Share

ตอนที่ 8 ถูกลอบสังหาร

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:55:23

-คืนวันเทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ) -

แสงไฟสว่างที่ประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากสี บ้างก็แขวนไว้ตามกิ่งไม้ ชายคา ร้านค้าต่าง ๆ มากมายคึกคักกว่าทุกครั้งผู้คนเบียดเสียดส่งเสียงปะปนไปกับดนตรีการแสดง

“พระสนมสวมอาภรสีแดงแล้วสวยยิ่งนักเพคะ” นางกำนัลนางหนึ่งเอ๋ยชมขณะที่กำลังจัดแจงกับอาภรณ์บนกายนางอย่างพิถีพิถัน เทศกาลหยวนเซียวเป็นเทศกาลสำคัญเหมือนเป็นวันปีใหม่ของชาวจีนที่มีมาช้านาน หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก

“พระสนมเสร็จแล้วหรือไม่” เสียงของเหลียนมามาที่ดังมาแต่ไกลจนเหล่ากำนัลเริ่มมือไม้สั่นด้วยความกลัว ร่างอวบอ้วนค่อย ๆ เปิดประตูห้องหอก่อนจะเดินมาย่อกายคาราวะนาง

“ถวายพระพรสนมหลิว ยามนี้ฮ่องเต้ทรงพร้อมแล้วหม่อมชั้นได้จัดเกี้ยวร่วมขบวนให้พระองค์ร่วมกับสนมจูแล้วเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์พยักหน้ารับพร้อมกับยกมือห้ามเหล่ากำนัลให้หยุดแต่งตัวให้นาง

ขบวนเกี้ยวของฮ่องเต้และฮ่องเฮาพร้อมด้วยเหล่าองค์หญิงองค์ชาย และสนมได้เคลื่อนออกไปยังคฤหาสน์กลางลานพลับพลาที่ถูกจัดเตรียมไว้ยามที่มีการจัดเทศกาลสำคัญ หรือไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เหล่าชาวบ้านได้เห็นก็คุกเข่าลงต่างกู่ร้องแสดงความเคารพ

“ขอฮ่องเต้ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

“ขอฮองเฮาทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

เสียงตลอดสองฝากทางทำให้หลิวเซียงเอ๋อร์อดที่จะแย้มหน้าออกไปมองนอกเกี้ยว หากแต่มีสายตาหนึ่งจ้องมองนางจนต้องรีบดึงตัวกลับ

“สนมหลิวดูตื่นเต้นไม่น้อยเลย” น้ำเสียงเอ่ยทักพร้อมยกยิ้มมุมริมฝีปากเล็ก จูเหมยฮวามองท่าทางแปลกไปของหลิวเซียงเอ๋อร์ราวกับมิใช้คนเดิม นางมองร่างบางที่คอยชะเง้อรอดมองออกไปนอกเกี้ยว

“เราแค่สงสัยว่าประชาชนของฝ่าบาทนั้นสุขสบายดีกันหรือไม่”

“ท่านดูใส่ใจยิ่งนัก หม่อมชั้นนับถือน้ำใจท่านจริง ๆ ”

“นั่นก็เพราะว่าเป็นประชาชนของฝ่าบาทก็เปรียบเสมือนประชาชนเรา สนมจูเองก็คงคิดเช่นนั้นใช่หรือไม่” หลิวเซี่ยงเอ๋อร์หาทางหลบเลี่ยง ยามนี้นางคงเผลอตื่นเต้นจนลืมตัวทำให้จูเหมยฮวาได้เห็นท่าทางแปลก ๆ ของนาง

“เพคะ..หม่อมชั้นรักฝ่าบาทเช่นไร ก็รักประชาชนพระองค์เช่นนั้น”

จูเหมยฮวา กล่าวเปรียบจนหลิวเซียงเอ๋อร์ผินหน้าหนีแล้วเบะปากยักไหล่เล็กน้อย เพียงไม่นานขบวนเกี้ยวก็หยุดลงเหล่าทหารต่างวิ่งปิดล้อมลานพลับพลาอย่างรู้หน้าที่ ร่างสูงของฮ่องเต้ที่เดินประคองมือขาวซีดฮ่องเฮาเย่ฟาน นางก้าวเท้าลงจากเกี้ยวอย่างช้า ๆ อย่างคนไร้เรี่ยวแรง เหล่าขันทีรีบประคองฉลองพระองค์ที่สยายปีกกว้าง เหล่าองค์หญิงองค์ชายและสนมเยื้องกายออกจากเกี้ยวจัดแจงอาภรณ์ให้ดูเรียบร้อยก่อนจะค่อย ๆ ทยอยเขาไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้า เพื่อร่วมรับประทานสุราอาหารที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อม หลิวเซียงเอ๋อร์ย่อกายนั่งลงบนเบาะนิ่มตามตำแหน่งของนาง เธอสอดส่ายสายตามองรอบ ๆ อย่างแปลกใจในผู้คนเพราะนอกจากตัวละครหลัก ๆ จะมาพร้อมเพียงกันหมดแล้วต่างก็มีตัวละครประกอบอีกหลายคนที่เธอไม่รู้จัก หลิวเซียงเอ๋อร์พยายามมองลักษณะของแต่ละคนเพื่อพิจารณาดูว่าเป็นใครบ้าง โชคดีที่สนมหลิวซูเฟยเป็นคนหยิ่งยโสไม่ค่อยพูดคุยกับใครทำให้เธอได้แต่นั่งมองทุกคนพูดคุยกันจนพอจะรู้ชื่อแซ่

