LOGINควับ! พลั่ก! ตุ้บ!
“กรี๊ด!!! นังสารเลวซินเหยา แกกล้าเตะฉันเหรอ!” เหมียนจูกรีดร้องอย่างโกรธแค้น
“น่ารำคาญจริง ไสหัวไป!!!” ซินเหยาถลึงตาใส่หญิงสูงวัยตรงหน้าอย่างรังเกียจ
“ฉันจะฆ่าแก” เหมียนจูลุกขึ้นมาง้างไม้กวาดขึ้นอีกครั้ง
“อยากเจ็บตัวใช่ไหม? ดี!” ซินเหยาทะลึ่งพรวดลุกขึ้นเต็มความสูง ถึงแม้ตอนนี้เธอจะยังไม่หายดี แต่ก็นับว่าร่างใหม่ของเธอเพียงพอที่จะกำราบผู้หญิงตรงหน้า
ก่อนที่ไม้กวาดจะฟาดถูกร่างของซินเหยา เหมียนจูก็ถูกซินเหยาเตะเข้าที่เอวอย่างจังจนล้มคว่ำลงไปเป็นครั้งที่สอง ซินเหยาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เธอตามเข้าไปตบหน้าเหมียนจูซ้ำอีกหลายครั้งจนหน้าบวมเป็นหัวหมู
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ มาช่วยฉันเร็วเข้า!” เหมียนจูร้องตะโกนเสียงดังเมื่อดูแล้วว่าซินเหยาไม่คิดจะหยุดมือง่าย ๆ ตอนนี้เธอได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัวแล้ว
“เสียงดังอะไรกัน!!!” ฟู่อ้ายโกวกับฟู่หยางเซิงรีบวิ่งมาดูที่ห้องเก็บฟืน
“แม่! เป็นอะไรไปครับ” ฟู่หยางเซิงวิ่งเข้าไปพยุงเหมียนจูขึ้นมาอย่างกังวล
“ฮือ… ก็นังสารเลวซินเหยาน่ะสิตีแม่ พวกแกต้องแก้แค้นให้ฉันนะ” เหมียนจูอดร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดไม่ได้
“ฮึ! พวกแกลองเข้ามาดูสิ” ซินเหยาตอนนี้ถือไม้กวาดเอาไว้ในมือและอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะหวดสองพ่อลูกตรงหน้า
“พอ พอได้แล้ว! ฉันบอกเธอหลายครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายซินเหยา” ฟู่อ้ายโกวเห็นท่าทีของซินเหยาแล้วก็ไม่กล้าเข้าใกล้ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนหัวอ่อนอย่างซินเหยาถึงได้ลุกขึ้นมาตบตีเมียเขาแบบนี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาเรื่องเธอ
“ไอ้ขี้ขลาดเอ้ย! รออะไรอยู่ล่ะ รีบพาฉันไปหาหมอสิ” เหมียนจูตวาดด่าสามีอย่างไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย
“แม่ขี่หลังผมไปดีกว่าไหมครับ แล้วจะเข้าไปเอาเงินในบ้านไหม” ฟู่หยางเซิงก้มตัวลงเพื่อรอให้แม่ของเขามาขี่หลัง เขาไม่รู้ว่าแม่บาดเจ็บตรงไหน
“พาฉันเข้าไปเอาเงินก่อน” เหมียนจูสูดปากหลังพูดจบ ปากเธอแตกหมดแล้ว
“ครับแม่” ฟู่หยางเซิงพาร่างของเหมียนจูที่ขี่หลังเขาอยู่ไปยังห้องนอนของเธอ
ฟู่อ้ายโกวรีบเดินตามเข้าไปเช่นเดียวกัน เขาไม่อยากอยู่กับหมาบ้าอย่างซินเหยาในตอนนี้คนเดียว เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายเช่นกัน
