Share

ตอนที่ 8 สุรารสเลิศ

Penulis: Jiulin
last update Tanggal publikasi: 2024-12-14 20:04:27

“อยู่ในวังหลวงนางอึดอัดใจถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือว่าการปลดปล่อยเจ้าไปจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเจ้ากันแน่นะ”

“ฝ่าบาทแล้วเรื่องที่พระสนมซูหลินทรงทำร้ายพระสนมลิ่งเฟยล่ะพ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะทรงตัดสินเช่นไรต่อดีพ่ะย่ะค่ะ”

“จะตัดสินอะไรอีกล่ะเจ้าก็รู้ที่องค์รักเงาดำมารายงานนั่นเพราะสนมลิ่งเฟยหาเรื่องนางก่อน หากนางจะปกป้องตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดอันใด”

“ส่วนเรื่องลงโทษนางนั้นแค่การออกราชโองการไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ตำหนักของนางก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ และนี่คงเป็นวิธีเดียวที่ข้าจะช่วยให้นางได้อยู่ห่างจากคนที่คิดร้ายนางได้ก็เท่านั้นเอง”

“แล้วจะไม่เป็นการทำให้พระสนมเข้าใจพระองค์ผิดหรือพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ข้ากักขังนางเอาไว้ในวังไร้การเหลียวแล หากนางจะเกลียดข้าก็คงไม่ผิดอะไร”

-โรงเตี๊ยมฟู่อันหลง-

“พระสนม”

“ชู่ว…ข้าบอกแล้วว่าให้เรียกข้าว่านายหญิงอย่างไรเล่า”

“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าลืม”

“ว่าแต่นายหญิง ทำไมพวกเราไม่นำเหล้าพวกนี้ไปขายที่ร้านเหล้ากันล่ะเจ้าคะ”

“โรงเตี๊ยมก็รับเหล้ามาจากร้านเหล้านั้นแหละ จะขายร้านเหล้าก็ได้แต่กำลังซื้อของร้านนั้นท่าจะน้อยกว่าร้านพวกนี้ดีไม่ดีถูกกดราคาอีกต่างหาก”

“นายหญิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนักเจ้าค่ะ”

“ไปกันเถอะ”

จ้าวซูหลินและซั่วอิงเดินเข้าไปภายในโรงเตี๊ยมที่ถูกตกแต่งด้วยความงดงามวิจิตรตระการยิ่งนัก

“แม่นาง เชิญขอรับท่านจะรับอะไรบอกข้าน้อยได้เลยนะขอรับ”

“ข้าไม่ได้มาเป็นลูกค้าของท่านหรอกเจ้าค่ะ แต่ที่มาวันนี้เพราะข้าจะนำสิ่งนี้มาขาย”

“อะไรเช่นนั้นหรือขอรับ”

“เหล้าองุ่นเจ้าค่ะ”

“เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินชื่อนีัเลยล่ะ แต่ช่างเถอะเชิญด้านในก่อนขอรับเฒ่าแก่มาที่ร้านพอดีเลย”

“ขอบคุณหลงจู๊มากเจ้าค่ะ”

“ขอรับ”

จ้าวซูหลินเดินตามหลังหลงจู๊เข้าไปด้านในของร้าน ก่อนจะถูกเชื้อเชิญให้นั่งรอเจ้าของโรงเตี๊ยมที่เก้าอี้ไม้หรูหราตัวหนึ่ง

‘ท่าทางคงจะร่ำรวยมากสินะ ข้าวของเครื่องใช้ดูจะราคาแพงทั้งนั้นเลย’

“แม่นาง คนนี้คือเฒ่าแก่ต้วนเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ขอรับ”

“ยินที่ได้พบขอรับแม่นาง คนของข้าบอกว่าท่านนำเหล้ามาขายขอข้าดูก่อนได้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ ข้าเตรียมไหเล็กไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะเลย”

“ดียิ่งนักเลยขอรับ”

เฒ่าแก่ต้วนรับไหเหล้าใบเล็กจากมือของนางมาก่อนจะรินลงในจอกเหล้าแล้งยกขึ้นจิบดื่มทีละนิด

“อืมม แม่นางนี่คือเหล้าอะไรหรือรสชาติไม่เลวเลยกลมกล่อมยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นเหล้าที่ไหนรสชาติดีเท่าเหล้าของแม่นางมาก่อนเลย”

“นี่คือเหล้าองุ่นสูตรพิเศษของข้าเองเจ้าค่ะ หากเฒ่าแก่ต้องการข้าจะนำมาอีก”

“ข้าต้องซื้อขายกับแม่นางอยู่แล้ว ของดีเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือข้าไปได้อย่างไรกันขอรับ”

“ข้าให้ท่านไหละห้าสิบตำลึง ท่านจะขัดข้องหรือไม่”

“ห้าสิบตำลึงเลยหรือเจ้าคะ?”

