بيت / รักโบราณ / เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้ / ตอนที่ 7 พระสนมผู้มีสติฟั่นเฟือน

مشاركة

ตอนที่ 7 พระสนมผู้มีสติฟั่นเฟือน

مؤلف: Jiulin
last update تاريخ النشر: 2024-12-14 19:52:48

-เจ็ดวันผ่านไป-

“ซั่วอิง เจ้าบอกว่าข้าไปเอาเมล็ดพันธ์พวกนั้นมาจากวัดอะไรนะ?”

“วัดฮุ่ยหลอเพคะ อยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเมืองหลวง วัดแห่งนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครไปกันหรอกนะเพคะ”

“ทำไมล่ะ?”

“ก็ที่นั่นมีเพียงเจ้าอาวาสคนเดียวเท่านั้น อารามก็เก่าทรุดโทรมแล้วไม่ได้งดงามเหมือนวัดเล่อฉีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองหลวงเพคะ”

“ไม่มีใครไปก็ดีแล้วนี่ ไม่วุ่นวายดี”

 “เจ้าไปเอาเหล้าที่หมักไว้ออกมาสักสองไหที แล้วก็หยิบไหเล็กมาอีกสองไหด้วยนะเผื่อเอาไว้ให้ใต้เท้าโจวนะ”

“ได้เพคะ”

ซั่วอิงรีบเดินไปนำไหเหล้าองุ่นที่พวกนางหมักเอาไว้เป็นเวลากว่าเจ็ดวันแล้ว ที่ชั้นวางของในห้องครัวบริเวณปีกซ้ายของตำหนักหนิงเซียง 

ไม่นานนักนางก็หิ้วไหเหล้ามาพร้อมๆกันทั้งสี่ไหอย่างทุลักทุเลพอสมควร ซั่วอิงก้าวเดินด้วยความเชื่องช้าด้วยกลัวว่าไหเหล้าเหล่านั้นจะตกลงพื้นไปเสียก่อน

“มาแล้วเพคะพระสนม”

“ไหนมาให้ข้าชิมดูก่อนซิ”

จ้าวซูหลินรีบหยิบไหเหล้าใบเล็กใบหนึ่งมาจากมือของซั่วอิงด้วยความว่องไว ก่อนจะเปิดผ้าที่ใช้ปิดฝาไหออกแล้วสูดดมกลิ่นของมันทันที

“อืมม..หอมเสียจริง” นางดมกลิ่นสุราองุ่นก่อนจะเทลงไปในจอกใบเล็กเพียงครึ่งจอกแล้วลิ้มรสไปทีละนิด

“เป็นเช่นใดบ้างหรือเพคะ”

“ต้องใช้เวลาหมักให้นานกว่านี้ถึงจะได้รสชาติที่กลมกล่อมละมุนลิ้นไม่ฝาดคอเกินไป แม้จะมีวัตถุดิบน้อยไปหน่อยแต่รสชาติที่ได้ไม่เลวเลย”

“เจ้าก็ลองชิมดูสิ”

“หม่อมฉันไม่กินเหล้าเพคะ”

“อะไรกันพลาดของดีๆไปได้อย่างไร"

ขณะที่จ้าวซูหลินนั่งดื่มเหล้าองุ่นอย่างสบายใจอยู่นั้น ก็นึกขึ้นได้ว่านางอยากจะไปที่วัดนั้นดูสักครั้ง

"ซั่วอิงข้าอยากไปที่นั่น พาข้าไปที”

“ไปไหนหรือเพคะ”

“วัดฮุ่ยหลออย่างไรเล่า”

“ท่านจะไปอีกทำไมกันล่ะเพคะ หากไปแล้วไม่พบเจ้าอาวาสจะไม่เสียเวลาแย่หรอกหรือ”

“เสียเวลาอะไรข้าต้องทำอะไรที่ไหนกัน เห็นหรือไม่วันๆก็เอาแต่อยู่ในตำหนักเงียบเหงาจะตายไป ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว”

