Share

ตอนที่ 9 ความสงสัย

last update Dernière mise à jour: 2026-01-28 16:55:55

หลิวเซียงเอ๋อร์ที่ตอนนี้ได้กลับถึงตำหนักซูฮวากงอย่างปลอดภัยโดยมีองครักษ์เฉิน และหลินเสียงค่อยดูแลนางตลอดทาง ร่างบางสั่นราวผืนน้ำสะเทือน เหตุการณ์ต่าง ๆ สำหรับค่ำคืนนี้ถือว่าหนักหนาสำหรับสตรีตัวเล็ก ๆ เช่นนาง หลิวเซียงเอ๋อร์ได้แต่ภาวนาให้ภาพต่าง ๆ ที่เธอเห็นได้ลบออกไปจากความทรงจำนางเสีย แต่ก็ดูเหมือนจะยากนัก หลินเสียงเอื้อมมือโอบกอดร่างนางไว้แม้ตัวเองจะคงสั่นผวาไม่ต่างกัน เฉินฮั่วนั่งมองสตรีสองนางกกกอดกันอย่างหวาดกลัวแต่ก็ไม่สามารถที่จะปลอบขวัญนางไปได้มากกว่านี้ เขาลุกอุ้มซ้อนตัวสนมหลิวซูเฟยก่อนจะก้าวพานางไปส่งยังห้องบรรทม เหล่านางกำนัลเห็นใบหน้าซีดขาวต่างรีบกุลีกุจอพากันตระเตรียมน้ำท่าอาบก่อนจะพาร่างบางหายไปในห้องอาบน้ำราวหนึ่งเค่อ(2) นางถูกผลัดเปลี่ยนประทินโฉมอีกครั้ง หลินเสียงประคองร่างนางก่อนจะนำเครื่องยาหอมส่งให้นาง

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ” หลิวเซียงเอ๋อร์ผินหน้ามองร่างสูงที่ยังคงยืนมองนางอยู่ข้างเตียง

“พระสนม..ทรงบรรทมเถิดข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ไปไหน หากพระสนมต้องการสิ่งใดโปรดเอ่ยเรียกข้า” เฉินฮั่วมองหน้าซีด ๆ ของนางที่ยามนี้ช่างน่าสงสารนักเขารู้สึกโมโหตัวเองหากไม่มัวหลงตามเงาชุดดำนั่นเขาคงจะช่วยนางได้ทันกว่านี้ หลิวเซียงเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอนกายลง

~ ยามเฉิน (1) ~

หลินเสียงยันกายลุกยื่นหน้ามองใบหน้านวลที่ยังคงหลับตาอยู่ คิ้วเรียวมีรอยขมวดเล็กน้อยเหมือนคนกำลังฝันร้าย นางจึงค่อย ๆ บรรจงแตะมือลงที่หน้าผากหลิวเซียงเอ๋อร์เบา ๆ 

‘ตายแล้ว!! พระสนมทรงมีไข้’ หลินเสียงรีบลุกออกไปสั่งขันทีที่ยืนรออยู่หน้าห้องหอนาง

“เจ้าไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้พระสนมทรงไม่สบาย” ขันทีรับคำสั่งนางก่อนจะรีบวิ่งไปตามหมอหลวง

ไม่นานหมอหลวงมู่เหิงก็มาถึงตำหนักซูฮวากง ชายชราผู้เป็นหมอหลวงรับใช้มาหลายราชวงค์ค่อย ๆ นั่งลงข้าง ๆ นาง ผ้าแพรผืนเล็กถูกวางทาบบนแขนพร้อมจับตรวจดูชีพจร คิ้วขาวขมวดแน่นเขาไม่เคยเจอใครที่มีชีพจรเต้นเช่นนี้มาก่อน ชีพจรเต้นแผ่วเบาจนแทบจับสัญญาณไม่ได้

“สนมหลิวมีอาการไข้คงเกิดจากอาการตกใจกลัว เช่นนั้นข้าจะจัดยาบำรุงไว้ให้เจ้าต้มให้นาง”

