Share

ตอนที่ 7 ผู้ต้องสงสัย

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:55:19

ร่างบางถูกหามส่งกลับตำหนักเมื่อยามโฉ่ว1

นางรอดมองออกจากหน้าต่างเกี้ยวที่นำมาส่ง หลิวเซียงเอ๋อร์จ้องมองเงาของใครคนหนึ่งยืนใต้ต้นดอกเหมยที่กำลังบานสะพรั่งสะท้อนแสงจันทร์ยามราตรี บุรุษร่างสูงยืนพิงลำต้นสูง สายตาทอดมองดูไร้จุดหมายอย่างเหม่อลอย

“เฉินฮั่ว” หลิวเซียงเอ๋อร์เปล่งเสียงเรียกเขาจากด้านหลัง ที่ยามนี้เธอได้จัดแจงชุดไว้อย่างเรียบร้อยอีกครั้ง

“พระสนม..” เฉินฮั่วยกมือคารวะมองดวงตายาวเรียวที่จับจ้องมาที่เขาราว แววตานางยามนี้ดูช่างเหมือนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นแววตาเช่นนี้อีกครั้ง

“ท่านมีเรื่องใดไม่สบายหรือไม่” หลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

“กระหม่อมมิมีสิ่งใดต้องไม่สบายใจ หากแต่คืนนี้แสงจันทร์ช่างงดงามว่าทุกคืนนัก” หลิวเซียงเอ๋อร์เงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ทอแสงประกายนวล เพียงแต่ดวงจันทร์ที่เธอมองเห็นกลับเป็นดังเช่นทุกวันเหตุใดเฉินฮั่วจึงมองว่างดงามกว่าทุกวัน 

“ข้าว่าทุกวันพระจันทร์ก็ส่องแสงงดงามดังเช่นทุกวัน มิใช่หรือ” ร่างบางหยุดยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ร่างสูงใบหน้าแหงนมองดวงจันทร์ที่เต็มดวงกลางท้องฟ้ายามมืดมิด

“ยามที่คนเรามีความสุขสิ่งที่เคยมองเหมือนทุกวันกลับต้องสุขกว่า” หลิวเซียงเอ๋อร์ยกคิ้วหันมองใบหน้าคมด้านข้างแววตาเป็นประกาย ลมเย็นยามค่ำคืนทำให้เธอต้องจับเสื้อคลุมกระชับตัวขึ้น นี่เพียงแค่เธอออกมาได้นานกลับรู้สึกเย็นผิวกายดังโดนน้ำแข็ง แล้วบุรุษที่ยืนนี่เล่ากลับยืนนิ่งราวไม่รับรู้ความรู้สึกใด ๆหรือไรกัน ฝีปากเอ่ยบอกว่ามีความสุข แต่แววตากลับดูเศร้าโศกเสียยิ่งกระไรเธอยิ่งมองก็ยิ่งไม่เข้าใจในตัวของเขาเลย 

“ท่านมีความสุขเรื่องใดกันข้าอยากรู้นัก”

“ความสุขของกระหม่อมคงได้เห็นพระสนมที่คงมีความสุขมากกว่าในยามนี้ ” หลิวเซียงเอ๋อร์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เขาเอ่ยบอก เพราะเธอไม่รู้ว่าหลิวเซียงเอ๋อร์นางรอคอยสิ่งใด

“สิ่งที่ข้ารอ? ”

“~สนมหากมิเป็นที่โปรดปราณ เช่นนั่นก็เหมือนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาแห้งตายอยู่วังหลังนี้มันช่างน่ากลัวนักที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว~...ท่านเคยบอกกับข้าเมื่อครั้งที่ท่านเข้าวังหลวง” เฉินฮั่วเหม่อมอง น้ำเสียงทุ้มแผ่วเบาของเขาช่างดูเฉียบเย็นราวน้ำแข็ง แววตาที่จับจ้องมองมาราวกับสายน้ำเย็นที่รดบนตัวเธอ หลิวเซียงเอ๋อร์นิ่งราวอยากจะขุดคุ้ยในความจำของนางนัก เธอนึกไม่ออกว่าหลิวเซียงเอ๋อร์คนเดิมหลงรักฮ่องเต้เพียงใด นางถึงยอมทำเรื่องเลวร้ายนั้นได้

