LOGIN“คุณพูดจริงเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างออกมา เธอไม่รู้ว่าราคาจะแพงไหมแต่อย่างน้อยหลานของเธอก็จะมีงานทำแล้ว
“จริงสิคะ ฉันยังจะพาพวกคุณไปรายงานตัวที่โรงงานด้วยนะคะ” ซินเหยาต้องการทำทุกอย่างให้เรียบร้อยและมั่นใจว่าพวกเขาจะได้เข้าทำงานจริง
“ไม่ทราบว่าคุณขายราคาเท่าไหร่เหรอคะ เรามีเงินไม่มากนัก” หญิงวัยกลางคนรีบถามเรื่องสำคัญทันที เธอไม่แน่ใจว่าตำแหน่งงานนี้ทำอะไรและราคาแพงไหม
“ตำแหน่งของพ่อแม่ฉันเป็นตำแหน่งจัดซื้อวัสดุค่ะ เงินเดือนที่จะได้รับเดือนละห้าสิบหยวน ฉันขายในราคาตำแหน่งละหนึ่งพันหยวน คุณคิดยังไงคะ” ซินเหยาลองถามราคาที่สูงสุดก่อน เผื่อว่าพวกเขาจะต่อรอง
“ป้าครับ ราคามันแพงเกินไปนะครับ ผมกับภรรยารอสมัครงานอื่นก็ได้” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ พวกเขาเป็นเพียงหลานเท่านั้นเลยไม่อยากรบกวนป้า
“เฮ้อ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจสิ ป้าเชื่อว่าพ่อแม่ของเธอต้องอยากให้พวกเธอทำงานที่นี่แน่ อีกอย่างเงินเดือนที่ได้ก็ไม่น้อย แม่หนู ช่วยลดราคาให้เราหน่อยได้ไหมจ๊ะ ป้าอยากซื้อทั้งสองตำแหน่งเลย พวกเขาจะได้ทำงานด้วยกัน” หญิงวัยกลางคนหันมาต่อรองราคากับซินเหยา
“อืม… คุณอยากซื้อราคาเท่าไหร่คะ ฉันจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะขายดีไหม” ซินเหยาไม่อยากตั้งราคาเองอีก เธออยากรีบจบเรื่องให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าจะกลับค่ำจนพวกคนบ้านฟู่สงสัยเอาได้
“เอ่อ… ฉันขอซื้อในราคาตำแหน่งละเจ็ดร้อยห้าสิบหยวนได้ไหมจ๊ะ พวกเรามีเงินเก็บอยู่ไม่มาก” หญิงวัยกลางคนต่อรองอีกครั้ง เธอยอมนำเงินเก็บมาซื้อตำแหน่งให้หลานชายกับหลานสะใภ้แล้วค่อยให้พวกเขาผ่อนจ่ายคืนทีหลัง เพราะพ่อแม่ของพวกเขาเคยช่วยเหลือเธอกับสามีมาก่อน
“ตกลงค่ะ คุณจะจ่ายยังไงเหรอคะ” ซินเหยาถามต่อ เธอคิดว่าราคานี้ก็ไม่เลว
“รบกวนรอฉันที่นี่สักครู่นะคะ ฉันกับสามีจะไปถอนเงินจากธนาคารมาให้” หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ราคาที่ต้องการ
“ไม่มีปัญหาค่ะ พวกคุณรีบไปเถอะ” ซินเหยาพยักหน้ารับคำ
หลานชายกับหลานสะใภ้ของเธอต่างพากันน้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าป้าของเขาจะใช้เงินเก็บซื้อตำแหน่งงานให้จริง ๆ พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกขึ้นมาเลยทีเดียวที่ได้รับความเมตตาจากญาติผู้ใหญ่อย่างคาดไม่ถึง
ซินเหยานั่งรอกับพวกเขานานถึงครึ่งชั่วโมง กว่าที่สองสามีภรรยาสูงวัยจะกลับมามอบเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนให้เธอที่ร้านอาหาร