“สนมหลิวอาหารไม่ถูกปากท่านหรือ” เสียงกระซิบข้าง ๆ จูเหมยฮวายื่นหน้ามาใกล้นางจนเกือบติด หลิวเซี่ยงเอ๋อร์เอนกายหลบพร้อมส่งยิ้มให้จูเหมยฮวาเล็กน้อย

“เราแค่ไม่ค่อยอยากอาหารนัก” จูเหมยฮวาเหมือนจะรู้พยักหน้ารับก่อนจะยกถ้วยชาชั้นดีขึ้นมาจิบ

เสียงพิณบรรเลงเพลงขับกล่อมองค์หญิงองค์ชายต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนทำให้เธอได้มีเวลาพิจารณาดู เธอจับจ้องมองหญิงสูงศักดิ์ที่นั่งบนบัลลังก์คู่ฮ่องเต้หนุ่ม ใบหน้าขาวซีดร่างกายซูบผอมที่ตอนนี้ถูกชุดปกคลุมแทบมิดร่างบางนั่น หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดตั้งแต่ที่เธอมาอยู่ที่นี่ถึงไม่ค่อยได้เห็นฮ่องเฮา ยามนี้นางคลายความสงสัยแล้ว หากแต่แววตาคู่นั้นที่ได้มองมาที่เธอช่างอ่อนโยนนัก

“เจ้าเบื่อหรือไม่สนมหลิว” ฮ่องเฮาเย่ฟานเอ่ยถามเพราะเห็นว่าหลิวเซียงเอ๋อร์ได้แต่นั่งเงียบจ้องมองแต่ผู้คนแต่มิเห็นพูดคุยกับผู้ใด

“พ..เพคะ..หม่อมชั้นมิเบื่อเพคะ” หลิวเซียงเอ๋อร์ตกใจพูดติด ๆ ขัด ๆ ใครจะคิดว่ากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ ๆ ฮ่องเฮาจะเอ่ยถามเธอ ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่านี่คือโลกของนิยาย แต่ฮ่องเฮาก็คือแม่ของแผ่นดินนี้เธอคือผู้ยิ่งใหญ่อีกคนรองจากฮ่องเต้มีหรือที่เธอจะไม่รู้สึกตื่นเต้นยามที่นางเอ่ยทัก แววตายิ้มอย่างอ่อนโยนให้เธอทำให้เธอรู้สึกคลายกังวลผิดกับแววตาคมข้าง ๆ ที่ตอนนี้จ้องมองมาที่เธอราวกับว่าเธอได้ทำสิ่งใดผิดไป

‘นี่ซินะ คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดแม้แต่เรานั่งอยู่เฉย ๆ ก็ยังคงไม่พอใจ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ผินหน้ามองไปทางอื่นแทนราวไม่ใส่ใจว่าฮ่องเต้หนุ่มจะคิดเยี่ยงไร

ตลอดเวลาที่ทุกคนร่วมดื่มฉลองกันกับมีแววตาจำนวนหนึ่งที่ซ่อนเร้นในความมืดจับจ้องมองลงมา เสียงเพลงบรรเลงอย่างสนุกสนานเหล่าทหารต่างยังคงยืนนิ่งราวรูปปั้น เสนาบดีฝ่ายต่าง ๆ ก็เอ่ยคุยกันอย่างลืมตัว จวบจนยามโฉ่ว เสียงกระบี่ปะทะดังก่อนมีเสียงหนึ่งตะโกน

