LOGINแปดเดือนต่อมา
ห้องนอน เวลา 22.15 น. เมื่อซิลเวียอาบน้ำและสวมใส่ชุดนอนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงที่มีร่างสูงนอนอยู่ และมีหมอนข้างอีกสองใบคั่นกลางระหว่างเขาและเธอ แต่ก่อนเขาจะใช้หมอนข้างแค่ใบเดียวมาวางตรงกลาง แต่ช่วงหลังๆเขาก็เอาหมอนข้างอีกใบมาวาง เขาคงโคตรเกลียดและรังเกียจเธอมากแหละถึงได้ทำแบบนั้น "พรุ่งนี้ฉันจะพาแบมไปเที่ยวญี่ปุ่น" "..." "ฉันจะไปอยู่ที่โน่นสิบวัน" "..." "ถ้าแม่โทรมาถามก็บอกด้วยว่าฉันไปทำงาน" "..." เมื่อเห็นว่าเธอเงียบและดูจะไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูด เขาถึงกับหัวเสียไม่น้อยเลย "นี่! ฉันกำลังพูดกับเธออยู่นะ" เขาตะคอกพร้อมหยัดตัวลุกจากที่นอนและหันมาพูดกับเธอที่นอนอยู่ โดยมีสีหน้าและท่าทีไม่ได้ใส่ใจเขาแม้แต่น้อย "ก็ฉันกำลังฟังคุณอยู่นี่ไง คุณจะพูดอะไรก็พูดมาสิ" "ถ้าเกิดพ่อกับแม่โทรมาถาม เธอก็บอกไปด้วยว่าฉันไปทำงานที่ญี่ปุ่น" "งานอะไรของคุณล่ะ อ้อ...ลืมไปว่างานที่คุณทำบ่อยคืองานบนเตียงกับผู้หญิงคนนั้น" เธอพูดออกมาด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาทจนทำเอาคามิลถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจในท่าทีของเธอ ก่อนจะพูดออกไป "หึ หรือว่าเธออยากทำงานบนเตียงด้วยล่ะ ถ้าเธออยากก็บอกฉันสิ ถึงฉันจะเกลียดเธอมาก แต่ฉันก็ทำให้เธอได้นะ" เขาแสยะยิ้มเอ่ย พลางแสดงสีหน้ายียวนกวนประสาทกลับไป "ถ้าฉันจะทำเรื่องนั้น ฉันก็ไม่อยากทำกับคุณหรอก เพราะคุณมันน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงที่สุด" เธอเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าและท่าทีขยะแขยงเขาอย่างถึงที่สุด พลางคิดในใจว่านี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอชอบ "ฉันน่าขยะแขยงยังไง" ถามด้วยท่าทีเอาเรื่อง "..." เธอค้อนขวับด้วยอารมณ์เคืองขุ่น เมื่อนึกไปถึงภาพเคลื่อนไหวในวิดิโอตอนที่เขามีอะไรกับแฟนแล้วส่งมาให้เธอดูทุกครั้งที่เขาไปนอนกับแฟน ซึ่งถ้าลองนับดูแล้ว ทั้งภาพและคลิปก็มีจำนวนหลายสิบรูป หลายสิบคลิป แต่ทว่าสองเดือนหลังมานี้แฟนของเขาไม่ได้ส่งมา เธอก็นึกแปลกใจเหมือนกัน "จะว่าไปนี่ก็เกือบปีแล้วนะที่เรานอนเตียงเดียวกัน แต่เราก็ไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวกันเลย หรือว่า...