Share

ตอนที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-08-18 23:38:47

แม้แสงตะเกียงในเรือนเล็กของฟางหมิงเยว่จะดับลงแล้ว แต่หญิงสาวยังนอนตาเบิกโพลง ไม่ว่าจะพยายามนอนให้นิ่งอย่างที่สุดแล้ว ก็พบว่ายังนอนไม่หลับ

แล้วทันใดก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นที่หน้าห้อง แต่เพราะแมลงในยามดึกสงัดร้องระงมมาจากทั่วทุกทิศ ทำให้ได้ยินไม่ชัดเจนว่าเสียงจากหน้าห้องเกิดจากอะไร แค่ฟังคล้ายว่ากำลังมีคนพยายามเข้ามาในห้องนี้!

เพราะยังเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นและไม่ได้เดินออกไปดูรอบเรือนด้านนอก ความระแวงยามนี้จึงพุ่งปรี๊ดสู่เลเวลสิบ

คนดีที่ไหนจะมาหากันตอนดึกดื่น หรือหากมีเรื่องด่วนจริง ๆ ก็สมควรส่งเสียงเรียกสาวใช้ของนางให้ตื่นก่อน แล้วให้สาวใช้เข้ามาเรียกนาง

ว่าแต่สองสาวใช้นั่น ไม่รู้หลับสนิทหรือซ้อมตาย

เหตุใดพวกนางถึงไม่ได้ยินเสียงดังนี้เลยเล่า

คิดแล้วร่างบางก็ขยับลุก อย่างให้ไร้เสียงที่สุดแล้วค่อย ๆ มุดลงไปหลบอยู่ใต้เตียง ที่ยามนี้มีหีบสินเดิมวางสุมกันหลายใบก่อนจะพยายามขดตัวให้เล็กที่สุด

...แล้วนางก็เห็นควันลอดผ่านช่องประตูลอยเข้ามาในห้อง แต่เพราะหน้าต่างทุกบานยังเปิดกว้างเพื่อรับลม ทำให้ควันที่ลอดเข้ามา ลอยออกทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว

ทว่า ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ประตูห้องของนางก็ถูกเปิดออกโดยฝีมือคนข้างนอก

ฟางหมิงเยว่เห็นสี่เท้าก้าวเข้ามาราวกับนักย่องเบา แต่เพราะนางมุดอยู่ใต้เตียงและในห้องก็มืดสนิทจึงไม่เห็นว่าเป็นผู้ใดลอบเข้ามา

“นางไม่อยู่บนเตียง!” เสียงบุรุษคล้ายคนหนุ่มพูดขึ้นอย่างตกใจ

“เป็นไปได้อย่างไรกัน หรือว่านางรู้ตัวก่อน” คราวนี้เป็นเสียงบุรุษสูงวัยที่ดังขึ้น

หากเป็นฟางหมิงเยว่ตัวจริง นางน่าจะรู้แล้วว่าสองเสียงนี้เป็นใคร แต่นั่นไม่ใช่นางสาวทักทายผู้มาใหม่

ที่นี่นางไม่รู้จักใครเลย

“หรือเรื่องครั้งก่อนทำให้นางระวังตัวขึ้น”

“จะระวังอย่างไร คืนนี้นางก็ควรจะอยู่แต่ในห้องนี้”

“เมื่อหัวค่ำข้าเห็นนายน้อยมาที่นี่ คงไม่ใช่มาพานางออกไปหรอกนะ”

ดึกสงัดที่ไร้แสงจันทร์ทำให้ทุกอย่างมืดสนิท หากคิดจะค้นหาคนในความมืด ก็มีแต่จะต้องจุดตะเกียงเท่านั้น ทว่าการจุดตะเกียงในเวลาเช่นนี้ย่อมเสี่ยงจะเป็นที่ผิดสังเกตได้ทันที

เรื่องนี้ไม่บอกก็ต้องรู้ว่าอย่าเสี่ยง เพราะเรือนของคังซิวเยี่ยนตั้งอยู่ไม่ไกลเรือนนี้