“ขอบคุณพวกคุณมากค่ะ เราไปที่โรงงานกันเถอะ ฉันจะพาไปรายงานตัว อ้อ ฉันจะบอกพวกเขาว่าพวกคุณเป็นญาติฉันนะคะ ฉันชื่อซินเหยา” ซินเหยารีบเตรียมข้อมูลให้กับพวกเขาเอาไว้ก่อน
“ขอบคุณมากคุณซิน ฉันแซ่ลู่ นี่หลานชายกับหลานสะใภ้ของฉันเองค่ะ” ลู่หลินบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว เราไปกันเถอะ” ซินเหยายิ้มบางตอบและลุกขึ้นเดินออกไปจากร้านหลังจากพวกเขาจ่ายค่าอาหารเสร็จ
คนทั้งห้าเดินทางไปถึงโรงงานในเวลาไม่นาน ซินเหยาบอก รปภ.ว่ามาขอพบกับผู้จัดการฝางซึ่งเคยเป็นหัวหน้างานของพ่อแม่เธอ พวกเขารออยู่ที่หน้าประตูโรงงานไม่ถึงสิบห้านาที ฝางอู่ชิงก็เดินยิ้มออกมาหาซินเหยาแล้ว
“สวัสดีหลานสาว อยากทำงานกับลุงแล้วใช่ไหม” ฝางอู่ชิงถามอย่างเอ็นดู เขาจำได้ว่าซินเหยาเป็นลูกสาวของซินโจวและอู่เหมยฮวาลูกน้องเก่าเขาที่ประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางไปซื้อวัตถุดิบให้กับโรงงานเมื่อสามปีก่อน
“ไม่ใช่หนูค่ะคุณลุง หนูพาญาติมาทำงานแทนพ่อกับแม่ค่ะ พี่ชาย พี่สาว แนะนำตัวกับคุณลุงฝางสิคะ” ซินเหยาหันไปบอกทั้งสองคนที่ยังดูตื่นเต้นอยู่ใกล้ ๆ
“สวัสดีครับ ผมลู่ถิงอัน นี่ภรรยาผมไช่หนี่ครับ” ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว
“โอ้ สวัสดี ๆ พวกเธอจบอะไรกันมาล่ะ ทำบัญชีเป็นไหม” ฝางอู่ชิงถามต่อ เขาไม่คิดว่าซินเหยาจะยอมมอบตำแหน่งงานดี ๆ แบบนี้ให้กับญาติของเธอจริง ๆ
“พวกเราจบ ม.ปลายครับ เรื่องบัญชีพวกเราพอจะเรียนรู้มาบ้าง ถ้ามีคนสอนสักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ” ลู่ถิงอันตอบพร้อมรอยยิ้ม ดีที่พวกเขาเคยขอให้อาจารย์สอนบัญชีเบื้องต้นให้มาก่อน เพราะพวกเขารู้ดีว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยยากเกินไปจึงพากันเรียนรู้ด้านนี้มาเพื่อสมัครทำงานโดยเฉพาะ อย่างน้อยการมีวิชาบัญชีติดตัวก็ทำให้พวกเขาหางานได้ไม่ยาก
“ดี ๆ ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปด้านในกันเถอะ ฉันจะพาพวกเธอไปรายงานตัวนะ” ฝางอู่ชิงพยักหน้าอย่างพอใจ เขาดูท่าทางเด็กสองคนนี้แล้วก็เห็นว่าไม่เลว ถ้าได้พวกเขามาทำงานในโรงงานคงช่วยได้มาก
“ลุงคะ หนูต้องขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ ฝากพี่ชายกับพี่สาวด้วยค่ะ” ซินเหยาไม่อยากอยู่ต่อหลังฝากฝังคนเสร็จ เธอยังต้องเดินทางกลับหมู่บ้านอีกเกือบสองชั่วโมง
“ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเขานะ ลุงจะดูแลพวกเขาให้เอง” ฝางอู่ชิงยิ้มตอบ
