LOGIN“คุณพูดจริงเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างออกมา เธอไม่รู้ว่าราคาจะแพงไหมแต่อย่างน้อยหลานของเธอก็จะมีงานทำแล้ว
“จริงสิคะ ฉันยังจะพาพวกคุณไปรายงานตัวที่โรงงานด้วยนะคะ” ซินเหยาต้องการทำทุกอย่างให้เรียบร้อยและมั่นใจว่าพวกเขาจะได้เข้าทำงานจริง
“ไม่ทราบว่าคุณขายราคาเท่าไหร่เหรอคะ เรามีเงินไม่มากนัก” หญิงวัยกลางคนรีบถามเรื่องสำคัญทันที เธอไม่แน่ใจว่าตำแหน่งงานนี้ทำอะไรและราคาแพงไหม
“ตำแหน่งของพ่อแม่ฉันเป็นตำแหน่งจัดซื้อวัสดุค่ะ เงินเดือนที่จะได้รับเดือนละห้าสิบหยวน ฉันขายในราคาตำแหน่งละหนึ่งพันหยวน คุณคิดยังไงคะ” ซินเหยาลองถามราคาที่สูงสุดก่อน เผื่อว่าพวกเขาจะต่อรอง
“ป้าครับ ราคามันแพงเกินไปนะครับ ผมกับภรรยารอสมัครงานอื่นก็ได้” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ พวกเขาเป็นเพียงหลานเท่านั้นเลยไม่อยากรบกวนป้า
“เฮ้อ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจสิ ป้าเชื่อว่าพ่อแม่ของเธอต้องอยากให้พวกเธอทำงานที่นี่แน่ อีกอย่างเงินเดือนที่ได้ก็ไม่น้อย แม่หนู ช่วยลดราคาให้เราหน่อยได้ไหมจ๊ะ ป้าอยากซื้อทั้งสองตำแหน่งเลย พวกเขาจะได้ทำงานด้วยกัน” หญิงวัยกลางคนหันมาต่อรองราคากับซินเหยา
“อืม… คุณอยากซื้อราคาเท่าไหร่คะ ฉันจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะขายดีไหม” ซินเหยาไม่อยากตั้งราคาเองอีก เธออยากรีบจบเรื่องให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าจะกลับค่ำจนพวกคนบ้านฟู่สงสัยเอาได้
“เอ่อ… ฉันขอซื้อในราคาตำแหน่งละเจ็ดร้อยห้าสิบหยวนได้ไหมจ๊ะ พวกเรามีเงินเก็บอยู่ไม่มาก” หญิงวัยกลางคนต่อรองอีกครั้ง เธอยอมนำเงินเก็บมาซื้อตำแหน่งให้หลานชายกับหลานสะใภ้แล้วค่อยให้พวกเขาผ่อนจ่ายคืนทีหลัง เพราะพ่อแม่ของพวกเขาเคยช่วยเหลือเธอกับสามีมาก่อน
“ตกลงค่ะ คุณจะจ่ายยังไงเหรอคะ” ซินเหยาถามต่อ เธอคิดว่าราคานี้ก็ไม่เลว
“รบกวนรอฉันที่นี่สักครู่นะคะ ฉันกับสามีจะไปถอนเงินจากธนาคารมาให้” หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ราคาที่ต้องการ
“ไม่มีปัญหาค่ะ พวกคุณรีบไปเถอะ” ซินเหยาพยักหน้ารับคำ
หลานชายกับหลานสะใภ้ของเธอต่างพากันน้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าป้าของเขาจะใช้เงินเก็บซื้อตำแหน่งงานให้จริง ๆ พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกขึ้นมาเลยทีเดียวที่ได้รับความเมตตาจากญาติผู้ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง
ซินเหยานั่งรอกับพวกเขานานถึงครึ่งชั่วโมง กว่าที่สองสามีภรรยาสูงวัยจะกลับมามอบเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนให้เธอที่ร้านอาหาร
“ขอบคุณพวกคุณมากค่ะ เราไปที่โรงงานกันเถอะ ฉันจะพาไปรายงานตัว อ้อ ฉันจะบอกพวกเขาว่าพวกคุณเป็นญาติฉันนะคะ ฉันชื่อซินเหยา” ซินเหยารีบเตรียมข้อมูลให้กับพวกเขาเอาไว้ก่อน
“ขอบคุณมากคุณซิน ฉันแซ่ลู่ นี่หลานชายกับหลานสะใภ้ของฉันเองค่ะ” ลู่หลินบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว เราไปกันเถอะ” ซินเหยายิ้มบางตอบและลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านหลังจากพวกเขาจ่ายค่าอาหารเสร็จ
คนทั้งห้าเดินทางไปถึงโรงงานในเวลาไม่นาน ซินเหยาบอก รปภ.ว่ามาขอพบกับผู้จัดการฝางซึ่งเคยเป็นหัวหน้างานของพ่อแม่เธอ พวกเขารออยู่ที่หน้าประตูโรงงานไม่ถึงสิบห้านาที ฝางอู่ชิงก็เดินยิ้มออกมาหาซินเหยาแล้ว
“สวัสดีหลานสาว อยากทำงานกับลุงแล้วใช่ไหม” ฝางอู่ชิงถามอย่างเอ็นดู เขาจำได้ว่าซินเหยาเป็นลูกสาวของซินโจวและอู่เหมยฮวาลูกน้องเก่าเขาที่ประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางไปซื้อวัตถุดิบให้กับโรงงานเมื่อสามปีก่อน
“ไม่ใช่หนูค่ะคุณลุง หนูพาญาติมาทำงานแทนพ่อกับแม่ค่ะ พี่ชาย พี่สาว แนะนำตัวกับคุณลุงฝางสิคะ” ซินเหยาหันไปบอกทั้งสองคนที่ยังดูตื่นเต้นอยู่ใกล้ ๆ
“สวัสดีครับ ผมลู่ถิงอัน นี่ภรรยาผมไช่หนี่ครับ” ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว
“โอ้ สวัสดี ๆ พวกเธอจบอะไรกันมาล่ะ ทำบัญชีเป็นไหม” ฝางอู่ชิงถามต่อ เขาไม่คิดว่าซินเหยาจะยอมมอบตำแหน่งงานดี ๆ แบบนี้ให้กับญาติของเธอจริง ๆ
“พวกเราจบ ม.ปลายครับ เรื่องบัญชีพวกเราพอจะเรียนรู้มาบ้าง ถ้ามีคนสอนสักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ” ลู่ถิงอันตอบพร้อมรอยยิ้ม ดีที่พวกเขาเคยขอให้อาจารย์สอนบัญชีเบื้องต้นให้มาก่อน เพราะพวกเขารู้ดีว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากเกินไปจึงพากันเรียนรู้ด้านนี้มาเพื่อสมัครทำงานโดยเฉพาะ อย่างน้อยการมีวิชาบัญชีติดตัวก็ทำให้พวกเขาหางานได้ไม่ยาก
“ดี ๆ ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปด้านในกันเถอะ ฉันจะพาพวกเธอไปรายงานตัวนะ” ฝางอู่ชิงพยักหน้าอย่างพอใจ เขาดูท่าทางเด็กสองคนนี้แล้วก็เห็นว่าไม่เลว ถ้าได้พวกเขามาทำงานในโรงงานคงช่วยได้มาก
“ลุงคะ หนูต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ ฝากพี่ชายกับพี่สาวด้วยค่ะ” ซินเหยาไม่อยากอยู่ต่อหลังฝากฝังคนเสร็จ เธอยังต้องเดินทางกลับหมู่บ้านอีกเกือบสองชั่วโมง
“ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขานะ ลุงจะดูแลพวกเขาให้เอง” ฝางอู่ชิงยิ้มตอบ
ซินเหยาค้อมหัวคำนับทุกคนก่อนจะเดินออกจากโรงงานไป เธอในตอนนี้มีเงินติดตัวอยู่มากถึงห้าพันหยวนกว่าแล้ว หากต้องการค้าขายหลังหย่าสามี ซินเหยาคิดว่าเงินทุนแค่นี้น่าจะเพียงพอ ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าสามีคนนั้นเป็นยังไงก็เถอะ ถ้าดูแล้วเขาไม่ดีกับร่างเดิม ซินเหยาก็ไม่รังเกียจที่จะหย่าขาดจากเขา
คนตระกูลลู่ได้แต่มองส่งซินเหยาจากไปอย่างขอบคุณ พวกเขาไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงที่เพิ่งพบกันครั้งแรกจะใจดีกับคนแปลกหน้าอย่างพวกเขาขนาดนี้ หลังจากนี้หลานชายกับหลานสะใภ้ยังมีงานที่มั่นคงทำอีกด้วย เรื่องนี้ทำให้สองสามีภรรยาสูงวัยได้แต่สำนึกขอบคุณซินเหยา
กว่าซินเหยาจะเดินทางกลับถึงหมู่บ้านซวงหลิน พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปได้พักใหญ่แล้ว ดีที่เมื่อเที่ยงซินเหยาได้กินข้าวอย่างอิ่มหนำสำราญเป็นครั้งแรกตั้งแต่ร่างเดิมแต่งงานกับฟู่จิงถิง ทำให้การเดินทางกลับครั้งนี้ไม่ทำให้เธอเหนื่อยมากเกินไปนัก ซินเหยายังแวะซื้อเนื้อเล็กน้อยมาฝากป้าเพ่ยด้วย เธอรีบเดินเข้าบ้านของป้าเพ่ยและนำเนื้อไปให้ก่อนเดินกลับไปยังบ้านตระกูลฟู่ในเวลาต่อมา
“นังบ้าเอ้ย! หายหัวไปไหนมาทั้งวันฮะ!” เสียงเหมียนจูดังออกมาตั้งแต่ซินเหยาเพิ่งจะก้าวเข้าประตูบ้านตระกูลฟู่
“เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” ซินเหยาพึมพำอย่างหัวเสีย เธอรำคาญแม่สามีของร่างเดิมคนนี้เสียจริง ๆ ขนาดเวลาผ่านมานานถึงหนึ่งสัปดาห์แล้ว เหมียนจูก็ยังคิดจะใช้งานเธอเหมือนกับร่างเดิมอยู่ทุกวัน ดีที่ซินเหยาในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เธอมีหรือที่จะยอมเชื่อฟังคนบ้านฟู่อีกให้ลำบากตัวเอง ซินเหยาทำหูทวนลมและเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บฟืนซึ่งเป็นที่นอนของเธอทันที ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะหนีไปจากที่นี่ ซินเหยายังต้องรอเวลาอีกสักพักเพื่อเตรียมตัวเดินทางไกลไปหาฟู่จิงถิง
เสียงก่นด่าของเหมียนจูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านหลายคนต่างแอบดูแอบฟังกันอย่างเป็นห่วงซินเหยา ดีที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงตบตีในบ้านฟู่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงเป็นห่วงว่าซินเหยาจะบาดเจ็บหนักเอาได้