“แต่เรารับคำสั่งให้จัดการเร็วที่สุด”

“แล้วคราวก่อน เป็นใครกันที่ทำพลาด”

หลังจากยืนเถียงกันในความมืดสักพัก ชายสองคนก็ช่วยกันเปิดตู้แหวกม่านอย่างแผ่วเบาที่สุด แต่เพราะความมืด ทำให้พวกเขามองอะไรได้ยาก

“จุดตะเกียงเถอะ” เสียงชายหนุ่มกล่าว “ยังไงนางก็ไม่น่าจะอยู่ในห้องนี้แน่ เพราะหากอยู่ ป่านนี้นางตะโกนเรียกคนให้ช่วยแล้ว”

เหมือนจุดประกายความคิดให้ทักทายในร่างฟางหมิงเยว่ทันที

เออ นั่นสิ ทำไมตูไม่ตะโกนให้คนช่วยวะ

ทักทายนึกขอบใจคนร้ายที่ออกไอเดียให้ แต่ขณะกำลังจะอ้าปากตะโกนเรียกคนก็ได้ยินบุรุษสูงวัยหัวเราะด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“หึหึ หากนางกล้าตะโกนจริงก็ดีสิ เราจะได้บอกว่านางเรียกพวกเรามาให้ช่วยบำเรอนาง แต่พวกเราไม่อยากทรยศนายน้อย ...แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”

ปากที่กำลังอ้าออกของทักทายถึงกับหุบฉับ เหลือเพียงนึกก่นด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจเท่านั้น

ว่าแต่ข้อหาคบชู้...จะถึงตายไหมนะ

ในยุคโบราณเช่นนี้ ผู้มีอำนาจในมือย่อมทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น ก็ถึงขนาดสามีทำร้ายภรรยายังไม่มีความผิด ...เช่นนี้ก็คาดว่าฟางหมิงเยว่ตัวจริงคงเสียชีวิตเพราะฝีมือคนพวกนี้แน่แล้ว ทักทายถึงได้เข้ามาสิงร่างนี้แทน

แต่ขอโทษ ต่อให้ขึ้นคานจนตายอีกรอบ คนอย่างทักทายก็ไม่คิดจะมีหลายผัว ยิ่งผัวแปลกหน้าที่เข้ามาลอบฆ่ากันเช่นนี้ อย่าได้ฝัน

แล้วไหนจะความสัมพันธ์สลับซับซ้อนในจวนนี้อีก ยังไงก็ไม่คิดมีผัวเร็ว ๆ นี้แน่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร จวนนี้นับว่าอยู่ยากแล้ว

“รีบหาตัวให้พบก่อนเถอะ”

“ข้าว่านางออกไปหานายน้อยแน่ ไม่เช่นนั้นนายน้อยจะออกจากห้องหอกะทันหันรึ”

“งั้นก็รอให้นางกลับมาแล้วค่อยวางยาอีกที คราวนี้ต้องดูให้ชัดว่าตายแน่แล้ว อย่าให้ฟื้นขึ้นมาอีกเล่า”

“ได้”

จากเสียงชายต่างวัยสองคนที่คุยกันอย่างหงุดหงิด ทำให้ทักทายหนาวยะเยือกถึงกระดูก

หญิงสาวเจ้าของร่างนี้ถูกฆ่าไปแล้ว และนาง...ทักทายผู้นี้ กำลังจะถูกฆ่าอีกรอบหรือนี่

ตลอดคืนที่เหลือหญิงสาวไม่สามารถหลับตาลงได้อีก ได้แต่นอนคิดแผนป้องกันชีวิตตัวเองสารพัดอย่าง