คืนนี้ฉันจะปลดปล่อยกับเธอดีนะ" ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่งสายตากรุ้มกริ่ม "ถ้าอยากมากก็เชิญไปทำกับแฟนของคุณเถอะ ฉันไม่ได้ต้องการ" "ฉันสามารถทำให้เธอต้องการได้นะ จะลองดูไหม" เขาพูดด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แล้วลากสายตาไปมองยังเนินอกอวบอิ่ม จากนั้นก็เลื่อนสายตาไปมองยังกึ่งกลางกายของเธอ และหันมามองหน้าเธอ ก่อนที่เธอจะพูดออกไป "ไม่อยากลอง และฉันจะไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นกับคุณเด็ดขาด" เธอพูดด้วยแววตาหมายมั่น "ฉันก็ไม่ได้อยากทำกับเธอนักหรอก เพราะฉันมีคนให้ทำอยู่แล้ว แล้วก็ทำมาหลายเดือนแล้วด้วย" "..." เธอทำตาเขียวใส่เขาด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะตะแคงหันหน้าออกนอกเตียงเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขา พลางคิดในใจว่าทนหน่อยนะซิลเวีย ยังเหลือเวลาอีกสี่เดือนแล้วที่เธอจะได้หย่ากับเขาเสียที เมื่อเห็นอย่างนั้น คามิลก็ยกยิ้มที่ได้พูดให้เธอโกรธ ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงไป จากนั้นไม่นานทั้งสองก็เข้าสู่ภวังค์นิทรา ห้าวันต่อมา ครืด~ 'สวัสดีค่ะคุณแม่' 'ซิลเวียอยู่ไหน' 'อยู่บ้านค่ะคุณแม่' 'แม่โทรหาคามิลไม่รู้กี่สายแล้ว แต่โทรเท่าไหร่ก็โทรไม่ติดสักที' 'พี่คามิลไปทำงานที่ญี่ปุ่นค่ะคุณแม่' 'อ๋อ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไปกี่วัน' 'ไปห้าวันแล้วค่ะ พี่คามิลบอกว่าจะไปสิบวันค่ะ' 'ไปหลายวันแบบนั้น แม่ว่าคามิลน่าจะพาหนูไปเที่ยวด้วยนะ' '...' 'คามิลไม่ได้ชวนซิลเวียไปด้วยเหรอ' 'พี่คามิลชวนแล้ว แต่ซิลไม่อยากไปเองค่ะคุณแม่' 'อ๋อ งั้นแค่นี้นะซิลเวีย' 'ค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะ' 'เดี๋ยวก่อนซิลเวีย อย่าเพิ่งวาง' 'คะคุณแม่' 'หนูยังกินยาคุมอยู่เหรอ' 'ใช่ค่ะ ซิลยังกินยาคุมอยู่' เขาเคยสั่งเธอว่าถ้าแม่ถามเรื่องนี้ก็ให้บอกไปว่าเธอกินยาคุม เพราะยังไม่พร้อมที่จะมีลูก 'หนูยังไม่พร้อมที่จะมีลูกใช่ไหม' 'ซิลยังไม่พร้อมค่ะคุณแม่' 'แม่อยากถามแค่นั้นแหละ งั้นแค่นี้นะซิลเวีย' 'สวัสดีค่ะคุณแม่' จากนั้น การสนทนาก็สิ้นสุดลง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เมื่อย้อนนึกไปถึงว่าแปดเดือนที่ผ่านมามันไม่มีความรู้สึกดีๆอะไรให้เธอจดจำเลยสักนิด มันมีแต่สิ่งแย่ๆที่ให้เธอจดจำ นั่นก็คือความใจร้ายของเขาที่ทำอะไรไปโดยที่ไม่มีความเกรงใจเธอสักนิด ความทรงจำที่อยู่ในหัวของเธอนั้นมันมีแต่ภาพที่เขานอนบนเตียงกับแฟนและซากถุงยางอนามัย และคลิปที่พวกเขามีอะไรกัน ที่ทำแบบนั้นพวกเขาคงกลัวเธอจะไม่เชื่อมั้งว่าทั้งสองทำอะไรกัน หรืออันที่จริงแล้วพวกเขาโรคจิตหรือเปล่าที่ถ่ายคลิปตอนที่ตัวเองทำเรื่องอย่างว่ากันให้คนอื่นดูสองเดือนต่อมาสองเดือนที่ผ่านมานี้ ส่วนมากคามิลจะเป็นคนเลี้ยงลูกเอง ซิลเวียได้เลี้ยงลูกบ้างเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น