“ข้าคงหลงลืมไปแล้วละ...แต่ดูเหมือนข้าก็คงยังมิใช่คนโปรดอยู่ดี” หลิวเซียงเอ๋อร์บุ้ยหน้า เธอยังจำภาพที่ผ่านมาได้ไม่นาน หลังจากที่รับถ้วยซุปจากสนมจูเขาก็ดูจะแตกต่างออกไป หากแต่เธอยามนี้หาได้สนใจในความรักนั่น มีเพียงสิ่งที่เธอต้องทำคือหาวิธีที่จะหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้รวมถึงช่วยเหลือตระกูลหลิวให้พ้นข้อกล่าวหาที่ถูกใส่ความว่าเป็นกบฏ 

'จะให้ข้ามาที่นี่ทั้งที ทั้ง ๆ เนื้อเรื่องในนิยายก็ยังอ่านไม่ทันจบ' หลิวเซียงเอ๋อร์ยกแขนกอดอกก่อนจะยกมือหนึ่งขึ้นจับคางเรียวตนพลางค้นหาข้อความต่าง ๆ ที่เคยอ่านผ่านตามาบ้างแต่ก็นึกไม่ออกว่าใครจะพอเป็นตัวการหลัก

“สนมจูไปพบฝ่าบาทอีกแล้วใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ” เฉินฮั่วเอ่ย

“อืม.."

"สนมท่านกำลังคิดสิ่งใดกัน"

"ข้าก็แค่คิดว่า ข้าเองก็เป็นเพียงผู้ที่คอยเกื้อกูลให้แก่เพียงราชวงศ์ หาใช่สตรีที่ฝ่าบาทจักมอบความรักให้” มือหยาบกำแน่นมี แววตาคมเข้มมีหรือที่เขาจะมิอาจรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้ามีใจให้กับฮ่องเต้หนุ่มเพียงไร เมื่อเยาว์วัยนางก็ร้องเรียกแต่จะเข้าวังเพื่ออยากจะมาวิ่งเล่นกับฮ่องเต้สมัยที่ยังคงเป็นเพียงองค์รัชทายาท เพียงแต่หลังจากที่ฮ่องเต้องค์ก่อนถูกรอบวางยาจนสิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้นหนานรั่วหานก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์ด้วยวัยเพียงสิบห้าพรรษา และยังต้องอภิเษกกับบุตรีของอัครเสนาบดีเย่เซียวหลง ผู้มีศักดิ์เป็นน้าชาย ยามนั้นนางถึงกับร้องห่มร้องไห้ไปเป็นเดือน เขาผู้ที่เป็นองครักษ์เฝ้าดูแลนางมานานมีหรือที่จะมองไม่ออกว่านางคิดเช่นไร แต่ยามนี้แววตานางกลับดูไร้สิ้นความเสน่ห์หาและอาวรณ์นั่น

“พระสนม? ”

“ดีแล้วล่ะเฉินฮั่ว ข้าเองก็มิอยากมีสิ่งใดให้ผูกมัดเช่นกัน” หลิวเซียงเอ๋อร์ส่งยิ้มอย่างสบายใจ แม้ฮ่องเต้หนุ่มจะดูหล่อเหลากว่าบุรุษทั่วไปเพียงใด แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่นางมิอาจแตะต้องได้ นางมิใช่ผู้ที่จะได้ยืนเคียงคู่พระเอกเช่นเขา

“เช่นนั้นกระหม่อมก็ยังคงอยู่ปกป้องพระสนมเช่นเดิม”

“ขอบใจเจ้ามาก ยามนี้ข้าคงไม่รู้สึกเหงาอีกแล้ว อย่างน้อยข้าก็มีเจ้า มีหลินเสียง” หลิวเซียงเอ๋อร์ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะถูกสาวรับใช้ข้างกายออกมารอรับนางเพราะเห็นว่าจะออกรับลมเย็นหลายเกือบชั่วยามแล้ว 

- ตำหนักหลงเฉียวกง – 

บุรุษชุดดำใช้วิชาตัวเบากระโดดไปมาบนหลังคาสูงของตำหนักต่าง ๆ ก่อนจะแฝงกายหายลับเข้าไปทางประตูลับทางส่วนหลังของตำหนักหลงเฉียวกง 