จนที่สุดก็ได้วิธีที่คิดว่าน่าจะดีที่สุดแล้ว

เช้ารุ่งขึ้น หญิงสาวขอบตาลึกโบ๋และคล้ำยิ่งกว่าแพนด้าแล้ว

...ก็จะไม่ให้ขอบตาลึกได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

ดังนั้นเมื่อตื่นมาเห็นสภาพหนังหน้าของตัวเอง จึงต้องผักชีโรยหน้าให้รอดด้วยการแต่งหน้าทาชาดจัดจ้านชนิดว่า นางร้ายซีรีส์ทุกเรื่องต้องอาย

จากข้อมูลที่ล้วงได้จากสองสาวใช้ พบว่าปกติฟางหมิงเยว่ไม่เคยได้รับอนุญาตจากพ่อแม่สามีให้ไปร่วมสำรับที่เรือนใหญ่เลยสักมื้อ และนางก็ไม่เคยไปเลยสักวันในตลอดสามปีที่มาเป็นสะใภ้จวนนี้ ดังนั้นเช้าวันนี้...

บ่าวไพร่ตลอดเส้นทางในจวนจึงพากันขยี้ตาเป็นแถว ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวเดินนวยนาดตรงไปยังเรือนใหญ่

เดินไม่นานก็ถึงหน้าเรือนหลังใหญ่และก็เห็นชายวัยกลางคนยืนอยู่หน้าเรือนหลัก

ฟางหมิงเยว่รีบย่อกายลงคารวะอย่างอ่อนช้อยทว่าแฝงจริตที่มองแล้ว... ไม่เจริญหูเจริญตาเลยสักนิด

“คารวะท่านพ่อ...”

ชายวัยกลางคนอ้าปากค้าง เสี่ยวอิ๋วยกมือขึ้นตบหน้าผาก ก่อนที่เสี่ยวจิวจะพุ่งตัวเข้าไปกระซิบ “อี๋เหนียงเจ้าคะ นั่น...พ่อบ้าน...” ฟางหมิงเยว่ชะงักค้างในท่าย่อกายก่อนจะฉีกยิ้มออกกว้าง

“...บ้าน”

พ่อบ้านตระกูลคังทำตัวไม่ถูกที่จู่ ๆ อดีตฮูหยินน้อยมาคารวะตนเองเช่นนี้ เพราะถึงนางถูกลดขั้นลงเป็นอี๋เหนียง แต่ในสายตาผู้คนอย่างไรก็ยังต้องจัดระดับนางไว้เหนือกว่าบ่าวไพร่หนึ่งขั้นอยู่ดี

“อี๋เหนียงมาทำอะไรที่เรือนใหญ่ขอรับ”

“มาไม่ได้งั้นหรือ” ฟางหมิงเยว่ย้อนถามกลับ

“อะ...เอ่อ…” พ่อบ้านไม่รู้จะกล่าวคำใด จะตอบว่าได้ก็ไม่ควร เพราะนายท่านสั่งห้ามไว้เด็ดขาดนานแล้ว ครั้นจะตอบว่าไม่ได้ก็ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ ที่สุด... “แต่ เอ่อ ...นายท่านสั่งห้ามไว้นะขอรับ”

พ่อบ้านงึมงำเสียงเบา แต่คนที่ตนตั้งใจพูดด้วย กลับไม่อยู่รอฟังแล้ว

...มองไปก็เห็นร่างบางเดินตัวปลิวเข้าเรือนใหญ่อย่างใครก็รั้งตัวไว้ไม่ทัน

ในห้องโถงที่ตั้งสำรับยามนี้มีนายท่านคังซานเหอ ฮูหยินใหญ่หลี่เซียวปิง ฮูหยินน้อยคนใหม่เยี่ยฉางเอ๋อ และนายน้อยคังซิวเยี่ยนนั่งอยู่พร้อมหน้าแล้ว

“คารวะท่านพ่อสามี ท่านแม่สามีเจ้าค่ะ” คนที่ถูกลดตำแหน่งเป็นอี๋เหนียงเดินเข้ามายอบกายลงอย่างมีจริตจะก้าน

นายท่านคังซานเหอขมวดคิ้วมองอย่างไม่พอใจทันที

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่”

“อาหารเรือนเล็กไม่ถูกปาก ข้าเลยมากินที่นี่เจ้าค่ะ”

ฟางหมิงเยว่ลอยหน้าลอยตาตอบ แม้ถ้วยข้าวกับตะเกียบและที่นั่งสำหรับนางจะไม่เคยมี แต่ใครสนกัน?