ซินเหยาค้อมหัวคำนับทุกคนก่อนจะเดินออกจากโรงงานไป เธอในตอนนี้มีเงินติดตัวอยู่มากถึงห้าพันหยวนกว่าแล้ว หากต้องการค้าขายหลังหย่าสามี ซินเหยาคิดว่าเงินทุนแค่นี้น่าจะเพียงพอ ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าสามีคนนั้นเป็นยังไงก็เถอะ ถ้าดูแล้วเขาไม่ดีกับร่างเดิม ซินเหยาก็ไม่รังเกียจที่จะหย่าขาดจากเขา
คนตระกูลลู่ได้แต่มองส่งซินเหยาจากไปอย่างขอบคุณ พวกเขาไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงที่เพิ่งพบกันครั้งแรกจะใจดีกับคนแปลกหน้าอย่างพวกเขาขนาดนี้ หลังจากนี้หลานชายกับหลานสะใภ้ยังมีงานที่มั่นคงทำอีกด้วย เรื่องนี้ทำให้สองสามีภรรยาสูงวัยได้แต่สำนึกขอบคุณซินเหยา
กว่าซินเหยาจะเดินทางกลับถึงหมู่บ้านซวงหลิน พระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปได้พักใหญ่แล้ว ดีที่เมื่อเที่ยงซินเหยาได้กินข้าวอย่างอิ่มหนำสำราญเป็นครั้งแรกตั้งแต่ร่างเดิมแต่งงานกับฟู่จิงถิง ทำให้การเดินทางกลับครั้งนี้ไม่ทำให้เธอเหนื่อยมากเกินไปนัก ซินเหยายังแวะซื้อเนื้อเล็กน้อยมาฝากป้าเพ่ยด้วย เธอรีบเดินเข้าบ้านของป้าเพ่ยและนำเนื้อไปให้ก่อนเดินกลับไปยังบ้านตระกูลฟู่ในเวลาต่อมา
“นังบ้าเอ้ย! หายหัวไปไหนมาทั้งวันฮะ!” เสียงเหมียนจูดังออกมาตั้งแต่ซินเหยาเพิ่งจะก้าวเข้าประตูบ้านตระกูลฟู่
“เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” ซินเหยาพึมพำอย่างหัวเสีย เธอรำคาญแม่สามีของร่างเดิมคนนี้เสียจริง ๆ ขนาดเวลาผ่านมานานถึงหนึ่งสัปดาห์แล้ว เหมียนจูก็ยังคิดจะใช้งานเธอเหมือนกับร่างเดิมอยู่ทุกวัน ดีที่ซินเหยาในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เธอมีหรือที่จะยอมเชื่อฟังคนบ้านฟู่อีกให้ลำบากตัวเอง ซินเหยาทำหูทวนลมและเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บฟืนซึ่งเป็นที่นอนของเธอทันที ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะหนีไปจากที่นี่ ซินเหยายังต้องรอเวลาอีกสักพักเพื่อเตรียมตัวเดินทางไกลไปหาฟู่จิงถิง
เสียงก่นด่าของเหมียนจูยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านหลายคนต่างแอบดูแอบฟังกันอย่างเป็นห่วงซินเหยา ดีที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงตบตีในบ้านฟู่ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงเป็นห่วงว่าซินเหยาจะบาดเจ็บหนักเอาได้
“แม่จะไปยุ่งกับมันทำไมเนี่ย เจ็บตัวคราวก่อนยังไม่เข็ดอีกหรือไง” ฟู่โหรวได้แต่พูดขึ้นมาอย่างรำคาญ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้เอาแต่อยากรังแกซินเหยานัก ทั้งที่แม่ของเธอสามารถทำงานทุกอย่างในบ้านเองได้