“ขอบคุณท่านหมอหลวงมู่เหิงมากเจ้าค่ะ ข้าน้อยกังวลว่าพระสนมจะเป็นอะไรมากเพราะดูนางเหมือนไม่มี..ไม่มี”

“ไม่มีลมหายใจ? ”

“เจ้าค่ะ”

“สนมหลิวแค่อ่อนแรงเลือดลมจึงไม่ค่อยดีนักเจ้าอย่ากังวลไปหน่อยเลยข้าจัดยาไว้ให้แล้วไม่ต้องกังวลไป” ชายชราก้มลงหยิบห่อยาตระเตรียมไว้ให้หลินเสียง สองมือนางยื่นรับก่อนจะย่อตัวคารวะขอบคุณ

“ข้าน้อยจะให้ขันทีไปส่งนะเจ้าคะ”

“อืม..” หมอหลวงมู่เหิงผงกศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องบรรทมนาง

หลิวเซียงเอ๋อร์ค่อย ๆ ลืมตาใบหน้าขาวซีดของนางชุ่มด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มด้วยฤทธิ์ยาของหมอหลวงมู่เหิง มือเล็กยันกายลุกนั่งพิงหัวเตียงผินหน้ามองไปทางกำนัลคู่กาย

“พระสนมเป็นเช่นไรเพคะ” หลินเสียงที่เดินถือถ้วยยาขนาด 3 ชุ่น (3) วางลงโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหยิบยื่นส่งใส่มือเล็ก ๆ ของนาง หลิวเซียงเอ๋อร์มองน้ำสมุนไพรสีดำสนิทที่มีกลิ่นค่อนข้างแรง  นางทำท่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากราวกับอยากจะรีบหายซะทันที หากไม่ใช่เพราะสายตาคู่หนึ่งจ้องมองนาง นางก็คงจะเททิ้งเป็นแน่ เฉินฮั่วที่รู้ว่านางเจ็บป่วยก็ยิ่งกังวลหนักจนไม่อยากหลบไปไหนหากมิใช่เพราะกฎวังหลวงแล้วเขาคงต้องอยู่ค่อยดูแลนางไม่ห่างกายเป็นแน่

ข่าวอาการเจ็บป่วยของหลิวเซียงเอ๋อร์ถูกกล่าวทูลถึงฮ่องเต้หนานรั่วหานจนเขาต้องสั่งให้เหิงกงกงนำสมุนไพรชั้นดีมามอบให้ถึงตำหนักซูฮวากง ทางด้านฮ่องเฮาเย่ฟานเองพอทราบเรื่องก็รีบมาดูด้วยตัวเอง

“ถะ..ถวายพระพรฮ่องเฮา” หลิวเซียงเอ๋อร์ยันกายอย่างคนไร้เรียวแรงเธอไม่คิดว่าร่างกายของสนมหลิวซูเฟยจะช่างบอกบางเช่นนี้นัก

“เจ้ามิต้องลุกหรอก เปิ่นกงแค่มาเยี่ยมดูเจ้า” น้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมด้วยแววตาอบอุ่นราวห่วงใยจ้องมองเธอดั่งน้องสาวอีกคน ยังไม่ทันทีจะได้พูดคุยกันมากนักสนมจิ้งกุ้ยเฟยก็เดินก้าวเข้ามา

“ถวายพระพรฮ่องเฮา..หม่อมชั้นเห็นว่าสนมหลิวป่วยจึงมาเยี่ยมดูอาการเพคะ” จิ้งหนี่เยียนผินหน้ามองหลินเสียงราวบอกให้นางรู้ว่าไม่สมควรอยู่ในห้องหอนี้ หลินเสียงเหมือนรู้งานจึงค่อย ๆ ก้มคลานออกนอกห้องไป ปล่อยไว้เพียงนางกำนัลของฮ่องเฮาที่ยังคงยืนก้มหน้าเรียงรายอยู่เต็มห้องหอ

“หม่อมชั้ันต้องขออภัยที่ทำให้ฮ่องเฮาทรงเป็นห่วง” หลิวเซียงเอ๋อร์เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนเกือบแหบแห้ง

