LOGINปกรณ์รู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งเข้ามาจากความรู้สึกที่พยายามยับยั้งอยู่ภายใน เขามองเธอด้วยความลังเลเพียงชั่วครู่
ดวงตาสีดำขลับหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ว่าเธอเมาและพูดไปตามอารมณ์
แต่บางสิ่งในตัวเขากลับรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นอย่างไม่สามารถห้ามได้
"พิมพ์ชนก..." เขาพึมพำชื่อของเธออีกครั้งด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะยื่นมือไปจับใบหน้าของเธอเบาๆ
ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนต่างจากปกติ
พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้น มองเขาในระยะใกล้จนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาที่ใกล้ชิด
ริมฝีปากของเขายังคงห่างจากเธอเพียงเสี้ยววินาที ขณะที่เธอก็ยืนนิ่ง มันเหมือนทุกอย่างหยุดลง
และหัวใจของเธอก็เต้นแรงจนรู้สึกเหมือนจะออกจากอก
ปกรณ์สูดหายใจลึกๆ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาช้าๆ จนริมฝีปากของเขาแตะกับริมฝีปากของพิมพ์ชนกอย่างเบาๆ
เขาไม่รีบร้อน แต่รู้สึกถึงความร้อนแรงจากการสัมผัสครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงสัมผัสแผ่วเบา
พิมพ์ชนกตอบรับการจูบของปกรณ์ด้วยความไม่ประสีประสา ริมฝีปากของเธอขยับอย่างเก้ๆ กังๆ
แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ ปกรณ์สัมผัสได้ถึงความเขินอายและความไร้เดียงสาในท่าทางของเธอ
เขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"คุณ...ไม่เคยจูบใครมาก่อนเหรอ?" เขาถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย ถามด้วยเสียงแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความขบขัน
พิมพ์ชนกหน้าร้อนวูบ เธอหลบสายตาเขาอย่างอายๆ ก่อนจะตอบเบาๆ "ใช่…นี่เป็นจูบแรกของฉัน"
คนตัวเล็กตอบอึกๆอักๆปกรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ
น้ำเสียงนั้นเหมือนจะหยอกล้อแต่ก็เต็มไปด้วยความพอใจ เขาโน้มหน้าลงไปกระซิบข้างหูเธอ
"น่ารักดี"
คำพูดของเขาทำให้พิมพ์ชนกรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมา เธอพยายามตั้งสติ
แต่ความใกล้ชิดและสายตาที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินนั้นทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้
ปกรณ์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะยื่นมือมาจับคางเธอเบาๆ และกระซิบอีกครั้ง "..ผมช่วยสอนให้ได้นะ"
พิมพ์ชนกเบิกตากว้าง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบลุกเป็นไฟ เธอพยายามดันตัวเขาออก
แต่ปกรณ์กลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ ความใกล้ชิดครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกถึงเสน่ห์บางอย่างในตัวเธอที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน
"คุณมันคนเจ้าเล่ห์!" เธอพึมพำเบาๆ แต่ปกรณ์กลับยิ้มกว้างกว่าเดิม
"คุณเป็นคนเริ่มก่อนนะ พิมพ์ชนก"
ท่าทางเอียงอายของเธอช่างน่ารักเหลือเกิน เขาประคองใบหน้าอันแดงก่ำของเธออย่างอ่อนโยน