“ทำไม น้อยไปหรือเช่นนั้นก็…”

“ไม่ใช่ๆ ข้าไม่ขัดข้องเลยเจ้าค่ะเพียงแต่ข้าคิดว่าจะขายได้มากสุดเพียงไหละสิบตำลึงเท่านั้น”

“เหล้ารสชาติดีหายากเช่นนี้ ข้าย่อมรับซื้อในราคาที่สูงอยู่แล้วแม่นางอย่าได้กังวลใจไปเลย”

“ว่าแต่ท่านมีมาเพียงสองไหเองหรือ”

“ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะที่บ้านข้ายังหมักไว้อีกเยอะ หากท่านต้องการวันพรุ่งนี้ข้าจะนำมาที่ร้านของท่านอีกสักสิบไหท่านจะว่าอย่างไรเจ้าค่ะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ตกลงขอรับต่อให้แม่นางนำมาให้ข้าสักร้อยไหข้าก็รับไว้ได้ทั้งหมดเลย”

“จริงหรือเจ้าค่ะ”

“จริงสิขอรับ”

‘อะไรจะง่ายดายเช่นนี้กันล่ะง่ายจนน่าแปลกใจเสียจริง แต่ช่างเถอะขายแล้วได้เงินเท่านั้นคือสิ่งที่ข้าต้องการ’

“เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เวลานี้ข้าจะให้คนนำมาส่งที่ร้านของท่านนะเจ้าค่ะ”

“ให้ข้าไปรับที่บ้านท่านก็ได้นะขอรับแม่นาง บ้านของท่านอยู่ที่ไหนบอกคนของข้าเอาไว้ได้เลย”

“เอ่อ….ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ พอดีว่าข้าแอบที่บ้านหมักเหล้าขายหากว่าพวกเขาเห็นท่านมารับเหล้าเองอาจจะแย่ได้ ข้าอาจไม่ได้ส่งเหล้าให้ร้านท่านอีกเป็นแน่”

“เป็นเช่นนั้นหรือขอรับ ได้ๆเช่นนั้นข้าจะรอท่านนำมาส่งที่ร้านก็ได้ขอรับ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะเฒ่าแก่ต้วน ข้ากลับแล้วนะเจ้าค่ะ”

“เดินทางกลับดีๆนะขอรับแม่นาง”

“เจ้าค่ะ”

จ้าวซูหลินถือเอาตำลึงเงินมาไว้ในอ้อมอกของตัวเองด้วยความหวงแหน ตำลึงเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมันช่างภูมิใจยิ่งนัก ถึงแม้การเจรจาซื้อขายจะเรียบง่ายไม่มีอุปสรรคใดๆจนนางเองก็ยังนึกสงสัยอยู่ไม่น้อยก็ตาม

‘จะอะไรก็ช่างเถอะขอเพียงแค่ได้เงินมาเยอะๆ นางก็จะได้ออกจากวังหลวงที่แสนจะน่าเบื่อหน่ายนั่นเสียที’

 “ฮ่าฮ่าฮ่า คิดแล้วก็ช่างมีความสุขเสียจริง”

“นายหญิงท่านหัวเราะเสียงดังจนคนอื่นมองกันใหญ่เลยนะเจ้าค่ะ”

“จะเป็นไรไปล่ะก็ข้ามีความสุขนี่นา”

“โธ่นายหญิงล่ะก็”

“ฮ่าฮ่าฮ่า” พวกนางทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมๆกันอีกครั้ง ภายใต้สายตาอันคมกริบของบุรุษสองคนที่กำลังจับจ้องพวกนางอยู่

“ฝ่าบาท”

“เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่”

“กระหม่อมทิ้งตำลึงเงินเอาไว้ที่โรงเตี๊ยมหมื่นตำลึงสำหรับค่าซื้อขายเหล้าองุ่นของพระสนมแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“อืม ดี”

“จะกลับวังเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ได้”

แม้จะตอบองค์รักษ์คนสนิทไปแต่ตัวของฮ่องเต้เองก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน ในหัวของเขายังคงได้ยินเสียงหัวเราะสดใสของนางที่ดังก้องกังวาลอยู่ตลอดเวลา

‘เจ้ามีความสุขเมื่อได้อยู่นอกวังจริงๆสินะ จ้าวซูหลิน’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 32 คำอธิษฐานที่เป็นจริง

