LOGINควับ! พลั่ก! ตุ้บ!
“กรี๊ด!!! นังสารเลวซินเหยา แกกล้าเตะฉันเหรอ!” เหมียนจูกรีดร้องอย่างโกรธแค้น
“น่ารำคาญจริง ไสหัวไป!!!” ซินเหยาถลึงตาใส่หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างรังเกียจ
“ฉันจะฆ่าแก” เหมียนจูลุกขึ้นมาง้างไม้กวาดขึ้นอีกครั้ง
“อยากเจ็บตัวใช่ไหม? ดี!” ซินเหยาทะลึ่งพรวดลุกขึ้นเต็มความสูง ถึงแม้ตอนนี้เธอจะยังไม่หายดี แต่ก็นับว่าร่างใหม่ของเธอเพียงพอที่จะกำราบผู้หญิงตรงหน้า
ก่อนที่ไม้กวาดจะฟาดถูกร่างของซินเหยา เหมียนจูก็ถูกซินเหยาเตะเข้าที่เอวอย่างจังจนล้มคว่ำลงไปเป็นครั้งที่สอง ซินเหยาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอตามเข้าไปตบหน้าเหมียนจูซ้ำอีกหลายครั้งจนหน้าบวมเป็นหัวหมู
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ มาช่วยฉันเร็วเข้า!” เหมียนจูร้องตะโกนเสียงดังเมื่อดูแล้วว่าซินเหยาไม่คิดจะหยุดมือง่าย ๆ ตอนนี้เธอได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัวแล้ว
“เสียงดังอะไรกัน!!!” ฟู่อ้ายโกวกับฟู่หยางเซิงรีบวิ่งมาดูที่ห้องเก็บฟืน
“แม่! เป็นอะไรไปครับ” ฟู่หยางเซิงวิ่งเข้าไปพยุงเหมียนจูขึ้นมาอย่างกังวล
“ฮือ… ก็นังสารเลวซินเหยาน่ะสิตีแม่ พวกแกต้องแก้แค้นให้ฉันนะ” เหมียนจูอดร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดไม่ได้
“ฮึ! พวกแกลองเข้ามาดูสิ” ซินเหยาตอนนี้ถือไม้กวาดเอาไว้ในมือและอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะหวดสองพ่อลูกตรงหน้า
“พอ พอได้แล้ว! ฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายซินเหยา” ฟู่อ้ายโกวเห็นท่าทีของซินเหยาแล้วก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนหัวอ่อนอย่างซินเหยาถึงได้ลุกขึ้นมาตบตีเมียเขาแบบนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาเรื่องเธอ
“ไอ้ขี้ขลาดเอ้ย! รออะไรอยู่ล่ะ รีบพาฉันไปหาหมอสิ” เหมียนจูตวาดด่าสามีอย่างไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย
“แม่ขี่หลังผมไปดีกว่าไหมครับ แล้วจะเข้าไปเอาเงินในบ้านไหม” ฟู่หยางเซิงก้มตัวลงเพื่อรอให้แม่ของเขามาขี่หลัง เขาไม่รู้ว่าแม่บาดเจ็บตรงไหน
“พาฉันเข้าไปเอาเงินก่อน” เหมียนจูสูดปากหลังพูดจบ ปากเธอแตกหมดแล้ว
“ครับแม่” ฟู่หยางเซิงพาร่างของเหมียนจูที่ขี่หลังเขาอยู่ไปยังห้องนอนของเธอ
ฟู่อ้ายโกวรีบเดินตามเข้าไปเช่นเดียวกัน เขาไม่อยากอยู่กับหมาบ้าอย่างซินเหยาในตอนนี้คนเดียว เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายเช่นกัน