กลิ่นแอลกอฮอล์ จากลมหายใจของเธอปลุกเร้าอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี
ริมฝีปากชุ่มชื้นเผยออกเล็กน้อยราวกับเชื้อเชิญให้เขาลิ้มลอง ริมฝีปากหนาของเขาประกบริมฝีปากบางของเธออย่างรวดเร็ว
"ฮื้อ"
เสียงครางอย่างเย้ายวนของเธอปลุกเร้าของเขา คนตัวเล็กอ่อนระทวยในอ้อมกอดของเขา ชายหนุ่มอุ้มพิมพ์ชนกเดินไปยังอีกห้อง
ปกรณ์ค่อยๆ วางพิมพ์ชนกลงบนเตียงนุ่มในห้องที่เชื่อมกับห้องทำงานของเขาอย่างเบามือ
เสียงลมหายใจหนักหน่วงของเขาผสานกับเสียงหายใจแผ่วเบาของเธอที่ยังเต็มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ ริมฝีปากบางยังคงเผยอเล็กน้อยราวกับรอคอยจุมพิตจากเขา
ปกรณ์พยายามควบคุมตัวเอง แต่ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นจากเธอนั้นรุนแรงเกินกว่าจะควบคุมได้
"พิมพ์ชนก..." เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ราวกับต้องการให้เธอตอบสนอง แต่หญิงสาวที่อ่อนแรงในอ้อมแขนเขาเพียงหรี่ตามอง
ริมฝีปากของเธอกระซิบอย่างแผ่วเบา
"อื่อ"
เสียงของเธอครางตอบเบาๆ สัมผัสจากร่างบางกระตุ้นความดิบเถื่อนในตัวเขาได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากเขาประกบปากเธออย่างรวดเร็ว
จูบของเขาก็เริ่มรุ่นแรงขึ้น ท่อนแขนแข็งแรง
กอดรัดร่างบางให้เข้ามาประชิดแผ่นอกร้อนแผ่วของเขา การลูบไล้ อย่างไร้เดียงสาของเธอกลายเป็นเชื้อไฟที่ร้อนแรงที่สุด
มือหนาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกที่ละเม็ด จนเผยให้เห็นหน้าอกใหญ่ทรงหยดน้ำ มือหนาอีกข้างที่บีบหน้าอกใหญ่อย่างมันส์มือ
ปกรณ์ผละจากร่างบาง มาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง และกางเกงยีนส์ของหญิงสาวให้พ้นตัว มืออีกข้างเกี่ยวเพตตี้ตัวน้อยออก
เขาตวัดละเลงลิ้นไปทั่วเรื่อนของเธอ เขาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ส่วนมืออีกข้างก็ไม่ปล่อยให้ว่าง
จับขาทั้งสองข้างของเธอแยกออกจากกันส่งนิ้วร้อนขยี้ติ่ง ทำเอาร่างบางบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านที่แผ่ไปทุกอณู
นิ้วเรียวค่อยๆแทรกเข้าไปในร่องแคบ ความรัดแน่นภายในทำให้ชายหนุ่มพอใจเสียงครางกระเส่าของเธอดังออกมา
"อ๊าส์…อ๊ะ"
กลีบกุหลาบขมิบตอดรัดนิ้วเรียวเขาขยับนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะ
ริมฝีปากของเขาขบทับทิมบนยอดเนินอวบอิ่ม เขาชอบความงดงามของเต้าทรงหยดน้ำของเธอ เสียงครางเบาๆออกจากริมฝีปากบางๆ
"อื้อ…มะ…ไม่ไหวแล้วคะ"
"พะ…พอแล้วค่ะ…อ๊ะ"
เขาจูบไล่ลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ กลีบอวบอูบเกรี้ยงเกลา มันแย้มเพียงเล็กน้อยน้ำใสๆไหลออกมาเคลือบกลีบอวบอูมทั้งสองข้าง
ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวสอดเข้าไปในช่องแคบที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นร้อน จนเธอตัวบิดกระตุกปล่อยน้ำหวานออกมา
"อ๊ะ…อาห์"
เขายิ้มออกมาอย่างพอใจที่อีกฝ่ายเสร็จสมด้วยนิ้วเรียวของเขา
"เสร็จ ง่ายจัง"