เมื่อถือว่าบอกกล่าวแล้วทักทายก็ไม่รอให้ใครอนุญาต เดินไปนั่งเบียดกลางระหว่างนายน้อยกับฮูหยินน้อยคนใหม่ แล้วใช้ตะเกียบของผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีคีบอาหารยื่นมาป้อนให้ตรงปากเขา พร้อมส่งรอยยิ้มหวานฉ่ำไปให้

เยี่ยฉางเอ๋อมองฟางหมิงเยว่ด้วยแววตาเศร้าหมองแต่ไม่พูดอะไร นางเลือกจะทำตัวเงียบ ๆ ไปก่อน

ขณะที่ทักทายแอบชำเลืองมองด้วยหางตา เร็วเสียจนไม่มีใครทันสังเกต แล้วอดนึกสงสารฮูหยินคนใหม่ไม่ได้ สตรีที่ต้องใช้สามีร่วมกับผู้อื่นมีใครบ้างยินดี คิดดังนั้นแล้วทักทาย จึงนึกปลอบใจฮูหยินน้อยคนใหม่ผู้นี้อยู่ในใจเบา ๆ

อดทนหน่อย อีกไม่นานก็ได้เป็นเมียเดียวแล้วนะนังหนู

คังซิวเยี่ยนยามนี้อึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก ที่จู่ ๆ ฟางหมิงเยว่ผู้สงบเสงี่ยมลุกขึ้นทำตัวแปลก ๆ แต่กระนั้นก็ยังอ้าปากรับอาหารที่นางป้อนให้เขาด้วยดี

...แม้ลึก ๆ จะรู้สึกคล้ายไม่เต็มใจอยู่บ้างด้วยอยู่ต่อหน้าฮูหยินคนใหม่

“ท่านพี่กินอีกคำสิเจ้าคะ” ฟางหมิงเยว่กล่าวยิ้ม ๆ ให้เขา ขณะคีบอาหารป้อนอีกคำ

ชายหนุ่มจำต้องอ้าปากรับเช่นเดิม ขณะมองไปเห็นฮูหยินใหญ่หลี่เซียวปิงผู้เป็นมารดาสีหน้าดำคล้ำอย่างที่สุดแล้ว ทว่า...

ปัง!

เป็นนายท่านคังซานเหอที่ตบตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยควบคุมอารมณ์โกรธไม่อยู่

“ไม่ต้องกิน พ่อบ้านเรียกคนมาเก็บสำรับแล้วให้บ่าวมาทำความสะอาดเรือนใหญ่ทุกซอกทุกมุม เสนียดจัญไรจะได้ไม่ติดอยู่แถวนี้ให้รำคาญข้า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย 2

