเครียดขนาดนั้นวะ ปู่ให้มึงหาเมียนะเว้ยไม่ได้ให้ไปออกรบสักหน่อย”
ญาติผู้น้องพูดอย่างไม่อ้อมค้อม กะอีแค่หาเมียสักคน ไม่เข้าใจเลยว่าไอ้คนเย็นชาจะเคร่งเครียดอะไรขนาดนั้น
“หาลูกสาวตระกูลไฮโซสักคน ยังไงต้องมีคนอยากแต่งกับมึงอยู่แล้ว”
เขาเอ่ยทีเล่นทีจริง คนฟังยังคงนั่งนิ่งราวกับไม่ได้ยิน อคิราห์ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยตอบ
อนาวินหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามากระซิบกระซาบเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำเป็นไม่ได้ยิน
“หรือไม่ก็หาดารานางแบบสวย ๆ สักคน อยากได้แบบไหนมึงก็แค่ชี้นิ้วเลือก ไม่เห็นจะยากเลย”
อคิราห์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะกระจก
“กูไม่ชอบเป็นข่าว แล้วก็ไม่ชอบอยู่ในสังคมจอมปลอมมึงก็รู้ ตอนนี้ก็ไม่อยากผูกมัดกับใครด้วย พวกไฮโซหรือดาราตัดทิ้งไปเลย”
อนาวินหัวเราะเบา ๆ พลางยกมือขึ้นตบไหล่พี่ชายอย่างไม่จริงจังนัก
จริงอยู่ที่อคิราห์ชอบทำตัวลึกลับ ไม่ชอบเข้าสังคม ตั้งแต่มีตำแหน่งว่าที่ผู้นำคนล่าสุดของตระกูล เขาก็ยังไม่เคยแสดงตัวตนต่อหน้าสาธารณชน น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาคืออคิราห์ วราฤทธิ์
“เออ ๆ กูรู้ว่ามึงไม่ชอบ แต่จะทำไงได้วะ ยังไงมึงก็ต้องทำตามที่รับปากกับปู่อยู่ดี”
“กูถึงกลุ้มใจอยู่นี่ไง”
น้ำเสียงจริงจังที่เปล่งออกมาทำให้อนาวินเงียบลงไปชั่วครู่
ขณะจ้องหน้าพี่ชายที่มักสุขุมเกินวัย พลันบางสิ่งบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัวสมองอันชาญฉลาดของนายแพทย์หนุ่ม
“ถ้ามึงไม่อยากผูกมัด มึงก็จ้างใครสักคนมาเป็นเมียเพื่อตบตาปู่ซะสิ ทำสัญญาว่าจ้างหลังจบงานก็แยกย้าย แบบนี้ดีไหม”
ความคิดของญาติผู้น้องทำให้อคิราห์ชะงัก เขาหันไปสบตากับหมอวินแล้วยกยิ้มเสมือนเห็นดีเห็นงามกับความคิดนั้น ก่อนสีหน้าจะเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
“มึงพูดเหมือนหาง่าย”
แม้จะเป็นความคิดที่ดี แต่การจะหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย
หมอหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ยกมือลูบคางขณะใช้ความคิด ก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วเดินไปที่ผนังกระจกซึ่งสามารถมองเห็นด้านล่างของคลับหรูได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ขณะดวงตากวาดมองไปอย่างไม่ได้จับจุดเพราะกำลังหาทางออกให้กับเรื่องที่เพิ่งคุยกับพี่ชาย พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับเหตุการณ์วุ่นวายด้านล่าง
ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวจดจ้องใบหน้าหวานของสาวสวยในชุดเดรสสีแดงสดที่กำลังถูกผู้หญิงคนหนึ่งเอาค็อกเทลราดหัว
“นั่นใช่ ลูกแมวน้อยของมึงรึเปล่าวะ”
อคิราห์หันขวับมาทางหมอหนุ่มก่อนจะลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปหา เพ่งมองไปยังเหตุการณ์ด้านล่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจำหญิงสาวที่กำลังถูกรุมรังแกได้เป็นอย่างดี
‘น้ำฟ้า’
คิดในใจไม่ทันไรก็รีบเดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องโดยไม่บอกไม่กล่าว หมอวินยิ้มขำท่าทางร้อนรนของญาติผู้พี่
เขาคิดออกแล้วล่ะว่าจะจ้างใครมาแสดงละครเป็นเมียปลอม ๆ ของอคิราห์ดี ไม่แน่ว่างานนี้พี่ชายของเขาอาจจะได้เมียจริง ๆ ก็เป็นได้
“เฮ้ย! รอด้วยดิ”
เมื่อคิดได้ดังนั้นอนาวินก็รีบเดินตามพี่ชายไปติด ๆ
เสียงหัวเราะเยาะของผู้หญิงที่ยืนรายล้อมน้ำฟ้าดังสะท้อนขึ้นมาถึงชั้นสองบั่นทอนความอดทนของอคิราห์ให้เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ
ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด กรามหนาขบกันจนเป็นสันขณะเดินมุ่งไปยังจุดเกิดเหตุ