“คุ้มครองฝ่าบาท คุ้มครองฮ่องเฮา!!” เสียงตะโกนดังทำให้ผู้คนภายในลานพลับพลาแห่งนี้วิ่งวุ่น เหล่าสนมต่าง ๆ กรีดร้องอย่างหวาดกลัวกลุ่มทหารที่คอยอารักขารีบวิ่งเข้ามาช่วยเหลือเหล่าองค์หญิงองค์ชาย และสนมฮ่องเต้จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หลิวเซียงเอ๋อร์ได้แต่หันมองหาหลินเสียงที่ยามนี้นางยืนอยู่จุดใดเธอก็มิอาจทราบได้ กลุ่มชายชุดดำหลายสิบคนต่างโรยตัวลงมาเสียงมีดดาบปะทะดังจนเธอจับทิศทางลำบาก

‘ในเมื่อไม่มีใครช่วยเหลือเราก็คงต้องช่วยเหลือตัวเอง เห็นทีเราคงจะไม่ได้ตายที่ตำหนักเย็นก็คงเป็นที่นี่’ หลิวเซียงเอ๋อร์รีบกระโดดออกจากที่นั่งอย่างเร็วเมื่อมีชายชุดดำผู้หนึ่งฟาดดาบลงมาที่กลางโต๊ะนาง หลิวเซียงเอ๋อร์เอียงตัวหลบวิชาเทควันโดที่ติดตัวนางมาจากอีกภพหนึ่งในยามนี้ถูกใช้อย่างเหมาะสมแก่เวลา แม้จะเป็นเพียงกีฬาที่เธอไม่ได้เอาดีมาก แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเธอก็เคยเป็นถึงแต่แทนนักกีฬามหาวิทยาลัยไปแข่งจนได้รางวัลมามากมาย แต่ด้วยความที่ครอบครัวอย่างให้รับราชการเธอจึงจำใจทิ้งมาวิ่งไล่สอบ แต่ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เป็นข้าราชการก็ดันโผล่มาที่นี่เสียก่อน โชคดีที่ร่างกายนี้เธอได้ออกกำลังบ้างมิฉะนั้นเห็นทีเธออาจจะตอบโต้ชายชุดดำไม่ทันเสีย เธอปะทะกับชายชุดดำคนแล้วคนเล่าวิชาที่เรียนมาก็ถูกงัดออกมาหมดไม่ว่าจะเตะถีบ เตะตรง ดับเบิลคลิก ล้วนแต่ใช้ได้คล่อง กว่าองครักษ์เฉินจะมาถึงเล่นเอาเธอแทบหมดแรงเหมือนกัน

“พระสนมทางนี้” หลินเสียงที่กำลังเกาะแอบข้างประตูด้านในกวักมือเรียก หลิวเซียงเอ๋อร์เห็นจึงรีบวิ่งไปทางนาง แต่ชายชุดดำกับฟันดาบลงมาที่เธอโชคดีที่องครักษ์เฉินว่องไวกว่าจึงได้ตัดคอชายชุดดำได้ทันหลิวเซียงเอ๋อร์ทรุดตัวลงเธอไม่เคยพบเห็นภาพเช่นนี้มาก่อนขาที่ว่าแข็งแรงเตะถีบได้ยามนี้ดูไร้เรียวแรง ผ่านไปราวเกือบชั่วยามสถานการณ์เริ่มคลายตัวลง สีแดงของเลือดสาดไปทั่วทิศเหล่าสนมกอดกันตัวกลมแต่เหตุใดจึงมีเพียงตัวเธอที่อยู่นอกวงล้อมข้างกายฮ่องเต้ สองแขนของฮ่องเต้ประคองร่างของฮองเฮาอย่างทะนุทนอม ด้านข้างมีสนมจิ้งและสนมจูยืนเคียง แววตาคมยังคงมองเธอไม่ต่างจากเช่นเคย หลิวเซียงเอ๋อร์ได้แต่ดึงแขนเสื้อขององครักษ์ข้างกายอย่างเบาแรง

“เฉินฮั่วพาข้ากลับไปที่เกี้ยวที” ร่างสูงของเฉินฮั่วย่อตัวซ้อนร่างบางไว้ก่อนจะก้าวเดินลงจากคฤหาสน์ที่ตอนนี้คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวของเลือด องค์หญิงองค์ชายต่างก็ได้พากันแยกย้ายกลับตำหนักตนเอง รวมทั้งเหล่าสนมก็เช่นกัน มีเพียงฮ่องเต้หนานรั่วหานที่ดูเหมือนจะยังคงอยู่เพื่อต้องการตรวจสอบกลุ่มชายชุดดำที่ลักลอบเข้ามาในพลับพลานี้ แม้จะมีทหารยืนล้อมมากมาย แต่ก็เลือกจังหวะและเวลาได้ดี โชคดีที่ผู้ที่เสียชีวิตในครั้งนี้เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยที่ยอมสละชีพตนเพื่อปกป้องกษัตริย์เช่นเขา