    แม้จะถูกเคี่ยวกรำจากเจ้าบ่าวตลอดคืน หญิงสาวก็ยังพยายามลุกขึ้นจากเตียง เพื่อจะเตรียมตัวไปคารวะพ่อแม่สามีทว่าผู้อาวุโสทั้งสองกลับให้สาวใช้มาแจ้งว่า ห้ามบ่าวสาวออกจากเรือนหอจนกว่าจะครบสามวันหญิงสาวนึกกังวลทันที ...ไม่ใช่ว่าร่างเก่าเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้วหรอกหรือไม่ให้ไปเคารพพ่อแม่สามีไม่ให้ร่วมโต๊ะอาหารอนุญาตให้อยู่ได้เพียงในเรือนหลังเล็กเท่านั้นแต่แม้จะเริ่มกลัดกลุ้ม คนเกิดใหม่มาแล้วสองครั้งเช่นนาง ย่อมจะสลัดความกลุ้มเพื่อเตรียมรับมือทักทายตัวแม่จะแคร์ เพื่อ…แม้จะรู้สึกลึกซึ้งกับจวางโม่เฟิงสุดจิตสุดใจ มีความผูกพันต่อกันมาหลายสิบปี แต่หากบิดามารดาของจวางโม่เฟิงเป็นเหมือนพ่อแม่ของคังซิวเยี่ยน เฉินเยว่ก็ไม่ลังเลที่จะขอหนังสือหย่าแล้วออกไปมีชีวิตเป็นของตนเองเจ็บแต่จบ ไม่ต้องให้มีแผลเรื้อรังทว่านางกังวลใจได้ครู่เดียว ก็ถูกสามีหนุ่มสองร้อยปีผู้ไม่เคยลิ้มลองรสหวานของดอกไม้ลุกขึ้นมาตามตัวให้กลับไปเอนร่างลงบนเตียงอีกแล้ว...เซียนหนุ่มผู้แสนเอาแต่ใจ เมื่อได้ลองลิ้มชิมรสหวานของกลีบดอกไม้ ก็ติดใจจนเรียกร้องอย่างไม่รู้อิ่มแล้วดังนั้นไม่ต้องรอใครห้ามไม่ให้ออกไปไหน เฉินเยว่ก็ถูกจว

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   บทส่งท้าย

    ณ ชายขอบดินแดนเซียน มีครอบครัวตระกูลเฉินตั้งรกรากอยู่เป็นครอบครัวที่ไม่วุ่นวายอะไร ไม่มีการเมืองหลังบ้านให้ทุกคนปวดหัวเพราะนายท่านเฉินมีภรรยาคนเดียว จึงมีลูกดกหัวปีท้ายปีนับได้ถึงสิบสองคน ทำให้ครอบครัวนี้ยากจนอย่างยิ่ง เพราะต้องเลี้ยงดูหลายปากหลายท้องแต่โชคดีที่เมื่อบุตรชายหญิงทุกคนเติบโตขึ้น พวกเขาล้วนไม่ทอดทิ้งบิดามารดา ลูกทุกคนมีความกตัญญูอย่างยิ่ง ต่างช่วยกันทำมาหากินเพื่อจุนเจือครอบครัว กระทั่งช่วงสิบปีหลัง ครอบครัวของพวกเขาเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตา ไม่ว่าจะหยิบจับอันใดล้วนประสบความสำเร็จ...ราวกับสวรรค์ประทานพรลงมาให้จนผ่านมาอีกหลายปี ลูกทุกคนเติบใหญ่มีครอบครัวของตนเองกันหมดแล้ว ฮูหยินของตระกูลเฉินที่อายุย่างเข้าเลขสี่ ถึงกับตั้งครรภ์ขึ้นอีกครั้งลูกหลงคราวนี้ เป็นทารกหญิงที่สวยงามราวเทพปั้น โดยเฉพาะดวงตาของนางที่ส่องประกายสดใสตั้งแต่แรกเกิด จึงได้รับชื่อว่า เยว่ แปลว่า พระจันทร์ส่องสว่างยามค่ำคืนนั่นเพราะนางเป็นเหมือนแสงสว่างที่ส่องลงกลางใจของครอบครัวเฉินทุกคนเฉินเยว่เติบโตท่ามกลางความรักความเอ็นดู ทั้งยังเป็นเด็กเฉลียวฉลาดมาก ไม่ว่าเรื่องใดผ่านตา นางจะเรียนรู้และจดจำได้รวดเ