แม้จะโล่งอกที่ไม่มีใครมาก่อกวนแต่ภายในใจของนางกลับรู้สึกว่ามันเงียบมากเกินไปมากจนนางเองก็รู้สึกระแวงอยู่ไม่น้อย

“จะว่าไปแล้วนะซั่วอิงเจ้าว่ามันแปลกหรือไม่ หลายวันมานี้เหตุใดตำหนักของเราถึงได้เงียบสงบเช่นนี้ล่ะ”

“คือว่า”

“มีอะไรหรือเปล่า”

“ครั้งที่หม่อมฉันไปห้องเครื่อง ได้ยินมาว่าฮ่องเต้มีรับสั่ง….”

“รับสั่งอะไร?”

“ก็เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นพระสนมลิ่งเฟยจึงไปฟ้องร้องฝ่าบาท ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ตำหนักหนิงเซียงเพคะ เห็นรับสั่งว่าเพราะพระสนมซูหลินมีสติฟั่นเฟือนอาจจะทำร้ายผู้คนที่เข้าใกล้ได้”

พรู๊ดดด….~

“แค่กๆ”

“ตรัสเช่นนั้นเลยหรือ?”

“เพคะ แต่หม่อมฉันว่าก็ดีแล้วไม่ใช่หรือเพคะหลายวันมานี้ก็ไม่มีผู้ใดเข้ามารบกวนท่านเลย อีกทั้งทางด้านตำหนักของฮองเฮาเองก็ไม่ได้ส่งผ้ามาให้ท่านปักอีก”

“ใช่ มันก็ดีอยู่หรอก แต่อีตาบ้านั่นหาว่าข้าสติฟั่นเฟือนเลยอย่างนั้นหรือ อย่าให้แม่เจอนะจะต่อยหน้าสักทีโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวและกล่าวร้ายข้า”

“อะ อะไรนะเพคะ?”

“เฮ้อ…ช่างเถอะ ออกไปนอกวังกันข้าต้องเอาเหล้าไปขายก่อนจะแวะไปที่วัดฮุ่ยหลอต่อ ชักช้าจะเสียเวลา”

“เพคะ”

จ้าวซูหลินเก็บยาสมุนไพรที่จัดเตรียมเอาไว้เป็นชุดเล็กๆสำหรับพกพาหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ใช้ทัน นางนำยาเหล่านั้นใส่ไว้ในห่อผ้าเล็กๆแล้วมอบให้ซั่วอิงเป็นคนดูแล พวกนางรีบเดินออกจากตำหนักหนิงเซียงมุ่งสู่เส้นทางประตูลับที่เคยใช้กับใต้เท้าโจวด้วยความรวดเร็วประหนึ่งกลัวใครจะพบเห็นเข้า

เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูไม้บานนั้นไม่ทันที่นางจะได้เปิดประตูออกไป ก็ได้ยินเสียงบุรุษผู้หนึ่งเรียกนางเอาไว้ก่อน

“แม่นางซูพวกเจ้าจะไปไหนงั้นหรือ? แล้วนั่นถืออะไรกัน”

“ใต้เท้าโจว ท่านนี่เองข้าก็นึกว่าใคร”

“ทำไม คิดว่าเป็นทหารเฝ้ายามหรือ”

“ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ”

“ความจริงแล้วเส้นทางนี้มีทหารยามมาตรวจวันละครั้งเท่านั้นล่ะ แค่ตอนเช้าครั้งเดียวเพราะเป็นเส้นทางที่ฮ่องเต้เคยใช้เพื่อออกไปตรวจชาวบ้านน่ะ”

“เส้นทางที่ฮ่องเต้ใช้เช่นนั้นหรือเจ้าคะ!”