“แม่จะไปยุ่งกับมันทำไมเนี่ย เจ็บตัวคราวก่อนยังไม่เข็ดอีกหรือไง” ฟู่โหรวได้แต่พูดขึ้นมาอย่างรำคาญ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้เอาแต่อยากรังแกซินเหยานัก ทั้งที่แม่ของเธอสามารถทำงานทุกอย่างในบ้านเองได้
“แกจะไปรู้อะไรฮะ! งานบ้านงานในนาแกจะเป็นคนทำไหมล่ะถ้าไม่ใช่นังซินเหยา พวกแกแต่ละคนก็เอาแต่นั่งเล่นไปวัน ๆ งานการไม่คิดจะหาทำกันสักคน แกคิดว่าเงินในบ้านเรามีมากนักหรือยังไง” เหมียนจูอดด่าว่าพวกคนไร้ประโยชน์ในบ้านนี้ไม่ได้ สามีเธออย่างฟู่อ้ายโกวก็ขี้เกียจมาแต่ไหนแต่ไร งานในนาเมื่อก่อนก็เป็นเธอที่ต้องลงไปทำเองเพื่อให้บ้านมีข้าวกิน พอได้ฟู่จิงถิงมาอยู่ในบ้าน เหมียนจูก็สบายขึ้นมากจนไม่ต้องไปทำงานในนาอีก หากซินเหยาไม่ยอมไปทำงาน บ้านเธอจะเอาอะไรกินกัน เงินในบ้านก็มีแค่ที่ฟู่จิงถิงส่งมาให้ทุกเดือนเท่านั้น
“คุณจะเสียงดังทำไมนักหนาเนี่ย! จิงถิงมันก็ส่งเงินมาให้ทุกเดือนไม่ใช่หรือไง เงินพวกนั้นก็พอให้ซื้อข้าวของมากินได้ทั้งเดือนแล้ว ทำเหมือนบ้านเราไม่มีเงินอย่างนั้นแหละ น่ารำคาญจริง” ฟู่อ้ายโกวไม่ชอบใจนักที่ภรรยาดูถูกเขาต่อหน้าลูก
“นั่นสิครับแม่ เงินชดเชยของซินเหยาก็มีตั้งหลายพันหยวนไม่ใช่หรือไง เมื่อไหร่แม่จะหาเมียให้ผมสักทีเนี่ย ผมรอมาหลายปีแล้วนะครับ” ฟู่หยางเซิงรีบถามเรื่องสำคัญกับแม่ของตัวเองทันที เขาอยากมีเมียใจจะขาดแล้ว
“เงินนั่นฉันก็เอาไว้ให้พวกแกแต่งงานยังไงล่ะ ส่วนเมียแกน่ะฉันยังหาคนรวย ๆ ไม่ได้แล้วจะให้ทำยังไง แกเรียนจบแค่ ม.ต้น ความรู้อะไรก็ไม่มี จะมีปัญญาเลี้ยงเมียเลี้ยงลูกได้หรือไงกัน เฮอะ! พูดไม่คิด” เหมียนจูร่ายยาวให้ลูกชายฟัง
“แม่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ แม่ไม่ยอมให้พวกเราออกไปในเมือง แล้วแบบนี้เราจะเจอคนรวยได้ยังไงล่ะ” ฟู่โหรวเองก็อยากแต่งงานกับคนรวยหรือไม่ก็คนที่จบมหาวิทยาลัยสักคนเช่นกัน น่าเสียดายที่แม่เธอไม่ยอมให้ออกจากบ้านไปไหน
“ชิ! หุบปากไปเลย! แกคิดว่าคนรวย ๆ จะมาเดินตามถนนในเมืองกันง่าย ๆ เหรอ ฉันรอให้ใกล้ปีใหม่ก่อนต่างหาก ค่อยพาพวกแกไปที่เมืองข้าง ๆ”