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 59

    ข้า ฟางหมิงเยว่ จะวางยาพิษ หลี่เซียวปิง โดยข้าได้บอกกล่าวให้กับหลี่เซียวปิงรับรู้ และสั่งให้นางเตรียมยาแก้พิษไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผิดพลาดถึงตายขึ้นมา ข้าฟางหมิงเยว่ไม่รับผิดชอบใด ๆ เด็ดขาด และเมื่อถูกจับได้แล้วฟางหมิงเยว่จะไม่ถูกตัดสินลงโทษแต่อย่างใดยกเว้นโทษเดียว นั่นคือขับออกจากตระกูลคังห้ามแจ้งทางการ รวมทั้งนายท่านคังและฮูหยินใหญ่ ต้องจ่ายเงินค่าวางยาพิษครั้งนี้ เป็นจำนวนห้าร้อยตำลึงทองให้กับฟางหมิงเยว่ โดยต้องจ่ายทันทีที่ยอมรับเงื่อนไขบิดามารดาเห็นเขาเป็นคนโง่ หลอกเขาทุกอย่าง!แม้แต่การวางยาพิษในวันนั้นก็เป็นเรื่องหลอกลวงหรือนี่เพียงเพื่อกำจัดผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้พ้นทาง จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ ตัวเขาเองยอมทุกอย่างแล้วยอมแต่งงานกับเยี่ยฉางเอ๋อ ยอมปลดฟางหมิงเยว่เป็นอนุพวกเขายังเลือกจะฆ่านาง สตรีอ่อนแอคนเดียว ซ้ำยังไร้อำนาจตระกูลหนุนหลัง เหตุใดต้องกำจัดทิ้งเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ และตอนนั้นเองที่เหมือนคังซิวเยี่ยนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ชายหนุ่มลุกไปเปิดกล่องใบเก่าที่ไม่ได้เปิดมานับสิบปีแล้วหยิบกระดาษในกล่องนั้นออกมาวางลงเคียงกัน...เพื่อเปรียบเทียบลายม

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 58

    ร่างของคังซิวเยี่ยนที่ยังยืนมองไปรอบ ๆ นึกขัดใจว่า เหตุใดตนเองถึงไม่ตื่นขึ้นเสียที แต่อีกใจก็คล้ายจะอยากรู้ว่า มีอะไรที่เขาไม่รู้ เกิดขึ้นต่อไปอีกหรือไม่โดยไม่คาดคิด ชายหนุ่มมองไปเห็นเงาดำสองคนย่องเข้ามาในบริเวณเรือนเล็ก ท่าทางของเงาทั้งสองคล้ายกำลังมองรอบเรือนเพื่อสำรวจให้แน่ใจว่า ทุกคนหลับสนิทแล้วเช่นนั้นแหละจากนั้น เขาเห็นเงาสองร่างลอบเข้ามาถึงในห้องนอน ...ที่เจ้าของห้องสองคนกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงร่างในชุดดำพยักหน้าให้กัน ก่อนเข้ามาช่วยหามร่างของฟางหมิงเยว่ แล้วพาเดินออกไปถึงสระบัวอย่างไม่มีความลังเลในการกระทำนั้นเลยเพียงครู่เดียว ชายหนุ่มก็เห็นร่างอดีตฮูหยินถูกโยนลงสระน้ำอย่างตั้งใจให้ออกไปไกลขอบสระอย่างที่สุดคังซิวเยี่ยนยืนมองทุกการกระทำอย่างตกใจแต่ไม่คิดจะยับยั้ง เพราะชายหนุ่มยังเข้าใจว่า ทั้งหมดคือความฝัน จึงทำแค่เดินตามคนร้ายทั้งสองไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง เมื่อพบว่าชายทั้งคู่กำลังตรงไปยังเรือนใหญ่ของบิดาเขาเมื่อคังซิวเยี่ยนตามเข้าไปด้านในเรือนบิดาแล้วก็เห็นชายชุดดำทั้งคู่ปลดผ้าคลุมหน้าออก ชายหนุ่มถึงกับผงะถอยหลังเมื่อเห็นว่า ชายชุดดำไม่ใช่ใครที่ไหนเลยเป็

