Masuk1 ปีต่อมา: ปกรณ์ คุณพ่อมือใหม่สุดวุ่นวายกับลูกสาวตัวน้อยเช้าวันหนึ่งที่บ้านของปกรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้และความวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของมาเฟียผู้เคยเยือกเย็นและสุขุมเสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากห้องเด็กอ่อน“แงงงงงง!”ปกรณ์สะดุ้งตื่นจากเตียงทันที แม้ใบหน้าจะยังงัวเงีย เขารีบหันไปคว้าเบาะรองข้อศอกเพื่อเตรียมตัวให้นมลูกนี่คือกิจวัตรใหม่ที่เขาเริ่มชิน แต่ก็ยังมีความทุลักทุเลอยู่ไม่น้อย"พิม! ลูกตื่นแล้ว!" ปกรณ์เรียกภรรยาเสียงดังในขณะที่พยายามอุ้มเด็กน้อยที่กำลังดิ้นงอแงอยู่ในเปลพิมพ์ชนกที่เดินออกมาจากห้องน้ำหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสภาพของสามี เธอยื่นมือมารับลูกจากปกรณ์ พลางพูดแซวว่า"พ่อมือใหม่ยังไม่ชินสินะคะ ทำหน้าเหมือนโลกแตกทุกครั้งที่ลูกร้องเลย"ปกรณ์ยิ้มเก้อๆ ก่อนจะเกาท้ายทอยแก้เขิน"มันก็จริงอยู่ แต่ผมว่าลูกเราเสียงดังมากเลยนะ ไม่ต้องมีสัญญาณเตือนภัยบ้าน เราก็ปลอดภัยแล้ว!"ทั้งคู่หัวเราะไปพร้อมกันหลายเดือนต่อมาความอลเวงช่วงสายเมื่อถึ
วันพิธีรับปริญญาของพิมพ์ชนกมาถึงแล้ว บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะของบัณฑิตใหม่ที่มาเฉลิมฉลองความสำเร็จในชีวิตการเรียนของพวกเขา กับครอบครัว เพื่อนสนิทและคนพิเศษที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีพิมพ์ชนกสวมชุดครุยสีขาวตัดดำเข้ารูป เสริมความสง่างามในตัวเธอไปอีกแบบเธอเดินไปยังจุดถ่ายรูปหลักหน้าอาคารประจำมหาวิทยาลัย ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นปกรณ์ที่ยืนอยู่พร้อมกับแม่ของเธอและเพื่อนๆ ที่ตั้งใจมาให้กำลังใจเธอในวันนี้“ยินดีด้วยนะคนครับเก่ง” ปกรณ์พูดพร้อมกับยิ้มอบอุ่น เขาสวมสูทสีเทาเรียบหรูแม้จะเรียบง่ายแต่กลับดูดีเกินบรรยาย เขาถือช่อดอกกุหลาบสีชมพูพาสเทลไว้ในมือ ยื่นส่งให้เธอด้วยท่าทีอ่อนโยนพิมพ์ชนกรับช่อดอกไม้มา หัวใจอบอุ่นขึ้นในทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่เขามอบให้เธอเอ่ยคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวานๆ ที่ทำให้คนรอบข้างอดไม่ได้ที่จะมองดูทั้งคู่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม“ลูกแม่เก่งที่สุดเลย” แม่ของพิมพ์ชนกพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พลางดึงลูกสาวมากอดเ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เคยคุกคามชีวิตเขาและคนที่เขารักได้จบสิ้นลงปกรณ์ก็ใช้เวลาคิดทบทวนถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มตัดสินใจครั้งสำคัญวางมือจากธุรกิจสีเทาอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่สงบสุข และที่สำคัญคือเพื่อปกป้องคนที่เขารักและห่วงใยตอนนี้ปกรณ์หันมาดูแลผับและบริษัทของเขาอย่างจริงจัง โดยเน้นให้กิจการทั้งสองเดินหน้าในกรอบของความถูกต้องตามกฎหมายเขาทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง หลังจากที่ปกรณ์ตัดสินใจวางมือจากธุรกิจสีเทาเขาหันมาทุ่มเททุกอย่างให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงเพื่อความสำเร็จทางการเงินแต่เพื่อต้องการสร้างธุระกิจสำหรับครอบครัวของเขาเย็นวันหนึ่ง ขณะที่พิมพ์ชนกกำลังจัดโต๊ะอาหารที่ระเบียง ปกรณ์เดินออกมาพร้อมกับยิ้มบางๆดวงตาสะท้อนความผ่อนคลายที่หาได้ยากในวันเก่าๆพิมพ์ชนกวางจานในมืออย่างเบามือ พลางหันไปมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและอบอุ่นใจภาพของชายผู้เคยแข็งกร้าวที่เวลานี้ดูอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม ทำให้หัวใจเธอคล้ายถูกโอ
หลังจากที่ทุกคนเฝ้าพิมพ์ชนกจนล่วงเข้าสู่ตอนดึก ขวัญข้าวที่ดูเหนื่อยล้าเอ่ยขึ้นเบาๆ"พวกเราควรผลัดกันพักบ้างนะ คุณอัคคี คุณกลับไปพักเถอะ ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเอง"อัคคีขมวดคิ้วมองเธอ ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ "ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนดีกว่า เธอเองก็ดูเหนื่อยไม่น้อยเหมือนกัน"ขวัญข้าวถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หันไปมองปกรณ์ที่ยังคงนั่งจับมือพิมพ์ชนกไม่ปล่อยสายตาของเขาจับจ้องเธออย่างมีความหวัง"คุณปกรณ์คุณพักหน่อยไหม" ขวัญข้าวเอ่ยถามเบาๆปกรณ์ส่ายหน้าโดยไม่หันมอง "ไม่เป็นไร ผมอยากอยู่ตรงนี้ ถ้าพิมฟื้นขึ้นมา ผมอยากให้เห็นหน้าพิมเป็นคนแรก"ขวัญข้าวมองดูเพื่อนของเธอด้วยสายตาเศร้า ก่อนจะหันไปบอกอัคคี"เราไปหาอะไรรองท้องกันหน่อยไหม"อัคคียักไหล่อย่างไม่สนใจ แต่ก็พยักหน้าในที่สุด "โอเค "เมื่อทั้งคู่เดินออกไปจากห้อง ความเงียบงันก็ปกคลุมลงมา ปกรณ์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมือหนาเอื้อมไปปัดเส้นผมที่ปรกใบหน้าพิมพ์ชนกออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขานุ่มนวลราวกับกลัวว่าเธอจะเจ็บ"ขอโทษนะ ที่ปกป้องคุณไม
ดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าทาท้องฟ้าด้วยสีส้มและชมพูอ่อน พื้นทรายละเอียดใต้ฝ่าเท้าชวนให้รู้สึกอบอุ่นหยาดน้ำทะเลที่กระเซ็นเข้าหาชายฝั่งเป็นระยะสร้างเสียงคลื่นเบาๆ คล้ายเพลงบรรเลงปกรณ์กุมมือของพิมพ์ชนกไว้อย่างแนบแน่น สัมผัสของเขาอ่อนโยน แต่มั่นคงพิมพ์ชนกเหลือบมองมือของพวกเขาที่ประสานกัน ความอบอุ่นจากอุ้งมือของเขาไหลซึมผ่านปลายนิ้วเข้ามาในใจเธอคล้ายกำลังทำให้ความหนาวเหน็บที่เธอพยายามสร้างขึ้นเองเริ่มละลาย"ที่นี่สงบดีนะ" เสียงของปกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่น เขาหันมามองเธอด้วยรอยยิ้มบางๆพิมพ์ชนกพยักหน้า ยิ้มกลับบางเบา "ค่ะช่วงเวลาแบบนี้เหมือนจะหยุดเวลาไว้ได้"เขาหยุดเดิน ดึงมือเธอให้หยุดตาม รอยเท้าของพวกเขาประทับอยู่บนทรายขาวละเอียด ราวกับเครื่องหมายแห่งความทรงจำที่ถูกฝากไว้"ผมอยากให้คุณรู้ไว้นะ" ปกรณ์เริ่มพูด สายตาของเขาสบเข้ากับเธอโดยตรง“ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเจอกัน คุณคือคนที่ผมอยากใช้เวลาอยู่ด้วย ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม”คำพูดของเขาทำให้พิมพ์ชนกนิ่งไป ใจเธอเต้นแรงกว่าเดิม เธอก้มหน้าลงพยา