ส่วนกลางคืนคามิลจะเป็นคนเลี้ยงเอง กลางคืนเขาจะลุกขึ้นเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูก เวลาลูกร้องเขาก็ลุกขึ้นป้อนนมให้ลูก เพราะเขาอยากให้เมียได้นอนสบายในตอนกลางคืน ดังนั้นเขาจึงให้คนเป็นแม่ของลูกปั๊มนมเอาไว้แล้วแช่ในช่องฟรีซ พอลูกจะกินเขาจึงเอาออกมาอุ่นและจัดการใส่ขวดป้อนให้ลูกกินเขาไม่รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเลยที่ต้องลุกขึ้นมาดูลูกตอนดึกๆเมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง เขากลับชื่นใจและภูมิใจด้วยซ้ำที่ได้ดูแลลูก ภายในใจของเขาคิดว่าอยากให้เมียและลูกได้อยู่อย่างสบายและมีความสุขที่สุด ดังนั้นเขาจึงทุ่มเทแรงกายและแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อคนที่เขารักมากทั้งสองคน"แผลหายหรือยัง" คามิลเอ่ยถามยังร่างสวยที่นอนอยู่บนเตียง หลังจากที่ทำให้ลูกหลับและอุ้มลงไปวางในเตียงเด็กแล้ว"หายตั้งแต่เดือนก่อนแล้วค่ะ" เรียวปากสวยตอบออกไปด้วยรอยยิ้มหวาน"พี่มัวแต่เห่อลูกจนลืมนึกถึงเรื่องนั้นไปเลย" เป็นเวลาสามเดือนแล้วที่เขากับเธอไม่ได้มีอะไรกัน เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับการเลี้ยงลูก"ซิลก็ลืมคิดถึงเรื่องนั้นเหมือนกันค่ะ""ง
ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าวันนี้คามิลพาซิลเวียมาซื้อของใช้เด็กอ่อนกัน เพราะยังเหลือเวลาอีกเดือนเดียวซิลเวียก็ถึงกำหนดคลอดแล้วเมื่อทั้งสองได้ของครบทุกอย่างแล้ว จากนั้นก็พากันออกมาจากห้างสรรพสินค้าไปขึ้นรถที่จอดอยู่ในลานจอดขนาดใหญ่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกล จู่ๆก็มีหญิงสติไม่ดีคนหนึ่งในมือถือมีด เดินปรี่มาหาซิลเวียในระยะประชิด คามิลที่หันไปเห็นเข้าพอดีจึงรีบเอาตัวเองเข้าไปบังอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณว่าต้องปกป้องคนรัก และไม่ให้ใครมาทำร้ายเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของเขา เขาก็ยอมหมับ!มือหนาจับข้อมือของหญิงสติไม่ดีเอาไว้แน่นแล้วบิดข้อมือเธอจนมีดที่เธอถืออยู่หล่นลงไปบนพื้น จากนั้นเขาก็ก้มหยิบมีดและโยนออกไปให้ไกลตัวเคร้ง!แบมเงยหน้าขึ้นไปมองยังเจ้าของใบหน้าหล่อที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนก็เรียกชื่อเขาออกไป"มิล...""ฮะ?!" คามิลถึงกับงงว่าหญิงสติไม่ดีที่ยืนอยู่ตรงหน้ารู้จักเขาได้ยังไง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะจับมือของซิลเวียพาไปขึ้นรถทันที ทว่า"มิล...นี่แบมเอง" เมื่อได้ยินอย่างนั้น คามิลกับซิลเวียก็ถึงกับชะงักแล้วหันกลับมามองหญิงสติไม่ดีอย่างพิจารณา จึงได้รู้ว่าผู้ห