    -5 ปีผ่านไป-เทศกาลโคมไฟวนเวียนกลับมาในอีกรอบปีแล้ว แต่ปีนี้นั้นจ้าวซูหลินกลับรู้สึกว่าช่างเงียบเหงายิ่งนัก ในทุกๆปี นางจะนั่งชมโคมไฟรูปแบบต่างๆกับฮ่องเต้เสมอแต่มาปีนี้กลับต้องนั่งเหงาเดียวดายอยู่เพียงลำพัง“ฝ่าบาท หากชาติหน้ามีจริงขอให้พวกเรากลับมาพบกันอีกครั้งนะเพคะ”ฮ่องเต้ฮั่วจงสวรรคตไปเมื่อหนึ่งปีก่อนหลังเทศกาลโคมไฟของปีที่แล้วพอดี จ้าวซูหลินไม่อาจยื้อชีวิตพระองค์ได้อีกต่อไปแล้วอาจเพราะเครื่องมือที่มีไม่มากพอและตัวนางเองก็ไม่อยากทำให้พระองค์ต้องเจ็บปวดอีกต่อไปแม้จะเป็นไปตามประวัติศาสตร์ที่ฮ่องเต้ฮั่วจงต้องสวรรคตในวัยเพียงแค่สี่สิบชันษา และแม้นางอยากที่จะยื้อชีวิตให้เขาได้อยู่กับนางนานๆมากกว่านี้แต่นางก็ไม่อยากฝืนชะตาลิขิตอีกต่อไปได้เพียงแค่หวังว่าหากชาติหน้ามีจริง นางและเขาจะกลับมาพบกันในสถานะที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในชาตินี้ มีเพียงกันและกันและสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้โดยไม่ต้องผิดต่อใคร-โรงเตี๊ยมฟู่อันหลง-เช้าวันนี้จ้าวซูหลินรู้สึกว

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 31 งานแต่งงาน

    ฮ่องเต้และฮองเฮาเดินเข้ามาในงานด้วยท่วงท่าสง่างามยิ่ง ฮ่องเต้นั้นสวมฉลองพระองค์ด้วยชุดสีเหลืองทองอร่ามปักลายมังกรงามสง่า ส่วนฮองเฮาสวมชุดคลุมพญาหงส์สวยตระการตาปิ่นห้อยพญาหงส์สีแดงทองทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความสูงค่าทรงสง่าดูมีท่วงท่าของพระมารดาของแผ่นดินเป็นอย่างมาก บนโถงพิธีมงคลเทียนสีแดงถูกจุดสว่างตำแหน่งเก้าอี้สูงมีฮ่องเต้และฮองเฮาประทับอยู่ ด้านนอกโถงพิธีมงคลมีขุนนางที่หลี่กงอี้เชื้อเชิญมาร่วมงานรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย“ได้ฤกษ์แล้ว ต้อนรับบ่าวสาว” ผู้ดูแลจวนเดินออกมายืนป่าวประกาศด้วยเสียงอันดังดนตรีมงคลก็เริ่มบรรเลง เกี้ยวเจ้าสาวหามมาถึงนอกประตูใหญ่ของจวนตระกูลหลี่แล้ว ซั่วอิงถูกประคองลงจากเกี้ยวขณะนั้นก็ได้ยินเสียงประทัดดังปึงปังความปีติยินดีเบิกบานลั่นทั่วทั้งท้องฟ้าพรมสีแดงถูกปูมาจนถึงใต้เท้าของนาง “เจ้าสาวมาแล้ว” มีคนร้องขึ้น ซั่วอิงถูกประคองมาถึงหน้าโถงรับแขก จากนั้นมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามารับช่วงต่อจากจ้าวซูหลินสาวใช้สองคนประคองซั่วอิงซ้ายขวาเดินเข้ามาในพิธีชุดมงคลแดงปักท