“ทูลฝ่าบาทตำหนักซูฮวากงดูไม่ผิดแปลก มีเพียงยามที่นางกลับถึงตำหนักนางได้ออกมายืนชมจันทร์พร้อมกับองครักษ์ข้างกายนาง” 

“องครักษ์ผู้นี้อยู่ในตำหนักพระสนมตลอดเวลาหรือ”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ องครักษ์มีนามว่าเฉินฮั่วจะเทียวไปมาระหว่างตำหนักซูฮวากงกับจวนตระกูลหลิวพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ไป่ผู้ที่แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทยืนพิงพนักข้างหน้าต่างห้องบรรทมฮ่องเต้หนุ่ม ทุกครั้งที่เขาไม่อยู่ข้างกายหนานรั่วหานก็จะมีเพียงยามที่เขาต้องออกไปสืบหาแหล่งข่าวต่าง ๆ  เพื่อสืบเสาะหาผู้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของไท่เฟย แม้ไท่เฟยจะมิใช้แม่ที่แท้จริงแต่นางก็เลี้ยงหนานรั่วหานให้เติบโตมาเป็นอย่างดี และมิเคยที่จะคิดร้ายกับเขาเลยซักครั้งผิดกับพระมารดาตนที่คอยแต่เข้มงวดกฎระเบียบต่าง ๆ ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้วิ่งเล่นเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป 

~ยามอู่2~

“ทูลฝ่าบาท...หนานชินอ๋องเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เหิงกงกงตะโกนก้องตำหนัก หลันเป่า เดิมตำหนักนี้เป็นตำหนักใช้เก็บเล่มบันทึกรุ่นต่อรุ่น ด้วยความที่เป็นตำหนักอยู่ไม่ไกลกับตำหนักหลงเฉียวกง ทำให้ฮ่องเต้หนานรั่วหานใช้เป็นที่ทรงงานยามที่ไม่อยากพบผู้ใด ยกเว้นเพียงผู้เดียวที่สามารถมาขัดช่วงเวลาทำงานของเขาได้ หนานชินอ๋อง หรือหนานลู่บุตรชายเพียงคนเดียวของไท่เฟยผู้มีศักดิ์เป็นผู้พี่ของฮ่องเต้ ทั้งสองสนิทกันจนที่สามารถยอมสละชีพเพื่อกันได้ ครั้งเมื่อหนานรั่วหานยังเป็นเพียงรัชทายาททั้งสองต่างออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมานานจนรู้ใจกัน เมื่อยามที่ต้องขึ้นครองบัลลังก์หนานชินอ๋องก็เป็นผู้สนับสนุนเขามาโดยตลอด

“ท่านพี่..”

“ฝ่าบาทยังมิทรงเปลี่ยนไปเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านพี่ตรัสอะไรเช่นนี้ เจิ้นยังคงเช่นเดิมมิเปลี่ยนแปร”หนานรั่วหานสะบัดฉลองพระองค์ลุกเดินมารินชาให้หนานชินอ๋องด้วยตนเอง

“ฝ่าบาท สายส่งข่าวรายงานว่ามีคนในเป็นหนอนคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหวของพระองค์อยู่ พระองค์อย่าได้นิ่งวางพระทัยไป”

“เจิ้นรู้ดี ตอนนี้เจิ้นแค่กำลังให้องครักษ์ไป่คอยติดตามดู”

“แสดงว่าฝ่าบาทรู้ว่าผู้ใดคือหนอนนั้นแล้วหรือ”

“ยังมิอาจแน่ใจได้ เจิ้นแค่อยากตรวจสอบให้แน่ชัดกว่านี้อีกซะหน่อย” หนานรั่วหานยกนิ้วหมุนวนรอบถ้วยชา เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าแน่ชัดว่าผู้ที่เขาสงสัยจะเป็นนางหรือไม่ หรือถ้าเป็นนางจริง ๆ เหตุใดใจเขาจึงรู้สึกเจ็บแปลบราวหนามแหลมทิ่มเสียให้ได้

“เช่นนั้นกระหม่อมจะไปลองสืบที่หอคณิกานั่นอีกครั้ง ฉินม่อซีคงมีข่าวคราวเรื่องใดมาบ้าง”