“ใช่แล้วล่ะ”

“แล้วหากฮ่องเต้รู้ว่าข้า”

“อือ ไม่รู้หรอกข้าไม่พูดเจ้าไม่พูดพระองค์จะรู้ได้อย่างไรล่ะจริงไหม”

“ว่าแต่พวกเจ้าจะไปไหนกันล่ะ”

“ข้าจะเอาเหล้าองุ่นไปขายในเมืองเจ้าค่ะ”

“ลืมไปเลยนี่สำหรับท่านเจ้าค่ะใต้เท้า ข้าหมักเองกับมือเลยนะเจ้าคะ”

“เจ้าว่าคือเหล้าอะไรนะ”

“เหล้าองุ่นเจ้าคะ ท่านลองชิมดูสิ”

ฮ่องเต้เปิดผ้าที่ปิดปากไหเหล้าออก กลิ่นของเหล้าโชยออกมาช่างหอมยั่วยวนน้ำลายยิ่งนัก เขารีบยกขึ้นมาดื่มทันที

“รสชาติไม่เลวเลย กลมกล่อมกว่าเหล้านารีแดงเสียอีก”

“จริงหรือเจ้าค่ะ ดีเลยพวกข้าจะนำเหล้าพวกนี้ออกไปขายข้างนอกเจ้าค่ะ ข้าไปก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิ เจ้าจะนำเหล้าพวกนี้ไปขายเช่นนั้นหรือ”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านอย่าไปบอกใครนะเจ้าคะข้ากำลังรวบรวมเงินเพื่อไถ่ตัวเองออกจากวังแห่งนี้อยู่”

“อะ ออกจากวังเช่นนั้นหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไรกันเจ้าเป็นถึงพระ….”

“หืม?”

“เอ่อ…ข้าหมายถึงเป็นถึงนางกำนัลจะออกจากวังไปได้อย่างไรกัน หรือที่ที่เจ้าอยู่ไม่สุขสบายเช่นนั้นหรือ”

จ้าวซูหลินไม่ได้ตอบกลับเขาไป นางเพียงแค่ส่งยิ้มให้เล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะหันหลังเดินออกจากประตูวังไปด้วยความรวดเร็วทันที

ฮ่องเต้มองแผนหลังที่ก้าวเดินอย่างคล่องแคล่วออกไปจากรั้ววังแห่งนี้ทีละก้าว ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าแสงที่สะท้อนบนแผ่นหลังบอบบางนั้นถึงได้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอนที่นางอยู่ในเขตรั้ววังหลวงเสียอีก

“อยู่ในวังหลวงนางอึดอัดใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือว่าการปลดปล่อยเจ้าไปจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเจ้ากันแน่นะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 32 คำอธิษฐานที่เป็นจริง

    -5 ปีผ่านไป-เทศกาลโคมไฟวนเวียนกลับมาในอีกรอบปีแล้ว แต่ปีนี้นั้นจ้าวซูหลินกลับรู้สึกว่าช่างเงียบเหงายิ่งนัก ในทุกๆปี นางจะนั่งชมโคมไฟรูปแบบต่างๆกับฮ่องเต้เสมอแต่มาปีนี้กลับต้องนั่งเหงาเดียวดายอยู่เพียงลำพัง“ฝ่าบาท หากชาติหน้ามีจริงขอให้พวกเรากลับมาพบกันอีกครั้งนะเพคะ”ฮ่องเต้ฮั่วจงสวรรคตไปเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังเทศกาลโคมไฟของปีที่แล้วพอดี จ้าวซูหลินไม่อาจยื้อชีวิตพระองค์ได้อีกต่อไปแล้วอาจเพราะเครื่องมือที่มีไม่มากพอและตัวนางเองก็ไม่อยากทำให้พระองค์ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแม้จะเป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่ฮ่องเต้ฮั่วจงต้องสวรรคตในวัยเพียงแค่สี่สิบชันษา และแม้นางอยากที่จะยื้อชีวิตให้เขาได้อยู่กับนางนานๆมากกว่านี้แต่นางก็ไม่อยากฝืนชะตาลิขิตอีกต่อไปได้เพียงแค่หวังว่าหากชาติหน้ามีจริง นางและเขาจะกลับมาพบกันในสถานะที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในชาตินี้ มีเพียงกันและกันและสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้โดยไม่ต้องผิดต่อใคร-โรงเตี๊ยมฟู่อันหลง-เช้าวันนี้จ้าวซูหลินรู้สึกว