“แกจะไปรู้อะไรฮะ! งานบ้านงานในนาแกจะเป็นคนทำไหมล่ะถ้าไม่ใช่นังซินเหยา พวกแกแต่ละคนก็เอาแต่นั่งเล่นไปวัน ๆ งานการไม่คิดจะหาทำกันสักคน แกคิดว่าเงินในบ้านเรามีมากนักหรือยังไง” เหมียนจูอดด่าว่าพวกคนไร้ประโยชน์ในบ้านนี้ไม่ได้ สามีเธออย่างฟู่อ้ายโกวก็ขี้เกียจมาแต่ไหนแต่ไร งานในนาเมื่อก่อนก็เป็นเธอที่ต้องลงไปทำเองเพื่อให้บ้านมีข้าวกิน พอได้ฟู่จิงถิงมาอยู่ในบ้าน เหมียนจูก็สบายขึ้นมากจนไม่ต้องไปทำงานในนาอีก หากซินเหยาไม่ยอมไปทำงาน บ้านเธอจะเอาอะไรกินกัน เงินในบ้านก็มีแค่ที่ฟู่จิงถิงส่งมาให้ทุกเดือนเท่านั้น
“คุณจะเสียงดังทำไมนักหนาเนี่ย! จิงถิงมันก็ส่งเงินมาให้ทุกเดือนไม่ใช่หรือไง เงินพวกนั้นก็พอให้ซื้อข้าวของมากินได้ทั้งเดือนแล้ว ทำเหมือนบ้านเราไม่มีเงินอย่างนั้นแหละ น่ารำคาญจริง” ฟู่อ้ายโกวไม่ชอบใจนักที่ภรรยาดูถูกเขาต่อหน้าลูก
“นั่นสิครับแม่ เงินชดเชยของซินเหยาก็มีตั้งหลายพันหยวนไม่ใช่หรือไง เมื่อไหร่แม่จะหาเมียให้ผมสักทีเนี่ย ผมรอมาหลายปีแล้วนะครับ” ฟู่หยางเซิงรีบถามเรื่องสำคัญกับแม่ของตัวเองทันที เขาอยากมีเมียใจจะขาดแล้ว
“เงินนั่นฉันก็เอาไว้ให้พวกแกแต่งงานยังไงล่ะ ส่วนเมียแกน่ะฉันยังหาคนรวย ๆ ไม่ได้แล้วจะให้ทำยังไง แกเรียนจบแค่ ม.ต้น ความรู้อะไรก็ไม่มี จะมีปัญญาเลี้ยงเมียเลี้ยงลูกได้หรือไงกัน เฮอะ! พูดไม่คิด” เหมียนจูร่ายยาวให้ลูกชายฟัง
“แม่พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ แม่ไม่ยอมให้พวกเราออกไปในเมือง แล้วแบบนี้เราจะเจอคนรวยได้ยังไงล่ะ” ฟู่โหรวเองก็อยากแต่งงานกับคนรวยหรือไม่ก็คนที่จบมหาวิทยาลัยสักคนเช่นกัน น่าเสียดายที่แม่เธอไม่ยอมให้ออกจากบ้านไปไหน
“ชิ! หุบปากไปเลย! แกคิดว่าคนรวย ๆ จะมาเดินตามถนนในเมืองกันง่าย ๆ เหรอ ฉันรอให้ใกล้ปีใหม่ก่อนต่างหาก ค่อยพาพวกแกไปที่เมืองข้าง ๆ”
ซินเหยาสอนพนักงานทั้ง 16 คน โดยแบ่งหน้าที่ให้พวกเขารับผิดชอบการทำอาหารในร้านแตกต่างกัน ส่วนเด็กเสิร์ฟและเด็กเดินโต๊ะใช้คนสองคน เด็กเก็บโต๊ะกับเด็กล้างจานอีกสองคน สี่คนแยกกันดูแลอาหาร ซึ่งซินเหยาให้หนึ่งคนทำบะหมี่ อีกสามคนดูแลอาหารอื่น ๆ ในร้านช่วยกัน เธอใช้เวลาสามวันในการสอนทุกคนทำอาหารจนพวกเขาเริ่มทำได้คล่องมือ ซินเหยายังได้รับวัตถุดิบจากโรงงานตามที่พ่อสามีติดต่อหาเอาไว้ให้ด้วย ทำให้เหลาซินถิงของซินเหยาสามารถเปิดร้านค้าได้ในอีกสามวันต่อมาหลังตกแต่งร้านเพิ่มวันเปิดร้าน วันนี้มีคนจากตระกูลใหญ่มาครบเพื่อเป็นเกียรติให้กับตระกูลเฟิง มีเพียงตระกูลจ้าวเท่านั้นที่ไม่ได้รับบัตรเชิญในการเปิดร้านครั้งนี้ ในร้านตกแต่งด้วยสีแดงมงคลเต็มแทบทุกพื้นที่ ทำให้มีคนท