เขาเอื้อมมือดึงลิ้นชักข้างเตียงออกมาพร้อมกับหยิบซองสี่เหลี่ยมออกมา พร้อมกับฉีกมันออกสวมใส่ถุงยางเนื้อบางกับท่อนลำอันใหญ่
ท่อนขาแข็งแรงดันแยกเรียวขาเล็กออกจากกัน ฝ่ามือใหญ่จับท่อนเอ็นอันใหญ่จ่อถู
เข้ากับร่องเล็ก กดหัวบานลงไปในร่องที่คับแคบแล้วดันเข้าไปทีละนิดๆร่องเล็กตอดรัด แท่งเนื้ออุ่นร้อนเมื่อเขาเริ่มสอดใส่มันเข้าไป
"จะ…เจ็บ…คุณเอามันออกก่อนได้ไหมฉันเจ็บ"
"อ้าส์…ของคุณแนนชะมัด"
"เดี๋ยวก็หายเจ็บนะ"
"เบาๆ…หน่อยนะคะ"
"อ้าส์…อื้อ"
เสียงเธอสั่นเมื่อเขาเริ่มขยับช้าๆ ใจของเขาเต้นแรงและเสียงครางของเธอทำให้สติของปกรณ์เลือนหาย
"อ๊ะส์…"
เสียงครางอยู่ในลำคอของเขาขยับเน้นหนักแรงกระแทกที่ตอกตรึงเนิบช้าขยับร่างอย่างช้าๆ
เพื่อไม่ให้เธอเจ็บปวด ร่างบางแอ่นสะโพกขึ้นรับแรงกระแทกจากเขาอย่างลืมตัว
"อืมม์ ยังเจ็บอยู่ไหม"
หญิงสาวใต้ร่างหนาพยักหน้ารับ เขาตอกตรึงเร่าเร้า รัวสะโพกถี่ขึ้น จนเกิดเสียงดัง ตับๆเป็นจังหวะ
"อ้าส์…ฉะ…ฉันเสียว" เสียงครางแผ่วเบาของเธอด้วยความเขินอาย
ท่อนลำแข็งๆตอกตรึงถี่รัวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
พับ พับ พับ
"อ๊าส์" เสียงคำรามในลำคอแหงนเงยหน้าขึ้น สูดปากด้วยความเสียวซ่าน
เขาขยับเข้าออกเป็นจังหวะสั้นๆ เมื่อน้ำหวานจากช่องรักของหญิงสาวหลั่งชโลมแก่นกายแล้ว
เขาค่อยขยับกายตอกตรึงคนใต้ร่างด้วยจังหวะกระแทกลึก
"อ๊าส์…มะ…ไม่ไหวแล้ว ซี้ดดดด~"
"อ้า…เสียว~"
ร่างบางหอบถี่ภายในกายตอดขมิบรัดท่อนเอ็นของเขาจนแน่นกระตุกถี่ๆ ปล่อยน้ำหวานชโลมท่อนเอ็นของเขาจนชุ่ม
"อ๊าาาาส์"
สันกรามของเขาถูกขบเข้าหากันกระแทกเข้าออกซ้ำๆ
บดคว้างเป็นวงกลมหนักหน่วงจนพิมพ์ชนกร้องครางออกมา
"อะ~อ่า~อ๊าส์"
"อื้มมม…ครางชื่อผมสิ"
"…คุณปกรณ์…ขา"
เขาเร่งจังหวะขึ้นอีกเล็กน้อย เอ็นหนาผุบเข้าออกความคับแน่นตอดรัดจนเนื้อนุ่มปลิ้นเข้าออกตามแรงกระแทก
เขาอยากเอาเธอแรงๆ …แต่นี่มันเป็นครั้งแรกของเธอเซ็กส์ครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงแต่ก็ยังดุเดือดเร่าร้อนตามแรง ปรารถนาของทั้งสองคน
" ปัก…ปัก…ปัก"
"เบาๆ …หน่อย…สิฉันจุก"
ลมหายใจทั้งคู่หอบถี่ เสียงครางชื่ออีกฝ่ายไม่ขาด เขาเกี่ยวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นสูงก่อนจะขยับเอวเขาอย่างหนัก
เขาถาโถมแรงกายทั้งหมดตะบี้ตะบันตอกอย่างบ้าคลั่ง ร่องเล็กตอดถี่ขึ้นหลังจากที่เขากระแทกอีกไม่กี่ที่เธอเกร็งกระตุกอีกครั้ง
"อ่าาาาส์"
ทั้งคู่ส่งเสียงออกมาพร้อมกัน น้ำคาวขาวขุ่นฉีดพุ่งเข้าไปสู่เครื่องป้องกันเธอรู้สึกถึงความร้อนของน้ำที่เขาปล่อยออกมา
เขาหายใจหอบถี่ก่อนที่จจะฟุบลงตรงอกนุ่มของเธอหลายครั้งที่ทั้งคู่ตักตวงความสุขจากร่างกายของกันและกัน จนพิมพ์ชนกหมดแรงหลับ
ไปเกือบรุ่งเช้า ปกรณ์มองคนร่างบางที่นอนหลับอย่างอ่อนเพลีย พร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาชักจะติดใจเธอแล้วสิแม่สาวน้อย