สองปีต่อมา ตอนนี้เฟิงอู่กับโจวหงไม่ได้เข้าทำงานที่บริษัทมากว่าหนึ่งปีแล้ว พวกเขาอยู่บ้านเลี้ยงหลานและปล่อยให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ดูแลธุรกิจกันเอง เพราะซินเหยาหลังมีลูกคนแรกได้ไม่ถึงครึ่งปี เธอก็ท้องลูกคนที่สองอีกครั้ง ทำให้พวกเขามีหลานสาวและหลานชายให้คอยเลี้ยงดูอย่างมีความสุข ส่วนเฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงได้ลูกชายกันทั้งคู่ พวกเขาเพิ่งวางแผนจะมีลูกคนที่สองกันในปีนี้“เราพาเด็ก ๆ ไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องพวกเขาที่บ้านใหญ่ดีไหมคะคุณ” โจวหงถามหลังจากป้อนข้าวให้หลานทั้งสองคนของเธอเสร็จในช่วงสายของวัน“อืม… ก็ดีเหมือนกันนะ คุณพ่อจะได้เล่นกับหลานด้วย” เฟิงอู่พยักหน้ารับคำ พวกเขาพาหลาน ๆ ไปเล่นด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อที่ในอนาคต เด็ก ๆ ตระกูลเฟิงจะได้ช่วยเหลือกันและกันในย
เฟิงจิงถิงพยักหน้ารับคำภรรยาที่ใบหน้ายังซีดเผือดจากการเสียเลือดอยู่ เขาได้แต่คิดว่าจะมีลูกอีกอย่างที่ซินเหยาอยากมีหรือเปล่า“พวกลูกนอนพักกันสักหน่อยเถอะ เมื่อเช้าก็ตื่นกันตั้งแต่เช้าแล้ว แม่เองก็จะพักด้วยเหมือนกัน รอเสวี่ยเยว่หิวนมเราค่อยตื่นกันอีกที” โจวหงบอก เธอรู้ดีว่าเด็กแรกคลอดดื่มนมบ่อยมากแค่ไหน ถ้าซินเหยาไม่นอนพัก เธอก็กลัวว่าลูกสะใภ้จะไม่มีน้ำนม“ได้ค่ะแม่ คุณไปนอนก่อนเถอะนะคะ” ซินเหยาบอกเฟิงจิงถิงที่กำลังเก็บกล่องอาหารอยู่ข้างเตียงของเธอเงียบ ๆ ซินเหยาไม่รู้ว่าตอนนี้สามีคิดอะไรอยู่“ครับ ฝันดีนะครับที่รัก” เฟิงจิงถิงลุกขึ้นจูบหน้าผากนวลของซินเหยาอย่างแสนรัก ก่อนจะหยิบเอากล่องอาหารออกไปทิ้งนอกห้องพักผู้ป่วยของซินเหยาแล้วกลับเข้ามานอน
เฟิงอู่ โจวหงและเฟิงจิงถิงนั่งรออยู่หน้าห้องคลอดเกือบหนึ่งชั่วโมง พวกเฟิงตี้หลงก็มาถึง พวกเขาต่างสอบถามอาการของซินเหยาด้วยความเป็นห่วง“ทุกคนอย่าเพิ่งคิดมากเลย ยังไงก็ถึงมือหมอแล้ว” เฟิงตี้หลงบอกลูกหลานให้สงบจิตใจ คนอื่น ๆ ได้แต่พยักหน้ารับคำเฟิงตี้หลง เพียงแต่ในใจแต่ละคนยังคงคิดไปต่าง ๆ นา ๆ และภาวนาให้ซินเหยาคลอดอย่างปลอดภัยเท่านั้น หนึ่งชั่วโมงต่อมา พยาบาลอุ้มห่อผ้าออกมาพร้อมรอยยิ้ม เธอนำเด็กไปส่งให้กับโจวหงที่ลุกขึ้นเดินไปหาพยาบาลเป็นคนแรก“ยินดีด้วยนะคะ เป็นเด็กผู้หญิงค่ะ” พยาบาลบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง“
สี่สิบห้าวันต่อมา เฟิงจิงถิงเรียนรู้งานทุกอย่างจากเฟิงอู่เสร็จเรียบร้อยนานแล้ว ตอนนี้ร่างกายที่เคยบาดเจ็บของเขาหายสนิทแล้ว วันนี้จึงเป็นวันแรกที่เฟิงจิงถิงจะกลับไปทำงานที่หน่วย เขารับปากกับพ่อว่าจะเข้าไปทำงานช่วงวันเสาร์ของทุกสัปดาห์ ส่วนเรื่องการลาออกเฟิงจิงถิงยังไม่รับปากว่าเขาจะลาออกเมื่อไหร่ สำหรับเฟิงจิงถิงแล้วการเป็นทหารถือเป็นเกียรติของเขามานานแล้ว