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 57

    ก็ตอนนี้นางเป็นเพียงวิญญาณที่ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้แล้วนี่นา...จวางโม่เฟิงไม่ตอบคำ เพียงเดินไปหยิบกระดาษพู่กันมา แล้วก็นั่งลงเขียนตามคำบอกของวิญญาณสาวในทันทีเนื้อความในจดหมายก็แค่ระบุว่า นางประสงค์จะยกกิจการในนามของฟางหมิงเยว่ทั้งหมด ให้กับตระกูลฟาง ยกเว้นโรงงานแคบหมูที่หมู่บ้านแห่งนี้เท่านั้นที่ยกให้กับบ่าวคนสนิททั้งสอง และท้ายจดหมายก็ระบุเพียงว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะ...ฟางหมิงเยว่ออกเดินทางไกลไปกับจวางโม่เฟิงแล้ว และจะไม่หวนคืนมาอีกเมื่อเขียนเสร็จแล้วก็บอกให้เขานำไปวางไว้บนเตียงนอนของนาง“ไปกันเถอะ ข้าพร้อมแล้ว”ทักทายทำหน้าทะเล้นอย่าง...ไปไหนไปกันได้เลย...ท่านพี่แต่พอชำเลืองมองชายตรงหน้าก็แอบขนลุกชันขึ้น ...ไม่ใช่ว่าเขาอ่านความคิดของนางได้นะแล้วนี่จะไปกันอย่างไร ต้องลอยละลิ่วไปในอุโมงค์มืด ๆ แบบอวกาศเวิ้งว้างเหมือนอย่างที่เคยดูในสารคดีหรือเปล่านะ...แล้วถ้าเผื่อพลัดหลงกันกลางทางเล่า...ชายหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยแล้วสายหน้าเบา ๆ อย่างนึกขำ ก่อนจะสะบัดมือทีหนึ่งในที่สุดไม่นานจวางโม่เฟิงก็พาวิญญาณสาวยุคใหม่มาปรากฏขึ้นในเรือนของซูม่อหยวนที่บัดนี้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น จาก

  • เมียแรกที่ไม่ได้แปลว่าเมียหลวง   ตอนที่ 56

    “เจ้าไม่ใช่เจ้าของร่างนี้ ใช่หรือไม่”ฟางหมิงเยว่พยักหน้าหงึก ๆ อย่างยอมรับความจริง และเมื่อหันไปหมายจะทรุดนั่งเพื่อพูดคุยกัน ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างที่ตนอาศัยนานหลายปี ล้มกองคล้ายสิ้นลมหายใจอยู่กับพื้นแล้ววิญญาณของทักทายตกใจครู่หนึ่งก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์ ตัวนางเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยังจะต้องคิดมากไปไย...แม้จะแอบกลัวอยู่บ้างก็เถอะ“เจ้าคงรู้ว่าข้าเป็นเซียน”วิญญาณหญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง ต่อให้ก่อนหน้านี้ไม่แน่ใจนัก แต่ตอนนี้มั่นใจอย่างมากแล้วว่า นอกจากจะไม่แก่เฒ่าแล้วชายคนนี้ยังเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างกับซูเปอร์แมนด้วย และนี่ถึงกับมองเห็นนางที่เป็นเพียงดวงวิญญาณอีกคิดแล้วก็ชำเลืองมองร่างไร้วิญญาณที่ตนเคยสิงอยู่เป็นระยะ ๆ ทันใดก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกถึงตอนนี้จะเป็นวิญญาณอีกครั้งแล้ว แต่นางก็ยังกลัวผีอยู่ดี...แต่ก็แอบนึกปลอบตัวเองว่า ไม่มองก็ไม่กลัว ดังนั้นก็ต้องไม่มอง“ส่วนเจ้า เดิมเป็นวิญญาณที่ควรไปเกิดในโลกเซียนแต่มีเหตุผิดพลาดขึ้น ทำให้วิญญาณเจ้าของร่างนี้หลุดไปอาศัยร่างของเจ้าเพื่อเกิดใหม่ วิญญาณเจ้าจึงต้องมาสวมร่างของนางแทนเช่นกัน”รูปร่างหน้าตาของวิญญาณในตอนนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status