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 31 งานแต่งงาน

    ฮ่องเต้และฮองเฮาเดินเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างามยิ่ง ฮ่องเต้นั้นสวมฉลองพระองค์ด้วยชุดสีเหลืองทองอร่ามปักลายมังกรงามสง่า ส่วนฮองเฮาสวมชุดคลุมพญาหงส์สวยตระการตาปิ่นห้อยพญาหงส์สีแดงทองทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความสูงค่าทรงสง่าดูมีท่วงท่าของพระมารดาของแผ่นดินเป็นอย่างมาก บนโถงพิธีมงคลเทียนสีแดงถูกจุดสว่างตำแหน่งเก้าอี้สูงมีฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่ ด้านนอกโถงพิธีมงคลมีขุนนางที่หลี่กงอี้เชื้อเชิญมาร่วมงานรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย“ได้ฤกษ์แล้ว ต้อนรับบ่าวสาว” ผู้ดูแลจวนเดินออกมายืนป่าวประกาศด้วยเสียงอันดังดนตรีมงคลก็เริ่มบรรเลง เกี้ยวเจ้าสาวหามมาถึงนอกประตูใหญ่ของจวนตระกูลหลี่แล้ว ซั่วอิงถูกประคองลงจากเกี้ยวขณะนั้นก็ได้ยินเสียงประทัดดังปึงปังความปีติยินดีเบิกบานลั่นทั่วทั้งท้องฟ้าพรมสีแดงถูกปูมาจนถึงใต้เท้าของนาง “เจ้าสาวมาแล้ว” มีคนร้องขึ้น ซั่วอิงถูกประคองมาถึงหน้าโถงรับแขก จากนั้นมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามารับช่วงต่อจากจ้าวซูหลินสาวใช้สองคนประคองซั่วอิงซ้ายขวาเดินเข้ามาในพิธีชุดมงคลแดงปักท

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 30 หลี่กงอี้จะมีฮูหยินแล้ว

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกปีแล้วจ้าวซูหลินยังคงอาศัยอยู่ในวังเพื่อถวายการรักษาฮ่องเต้อย่างต่อเนื่อง หลายๆครั้งที่นางพาฮ่องเต้แอบหนีออกจากวังเพื่อไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านในหลายๆหมู่บ้าน อะไรที่เขาไม่เคยทำจ้าวซูหลินก็พาทำหมดทุกอย่างหลี่กงอี้ที่เดิมทีเป็นกังวลเกี่ยวกับพระวรกายของฝ่าบาทแต่เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ยังคงแข็งแรงไปไหนมาไหนได้ไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเขาจึงไม่เอ่ยคัดค้านใดๆ ทำได้เพียงแค่ตามทั้งสองคนไปในทุกๆที่เท่านั้น“ท่านกงอี้”“แม่นางซูหลิน มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ”“เปล่าเสียหน่อยข้าเพียงแค่จะถามท่านว่าท่านไม่คิดจะแต่งงานบ้างหรือ”“ข้าหรือ?”“ใช่สิเจ้าคะ”“ข้าเห็นนะ ท่านแอบไปที่โรงเตี๊ยมของข้าบ่อยๆ”“อะไรกันนั่นข้าไม่ได้สั่งเสียหน่อย เจ้าไปที่นั่นทำไม? คงไม่ได้แค่ไปกินข้าวกระมัง”“อะเอ่อ ฝ่าบาทคือว่า”“ว่าอย่างไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”“คือว่ากระหม่อม”“เจ้าชอบซั่วอิงงั้นหรือ แค่ช