เมื่อรู้สึกว่าจะไม่ได้รับใช้ประเทศอีก เขาจึงรู้สึกใจหายแปลก ๆ ด้านซินเหยาก็ท้องเข้าสู่เดือนที่หกแล้วเช่นกัน ร้านอาหารของเธอมีคนมาติดต่อขอสูตรเป็นจำนวนมาก จากที่ซินเหยาคิดจะเปิดร้านสาขาตามมณฑลต่าง ๆ เธอจึงได้แต่มาปรึกษาพ่อแม่สามีเรื่องการขายเฟรนไชส์แทนในช่วงสัปดาห์ก่อน รายละเอียดต่าง ๆ จะมีฝ่ายกฎหมายของตระกูลมาช่วยซินเหยาเตรียมสัญญาก่อนประกาศเปิดขา
ซินเหยาเดินตามหลังพนักงานไปยังช่องยิงใกล้ ๆ เธอบรรจุกระสุนและเล็งยิงไปยังเป้าหมายห่างออกไปประมาณ 30 เมตรปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
รถของเฟิงจิงถิงออกจากบริษัทไปทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นเป็นศูนย์รวมอุตสาหกรรมหนักและเหล็กกล้าของประเทศแห่งหนึ่ง ระยะทางจากบริษัทไปยังโรงงานไกลประมาณยี่สิบกิโลเมตร เมื่อพวกเขาไปถึงด้านหน้าโรงงาน ยามรักษาการติดอาวุธหลายคนตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามระเบียบ ที่นี่ห้ามคนภายนอกเข้าโดยเด็ดขาดและโรงงานมีนโยบายการเก็บความลับเป็นอย่างดี“สวัสดีครับเลขาตู้ คุณชายใหญ่ คุณนายน้อย” ผู้จัดการโรงงานออกมาต้อนรับพวกเขา เพราะก่อนออกจากบริษัทนั้น เลขาตู้ได้โทรบอกล่วงหน้าแล้ว“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งสามทักทายกลับ ก่อนจะเดินตามผู้จัดการโรงงานเพื่อเข้าไปฟังการอธิบายเกี่ยวกับโรงงานในห้องประชุม เรื่องพวกนี้ผู้จัดการทำบ่อยเวลามีลูกค้าเข้ามา
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ซินเหยารอฟู่จิงถิงที่นำรถกลับไปคืนหน่วยที่บ้าน ระหว่างนี้เธอก็คิดได้ว่าน่าจะทาสีร้านใหม่ให้ดูดีกว่าเดิมสักหน่อยก่อนเปิดกิจก
ซินเหยาที่อยู่ร้านก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง บ่ายนี้มีลูกค้าเข้ามาหลังเที่ยงวันหลายกลุ่มเลยทีเดียว เท่าที่ซินเหยาได้ยินมาก็คือพวกเขาได้ข่าวจากสหายที่มากินเล่าให้ฟังจึงพากันมาลองกินบ้าง พวกเขายังพูดกันด้วยว่าถ้ามาเ
ซินเหยากับฟู่จิงถิงนั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่ กว่าที่พวกเขาจะชวนกันขึ้นบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้พวกเขายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ
ทหารที่เหลือเห็นเพื่อนสั่งแล้วก็พากันสั่งตามเช่นกัน ซินเหยายิ้มรับคำและกลับเข้าครัวไปทำให้พวกเขาหลังจดรายการอาหารเสร็จ ดีที่ซินเหยาเตรียมสมุดโน้ตเอาไว้สำหรับเวลาลูกค้าสั่งอาหารล่วงหน้า