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 30 หลี่กงอี้จะมีฮูหยินแล้ว

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกปีแล้วจ้าวซูหลินยังคงอาศัยอยู่ในวังเพื่อถวายการรักษาฮ่องเต้อย่างต่อเนื่อง หลายๆครั้งที่นางพาฮ่องเต้แอบหนีออกจากวังเพื่อไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านในหลายๆหมู่บ้าน อะไรที่เขาไม่เคยทำจ้าวซูหลินก็พาทำหมดทุกอย่างหลี่กงอี้ที่เดิมทีเป็นกังวลเกี่ยวกับพระวรกายของฝ่าบาทแต่เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้ยังคงแข็งแรงไปไหนมาไหนได้ไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเขาจึงไม่เอ่ยคัดค้านใดๆ ทำได้เพียงแค่ตามทั้งสองคนไปในทุกๆที่เท่านั้น“ท่านกงอี้”“แม่นางซูหลิน มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ”“เปล่าเสียหน่อยข้าเพียงแค่จะถามท่านว่าท่านไม่คิดจะแต่งงานบ้างหรือ”“ข้าหรือ?”“ใช่สิเจ้าคะ”“ข้าเห็นนะ ท่านแอบไปที่โรงเตี๊ยมของข้าบ่อยๆ”“อะไรกันนั่นข้าไม่ได้สั่งเสียหน่อย เจ้าไปที่นั่นทำไม? คงไม่ได้แค่ไปกินข้าวกระมัง”“อะเอ่อ ฝ่าบาทคือว่า”“ว่าอย่างไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”“คือว่ากระหม่อม”“เจ้าชอบซั่วอิงงั้นหรือ แค่ช

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 29 มิตรภาพของสองเรา

    “ก็ฮองเฮาอย่างไรเล่าเพคะ คนที่มีอำนาจในวังหลังมากสุดก็คือฮองเฮา ลองใครกล้านินทาหม่อมฉันดูสิฮองเฮาต้องออกหน้าจัดการแทนแน่นอน”“แล้วการที่เข้ามาดูแลรักษาอาการของพระองค์มันผิดตรงไหนกัน ใครๆก็รู้ว่าหม่อมฉันเป็นหมอ”“ข้าไม่ได้ว่าอะไร กลัวก็เพียงว่าคนที่เจ้าชอบจะมองเจ้าไม่ดี”“หม่อมฉันไม่มีลูกตาให้มองใครแล้วนะเพคะ”“แล้วเจ้ามองใครอยู่หรือ”จ้าวซูหลินยิ้มเบาๆนางไม่ตอบคำถามนี้แต่กลับกำลังค้นหาขวดยาเพื่อนำมาให้ฮ่องเต้เสวยอีกครั้ง“เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าข้ากินยาแล้วหรือ”“นั่นยาของหมอหลวง ส่วนนี่ของหม่อมฉัน”“ได้อย่างไรข้ากินแล้วนะ”“อย่าดื้อสิเพคะ หากท่านหายดีในเร็ววันหม่อมฉันจะพาพระองค์อบออกไปเที่ยวนอกวัง”“เที่ยวนอกวัง?”“ใช่แล้วเพคะ”“ไม่กี่วันข้างหน้าก็ถึงเทศกาลโคมไฟแล้วนะเพคะ หม่อมฉันอยากไปดูโคมไฟสวยๆ ฝ่าบาทก็ต้องไปกับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ”จ้าวซูหลินยิ้มก่อนจะยื่นเม็ดยาที่นางสกัดออกมาเองใส่พระหัตถ์ของฝ่าบาทฮ่องเต้ถอนพระปัสสาสะเล็กน้อย‘เอาก็เอา อย่างน้อยถ้าหายดีก็จะได้พานางไปเที่ยวเล่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 28 เด็กดื้อ

    “ท่านน่าจะบอกข้าให้รู้เร็วกว่านี้”“ก็ฝ่าบาทไม่ยอมให้ข้าบอกท่านนี่นา เอาแต่ขู่ข้าว่าหากข้าปากโป้งไปบอกท่านจะตัดหัวข้าทิ้งเสีย ข้าเป็นองค์รักษ์ไม่กลัวตายหรอกนะแต่ข้าเพียงแค่กลัวว่าจะไม่มีใครอยู่คอยดูแลพระองค์ก็เท่านั้นเอง”‘ไม่กลัวตายเลยจริงจริ๊ง’“ใช่สินะ ใครจะไปรู้พระทัยฝ่าบาทเท่าท่านกัน”“แต่ก็อย่างที่ข้าตำหนิท่าน หากบอกข้าเร็วกว่านี้อาการของฝ่าบาทก็จะไม่ทรุดลงเร็วเช่นนี้”“แล้วแม่นางซูหลิน ฝ่าบาทจะทรงหายดีใช่หรือไม่”“ท่านรู้จักข้ามานานรู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่พูดโกหก แม้บางครั้งจะจำเป็นต้องโกหกก็ตาม”“ข้ารู้”“ฝ่าบาทร่างกายอ่อนแอลงอย่างมากสุดก็ห้าปี”“ห้าปีงั้นหรือ”“พอจะจัดการอะไรๆ ได้ใช่หรือไม่”“ข้านึกว่าจะไม่นานเพียงนั้น”“ท่านกงอี้!”“ข้าพูดเรื่องจริงทั้งไทเฮาและฮองเฮาต่างก็วิตกเพราะรัชทายาทเองก็อายุได้เพียงสิบชันษายังไ