ซินเหยาเห็นตัววุ่นวายจากไปเสียที เธอจึงโยนไม้กวาดไปไว้อีกด้านหนึ่ง จากนั้นจึงแอบไปดูข้างหน้าต่างห้องของเหมียนจูเพื่อดูว่าเธอเก็บเงินเอาไว้ตรงไหน ในห้องนอนของเหมียนจูตอนนี้ทั้งลูกชายและลูกสาวต่างพากันอยู่ในนั้นด้วย
“พวกแกออกไปก่อน” เหมียนจูกลัวว่าลูกกับสามีจะรู้ที่ซ่อนเงินของเธอ
คนทั้งสามได้แต่พยักหน้ารับคำและออกจากห้องไป พวกเขารู้ดีว่าเหมียนจูไม่เคยไว้ใจใครแม้แต่คนเป็นสามีอย่างฟู่อ้ายโกว
ซินเหยาลอบมองอยู่ด้านนอกอย่างตั้งใจ ดีที่เหมียนจูบาดเจ็บอยู่ เธอจึงลดความระแวดระวังลงมากกว่าปกติ ทำให้ซินเหยารู้แล้วว่าเงินชดเชยของเธอถูกเก็บเอาไว้ใต้ที่นอนของเหมียนจูนั่นเอง
ไม่นานหลังจากพวกบ้านฟู่พากันไปโรงพยาบาลในอำเภอ ซินเหยาที่อยู่บ้านคนเดียวก็สบโอกาสที่จะเข้าไปเอาเงินเสียที เธอปลดล็อกกุญแจอย่างชำนาญ เรื่องแค่นี้สำหรับสายลับอย่างเธอแล้วไม่นับว่าเป็นอะไร ซินเหยาใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำเงินทั้งหมดที่เหมียนจูเก็บเอาไว้มากกว่าสามพันหยวนออกมาได้สำเร็จ
“ฮึ! ฉันอยากรู้นักว่าถ้าพวกแกไม่มีเงินแล้วจะเป็นยังไง” ซินเหยาพึมพำออกมาหลังจากปิดล็อกห้องนอนของเหมียนจูเอาไว้ตามเดิม
พวกเหมียนจูที่ไปถึงโรงพยาบาลเกือบเที่ยงวันและยังไม่มีใครได้กินข้าวก็พากันบ่นอุบไปตาม ๆ กัน คนตระหนี่แบบเหมียนจูทำแค่ส่งเงินให้ลูกชายสิบหยวนเพื่อไปซื้อซาลาเปามารองท้องเท่านั้น พวกเขาไม่มีใครกล้าปริปากอยากกินอย่างอื่น ด้วยรู้ดีว่าถ้าพูดออกไปก็จะไม่ได้กินแม้แต่ซาลาเปา
ซินเหยากลับไปที่ห้องซอมซ่อของเธอและเริ่มสำรวจสิ่งของภายในอย่างละเอียดเพื่อหาที่ซ่อนเงินที่ขโมยมา ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะหนีไปจากบ้านฟู่ได้ ซินเหยาต้องรอให้ร่างกายหายดีและกลับมาแข็งแรงเสียก่อน เธอกลัวว่าการเดินทางไกลไปยังค่ายทหารหางโจวใกล้มณฑลเจ้อเจียงจะมีปัญหา ซินเหยารู้แล้วว่าเธอได้ถูกย้อนเวลากลับมาในปี 1990 ซึ่งมีคดีลักพาตัวและลักทรัพย์กันเป็นว่าเล่นขณะเดินทางโดยรถไฟ หากร่างกายยังไม่พร้อมเต็มที่ แน่นอนว่าซินเหยาก็ไม่อาจไปเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน เธอไม่มีอาวุธป้องกันตัวเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การจะหาอาวุธในยุคนี้ก็ทำได้ยากเช่นกัน ดังนั้นซินเหยาจึงต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุด
กว่าพวกเหมียนจูจะเดินทางกลับจากโรงพยาบาล ท้องฟ้าก็มืดไปหมดแล้ว ซินเหยาที่นำของในบ้านมาทำอาหารกินอย่างสบายใจไม่คิดจะสนใจคนพวกนั้น เธอไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอกเหมือนที่ร่างเดิมเคยทำ วันนี้ซินเหยาเพียงแค่กินข้าวแล้วก็นอนพักผ่อนร่างกายเพียงเท่านั้น
“นังบ้านั่นยังไม่ทำกับข้าวให้พวกเราอีก แกไปเรียกมันมาทำเดี๋ยวนี้!” เหมียนจูร้องบอกลูกสาวเมื่อไม่เห็นอาหารบนโต๊ะในบ้าน ทั้งที่ตอนนี้มืดค่ำมากแล้ว
“เฮ้อ แม่ทำไมไม่ไปเองล่ะ ถ้ามันเกิดบ้าขึ้นมาอีกจะทำยังไง” ฟู่โหรวจอมขี้เกียจไม่คิดแม้แต่จะเดินเข้าไปในห้องเก่าคร่ำคร่าของซินเหยา เธอเป็นคนรักสวยรักงาม การจะให้เธอเข้าไปในที่สกปรกแบบนั้น มีเหรือที่ฟู่โหรวจะยอม
“แกมันไม่ได้เรื่องจริง ๆ หยางเซิง แกไปเรียกมันออกมา” เหมียนจูเบนเป้าหมายไปยังลูกชายที่เพิ่งนั่งพักได้ไม่นานทันที
“โอ้ย แม่ทำไมต้องให้ผมไปเสี่ยงด้วยล่ะ ให้พ่อไปเถอะ” ฟู่หยางเซิงเองก็ไม่กล้าจะเข้าไปวุ่นวายกับซินเหยา หลังจากเกิดเรื่องกับแม่เขาเมื่อเช้านี้
“พอ ๆ ไม่ต้องไปสักคนนั่นแหละ ฉันจะทำกับข้าวเอง พวกแกมาช่วยฉันด้วย” ฟู่อ้ายโกวบอกลูกทั้งสองคน เขาเองก็ไม่กล้าไปยุ่งกับซินเหยาเช่นกัน
“บ้าเอ้ย! พวกแกมันขี้ขลาดทั้งพ่อทั้งลูก” เหมียนจูอดด่าออกมาไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เธอกำลังบาดเจ็บอยู่ล่ะก็ เหมียนจูคงไปอาละวาดใส่ซินเหยานานแล้ว
“อย่าพูดมากน่า! นั่งรออยู่นี่แหละ พวกเราจะไปทำอาหาร” ฟู่อ้ายโกวชักสีหน้าใส่เหมียนจูที่เรื่องมากจนน่ารำคาญ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้จงเกลียดจงชังซินเหยามากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เงินชดเชยของซินเหยาก็ถูกเหมียนจูนำมาใช้แล้ว
“รีบไปเลยไป ถ้าทำออกมาไม่ดีล่ะก็ ฉันจะตีพวกแกให้เข็ด” เหมียนจูยังไม่วายขู่คนในครอบครัวอีกคำรบหนึ่ง เธอไม่เคยเห็นสามีกับลูก ๆ ทำอาหารมาก่อนจึงไม่ค่อยไว้ใจนักว่าของที่พวกเขาทำออกมาจะกินเข้าไปได้ แต่ตอนนี้เหมียนจูเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน เธอจะเดินจะนั่งก็ยังลำบาก จึงทำได้แค่พึ่งพาคนอื่นเท่านั้น
ซินเหยานอนกระดิกเท้าอย่างสบายใจในห้องเก็บฟืน เธอได้ยินเสียงด่าทอของเหมียนจูที่ดังออกมาอย่างครบถ้วน แต่ซินเหยาก็ไม่คิดจะสนใจ เธออยากรู้นักว่าถ้าเหมียนจูรู้ว่าเงินหายไปหมดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าซินเหยาจะไม่มีทางยอมรับว่าเธอเป็นคนเอาเงินพวกนั้นไป เมื่อก่อนฟู่หยางเซิงเคยใส่ร้ายร่างเดิมเรื่องขโมยเงินมาก่อน ครั้งนี้ซินเหยาก็จะใส่ร้ายเขากลับเพื่อแก้แค้นเช่นกัน
สัปดาห์ต่อมา