แสงอาทิตย์อ่อนๆ ของเช้าวันใหม่ที่ทอดผ่านหน้าต่างรถที่เปิดเพลงเบาๆปกรณ์นั่งอยู่ที่เบาะหลังเคียงข้างพิมพ์ชนก มือข้างหนึ่งของเขาจับมือเธอไว้แน่นราวกับจะยืนยันความปลอดภัยให้กับเธอเตโซผู้ช่วยคนสนิททำหน้าที่คนขับ เขาขับรถไปอย่างระมัดระวังบนถนนโล่งขวัญข้าวและอัคคีนั่งอยู่รถคันถัดมา ทุกอย่างดูปกติ แต่แล้ว..."คุณปกรณ์ครับ มีรถขับตามเรามาตั้งแต่ออกจากโรงแรมแล้วล่ะครับ" เตโซพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมพลางมองกระจกมองหลังบ่อยครั้งปกรณ์เหลือบมองพิมพ์ชนกที่กำลังจ้องเขาอย่างเป็นกังวล เขาขยับตัวมองผ่านกระจกฝั่งตัวเองก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เตโซ“ใจเย็นๆ ขับไปตามทางปกติ แต่ระวังหน่อย” เสียงของเขาสั่งเด็ดขาด เตโซปรับความเร็วและพยายามหาทางหนีจากการสะกดรอยไม่นาน รถคันที่ตามมาก็เริ่มกระชั้นชิด เสียงยางล้อเสียดสีกับถนนทำให้พิมพ์ชนกสะดุ้งเธอหันไปมองรถที่อยู่เบื้องหลังด้วยความหวาดกลัวแล้วมันก็เกิดขึ้น...เสียงปืนดังขึ้น! กระจกข้างรถแตกกระจาย เตโซกระชากพวงมาลัยทำให้รถเบี่ยงหลบไปอีกเลน“นั่งลง!” ปกรณ์กระชากพิมพ์ชนกลงต่
เช้าวันใหม่มาเยือน พร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างในห้องที่เงียบสงบพิมพ์ชนกค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนล้า แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ที่โอบล้อมตัวเธออยู่เธอหันไปมองด้านข้าง ใบหน้าคมเข้มของปกรณ์อยู่ใกล้จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของเขาที่พัดผ่านแก้ม เธอหน้าแดงทันทีท
ปกรณ์รู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งเข้ามาจากความรู้สึกที่พยายามยับยั้งอยู่ภายใน เขามองเธอด้วยความลังเลเพียงชั่วครู่ดวงตาสีดำขลับหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ว่าเธอเมาและพูดไปตามอารมณ์แต่บางสิ่งในตัวเขากลับรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นอย่างไม่สามารถห้ามได้"พิมพ์ชนก..." เขาพึมพำชื่อของเธออีกครั้งด้วยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจ
ปกรณ์มองตามเธอจนลับสายตา ความรู้สึกที่ซับซ้อนกำลังตีกันอยู่ในอก เขารู้ดีว่าการปล่อยเธอไปเช่นนี้คือสิ่งที่ควรทำ แต่ความคิดอีกด้านกลับย้ำเตือนว่าเธอคือคนที่เขาไม่อาจปล่อยมือได้ง่ายๆในขณะเดียวกัน หญิงสาวตัวเล็กแต่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงพิมพ์ชนกที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากผับของปกรณ์ จู่ๆเสียงแจ้งเ
พิมพ์ชนกเดินไปยังโต๊ะอื่นเพื่อให้บริการตามหน้าที่ ขณะที่เธอวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะหนึ่งในลูกค้า ซึ่งดูเหมือนจะดื่มหนักไปแล้ว ยื่นมือมาคว้าข้อมือของเธอ"น้องคนสวย ทำไมไม่มานั่งกับพี่บ้างล่ะ?จ๊ะ" เสียงของชายคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมโต๊ะทั้งเชียร์และแซวกันอย่างสนุกพิมพ์ชนกสะ