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 29 มิตรภาพของสองเรา

    “ก็ฮองเฮาอย่างไรเล่าเพคะ คนที่มีอำนาจในวังหลังมากสุดก็คือฮองเฮา ลองใครกล้านินทาหม่อมฉันดูสิฮองเฮาต้องออกหน้าจัดการแทนแน่นอน”“แล้วการที่เข้ามาดูแลรักษาอาการของพระองค์มันผิดตรงไหนกัน ใครๆก็รู้ว่าหม่อมฉันเป็นหมอ”“ข้าไม่ได้ว่าอะไร กลัวก็เพียงว่าคนที่เจ้าชอบจะมองเจ้าไม่ดี”“หม่อมฉันไม่มีลูกตาให้มองใครแล้วนะเพคะ”“แล้วเจ้ามองใครอยู่หรือ”จ้าวซูหลินยิ้มเบาๆนางไม่ตอบคำถามนี้แต่กลับกำลังค้นหาขวดยาเพื่อนำมาให้ฮ่องเต้เสวยอีกครั้ง“เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้ากินยาแล้วหรือ”“นั่นยาของหมอหลวง ส่วนนี่ของหม่อมฉัน”“ได้อย่างไรข้ากินแล้วนะ”“อย่าดื้อสิเพคะ หากท่านหายดีในเร็ววันหม่อมฉันจะพาพระองค์อบออกไปเที่ยวนอกวัง”“เที่ยวนอกวัง?”“ใช่แล้วเพคะ”“ไม่กี่วันข้างหน้าก็ถึงเทศกาลโคมไฟแล้วนะเพคะ หม่อมฉันอยากไปดูโคมไฟสวยๆ ฝ่าบาทก็ต้องไปกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ”จ้าวซูหลินยิ้มก่อนจะยื่นเม็ดยาที่นางสกัดออกมาเองใส่พระหัตถ์ของฝ่าบาทฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะเล็กน้อย‘เอาก็เอา อย่างน้อยถ้าหายดีก็จะได้พานางไปเที่ยวเล่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 28 เด็กดื้อ

    “ท่านน่าจะบอกข้าให้รู้เร็วกว่านี้”“ก็ฝ่าบาทไม่ยอมให้ข้าบอกท่านนี่นา เอาแต่ขู่ข้าว่าหากข้าปากโป้งไปบอกท่านจะตัดหัวข้าทิ้งเสีย ข้าเป็นองค์รักษ์ไม่กลัวตายหรอกนะแต่ข้าเพียงแค่กลัวว่าจะไม่มีใครอยู่คอยดูแลพระองค์ก็เท่านั้นเอง”‘ไม่กลัวตายเลยจริงจริ๊ง’“ใช่สินะ ใครจะไปรู้พระทัยฝ่าบาทเท่าท่านกัน”“แต่ก็อย่างที่ข้าตำหนิท่าน หากบอกข้าเร็วกว่านี้อาการของฝ่าบาทก็จะไม่ทรุดลงเร็วเช่นนี้”“แล้วแม่นางซูหลิน ฝ่าบาทจะทรงหายดีใช่หรือไม่”“ท่านรู้จักข้ามานานรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่พูดโกหก แม้บางครั้งจะจำเป็นต้องโกหกก็ตาม”“ข้ารู้”“ฝ่าบาทร่างกายอ่อนแอลงอย่างมากสุดก็ห้าปี”“ห้าปีงั้นหรือ”“พอจะจัดการอะไรๆ ได้ใช่หรือไม่”“ข้านึกว่าจะไม่นานเพียงนั้น”“ท่านกงอี้!”“ข้าพูดเรื่องจริงทั้งไทเฮาและฮองเฮาต่างก็วิตกเพราะรัชทายาทเองก็อายุได้เพียงสิบชันษายังไ