เสียงพูดคุยดังไปทั่วห้องรับแขกอย่างชื่นมื่น ทุกคนตื่นเต้นมากที่กำลังจะมีหลานคนโตของบ้าน เฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงเองก็บอกว่าตัวเองจะพยายามมีลูกเช่นกัน เด็ก ๆ จะได้มีอายุไล่เลี่ยกันและช่วยเหลือกันได้ในยามที่เติบโตขึ้น“ดี ดี พวกหลานรีบมีลูกให้ปู่เลยนะ ที่บ้านจะได้มีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นเสียที” เฟิงตี้หลงพูดด้วยความดีใจ นานมากแล้วที่ตระกูลเฟิงไม่มีข่าวดีเรื่องเด็ก“ฉันก็อยากเลี้ยงหลานแล้วเหมือนกันค่ะคุณปู่” หลูหลิงยิ้มกว้างอย่างคาดหวัง เธอมีลูกชายถึงสองคน ถ้าพวกเขาสามารถมีลูกได้พร้อมกันคงดีไม่น้อย“พี่จิงถิงต้องไปรายงานตัวสัปดาห์หน้าใช่ไหม กลับไปพร้อมผมพรุ่งนี้ไหมครับ” เฟิงจี้ถงถามหลังจากกระซิบถามเคล็ดลับการมีลูกจากพี่ชายอย่างเฟิงจิงถิง“พี่จะพั
หลังมื้อเที่ยงผ่านไป โจวหงพาซินเหยาไปซื้อชุดคลุมท้องมาเกือบสิบชุด เธอบอกว่าพอกลับถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ไม่ต้องออกไปเบียดเสียดคนในห้างซื้ออีก อย่างไรเสียที่ห้างนี้ก็มีแบรนด์ดังขายอยู่ เธอกับสามีจึงเลือกซื้อให้ซินเหยาเอาไว้ก่อน เมื่อซื้อของเสร็จ พวกเขาก็เดินทางกลับค่ายทหาร โดยบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งแยกไปเปิดห้องในโรงแรมเพื่อพักผ่อน คนในรถตู้ทั้งหมดจึงพากันเข้าไปพักในบ้านของเฟิงจิงถิง ตอนนี้ในบ้านจึงมีบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ในรถตู้นอนพักผ่อนกันที่ห้องรับแขกด้านล่าง ส่วนพวกเฟิงจิงถิงก็พาพ่อแม่ขึ้นไปนอนพักในห้องชั้นสอง สองชั่วโมงต่อมา ทุกคนที่นอนพักเอาแรงต่างลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและชวนกันออกไปที่ร้านบะหมี่ของซินเหยา ซึ่งตอนนี้ร้านกลายเป็นของลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยไปแล้ว&ldquo
หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่ ซินเหยาก็มีเวลากินบะหมี่กินยาเสียที พอได้กินยาที่หมอให้มาแล้ว เธอรู้สึกว่าอาการวิงเวียนดีขึ้นมาก“ที่รักครับ พักบ้างเถอะนะ ปล่อยให้พวกเขาทำงานเองดีกว่านะ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องไปกันแล้วนะครับ” เฟิงจิงถิงอดเป็นห่วงซินเหยาไม่ได้“รู้แล้วค่ะ ฉันจะเพลา ๆ เรื่องงานลงนะ” ซินเหยายิ้มบางตอบ เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วง ลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยพอได้เห็นเฟิงจิงถิงเป็นห่วงซินเหยาเข้าก็อดมีความสุขตามไปด้วยไม่ได้ พวกเขาทราบแล้วว่าซินเหยากำลังท้องอยู่ ทั้งสองเองก็ตั้งใจที่จะทำงานด้วยตัวเองเช่นกัน เพื่อที่จะได้รับผิดชอบงานในร้านได้ก่อนที่ซินเหยาจะมอบร้านให้ เ