“ไม่คิดว่าเจ้าจะเจ็บป่วยง่ายเช่นนี้นะสนมหลิว ดูท่าคงไม่ได้จะเรียงร้องฝ่าบาทหรอกนะ” จิ้งหนี่เยียนเป็นสตรีพูดจาตรงไปตรงมานึกสิ่งใดก็เอ่ยออกมาเช่นนั้น ผิดกลับหลิวเซียงเอ๋อร์คนเก่าที่เจ้าเล่ห์เพทุบายรักษากิริยาท่าทางอันดีแต่ทำเรื่องเลวร้ายกับนางไว้ไม่น้อยเช่นกัน

“เจ้าอย่าได้คิดเช่นนี้สนมจิ้ง หากนางมิป่วยไข้จริงมีหรือใบหน้านางจะซีดเซียวได้ขนาดนี้” ฮ่องเฮาเย่ฟานตำหนิสตรีด้านข้างที่ยืนหน้าเชิดรั้นราวนางพญา ดวงตาเรียวหงส์มอง เธอที่ไม่มีเรียวแรงที่จะต่อกรกับนางได้ก่อนยกยิ้มมุมปากเล็กนั่น หลิวเซียงเอ๋อร์ได้แต่มองคนนั้นพูดทีคนนี้พูดทีจนตาลาย ฮ่องเฮาเห็นว่าอาการนางดูไม่สู้ดีจึงขอตัวให้นางได้พักผ่อนส่วนจิ้งหนี่เหยียนก็หันหลังกลับตำหนักตนราวไม่ใส่ใจนัก หากมีเพียงจูเหมยฮวาที่ยามนี้กลับไม่มีใครรู้เลยว่านางก็ป่วยไข้เช่นเดียวกัน

~ ตำหนักซูเม่ยกง~

“ฝ่าบาท..พระองค์มีงานมากมายอย่าได้กังวลหม่อมชั้นเลยเพคะ” จูเหมยฮวาที่ยามนี้นั่งเอนหลังพิงไหล่หนาของฮ่องเต้หนุ่ม ศีรษะเล็ก ๆ อิงลงข้างลำคอเขา

“เจ้าเป็นถึงขนาดนี้ยังไม่ให้ใครไปตามหมอหลวงอีก”หนานรั่วหานสบถพูดด้วยแววตาขุ่น 

“แต่หมอหลวงต้องไปรักษาสนมหลิวเช่นเดียวกันนะเพคะ”

“เจ้าก็เอาแต่ผู้อื่นเป็นใหญ่ ไม่คิดจะใส่ใจตนเอง นี่หากนางกำนัลไม่เดินไปบอกเจิ้นเจ้าก็คงนอนซมอยู่เยี่ยงนี้” หนานรั่วหานจ้องมองใบหน้าซีด ๆ ของนางจนเขารู้สึกไม่พอใจ ที่หลิวเซียงเอ๋อร์ชอบเรียกร้องเอาแต่ใจตน ซึ่งนางมักจะทำเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรจนทำให้เขารู้สึกเหนื่อยหน่าย และยิ่งนึกถึงท่าทางนางในงานเทศกาลหยวนเซียวแล้วก็ยิ่งรู้สึกสงสัยยิ่งนัก ท่าทางที่สอดส่ายสายตาเหมือนมองหาใครบางคนทำให้เขาอดสงสัยในตัวนางไม่ได้ และไหนจะท้วงท่าการต่อสู้ที่ไร้อาวุธแต่กลับหลบหลีกได้อย่างว่องไวก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะจับตัวนางมาเค้นถามเสียให้รู้เรื่อง

(1) ยามเฉิน : 07.00 - 08.59 น.