แปดเดือนต่อมาเมื่อเดือนก่อนคามิลพาซิลเวียไปจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อายุครรภ์ของซิลเวียก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้คนเป็นพ่อของลูกดูแลคนเป็นแม่ของลูกไม่ห่าง เขาพาเธอไปรับประทานอาหารในภัตตาคารหรูบ่อยๆ เวลาเดินไปเที่ยวไหนเขาจะไม่ห่างจากเธอเลย เขาจะจับมือเธอไว้อยู่อย่างนั้น หรือบางทีก็เดินโอบไหล่เธอดูนั่นดูนี่ไปตอนนี้ความทรงจำของคามิลกลับมาบ้างแล้ว เขาจำพ่อแม่ของตัวเองได้ ส่วนเรื่องอื่นๆก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะเขามั่นใจว่าอีกไม่กี่เดือนความทรงจำของเขาจะกลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิม และเมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะกลับไปทำงาน หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปทำเกือบปีแล้ว แต่ช่วงนี้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับเมียก่อน อยู่กับเธอให้หายคิดถึงหลังจากที่ต้องห่างเหินเธอมานาน"เล็บเท้าของซิลยาวแล้ว เดี๋ยวพี่ตัดให้นะ" คนที่ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างของภรรยา เมื่อมองไปเห็นว่าเล็บเท้าของเธอเริ่มยาวออกมาแล้วจึงพูดออกไปทันที"ให้ยาวกว่านี้ก่อนก็ได้ค่ะแล้วค่อยตัด""พี่ว่าตัดเลยดีกว่านะ ถ้าปล่อยให้ยาวกว่านี้เดี๋ยวเกิดมันหักขึ้นมา มันจะทำให้ซิลเจ็บได้นะ""งั้นก็แล้วแต่
บ้านคามิลและซิลเวีย หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตอนนี้คามิลกับซิลเวียได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ คามิลจะเป็นคนเข้าครัวทำอาหารให้ซิลเวียทาน เขาจ้างแม่บ้านสองคนเพื่อไว้ทำงานบ้าน เขาไม่ให้ซิลเวียหยิบจับอะไรเลย แม้กระทั่ง"เดี๋ยวพี่เป่าผมให้นะ" คามิลบอกกับคนรักที่นั่งอยู่หน้ากระจก ซึ่งตอนนี้เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมอยู่"ซิลเป่าเองก็ได้ค่ะ""ซิลนั่งเฉยๆเถอะ เดี๋ยวพี่เป่าให้นะ" ว่าจบ คามิลก็หยิบไดร์เป่าผมในลิ้นชักออกมาเสียบปลั๊ก จากนั้นจึงเลื่อนสวิทช์ไปที่ลมอุ่น ก่อนที่เขาจะมายืนอยูข้างหลังของเธอแล้วเป่าผมให้เธอ"ความร้อนประมาณนี้ได้ไหมซิล""อุ่นกำลังดีเลยค่ะ" เสียงหวานตอบ พลางสายตามองไปยังกระจกที่อยู่ตรงหน้าจึงได้เห็นว่าคนตัวสูงจับผมของเธอด้วยความแผ่วเบา ทั้งที่เขาเป็นผู้ชายแต่มือเขานุ่มมากเวลาจับผมของเธอ"เจ็บไหม""ไม่เจ็บค่ะ มือของพี่คามิลนุ่มมากเลยค่ะ""มือพี่นุ่ม แต่อย่างอื่นไม่นุ่มนะ" เรียวปากหยักสวยเอ่ยพลางใบหน้าหล่อผุดยิ้มเจ้าเล่ห์"อะไรเหรอคะที่บอกว่าไม่นุ่ม" เธอระบายยิ้มถามอย่างรู้ทัน เธอรู้ว่าที่เขาพูดนั้นหมายถึงอะ