“มึงจะรีบไปไหน รอดูไปก่อน”
หมอวินคว้าต้นแขนพี่ชายเอาไว้ ไม่อยากให้เข้าไปยุ่งในทันที ยืนรอดูเหตุการณ์ก่อนดีกว่า
คนถูกห้ามทำสีหน้าไม่พอใจ ทว่าก็ไม่อยากออกตัวมากไป เดี๋ยวไอ้คนปากมากจะคิดเองเออเองว่าเขาคิดอะไรกับเด็กน้ำฟ้านั่น จึงยอมทำตามคำแนะนำ ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังไทยมุงรอดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า
“ลูกแมวน้อยของมึง ท่าทางดื้อเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ”
คนเป็นน้องเอียงหน้ามากระซิบพลางเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาที่ทอดมองไปยังน้ำฟ้าเปล่งประกายไปด้วยความเอ็นดู วันแรกที่ได้พบกัน เธอเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่ยังไม่รู้จักคมเล็บของตัวเอง ตาแป๋ว ใสซื่อ น่าทะนุถนอมในสายตาของเขา ทว่าภาพตรงหน้าตอนนี้กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
“ของกูที่ไหน”
ตอบกลับทันควันขณะตวัดหางตาใส่น้องชายแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปจดจ่ออยู่กับเหตุการณ์เบื้องหน้าอีกครั้ง ตอนนี้ดูเหมือนว่าหญิงสาวกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากผู้จัดการของร้านกำลังช่วยอีกฝ่ายรุมเล่นงานเธออยู่
ชายหนุ่มไม่รอช้า ก้าวเท้ายาว ๆ ฝ่าฝูงชนเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัวใคร ไม่แม้แต่จะสนใจเสียงทัดทานจากญาติผู้น้องที่ดังขึ้นตามหลัง
“เฮ้ย! ไอ้คินใจเย็นดิ”
ตอนนี้ไม่เย็นแม่งแล้ว
“กล้ามีเรื่องกับคนของวราฤทธิ์ แสดงว่าพวกมึงไม่กลัวตายกันสินะ”
อคิราห์ตวาดเสียงเข้มขณะเดินเข้าไปในวงล้อม มือหนาผลักการ์ดร่างใหญ่ออกจากหญิงสาวแล้วดึงรั้งตัวเธอมาไว้ในอ้อมแขน ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองกลุ่มคนที่รุมทำร้ายเธออย่างดุดัน
สายตาทุกคู่จับจ้องมายังร่างสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างทรงอำนาจ ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งฉายแววเย็นชาแฝงไปด้วยพลังบางอย่างที่ยากจะต้านทาน
เสียงเชียร์ฮือฮาที่เคยดังกระหึ่มในร้านค่อย ๆ แผ่วลงกลายเป็นความเงียบงัน ทุกคนต่างรอดูว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร
แม้ดวงตาคมจะดูน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าสบตาแต่ก็ใช่ว่าจะทำให้ปลายรุ้งสงบลงได้ เธอยังคงแสดงท่าทางอวดดีเพราะคิดว่าตัวเองมีคนหนุนหลัง ยังไงซะเจ้าของคลับแห่งนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทพ่อเธออยู่แล้ว
“คุณเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย”
ผู้จัดการร้านเอ่ยเสียงแข็งอย่างไม่ได้เกรงกลัว
คนของวราฤทธิ์อะไรกัน แอบอ้างมากกว่า
“ใช่! เป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย”
ปลายรุ้งพูดเสริมทัพ ก่อนจะเบ้ปากใส่ชายหนุ่ม แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
แม้จะยอมรับในใจว่าผู้ชายตรงหน้าหล่อเหลาจนใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง แต่สำหรับเธอแล้วเขาคงไม่ต่างอะไรจากสิ่งของไร้ค่า พวกพ้องของน้ำฟ้าคงมีแต่คนฐานะต่ำต้อยทั้งนั้น
คิดว่าตัวเองเป็นคุณชายจากตระกูลวราฤทธิ์รึไงกัน ฝันเฟื่อง
คนทั้งวงสังคมต่างก็รู้ดีว่าคุณชายจากตระกูลดังเป็นบุคคลลึกลับ ไม่ปรากฏตัวในที่สาธารณะง่าย ๆ และทุกครั้งที่ไปไหนมาไหนก็มักจะมีบอดี้การ์ดนับสิบคอยตามอารักขา ไม่ใช่มาคนเดียวแบบนี้
“เป็นไรไหม”
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคนที่เอาแต่แหกปาก เขาหันไปถามคนในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาก่อนจะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
“คุณ!”