“จัดพิธีศพของพวกเขาให้อย่างดี และนำเงินส่วนหนึ่งให้แก่ครอบครัวพวกเขาอย่างสมค่าที่ปกป้องเรา” หนานรั่วหานเอ่ยสั่งต้าตูตู1 ให้จัดการดูแลก่อนที่เขาเองจะกลับตำหนักหลงเฉียวกง

1ต้าตูตู : หัวหน้าแม่ทัพภาค

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ภาคพิเศษ

    ❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนจบ ทางเดินสุดท้าย

    "ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 51 เจ้าก้อนกลม

    "ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 50 การกลับมาอีกครั้ง

    ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 49 ออกนำทัพ

    หลิวเซียงเอ๋อร์ลืมตามองผ้าแพรที่ผูกกั้นเป็นฉากกั้นเตียงไว้ ภาพใบหน้าโกรธแค้นของหญิงสาวเจ้าของร่างที่ยืนเอ่ยทวงคืน‘สนมหลิวฉันขอเวลาอีกไม่นาน’ หลิวเซียงเอ๋อร์คิดทบทวนในคำพูดก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายลุก“หลินเสียง..เจ้าเตรียมน้ำล้างพระพักต์ไว้ให้ฝ่าบาทด้วย ข้าจะออกไปข้างนอกเดี๋ยว” น้ำเสียงกระซิบสั่งสาวใช้ข้างกายราวกับระวังคนที่ยังคงหลับตานอนบนเตียงตื่น หลิวเซียงเอ๋อร์จัดแจงเปลี่ยนชุด เธอเลือกชุดที่ดูสีสดเหมือนเมื่อครั้งที่เจ้าของร่างนี้ยังคงอยู่“พระสนมจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงเอ่ยทักด้านหน้าประตู เฉินฮั่วยืมมองใบหน้าที่ถูกตกแต่งไว้อย่างจัดจ้าน ทำให้เขารู้สึกแปลกใจในท่าทางเธออีกครั้ง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเช่นนี้“เราจะไปที่ใด เจ้ามิต้องสนใจ” หลิวเซียงเอ๋อร์สะบัดเสียงใส่ราวกับคนละคน‘เฉินฮั่ว...ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำเช่นนี้ต่อไปเจ้าก็คงจะลืมสตรีร้ายกาจเช่นนางแน่’ หลิวเซียงเอ๋อร์เร่งฝีเท้าออกมากลางสวนซีเซียน สวนสระบัวจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้โผล่มาที่นี่ หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อย‘หากเราไม่กลับไปใช้ชีวิตเช่นสนมหลิวดังเดิม แล้วถ้าเจ้าก้อนกลมเกิดมานางจะรักเหม

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 48 ทวงคืน

    สิ้นราชโองการสละราชบัลลังก์ของฮ่องเต้หนานรั่วหาน เสียงว่ากล่าวที่ดังออกไปยังรอบ ๆ วังหลวงต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาที่ไปของการสละราชบัลลังก์ ทั้งเสียงที่กล่าวจะไม่รู้เรื่องจริงเสียเท่าไหร่ แต่คนที่หน้ากังวลใจมากกว่าตอนนี้คืออ๋องสี่ที่ได้รับฟังความจริงจากไท่เฟย แม้เขาเองจะรู้สึกผูกพันกับไท่เฟยไม่น้อยแต่ความรู้สึกหนึ่งที่เขารู้สึกหนักใจก็คือการที่รู้ความจริงว่ามารดาตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาพิษบิดาตน (ฮ่องเต้องค์ก่อน)“กระหม่อมอยากให้เสด็จพี่ทบทวนดูอีกครั้ง กระหม่อมมิอาจนั่งบัลลังก์นั้นได้” อ๋องสี่หนานเออร์หลงก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าทุกคนที่ตำหนักฮุ่ยหวง ความรู้สึกผิดแทนมารดาตนพรั่งพรูออกมา ฝ่ามือที่กำแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดสีเขียวอมม่วงทำให้หนานรั่วหานยกมือประคองร่างพระอนุชาตนก่อนจะเอ่ย“เจิ้นคิดว่าเจ้าเหมาะสมแล้ว แม้ไม่สืบทอดยามนี้ยามหน้าเจ้าก็ต้องครองบัลลังก์นั่น”“แต่เสด็จพี่..”“ขอเพียงเจ้ายังคงรักษาปณิธานเสด็จพ่อ ดูแลรักษาประชาราษฎร์ให้สงบสุขร่มเย็นได้ดังที่เสด็จพ่อตั้งพระทัย” ฝ่ามือเรียวเล็กของไท่เฟยที่ค่อย ๆ วางลงบนฝ่ามือหนาของอ๋องสี่พลางลูบอย่างปลอบโยน“หลงเออร์..เจ้าอย่าเป

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status