(2) 1 เค่อ : 15 นาที

(3) 1 ชุ่น เท่ากับ 1 นิ้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 15 พิธีอภิเษกสมรส

    ~ พิธีอภิเษกสมรสสนมเต๋อเฟย~ ลานกว้างหน้าพระราชวังถูกประดับไปด้วยช่อผ้าสีแดงสด เหล่านางกำนัลกำลังเร่งรีบจัดแต่งชุดให้เจ้าสาว ใบหน้านางยามนี้ฉายแววไปด้วยความสุข แม้นางจะมิเคยพบฮ่องเต้หนานรั่วหานคนนี้มาก่อนแต่เมื่อได้มาพบนางก็ยินดีพร้อมแต่งแม้ต้องอยู่ขั้นสนมนางก็รับได้ แม่สื่อจัดแต่งมงกุฎให้นางเป็นครั้งสุดท้าย“ฮ่องเต้เสด็จ!!..” เหิงกงกงที่ยืนอยู่หน้าตำหนักซูเฉียวกง เอ่ยตะโกนบอกกล่าวให้นางรู้ว่าพิธีส่งตัวได้เริ่มแล้ว ร่างสูงย่างลงจากเกี้ยวหลังใหญ่ ด้วยท่วงท่าสง่างามชุดสีแดงสะบัดตามแรงจังหวะก้าวเดิน“ข้ามีงานที่ต้องสะสางต่อฉะนั้นรีบเสร็จพิธี” ฮ่องเต้หนานรั่วหานเอ่ยบอกเหิงกงกง ชายชรายอบกายก่อนเร่งรีบวิ่งไปหน้าห้องหอนาง ร่างบางยามนี้นั่งนิ่งในใจกลับราวมีเสียงกลองตีกึกก้อง มือเล็ก ๆก็พลางสั่นด้วยความตื่นเต้นปนกลัวไปได้ ฮ่องเต้หนุ่มค่อย ๆ นั่งลงข้างนางก่อนจะยกผ้าปิดหน้าออก ใบหน้าอิ่มแหงนมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตากลมโตเขาขมวดคิ้วหนาก่อนจะหันไปหยิบยกสุรามงคลขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 14 พบเจ้ายามค่ำคืน

    ร่างสูงมองกองหนังสือมากมายที่จัดเรียงไว้รอสะสาง‘ดูท่าเห็นทีคืนนี้คงต้องพักไว้ก่อน’ ใบหน้าเคร่งขรึมยามนี้ได้หยุดมือลงละมองไปนอกหน้าต่างที่มีเพียงแสงส่องของดวงจันทร์และตะเกียงไฟที่จุดไว้เรียงรายตามทางเดิน“เหิงกงกงเตรียมเกี้ยวข้าจะไปตำหนักสนมหลิว” เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่น ยามนี้เขาไม่สามารถข่มใจให้นั่งอยู่ต่อได้ “ฮ่องเต้จะเสด็จตำหนักซูฮวากง เด็ก ๆ เตรียมเกี้ยววว” เสียงเหิงกงกงประกาศบอกเหล่าขันทีองครักษ์ที่ดูแลรอบด้านตำหนักให้ทราบ ก่อนที่ร่างสูงจะทอดเดินไปตำหนักซูฮวากงยามนี้มีเพียงแสงไฟบางจุดที่ส่องแสงรวมถึงในห้องหอนางยามนี้ก็ดูสลัวยิ่งนัก ฮ่องเต้ลุกก้าวลงจากเกี้ยวจนเหล่านางกำนัลขันทีวิ่งรับกันแทบไม่ทัน“ถวายพระพร//ถวายบังคมฮ่องเต้ เพคะ//พ่ะย่ะค่ะ” เสียงดังในยามค่ำคืนปลุกให้เธอที่กำลังขดตัวกอดหมอนอุ่นต้องพลิกฟัง‘ฮ่องเต้..มายามนี้ทำไมกัน หรือวันนี้เราจะสร้างเรื่องอะไรให้พระองค์ไม่พอใจกันนะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ผละตัวลุกจากเตียงนอนก่อนรีบลุกไปเปิดประตูห้องหออย่างไม่รอช้า หลินเสียงที่ดูท่าที่ยังไม่ตื่นจากฝันได้ยกศีรษะเล็ก ๆ หันมองก่อนรีบยอบตัวลงแทบติดพื้น“ถะ..ถวายพระพรฝ่าบาท” หลินเสียงรีบคารวะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 13 หึงหวง