‘นี่เขาช่วยเธอไว้อีกแล้วเหรอ’
หลายเดือนต่อมาแสงไฟสีขาวนวลสาดส่องไปทั่วโถงทางเดินหน้าห้องคลอด เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะสลับไปมากับเสียงถอนหายใจที่ดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาดัง ๆทุกสายตาจับจ้องไปยังประตูบานใหญ่ซึ่งปิดสนิท เฝ้ารอฟังเสียงด้านในด้วยใจจดจ่อคุณปู่อนันต์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินวนไปวนมา ดวงตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ลุกเดินไม่ทันไรก็กลับมานั่งอีกแล้ว“ทำไมนานจังนะ”เสียงพึมพำหลุดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากเบา ๆ คราวนี้เป็นเสียงของพ่อน้ำฟ้าที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากปู่อนันต์มากนักแม่น้ำฟ้านั่งพิงเบาะ สองมือประสานกันแน่นอยู่บนตัก“นั่นสิ นี่ก็นานแล้วนะ”พูดแล้วยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้ อธิษฐานขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกมารวมตัวกันที่นี่เพื่อคุ้มครองให้ลูกสาวและหลานทั้งสองคนปลอดภัยอนาวินยืนพิงผนังกอดอกแน่น สีหน้าครุ่นคิด ต่างจากบุคลิกสบาย ๆ ตามปกติ เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆอรนลินยืนอยู่ข้าง ๆ มือกำชายกระโปรงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันคอยลุ้นเอาใจช่วยคนที่อยู่ในห้องไม่ไกลออก
น้ำฟ้านอนอยู่บนเตียงตรวจ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก ตาคู่สวยจับจ้องไปยังจอภาพอัลตราซาวนด์ไม่กะพริบราวกับไม่อยากพลาดเหตุการณ์แม้แต่เสี้ยววินาทีอคิราห์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม้จะพยายามทำเป็นนิ่งเฉย แต่สีหน้าก็ไม่สามารถปิดบังความตื่นเต้นได้เลยบรรยากาศในห้องตรวจเงียบงันราวกับเวลาถูกดึงให้ยืดยาวออกไป หลังจากตรวจเช็กทุกอย่างจนแน่ใจ คุณหมอก็หันมาส่งยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์แล้วค่ะ แถมยังเป็นลูกแฝดด้วยนะคะ”ประโยคนั้นเหมือนปลดล็อกทุกลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้น้ำฟ้าเบิกตากว้าง มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากโดยอัตโนมัติ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที“ลูกแฝดเหรอคะ”อคิราห์ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มกว้างจะค่อย ๆ แผ่ขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาหันไปมองภรรยาแล้วกุมมือเธอแน่นด้วยความดีใจ“พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว”น้ำเสียงสั่น ๆ เต็มไปด้วยความตื้นตัน มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปวางทาบลงบนหน้าท้องแบนราบของเมียรักอย่างทะนุถนอม ดวงตาเป็นประกายตื่นเต้นราวกับเด็กที่กำลังจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษ แถมยังเป็นสองชิ้นพร้อมกันเลยด้วย“เจ้าตัวเล็กของพ่อ”คุณหมอคลี่ยิ้มขณะมองภาพตร