“อืม..เช่นนั้นท่านพี่ก็ระวังพระองค์ด้วย ดูเหมือนกลุ่มกบฏนั่นจะฮึกเหิมกล้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้คงจะมีคนใหญ่ในวังเป็นผู้เปิดทาง”

“กระหม่อมทราบดี พระองค์อย่าได้กังวล” หนานลู่พยักหน้ารับ ก่อนจะอมยิ้มจ้องมองใบหน้าหนานรั่วหานจนเขาต้องยกคิ้วราวตั้งคำถามคนตรงหน้า

“ได้ข่าวว่าพระองค์เรียกพระสนมหลิวเข้าหอ แสดงว่าเมื่อคืนก็คงจะ....” หนานลู่แซว เพราะน้องชายที่เติบโตด้วยกันมาเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าฮ่องเต้ผู้มีใจแกร่งดังหินผา ยามนี้กลับเรียกสนมเข้าร่วมหอ

“มิได้มีอะไรทั้งสิ้น เจิ้นเพียงแค่ต้องการทดสอบ”

“ทดสอบ..ทดสอบสิ่งใดกันจึงต้องเรียกเข้าหอ”

“เมื่อไม่นานมานี้สนมหลิวได้แอบออกไปเที่ยวตลาด โชคดีที่นางจำเจิ้นมิได้” หนานรั่วหานนึกถึงนางยามที่กำลังเดินเลือกซื้อเลือกหาสิ่งของต่าง ๆ ท่าทางยามที่นางยกยิ้มแก้มบุ๋มนั่นช่างหน้ามองยิ่งนัก หากแต่เขาก็แปลกใจนางไม่น้อย 

“เที่ยวตลาด? เช่นนั้นหนอนที่ว่า.... ” หนานลู่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนที่หนานรั่วหานจะผงกศีรษะเล็กน้อยเชิงตอบรับ

“ใช่..ท่านพี่คิดเหมือนเจิ้น สนมหลิวนางเป็นถึงธิดาเสนาบดีหลิว ที่ถือยศถืออย่างรวมถึงกิริยามารยาทก็สำรวมรู้กฎในวังหลวงนี้ดีทุกอย่าง แต่เจิ้นกลับเห็นนางเดินเที่ยวตลาดดังที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

“เช่นนั้นพระองค์จึงเฝ้าติดตามดูนาง....”

“ใช่...ตอนนี้เจิ้นจึงอยากของติดตามดูนางซักพัก”

“กระหม่อมเข้าใจแล้ว เช่นนั้นพระองค์ก็ต้องยิ่งระวังพระองค์ให้ดี กระหม่อมทราบมาว่าองครักษ์ที่ติดตามนางฝีมือไม่ใช่ย่อยเช่นกัน” หนานรั่วหานพยักหน้ารับอีกครั้ง มือหนึ่งยกแก้วชาแตะชิมก่อนจะหันมองออกไปทางหน้าต่างราวกับคิดถึงสิ่งใดบางอย่าง

“เช่นนั้นกระหม่อมทูลลา แล้วพบกันที่ลานพลับพลาเทศกาลงานโคมไฟนะพ่ะย่ะค่ะ” หนานลู่สะบัดชายแขนเสื้อก่อนจะทำท่าปัดชุดไปมาให้ดูเรียบร้อยก่อนจะหันหลังเดินออกไป หนานรั่วหานมองร่างพระเชษฐาที่เดินออกไปจนลับตา เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าสนมหลิวจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่เขากลับรู้สึกมิอยากให้เป็นอย่างที่ตนคิด ร่างสูงยังคงมองออกไปริมหน้าต่างนั่นอีกครั้ง ต้นดอกเหมยที่ผลิบานเต็มต้นหากแต่ภาพที่อยู่หลังต้นดอกเหมยนั่นกลับเป็นหลังคาสูงของตำหนักซูฮวากง 

ยามโฉ่ว คือช่วงเวลา 01.00 - 02.59 น.

ยามอู่   คือช่วงเวลา 11.00 - 12.59 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ภาคพิเศษ

    ❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนจบ ทางเดินสุดท้าย

    "ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 51 เจ้าก้อนกลม

    "ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 50 การกลับมาอีกครั้ง

    ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 49 ออกนำทัพ

    หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 48 ทวงคืน

    สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status