ร่างกายซินเหยาหายดีและแข็งแรงขึ้นมากแล้ว ช่วงนี้เธอแอบนำเอกสารรับรองการเข้าทำงานในโรงงานของพ่อแม่ออกไปเร่ขายในหมู่บ้าน แต่น่าเสียดายที่คนในหมู่บ้านไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อตำแหน่ง ทำให้ซินเหยาต้องเสี่ยงเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อหาคนรับซื้อ เงินที่ซินเหยาขโมยมาจากเหมียนจูก่อนหน้านี้ ซินเหยาก็นำติดตัวมาด้วยเพื่อความปลอดภัย เธอไม่กล้าซ่อนเงินเอาไว้ลวก ๆ เพราะไม่รู้ว่าวันไหนเหมียนจูจะรู้เข้าว่าเงินที่เก็บเอาไว้หายไปหมดแล้ว
ซินเหยาเลือกเข้าร้านอาหารของรัฐในอำเภอเพื่อดูว่าใครท่าทางจะมีเงินมากพอที่จะซื้อตำแหน่งพวกนี้ เธอตั้งใจจะขายราคาตำแหน่งละหนึ่งพันหยวน เพราะงานของพ่อแม่เธอนั้นมีรายได้ต่อเดือนสูงถึงห้าสิบหยวนเลยทีเดียว ถ้าใครได้เข้าทำงานในตำแหน่งทั้งสองนี้ก็จะทำให้อยู่ได้สบายไปจนตลอดชีวิต
ซินเหยานั่งกินอาหารรออยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งเห็นชายหญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารและพูดคุยกันเสียงดัง ทำให้ซินเหยารู้ว่าคนพวกนี้เป็นญาติกันที่เข้ามาหางานทำในอำเภอ แต่น่าเสียดายที่โรงงานไม่เปิดรับคนนอก ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนต้องมาเสียเที่ยว เมื่อได้ยินดังนั้น ซินเหยาก็ยิ้มกว้างออกมาได้เสียที เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะมีเงินซื้อตำแหน่งทั้งสองนี้ไหม ยังไงการถามดูก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย
“ขอโทษนะคะ ได้ยินว่าพวกคุณกำลังหางานทำใช่ไหม” ซินเหยาถามขณะที่เดินไปยืนอยู่ข้างโต๊ะกินข้าวของคนทั้งสี่
“ใช่ค่ะ คุณมีอะไรเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนที่มากับสามีถามกลับ
“ฉันมีใบรับรองเข้าทำงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้าอยู่สองใบ พวกคุณสนใจจะซื้อมันเพื่อเข้าไปทำงานที่นั่นไหมคะ” ซินเหยาบอกไปตามตรง
ไห่ไท่เหอที่กลับมาจากการค้าขายอาวุธเถื่อนรู้ข่าวว่าลูกชายของเฟิงอู่ย้ายมาทำงานที่เมืองหลวงเข้าก็อารมณ์เสียอย่างมาก เขาเรียกลูกน้องอย่างจ้านกู่กับเสี้ยนปังให้เข้ามาหาที่บ้านเพื่อวางแผนเล่นงานเฟิงจิงถิงโดยไม่คิดจะพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย“พวกแกรู้ไหมว่ามันต้องเข้าหน่วยไหน” ไห่ไท่เหอถามด้วยสีหน้าดุดัน“ข่าวบอกว่าเขาเข้าร่วมกับหน่วยรักษาความปลอดภัย(เป่าเว่ยปู่)ในกองทัพครับ” เสี้ยนปังบอกข่าวที่เขารวบรวมมาเกี่ยวกับคนในตระกูลเฟิง“บัดซบ!