1 ปีต่อมา: ปกรณ์ คุณพ่อมือใหม่สุดวุ่นวายกับลูกสาวตัวน้อยเช้าวันหนึ่งที่บ้านของปกรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้และความวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของมาเฟียผู้เคยเยือกเย็นและสุขุมเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากห้องเด็กอ่อน“แงงงงงง!”ปกรณ์สะดุ้งตื่นจากเตียงทันที แม้ใบหน้าจะยังงัวเงีย เขารีบหันไปคว้าเบาะรองข้อศอกเพื่อเตรียมตัวให้นมลูกนี่คือกิจวัตรใหม่ที่เขาเริ่มชิน แต่ก็ยังมีความทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย"พิม! ลูกตื่นแล้ว!" ปกรณ์เรียกภรรยาเสียงดังในขณะที่พยายามอุ้มเด็กน้อยที่กำลังดิ้นงอแงอยู่ในเปลพิมพ์ชนกที่เดินออกมาจากห้องน้ำหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสภาพของสามี เธอยื่นมือมารับลูกจากปกรณ์ พลางพูดแซวว่า"พ่อมือใหม่ยังไม่ชินสินะคะ ทำหน้าเหมือนโลกแตกทุกครั้งที่ลูกร้องเลย"ปกรณ์ยิ้มเก้อๆ ก่อนจะเกาท้ายทอยแก้เขิน"มันก็จริงอยู่ แต่ผมว่าลูกเราเสียงดังมากเลยนะ ไม่ต้องมีสัญญาณเตือนภัยบ้าน เราก็ปลอดภัยแล้ว!"ทั้งคู่หัวเราะไปพร้อมกันหลายเดือนต่อมาความอลเวงช่วงสายเมื่อถึ
วันพิธีรับปริญญาของพิมพ์ชนกมาถึงแล้ว บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะของบัณฑิตใหม่ที่มาเฉลิมฉลองความสำเร็จในชีวิตการเรียนของพวกเขา กับครอบครัว เพื่อนสนิทและคนพิเศษที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีพิมพ์ชนกสวมชุดครุยสีขาวตัดดำเข้ารูป เสริมความสง่างามในตัวเธอไปอีกแบบเธอเดินไปยังจุดถ่ายรูปหลักหน้าอาคารประจำมหาวิทยาลัย ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นปกรณ์ที่ยืนอยู่พร้อมกับแม่ของเธอและเพื่อนๆ ที่ตั้งใจมาให้กำลังใจเธอในวันนี้“ยินดีด้วยนะคนครับเก่ง” ปกรณ์พูดพร้อมกับยิ้มอบอุ่น เขาสวมสูทสีเทาเรียบหรูแม้จะเรียบง่ายแต่กลับดูดีเกินบรรยาย เขาถือช่อดอกกุหลาบสีชมพูพาสเทลไว้ในมือ ยื่นส่งให้เธอด้วยท่าทีอ่อนโยนพิมพ์ชนกรับช่อดอกไม้มา หัวใจอบอุ่นขึ้นในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่เขามอบให้เธอเอ่ยคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวานๆ ที่ทำให้คนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะมองดูทั้งคู่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม“ลูกแม่เก่งที่สุดเลย” แม่ของพิมพ์ชนกพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลางดึงลูกสาวมากอดเ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เคยคุกคามชีวิตเขาและคนที่เขารักได้จบสิ้นลงปกรณ์ก็ใช้เวลาคิดทบทวนถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มตัดสินใจครั้งสำคัญวางมือจากธุรกิจสีเทาอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่สงบสุข และที่สำคัญคือเพื่อปกป้องคนที่เขารักและห่วงใยตอนนี้ปกรณ์หันมาดูแลผับและบริษัทของเขาอย่างจริงจัง โดยเน้นให้กิจการทั้งสองเดินหน้าในกรอบของความถูกต้องตามกฎหมายเขาทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง หลังจากที่ปกรณ์ตัดสินใจวางมือจากธุรกิจสีเทาเขาหันมาทุ่มเททุกอย่างให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงเพื่อความสำเร็จทางการเงินแต่เพื่อต้องการสร้างธุระกิจสำหรับครอบครัวของเขาเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พิมพ์ชนกกำลังจัดโต๊ะอาหารที่ระเบียง