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 27 หนทางที่นางได้เลือกแล้ว

    “สะ สนมซู ไม่ใช่ว่าเจ้าตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่!”“ไทเฮา ฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันจะมาอธิบายทีหลังนะเพคะ ตอนนี้ให้หม่อมฉันตรวจอาการของฝ่าบาทก่อน”“เจ้ารักษาคนเป็นหรือ”“ฮองเฮาที่กระหม่อมพาพระสนมมาก็เพราะว่านางมีฝีมือทางการแพทย์พ่ะย่ะค่ะ เห็นสมควรให้นางลองรักษาฝ่าบาทไม่ดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ”ฝ่าบาทที่เดิมกำลังจะบรรทมต่อเพราะฤทธิ์ยาที่หมอหลวงให้กิน แต่ก็ต้องตื่นตกใจขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าจ้าวซูหลินมาที่นี่‘มาได้อย่างไร?’ฮ่องเต้รีบทอดพระเนตรดูคนตรงหน้าทันที‘ชัดเลย จ้าวซูหลินจริงๆ! ต้องเป็นเจ้าบ้าหลี่กงอี้แน่ๆ อยากหัวหลุดจากบ่ามากหรืออย่างไรกัน’หลี่กงอี้ที่เหมือนจะรู้ตัวว่ามีสายตาอาฆาตจากฝ่าบาทมุ่งมาทางเขาก็รีบหลบไปที่หลังของจ้าวซูหลินทันที นางแปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆหลี่กงอี้ก็มาหลบที่หลังของนางแต่เมื่อหันไปมองดูคนบนเตียงก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ!“ตะ…ใต้เท้า!”

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 10 กล่องมหัศจรรย์

    “เยี่ยม!”เจ้าอาวาสขมวดคิ้วมองนางนิ่ง ‘เด็กคนนี้คงไม่เล่นอะไรแผลงๆหรอกนะ’จ้าวซูหลินรีบหยิบเอาของสิ่งนั้นในกล่องออกมาทันที ก่อนจะยื่นไปให้เจ้าอาวาสดู“ท่านดูสิ เป็นตามที่ข้าขอจริงๆด้วย”“หยึย! คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย”“อะไรกันเจ้าคะ ก็แค่ตุ๊กแกตัวเดียวท่านกลัวทำไมกัน”“มะ มันจะตัวใหญ่เกินไปไหม”“น่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 9 วัดฮุ่ยหลอ

    -วัดฮุ่ยหลอ-“เจ้าพาข้ามาถูกที่แน่นะ”“ถูกแน่นอนเพคะ ขึ้นเขาไปอีกนิดนึงก็ถึงวัดแล้ว”“แล้วเหตุใดถึงได้รกร้างน่ากลัวเช่นนี้กันเล่า”“หม่อมฉันถึงได้บอกท่านอย่างไรล่ะเพคะว่าวัดนี้ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาเลยสักคน ถึงได้ถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีคนเหลียวแลเช่นนี้”“โอ๊ย!!น่ากลัวชะมัด ข้าไม่ไปมันแล้ว”จังหวะที่

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 7 พระสนมผู้มีสติฟั่นเฟือน

    -เจ็ดวันผ่านไป-“ซั่วอิง เจ้าบอกว่าข้าไปเอาเมล็ดพันธ์พวกนั้นมาจากวัดอะไรนะ?”“วัดฮุ่ยหลอเพคะ อยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเมืองหลวง วัดแห่งนั้นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครไปกันหรอกนะเพคะ”“ทำไมล่ะ?”“ก็ที่นั่นมีเพียงเจ้าอาวาสคนเดียวเท่านั้น อารามก็เก่าทรุดโทรมแล้วไม่ได้งดงามเหมือนวัดเล่อฉีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งข

  • เมื่อข้าไม่อยากเป็นสนมของฮ่องเต้   ตอนที่ 6 หนทางสู่ความอิสระ

    “อะไร?เจ้ามองหน้าข้าแบบนั้นทำไม”“พระสนม…”“จะมาโทษข้าไม่ได้นะก็นางมาก่อกวนข้าก่อนนี่นา”“พระสนมเก่งมากเลยเพคะ แต่ท่านก็รู้ว่าฮ่องเต้โปรดปรานสนมลิ่งเฟยมากท่านอาจได้รับโทษก็เป็นได้นะเพคะ”“ข้าไม่กลัว ฆ่าข้าให้ตายไปเสียเลยสิ”“ไม่ได้สิหากข้าต้องโทษจริง ห่วงก็แต่เจ้าก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าอีกคน โว้ยย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status