    ร่างสูงของสตรีคนหนึ่งยืนรอเธออยู่ด้านนอกห้องบรรทมพลางเร่งเร้า ด้วยการเดินไปเดินมาหน้าห้องทำให้เธอต้องรีบจัดแจงชุด หลิวเซียงเอ๋อร์ยืนมองตัวเธอผ่านเงาสะท้อนจากแผนทองเหลือง ร่างอรชรที่สวมชุดคล้ายคลึงบุรุษ มัดรวบผมตึงกลางศรีษะใบหน้ายามไร้เครื่องประทินโฉมกลับมองดูสดใส ผิวกายเรียบเนียนขับชุดสีครามเข้มให้ดูสว่าง“หลินเสียงพอแล้ว เราจะไปฝึกซ้อมมิได้ออกไปเที่ยวไหนมิต้องแต่งมากนัก” เสียงห้ามของเธอทำให้นางหยุดมือลง หลินเสียงมองนายหญิงตนอย่างสงสัยเหตุใดนางถึงมีวรยุทธ์จนสามารถที่จะฝึกสอนผู้อื่นได้ เพราะนางเองก็มิเคยออกห่างจากกายนางไปที่ใด“พระสนมท่านไปเอาวิชาวรยุทธ์นี้มาจากที่ใดกันหม่อมชั้นใคร่อยากรู้นัก” หลินเสียงเอ่ยถามอย่างสงสัย‘ฉันจะบอกได้ยังไง ว่าจากภพชาติเดิมที่ฉันเคยอยู่’ หลิวเซียงเอ๋อร์มองหน้ายกยิ้มกรุ่มกริ้มก่อนจะกระซิบบอกนาง“เราก็แค่จำเอาเวลาที่เฉินฮั่วฝึกไง” เธอโกหกหญิงสาวตรงหน้าเพื่อคลายความสงสัยให้นาง หากความจริงแล้วถ่วงท่าที่เธอใช้ก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เฉินฮั่วใช้จริง ๆ เธอเองก็สงสัยเช่นกันเหตุใดเฉินฮั่วจึงรู้ท่าทางของศิลปะเทควันโดนี้“...เพคะ” หลินเสียงทำท่าพยักหน้ารับงก ๆ ราวกับเข

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 12 ผู้มาพร้อมสัญญา

    เสียงผู้คนพลุกพล่านแข่งกับเสียงนกร้องในยามเช้า หลิวเซียงเอ๋อร์กระสับกระสายร่างไปมาบนเตียงอุ่นพลางเอาหมอนหนุนยกปิดหูทั้งสองข้าง“หลินเสียง..เกิดอะไรขึ้น” เธอมองหน้าบ่าวในตำหนักที่กรูเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมีหลินเสียงยืนอยู่ด้านหน้าแถว“ทูลพระสนม..ฝ่าบาทมีราชโองการให้จัดเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นหูเยว่ที่จะมาถึงในอีกสามวันเพคะ” เธอยกมือจับชายผ้าคลุมกระชับไหล่ก่อนจะลุกเดินออกไปมองดูด้านหน้าที่เหล่าขันทีและสาวใช้นางกำนัลกำลังปัดกวาดเช็ดถูคล่องแคล่ว เธอผินหน้ามองไปยังตำหนักใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง“คงเพราะทราบข่าวเมื่อคืนซินะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องหอตามเดิม“เตรียมชุดให้ข้าที ข้าจะไปที่พระราชวัง” หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอมีความกังวลอย่างหนึ่งคือชะตาชีวิตตระกูลหลิวถูกใส่ร้ายจากช่วงที่มีการจัดเตรียมงานพิธีสำคัญ ด้วยเพราะบิดาเป็นเสนาบดีฝ่ายธรรมการดูแลงานราชพิธีต่าง ๆ ถูกใส่ความก่อกบฏคิดทำร้ายราชวงศ์เธอจึงมีความกังวลที่อยากจะพบหน้าผู้ที่เป็นหัวหน้าตระกูลหลิว“พระสนมจะ