ปกรณ์เดินออกมาพร้อมกับยิ้มบางๆดวงตาสะท้อนความผ่อนคลายที่หาได้ยากในวันเก่าๆพิมพ์ชนกวางจานในมืออย่างเบามือ พลางหันไปมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและอบอุ่นใจภาพของชายผู้เคยแข็งกร้าวที่เวลานี้ดูอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม ทำให้หัวใจเธอคล้ายถูกโอ
หลังจากที่ทุกคนเฝ้าพิมพ์ชนกจนล่วงเข้าสู่ตอนดึก ขวัญข้าวที่ดูเหนื่อยล้าเอ่ยขึ้นเบาๆ"พวกเราควรผลัดกันพักบ้างนะ คุณอัคคี คุณกลับไปพักเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเอง"อัคคีขมวดคิ้วมองเธอ ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ "ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนดีกว่า เธอเองก็ดูเหนื่อยไม่น้อยเหมือนกัน"ขวัญข้าวถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หันไปมองปกรณ์ที่ยังคงนั่งจับมือพิมพ์ชนกไม่ปล่อยสายตาของเขาจับจ้องเธออย่างมีความหวัง"คุณปกรณ์คุณพักหน่อยไหม" ขวัญข้าวเอ่ยถามเบาๆปกรณ์ส่ายหน้าโดยไม่หันมอง "ไม่เป็นไร ผมอยากอยู่ตรงนี้ ถ้าพิมฟื้นขึ้นมา ผมอยากให้เห็นหน้าพิมเป็นคนแรก"ขวัญข้าวมองดูเพื่อนของเธอด้วยสายตาเศร้า ก่อนจะหันไปบอกอัคคี"เราไปหาอะไรรองท้องกันหน่อยไหม"อัคคียักไหล่อย่างไม่สนใจ แต่ก็พยักหน้าในที่สุด "โอเค "เมื่อทั้งคู่เดินออกไปจากห้อง ความเงียบงันก็ปกคลุมลงมา ปกรณ์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมือหนาเอื้อมไปปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าพิมพ์ชนกออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขานุ่มนวลราวกับกลัวว่าเธอจะเจ็บ"ขอโทษนะ ที่ปกป้องคุณไม
ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าทาท้องฟ้าด้วยสีส้มและชมพูอ่อน พื้นทรายละเอียดใต้ฝ่าเท้าชวนให้รู้สึกอบอุ่นหยาดน้ำทะเลที่กระเซ็นเข้าหาชายฝั่งเป็นระยะสร้างเสียงคลื่นเบาๆ คล้ายเพลงบรรเลงปกรณ์กุมมือของพิมพ์ชนกไว้อย่างแนบแน่น สัมผัสของเขาอ่อนโยน แต่มั่นคงพิมพ์ชนกเหลือบมองมือของพวกเขาที่ประสานกัน ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขาไหลซึมผ่านปลายนิ้วเข้ามาในใจเธอคล้ายกำลังทำให้ความหนาวเหน็บที่เธอพยายามสร้างขึ้นเองเริ่มละลาย"ที่นี่สงบดีนะ" เสียงของปกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่น เขาหันมามองเธอด้วยรอยยิ้มบางๆพิมพ์ชนกพยักหน้า ยิ้มกลับบางเบา "ค่ะช่วงเวลาแบบนี้เหมือนจะหยุดเวลาไว้ได้"เขาหยุดเดิน ดึงมือเธอให้หยุดตาม รอยเท้าของพวกเขาประทับอยู่บนทรายขาวละเอียด ราวกับเครื่องหมายแห่งความทรงจำที่ถูกฝากไว้"ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะ" ปกรณ์เริ่มพูด สายตาของเขาสบเข้ากับเธอโดยตรง“ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเจอกัน คุณคือคนที่ผมอยากใช้เวลาอยู่ด้วย ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม”คำพูดของเขาทำให้พิมพ์ชนกนิ่งไป ใจเธอเต้นแรงกว่าเดิม เธอก้มหน้าลงพยา