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 27 หนทางที่นางได้เลือกแล้ว

    “สะ สนมซู ไม่ใช่ว่าเจ้าตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่!”“ไทเฮา ฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันจะมาอธิบายทีหลังนะเพคะ ตอนนี้ให้หม่อมฉันตรวจอาการของฝ่าบาทก่อน”“เจ้ารักษาคนเป็นหรือ”“ฮองเฮาที่กระหม่อมพาพระสนมมาก็เพราะว่านางมีฝีมือทางการแพทย์พ่ะย่ะค่ะ เห็นสมควรให้นางลองรักษาฝ่าบาทไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฝ่าบาทที่เดิมกำลังจะบรรทมต่อเพราะฤทธิ์ยาที่หมอหลวงให้กิน แต่ก็ต้องตื่นตกใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าจ้าวซูหลินมาที่นี่‘มาได้อย่างไร?’ฮ่องเต้รีบทอดพระเนตรดูคนตรงหน้าทันที‘ชัดเลย จ้าวซูหลินจริงๆ! ต้องเป็นเจ้าบ้าหลี่กงอี้แน่ๆ อยากหัวหลุดจากบ่ามากหรืออย่างไรกัน’หลี่กงอี้ที่เหมือนจะรู้ตัวว่ามีสายตาอาฆาตจากฝ่าบาทมุ่งมาทางเขาก็รีบหลบไปที่หลังของจ้าวซูหลินทันที นางแปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆหลี่กงอี้ก็มาหลบที่หลังของนางแต่เมื่อหันไปมองดูคนบนเตียงก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ!“ตะ…ใต้เท้า!”

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 10 กล่องมหัศจรรย์

    “เยี่ยม!”เจ้าอาวาสขมวดคิ้วมองนางนิ่ง ‘เด็กคนนี้คงไม่เล่นอะไรแผลงๆหรอกนะ’จ้าวซูหลินรีบหยิบเอาของสิ่งนั้นในกล่องออกมาทันที ก่อนจะยื่นไปให้เจ้าอาวาสดู“ท่านดูสิ เป็นตามที่ข้าขอจริงๆด้วย”“หยึย! คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย”“อะไรกันเจ้าคะ ก็แค่ตุ๊กแกตัวเดียวท่านกลัวทำไมกัน”“มะ มันจะตัวใหญ่เกินไปไหม”“น่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 9 วัดฮุ่ยหลอ

    -วัดฮุ่ยหลอ-“เจ้าพาข้ามาถูกที่แน่นะ”“ถูกแน่นอนเพคะ ขึ้นเขาไปอีกนิดนึงก็ถึงวัดแล้ว”“แล้วเหตุใดถึงได้รกร้างน่ากลัวเช่นนี้กันเล่า”“หม่อมฉันถึงได้บอกท่านอย่างไรล่ะเพคะว่าวัดนี้ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาเลยสักคน ถึงได้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีคนเหลียวแลเช่นนี้”“โอ๊ย!!น่ากลัวชะมัด ข้าไม่ไปมันแล้ว”จังหวะที่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 8 สุรารสเลิศ

    “อยู่ในวังหลวงนางอึดอัดใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือว่าการปลดปล่อยเจ้าไปจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเจ้ากันแน่นะ”“ฝ่าบาทแล้วเรื่องที่พระสนมซูหลินทรงทำร้ายพระสนมลิ่งเฟยล่ะพ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะทรงตัดสินเช่นไรต่อดีพ่ะย่ะค่ะ”“จะตัดสินอะไรอีกล่ะเจ้าก็รู้ที่องค์รักเงาดำมารายงานนั่นเพราะสนมลิ่งเฟยหาเรื่องนา

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 6 หนทางสู่ความอิสระ

    “อะไร?เจ้ามองหน้าข้าแบบนั้นทำไม”“พระสนม…”“จะมาโทษข้าไม่ได้นะก็นางมาก่อกวนข้าก่อนนี่นา”“พระสนมเก่งมากเลยเพคะ แต่ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้โปรดปรานสนมลิ่งเฟยมากท่านอาจได้รับโทษก็เป็นได้นะเพคะ”“ข้าไม่กลัว ฆ่าข้าให้ตายไปเสียเลยสิ”“ไม่ได้สิหากข้าต้องโทษจริง ห่วงก็แต่เจ้าก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าอีกคน โว้ยย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status