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 11 แขกผู้มาเยือน

    ร่างบางขยับกายเล็กน้อย มือเล็กลูบสัมผัสความเย็นไปที่เตียงนอน‘เขาคงออกไปก่อนรุ่งสางสินะ’ หลิวเซียงเอ๋อร์ปรือตามองไปรอบห้องหอไร้เงาฮ่องเต้หนุ่ม แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกโล่ง แต่ใจหนึ่งกลับรู้สึกเปลี่ยวเหงา ร่างบางยันกายลุกนึกถึงเหตุการณ์ในช่วงคืนที่เพิ่งผ่านพ้นมา เธอนึกได้ว่าเฉินฮั่วได้เข้ามาที่ห้องหอนี้เช่นกัน อาจเพราะคิดว่าเธอมีภัยเขาจึงพลีพลามเข้ามาในห้องเธอในยามจังหวะนั้นได้“พระสนม..ทรงตื่นบรรทมแล้วหรือไม่เพคะ” น้ำเสียงคุ้นเอ่ยเรียกนางในยามเช้าอย่างตื่นเต้น“มีอะไรหรือ..”“องค์หญิงเจ็ดมาพบพระสนม รออยู่ที่ศาลาหน้าตำหนักแล้วเพคะ” น้ำเสียงตื่นเต้นของนางทำให้คนฟังพลางขมวดคิ้วตาม‘องค์หญิงเจ็ด? นี่เรายังต้องพบใครอีกบ้างนะ’ ภาพความคิดครั้งเก่าก่อนที่เธอจะมาที่แห่งนี้ก็ไม่เคยมีผ่านในความคิดนั้นซักครั้ง เพราะนี่คือตัวละครนอกที่ไม่มีเอ่ยเล่าอยู่ในนิยายที่เธอเคยอ่าน แววตาเรียวจับจ้องมองสตรีร่างสูงกว่าเธอไม่มากนัก แต่กลับดูสง่างามราวบุรุษ ริมฝีปากเรียวบางยกยิ้มทักทายจนเธอแปลกใจในท่าทางนาง แววตากลมราวกวา

  • เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นภรรยาตัวร้ายฮ่องเต้    ตอนที่ 10 ความสงสัยเป็นเหตุ

    แสงแดดยามสายสาดรอดเข้ามายังโต๊ะข้างหน้าต่างในห้องหอ ความอบอุ่นของแสงแดดในยามนี้กระตุ้นให้หลิวเซียงเอ๋อร์รู้สึกประปรี้ประเปร่ายกกายบิดเล็กน้อย“หลินเสียง เตรียมชุดให้ข้าทีข้าอยากออกไปชมสวน” เสียงเล็ก ๆ ของนางเอื้อนเอ่ยหานางกำนัลคู่กาย แววตาที่เคยดูเหนื่อยล้ากลับสดใสดังเช่นเดิม“พระสนม..พระองค์ทรงหายป่วยดีแล้วหรือเพคะ” หลินเสียงหยิบยกน้ำชารินยื่นส่งให้นาง“เราหายดีแล้ว และก็อยากออกไปข้างนอกจวนนี้เสียให้ไว เรานอนอยู่แต่ในห้องนี้มาเกือบสามวันแล้วนะ” หลิวเซียงเอ๋อร์บ่นอุบ ก่อนจะเดินไปนั่งลงโต๊ะแต่งกายที่มีเหล่านางกำนัลค่อยผลัดเปลี่ยน ส่วนหลินเสียงเองนางก็กำลังผลัดแป้งให้เธอ“พระสนม..เห็นนางกำนัลตำหนักซูเม่ยกงเอ่ยว่าสนมจูทรงป่วยเช่นเดียวกับพระองค์ แต่ฮ่องเต้กลับไปหานางเพียงคนเดียว พระสนมมิทรงทำอะไรบ้างหรือเพคะ” หลินเสียงนึกน้อยใจแทนนายตน นางรู้ดีว่าหลิวเซียงเอ๋อร์มีใจรักฮ่องเต้เพียงผู้เดียวแม้ยามหลับนางก็ยังคงห่วงหาฮ่องเต้ที่มิทรงเหลียวแลเลยตั้งแต่แต่งเข้าวังหลวงนี่ก็เกือบจะสามหนาวแล้วเห็นจะได้“แล้วเจ้าจักให้เราทำสิ่งใด ในเมื่อสนมจูนางเป็นคนโปรดของฝ่าบาท”“ยามพระสนมป่วยมีเพียงสั่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status