สองปีผ่านไปอคิราห์มาทำงานแต่เช้าอย่างทุกวัน หลังรับตำแหน่งมาได้สามปีทุกอย่างในบริษัทเข้าที่เข้าทาง ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาหรือต้องอยู่เคลียร์งานจนดึกดื่นเหมือนเมื่อก่อนแถมตอนนี้ยังมีน้ำฟ้ามาช่วยเรื่องการเงินและการบัญชีของบริษัท ทำให้เขาผ่อนแรงไปได้มากทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกเหมือนร่างกายไม่ได้พักผ่อน ศีรษะหนักอึ้งราวกับมีอะไรบีบรัดอยู่ตลอดเวลา แถมยังมีอาการคลื่นไส้เป็นระยะโดยเฉพาะช่วงตื่นนอนตอนเช้ากาแฟแก้วโปรดที่เมียชงให้ถูกวางทิ้งไว้แทบไม่ได้แตะ แค่กลิ่นลอยขึ้นมาก็ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องเบือนหน้าหนี“เจ้านายไม่สบายหรือเปล่าครับ”อำพลถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสีหน้าเจ้านายซีดลงผิดปกติ“น่าจะนอนไม่พอ”อคิราห์ตอบสั้น ๆ แม้เสียงจะนิ่ง แต่สีหน้าไม่อาจปิดบังอาการอ่อนล้าได้แม้แต่นิดเดียวลูกน้องคนสนิทหรี่ตาแคบ เจ้านายเขาแทบไม่ได้ทำงานดึกดื่นเหมือนแต่ก่อน เลิกงานก็รีบพาเมียกลับบ้าน นอนไม่พอที่ว่าทำให้ผู้ช่วยหนุ่มคิดดีไม่ได้เลยจริง ๆ‘มีเมียเด็กก็งี้แหละ คิ ๆ’ทว่าแอบหัวเราะเจ้านายได้ไม่ทันไรอำพลก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ ๆ เจ้านายของเขาก็เกิดอาการคลื่นไส้จนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างกะทันหั
เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เธอแอ่นตัวป้อนสองเต้าให้เขาดูดกินได้ถนัดมือหนานวดเฟ้นสองเนินนุ่มนิ่มดูดดึงอย่างเมามันราวกับหิวกระหาย ปลายลิ้นตวัดเลียหัวนมพลางขบเม้มสร้างความเสียวซ่าน“อ๊า~”คนด้านบนบิดกายเร่า ๆ เมื่อถูกฝ่ามือหนาบีบขยำก้นงอน ส่วนกลางเสียดสีเพิ่มอารมณ์กระสันกลางร่องเริ่มมีน้ำไหลเยิ้มออกมาจนสัมผัสได้อคิราห์ลอบยิ้มก่อนจะรั้งใบหน้าสวยลงมาบดจูบ จากนุ่มนวลก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะผละออกเล็กน้อยแล้วพูดเสียงกระเส่า“ถอดเสื้อผ้าออกก่อน”พูดจบก็พลิกร่างเล็กลงด้านข้าง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าเธอออกอย่างรวดเร็วนัยน์ตาคมทอดมองเรือนร่างระหงที่สวยสะกดไปหมดทุกส่วนแล้วยกยิ้มอย่างพึงพอใจเขาถอดชุดคลุมของตัวเองออกจากนั้นก็เป็นฝ่ายขึ้นคร่อมบนตัวเธอ ฝ่ามือหนาวางลงบนสองเต้าอวบอิ่มเกินตัวแล้วบีบขยำจนเนื้อปลิ้นออกมาตามง่ามนิ้ว ก่อนริมฝีปากจะครอบงับลงบนหัวนมสีอ่อนแล้วดูดเลียเร่าร้อน“อื้อ~เบา ๆ สิคะ”เสียงครางท้วงเล็ดลอดออกมาอย่างสุดกลั้นพร้อมกับร่างเล็กที่บิดส่ายไปมา ยิ่งตอนที่ปลายนิ้วบีบบี้บนหัวนมสีอ่อนเธอยิ่งมีอารมณ์สุด ๆ“อยากเลียแล้ว อ้าขาออกกว้าง ๆ หน่อย
ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกสู่เพนต์เฮ้าส์หรู อคิราห์ก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ทันทีเดินผ่านเข้าไปในประตู เขาก็พบกับป้าแม่บ้านซึ่งกำลังง่วนทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ในห้องนั่งเล่น“คุณคินกลับมาแล้วเหรอคะ”“คุณผู้หญิงของป้าล่ะ”“คุณผู้หญิงกำลังอาบน้ำอยู่ค่ะ”เจ้านายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณให้หญิงวัยกลางคนกลับไปพักได้“ป้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”ป้าแม่บ้านโค้งตัวลงแล้วเดินออกจากห้องไปเมื่อในห้องเหลือเพียงความเงียบร่างสูงก็เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอน เขาวางเสื้อสูทลงบนพนักโซฟาอย่างเบามือ คลายกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลอกับร่างเล็กที่เดินออกมาจากห้องน้ำ หญิงสาวในชุดคลุมสีอ่อน มีผ้าขนหนูผืนเล็กพันอยู่บนผมเปียกหมาด ใบหน้าหวานผุดรอยยิ้มทันทีที่เห็นผู้เป็นสามียืนอยู่ในห้อง“กลับมาแล้วเหรอคะ ทานอะไรมารึยัง”อคิราห์พยักหน้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม“พี่ทานข้าวกับลูกค้ามาแล้ว”หลังแต่งงานได้ไม่นานอคิราห์ก็เริ่มแทนตัวเองว่าพี่แทนคำว่าฉันที่ดูเป็นทางการและห่างเหิน อีกอย่างตอนที่เมียรักเรียกเขาด้วยคำสรรพนามสั้น
แสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่างอคิราห์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นกราฟและตัวเลขผลกำไรซึ่งขยับขึ้นจากปีก่อนเกือบเท่าตัวด้วยความพึงพอใจก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนบานประตูจะถูกเปิดออก ผู้ช่วยหนุ่มก้าวเข้ามาอย่างสำรวม“เจ้านายครับ เลขาคนใหม่ที่จะมาเริ่มงานวันนี้มาถึงแล้วครับ ให้ผมพาเข้ามาเลยไหมครับ”เนื่องจากเลขาหน้าห้องคนเดิมได้ยื่นใบลาออกกะทันหัน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องรับเลขาคนใหม่เข้ามาทำงานแทน กระบวนการรับสมัครและการสัมภาษณ์ทั้งหมด อคิราห์มอบหมายให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายหรือมีส่วนร่วมในขั้นตอนดังกล่าวคนเป็นนายละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังผู้ช่วยเพียงครู่เดียว เขาไม่ได้ซักถามหรือแสดงท่าทีใด ๆ เป็นพิเศษ เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเชิงอนุญาตผู้ช่วยรับคำอย่างเข้าใจ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบภายในห้องกลับสู่ความสงบอีกครั้ง อคิราห์หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า แสงจากจอสะท้
ทางด้านครอบครัวของน้ำฟ้า หลังจากได้ดูคลิปของนที สามคนพ่อแม่ลูกก็กอดกันร้องห่มร้องไห้‘พ่อครับ... แม่ครับ... ผมรักพ่อกับแม่นะ ฟ้า...พี่รักน้องนะ ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วฟ้าต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่ฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วย’น้ำฟ้าชะงักค้างตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นภาพพี่ชาย ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาพา
รถพยาบาลจอดสนิทที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไฟไซเรนดับลง ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่เวรเปลรีบเข็นเตียงลงมาเรียงกัน อคิราห์ น้ำฟ้า และโซเฟียถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจในทันทีน้ำฟ้ากับโซเฟียไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง มีเพียงอาการฟกช้ำ และความเครียดที่ถาโถมทำร้ายจิตใจ หมอสั่งให้นอนให้น้
อคิราห์นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถยนต์หรู ท่าทางเต็มไปด้วยความร้อนรน ปลายนิ้วเคาะขาเป็นจังหวะถี่ ๆ อย่างคนพยายามระงับความหงุดหงิดในใจเสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอ แต่รถแทบไม่ขยับไปไหน การจราจรที่หนาแน่นในช่วงค่ำทำให้รถของเขาเคลื่อนตัวราวกับเต่าคลาน ผ่านมาเป็นชั่วโมงแล้วป่านนี้ยังไม่ถึงอีก“ข้างหน้าน่าจะ
รถคันหรูเคลื่อนออกจากตึกสูงมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยของน้ำฟ้า วันนี้อคิราห์ทำหน้าที่เป็นคนขับเองน้ำฟ้านั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าเหมือนตั้งใจหลบการปะทะสายตากับเขา“หลังเลิกเรียนจะไปไหนต่อ”จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้นหญิงสาวหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้ม ก่อนจะตอบไปตามตรง“จะไปเยี่ยมพ่อที่โรง