ช่วงเย็นของวัน ซินเหยาเล่าให้เฟิงจิงถิงฟังเรื่องสองสามีภรรยาที่ต้องการเซ้งร้านต่อ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยินดีที่เธอยอมให้สองคนนั้นผ่อนจ่าย“ถ้าคุณคิดดีแล้วก็ทำไปเถอะครับ ยังไงเราก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน ช่วยพวกเขาสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร” เฟิงจิงถิงไม่ได้คัดค้านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เขารู้ดีว่าภรรยายังมีธุรกิจที่กำลังจะทำในเมืองหลวงอยู่อีก เฟิงจิงถิงมั่นใจว่าทุกอย่างที่ซินเหยาคิดเอาไว้ต้องออกมาดีแน่“ขอบคุณนะคะที่คอยสนับสนุนความคิดของฉัน” ซินเหยาเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเฟิงจิงถิงอย่างขอบคุณ ดีที่ไม่มีใครอยู่ในครัวตอนนี้“คุณเป็นภรรยาผมนี่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับลูกค้าก่อนนะ คุณทำบะหมี่ต่อเถอะ” เฟิงจิงถิงลดจำนวนคนที่มาช่วยงานในร้านลงหลายวันแล้ว เพราะเด็กพวกนั้นอีกไม่นานก็ต้องปลดประจำการตามวงรอบ เขาจึงอยากให้เด็กพวกนั้
สองสัปดาห์ต่อมา เฟิงจิงถิงกลับมาถึงก็ไม่มีงานออกสนามเพิ่ม เขาอยู่ที่หน่วยเพื่อทำงานเอกสารเสียเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น น่าแปลกที่คนอื่นในหน่วยต่างมีงานสนามจนหน่วยดูเงียบเหงาลงไปเป็นอย่างมาก ถึงเฟิงจิงถิงจะสงสัยแค่ไหน เขาก็คงคาดไม่ถึงว่านี่เป็นคำสั่งของเฟิงตี้หลงผู้เป็นปู่ของเขาที่กำชับลูกน้องในค่ายนี้มาแต่แรก ด้านซินเหยาเองก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรตอนอยู่ร้านบะหมี่ เธอปล่อยให้พลทหารที่มาช่วยงานทำกันตามสบาย อีกทั้งยังจ่ายค่าจ้างให้ทุกคนอย่างใจป้ำด้วย เพียงแค่สองสัปดาห์ พวกทหารเหล่านี้ต่างมีเงินเก็บกันคนละเกือบสองร้อยหยวนแล้ว“ผู้กองเฟิง ผบ. เรียก
ก่อนฟ้าสางวันต่อมา พวกฟู่อ้ายโกวต่างหาวหวอด ๆ เพราะตื่นเช้าเกินกว่าปกติ ทั้งสามเอาเก้าอี้ไปนั่งรอที่หน้าประตูเพื่อดูว่าซินเหยาจะออกจากห้องเมื่อไหร่ แต่เมื่อรอแล้วรอเล่าจนกระทั่งเหมียนจูกับฟู่โหรวทำอาหารเช้าเสร็จ ฟู่
ชายสองคนที่เฝ้าอยู่ตรงทางเดินมองซินเหยาด้วยสายตาดุร้ายทันทีที่เธอเข้าไปถึง ทั้งสองหันมองกันสักพัก ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยถามซินเหยาอย่างถือสิทธิ์“
กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ซินเหยาหลับไป เธอไม่ได้รับรู้เลยว่าสถานีสุดท้ายผ่านพ้นไปนานแล้ว ซินเหยาเลือกที่จะหลับพักผ่อนก่อนถึงปลายทาง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็เห็นชายทั้งสามกำลังมองดูเธออยู่เงียบ ๆ
ซินเหยาเห็นท่าทางของหญิงวัยกลางคนก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเธอคงไม่ใช่ของดีอะไร เธอรีบยกขาขึ้นมาเตะผู้หญิงคนนั้นจนกระเด็นไปชนหน้าต่างล้ม