แสงอาทิตย์อ่อนๆ ของเช้าวันใหม่ที่ทอดผ่านหน้าต่างรถที่เปิดเพลงเบาๆปกรณ์นั่งอยู่ที่เบาะหลังเคียงข้างพิมพ์ชนก มือข้างหนึ่งของเขาจับมือเธอไว้แน่นราวกับจะยืนยันความปลอดภัยให้กับเธอเตโซผู้ช่วยคนสนิททำหน้าที่คนขับ เขาขับรถไปอย่างระมัดระวังบนถนนโล่งขวัญข้าวและอัคคีนั่งอยู่รถคันถัดมา ทุกอย่างดูปกติ แต่แล้ว..."คุณปกรณ์ครับ มีรถขับตามเรามาตั้งแต่ออกจากโรงแรมแล้วล่ะครับ" เตโซพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมพลางมองกระจกมองหลังบ่อยครั้งปกรณ์เหลือบมองพิมพ์ชนกที่กำลังจ้องเขาอย่างเป็นกังวล เขาขยับตัวมองผ่านกระจกฝั่งตัวเองก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เตโซ“ใจเย็นๆ ขับไปตามทางปกติ แต่ระวังหน่อย” เสียงของเขาสั่งเด็ดขาด เตโซปรับความเร็วและพยายามหาทางหนีจากการสะกดรอยไม่นาน รถคันที่ตามมาก็เริ่มกระชั้นชิด เสียงยางล้อเสียดสีกับถนนทำให้พิมพ์ชนกสะดุ้งเธอหันไปมองรถที่อยู่เบื้องหลังด้วยความหวาดกลัวแล้วมันก็เกิดขึ้น...เสียงปืนดังขึ้น! กระจกข้างรถแตกกระจาย เตโซกระชากพวงมาลัยทำให้รถเบี่ยงหลบไปอีกเลน“นั่งลง!” ปกรณ์กระชากพิมพ์ชนกลงต่
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พิมพ์ชนกกลับมาบ้าน เธอหลีกเลี่ยงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้กับแม่ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้แม่เป็นห่วงและเธอเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด"พิม...คุณปกรณ์เขาไม่ใช่คนที่จะมาดีกับลูกของแม่แบบง่ายๆ นะ เขามีประวัติ...แม่ทำงานกับเขามานานนะลูก"แม่ของเธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพู
ปกรณ์นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามพิมพ์ชนกในห้อง VIP เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ แต่สายตาที่มองมานั้นเจือแววจริงจัง"พิมพ์ชนก" เสียงทุ้มนุ่มของเขาทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย"คะ?" เธอเงยหน้ามองเขาอย่างระวัง"ฉันมีคำถามที่อยากรู้" เขาเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาของเขานั้นไม่ธรรมดา"เรื่องที่เธอ
เตโชขับรถมารับพิมพ์ชนกตามปกติในเช้าวันใหม่และไปรับหลังจากเธอเสร็จสิ้นการเรียนที่มหาวิทยาลัยแต่วันนี้จุดหมายปลายทางไม่ใช่หอพักของเธอเหมือนเดิม"วันนี้คุณปกรณ์ให้ผมพาคุณไปที่บริษัทครับ" เตโชพูดขึ้นขณะเลี้ยวรถออกจากมหาวิทยาลัย"บริษัท? มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?" พิมพ์ชนกถามด้วยความสงสัย"อันนี้ผมไม่ทร
ค่ำคืนเดียวกัน ปกรณ์นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของผับรอบโต๊ะใหญ่มีชายหนุ่มอีกสามคนที่แต่ละคนล้วนเป็นนักธุรกิจชื่อดังในแวดวงสังคมแต่ภายใต้ภาพลักษณ์เหล่านั้น ทุกคนต่างเป็นคนสำคัญในโลกธุรกิจมืด"นายดูไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะกรณ์" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น เป็นชายหนุ่มผมยาวเรียบแปล้ในชุดสูทไร้ที่ติชื่อว่า ธีรธร เขาเ