โรงพยาบาลในขณะที่นิพนธ์กับอัญชลีนั่งมองลูกชายของตัวเองที่หลับไปเป็นเดือนแล้วด้วยสีหน้าเศร้าหมอง อยู่ๆนิ้วเรียวยาวของคามิลก็เริ่มขยับ หลังจากที่ไม่ขยับมาเป็นเดือนแล้วตั้งแต่นอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ สองสามีภรรยาที่เห็นอย่างนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงลุกจากโซฟาแล้วพากันไปยืนข้างเตียงที่ร่างสูงของลูกชายนอนอยู่ ก่อนที่อัญชลีจะเอ่ยเรียกชื่อลูกชายออกไป"คามิล..."คามิลที่รู้สึกเหมือนมีเสียงใครเรียกชื่อตัวเองอยู่ก็ขยับเปลือกตา แต่ก็ลืมไม่ขึ้นเพราะรู้สึกว่าหนักหนังตามาก"คามิล...ลูกได้ยินแม่ไหม" อัญชลีเอ่ยออกไปพร้อมจับแขนของลูกชายแล้วบีบเบาๆ ก่อนที่เสียงของคนที่หลับไม่ได้สติไปเป็นเดือนแล้วจะเปล่งเสียงชื่อของใครคนหนึ่งที่ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาตลอดเวลา"ซิลเวีย..." เมื่อคนเป็นพ่อและแม่ได้ยินเสียงของลูกชายต่างก็พากันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อคิดว่าในที่สุดลูกของตัวเองก็ฟื้นขึ้นมาเสียที หลังจากที่พวกเขาต้องรออย่างทุกข์ทรมานใจมาแรมเดือนเพื่อให้เขาฟื้นขึ้นมาดวงตาคมค่อยๆเบิกกว้าง พร้อมกระพริบตาถี่เพื่อปรับสมดุลของสายตาเพื่อรับกับแสงไฟที่สว่างจ้าในห้อง ก่อนจะเห็นร่างของชายหญิงวัยกลางคนที่ย
บ้านซิลเวีย วันต่อมาวันนี้คามิลตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพราะเขาตื่นเต้นที่จะได้มาหาซิลเวีย เมื่อวานวันเดียวที่เขาไม่ได้มาหาเธอ เขาก็รู้สึกทุรนทุรายจะเป็นบ้าเสียให้ได้ กลางคืนนอนไม่หลับเพราะมัวแต่ตื่นเต้นเมื่อนึกว่าวันนี้จะได้เจอเธอติ๊งต่อง! ติ๊งต่อง!คามิลกดกริ่งหน้าบ้านหลายครั้งติดต่อกัน แต่กดเท่าไหร่ประตูรั้วก็ไม่ขยับ ดังนั้นเขาจึงปีนรั้วเข้าไปดู จึงเห็นว่าประตูถูกล็อกไว้ เขานึกสงสัยว่าเธอออกไปไหนแต่เช้า จะออกไปทำงานก็ไม่ใช่ เพราะตอนที่เขามาอยู่กับเธอ เธอบอกเขาว่าเธอลาออกจากงานแล้ว คามิลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออกหาเธอ'ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก'เขากดโทรหาเธอซ้ำๆแต่ก็โทรไม่ติด เมื่อเป็นอย่างนั้นเขาจึงรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมา พลางคิดในใจว่า หรือเธออาจจะหนีเขาไปแล้ว แต่เขาก็ยังปลอบใจตัวเองว่าเธอคงไม่หนีไปไหนหรอก เธออาจจะไปทำธุระใกล้ๆแถวนี้ก็ได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้น คามิลก็ออกจากบ้านไปขึ้นรถแล้วขับออกไปหนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คามิลมาหาซิลเวียที่บ้าน เพราะในใจเขายังหวังว่าอาจจะมีสักวันหนึ่งที่เขามาถึงแล้วเห็นเธอ