ซินเหยาสอนพนักงานทั้ง 16 คน โดยแบ่งหน้าที่ให้พวกเขารับผิดชอบการทำอาหารในร้านแตกต่างกัน ส่วนเด็กเสิร์ฟและเด็กเดินโต๊ะใช้คนสองคน เด็กเก็บโต๊ะกับเด็กล้างจานอีกสองคน สี่คนแยกกันดูแลอาหาร ซึ่งซินเหยาให้หนึ่งคนทำบะหมี่ อีกสามคนดูแลอาหารอื่น ๆ ในร้านช่วยกัน เธอใช้เวลาสามวันในการสอนทุกคนทำอาหารจนพวกเขาเริ่มทำได้คล่องมือ ซินเหยายังได้รับวัตถุดิบจากโรงงานตามที่พ่อสามีติดต่อหาเอาไว้ให้ด้วย ทำให้เหลาซินถิงของซินเหยาสามารถเปิดร้านค้าได้ในอีกสามวันต่อมาหลังตกแต่งร้านเพิ่มวันเปิดร้าน วันนี้มีคนจากตระกูลใหญ่มาครบเพื่อเป็นเกียรติให้กับตระกูลเฟิง มีเพียงตระกูลจ้าวเท่านั้นที่ไม่ได้รับบัตรเชิญในการเปิดร้านครั้งนี้ ในร้านตกแต่งด้วยสีแดงมงคลเต็มแทบทุกพื้นที่ ทำให้มีคนท
เสียงพูดคุยดังไปทั่วห้องรับแขกอย่างชื่นมื่น ทุกคนตื่นเต้นมากที่กำลังจะมีหลานคนโตของบ้าน เฟิงจี้ถิงกับเฟิงจี้กวงเองก็บอกว่าตัวเองจะพยายามมีลูกเช่นกัน เด็ก ๆ จะได้มีอายุไล่เลี่ยกันและช่วยเหลือกันได้ในยามที่เติบโตขึ้น“ดี ดี พวกหลานรีบมีลูกให้ปู่เลยนะ ที่บ้านจะได้มีเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นเสียที” เฟิงตี้หลงพูดด้วยความดีใจ นานมากแล้วที่ตระกูลเฟิงไม่มีข่าวดีเรื่องเด็ก“ฉันก็อยากเลี้ยงหลานแล้วเหมือนกันค่ะคุณปู่” หลูหลิงยิ้มกว้างอย่างคาดหวัง เธอมีลูกชายถึงสองคน ถ้าพวกเขาสามารถมีลูกได้พร้อมกันคงดีไม่น้อย“พี่จิงถิงต้องไปรายงานตัวสัปดาห์หน้าใช่ไหม กลับไปพร้อมผมพรุ่งนี้ไหมครับ” เฟิงจี้ถงถามหลังจากกระซิบถามเคล็ดลับการมีลูกจากพี่ชายอย่างเฟิงจิงถิง“พี่จะพั
หลังมื้อเที่ยงผ่านไป โจวหงพาซินเหยาไปซื้อชุดคลุมท้องมาเกือบสิบชุด เธอบอกว่าพอกลับถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ไม่ต้องออกไปเบียดเสียดคนในห้างซื้ออีก อย่างไรเสียที่ห้างนี้ก็มีแบรนด์ดังขายอยู่ เธอกับสามีจึงเลือกซื้อให้ซินเหยาเอาไว้ก่อน เมื่อซื้อของเสร็จ พวกเขาก็เดินทางกลับค่ายทหาร โดยบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งแยกไปเปิดห้องในโรงแรมเพื่อพักผ่อน คนในรถตู้ทั้งหมดจึงพากันเข้าไปพักในบ้านของเฟิงจิงถิง ตอนนี้ในบ้านจึงมีบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ในรถตู้นอนพักผ่อนกันที่ห้องรับแขกด้านล่าง ส่วนพวกเฟิงจิงถิงก็พาพ่อแม่ขึ้นไปนอนพักในห้องชั้นสอง สองชั่วโมงต่อมา ทุกคนที่นอนพักเอาแรงต่างลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและชวนกันออกไปที่ร้านบะหมี่ของซินเหยา ซึ่งตอนนี้ร้านกลายเป็นของลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยไปแล้ว&ldquo
หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่ ซินเหยาก็มีเวลากินบะหมี่กินยาเสียที พอได้กินยาที่หมอให้มาแล้ว เธอรู้สึกว่าอาการวิงเวียนดีขึ้นมาก“ที่รักครับ พักบ้างเถอะนะ ปล่อยให้พวกเขาทำงานเองดีกว่านะ อีกไม่กี่วันพวกเราก็ต้องไปกันแล้วนะครับ” เฟิงจิงถิงอดเป็นห่วงซินเหยาไม่ได้“รู้แล้วค่ะ ฉันจะเพลา ๆ เรื่องงานลงนะ” ซินเหยายิ้มบางตอบ เธอเข้าใจดีว่าเขาเป็นห่วง ลี่ข่ายกับหวังเพ่ยเพ่ยพอได้เห็นเฟิงจิงถิงเป็นห่วงซินเหยาเข้าก็อดมีความสุขตามไปด้วยไม่ได้ พวกเขาทราบแล้วว่าซินเหยากำลังท้องอยู่ ทั้งสองเองก็ตั้งใจที่จะทำงานด้วยตัวเองเช่นกัน เพื่อที่จะได้รับผิดชอบงานในร้านได้ก่อนที่ซินเหยาจะมอบร้านให้ เ
ช่วงเย็นของวัน ซินเหยาเล่าให้เฟิงจิงถิงฟังเรื่องสองสามีภรรยาที่ต้องการเซ้งร้านต่อ เธอกลัวว่าเขาจะไม่ยินดีที่เธอยอมให้สองคนนั้นผ่อนจ่าย“ถ้าคุณคิดดีแล้วก็ทำไปเถอะครับ ยังไงเราก็ไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน ช่วยพวกเขาสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไร” เฟิงจิงถิงไม่ได้คัดค้านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ เขารู้ดีว่าภรรยายังมีธุรกิจที่กำลังจะทำในเมืองหลวงอยู่อีก เฟิงจิงถิงมั่นใจว่าทุกอย่างที่ซินเหยาคิดเอาไว้ต้องออกมาดีแน่“ขอบคุณนะคะที่คอยสนับสนุนความคิดของฉัน” ซินเหยาเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มเฟิงจิงถิงอย่างขอบคุณ ดีที่ไม่มีใครอยู่ในครัวตอนนี้“คุณเป็นภรรยาผมนี่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับลูกค้าก่อนนะ คุณทำบะหมี่ต่อเถอะ” เฟิงจิงถิงลดจำนวนคนที่มาช่วยงานในร้านลงหลายวันแล้ว เพราะเด็กพวกนั้นอีกไม่นานก็ต้องปลดประจำการตามวงรอบ เขาจึงอยากให้เด็กพวกนั้
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูว่า ผบ.
“อืม… ผบ.เติ้ง บอกฉันว่าค
“คุณรอที่รถก็ได้ครับ ผมไปซื้อของไม่นานเดี๋ยวจะกลับมา” ฟู่จิงถิงบอกพลขับหลังจากรถมาจอดที่หน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง“ครับผู้หมวด” พลขับพยักหน้ารับคำ ตอน
กว่ารถของพวกซินเหยาจะไปถึงหน้าค่ายทหาร เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากจำนวนผู้คนที่สัญจรไปมาบนถนนมีมากจนไม่สามารถเดินทางได้เร็วกว่านี้“