ซินเหยาเห็นตัววุ่นวายจากไปเสียที เธอจึงโยนไม้กวาดไปไว้อีกด้านหนึ่ง จากนั้นจึงแอบไปดูข้างหน้าต่างห้องของเหมียนจูเพื่อดูว่าเธอเก็บเงินเอาไว้ตรงไหน ในห้องนอนของเหมียนจูตอนนี้ทั้งลูกชายและลูกสาวต่างพากันอยู่ในนั้นด้วย
“พวกแกออกไปก่อน” เหมียนจูกลัวว่าลูกกับสามีจะรู้ที่ซ่อนเงินของเธอ
คนทั้งสามได้แต่พยักหน้ารับคำและออกจากห้องไป พวกเขารู้ดีว่าเหมียนจูไม่เคยไว้ใจใครแม้แต่คนเป็นสามีอย่างฟู่อ้ายโกว
ซินเหยาลอบมองอยู่ด้านนอกอย่างตั้งใจ ดีที่เหมียนจูบาดเจ็บอยู่ เธอจึงลดความระแวดระวังลงมากกว่าปกติ ทำให้ซินเหยารู้แล้วว่าเงินชดเชยของเธอถูกเก็บเอาไว้ใต้ที่นอนของเหมียนจูนั่นเอง
ไม่นานหลังจากพวกบ้านฟู่พากันไปโรงพยาบาลในอำเภอ ซินเหยาที่อยู่บ้านคนเดียวก็สบโอกาสที่จะเข้าไปเอาเงินเสียที เธอปลดล็อกกุญแจอย่างชำนาญ เรื่องแค่นี้สำหรับสายลับอย่างเธอแล้วไม่นับว่าเป็นอะไร ซินเหยาใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำเงินทั้งหมดที่เหมียนจูเก็บเอาไว้มากกว่าสามพันหยวนออกมาได้สำเร็จ
“ฮึ! ฉันอยากรู้นักว่าถ้าพวกแกไม่มีเงินแล้วจะเป็นยังไง” ซินเหยาพึมพำออกมาหลังจากปิดล็อกห้องนอนของเหมียนจูเอาไว้ตามเดิม
พวกเหมียนจูที่ไปถึงโรงพยาบาลเกือบเที่ยงวันและยังไม่มีใครได้กินข้าวก็พากันบ่นอุบไปตาม ๆ กัน คนตระหนี่แบบเหมียนจูทำแค่ส่งเงินให้ลูกชายสิบหยวนเพื่อไปซื้อซาลาเปามารองท้องเท่านั้น พวกเขาไม่มีใครกล้าปริปากอยากกินอย่างอื่น ด้วยรู้ดีว่าถ้าพูดออกไปก็จะไม่ได้กินแม้แต่ซาลาเปา
ซินเหยากลับไปที่ห้องซอมซ่อของเธอและเริ่มสำรวจสิ่งของภายในอย่างละเอียดเพื่อหาที่ซ่อนเงินที่ขโมยมา ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะหนีไปจากบ้านฟู่ได้ ซินเหยาต้องรอให้ร่างกายหายดีและกลับมาแข็งแรงเสียก่อน เธอกลัวว่าการเดินทางไกลไปยังค่ายทหารหางโจวใกล้มณฑลเจ้อเจียงจะมีปัญหา ซินเหยารู้แล้วว่าเธอได้ถูกย้อนเวลากลับมาในปี 1990 ซึ่งมีคดีลักพาตัวและลักทรัพย์กันเป็นว่าเล่นขณะเดินทางโดยรถไฟ หากร่างกายยังไม่พร้อมเต็มที่ แน่นอนว่าซินเหยาก็ไม่อาจไปเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน เธอไม่มีอาวุธป้องกันตัวเองเหมือนเมื่อก่อนแล้ว การจะหาอาวุธในยุคนี้ก็ทำได้ยากเช่นกัน ดังนั้นซินเหยาจึงต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมที่สุด
กว่าพวกเหมียนจูจะเดินทางกลับจากโรงพยาบาล ท้องฟ้าก็มืดไปหมดแล้ว ซินเหยาที่นำของในบ้านมาทำอาหารกินอย่างสบายใจไม่คิดจะสนใจคนพวกนั้น เธอไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอกเหมือนที่ร่างเดิมเคยทำ วันนี้ซินเหยาเพียงแค่กินข้าวแล้วก็นอนพักผ่อนร่างกายเพียงเท่านั้น
“นังบ้านั่นยังไม่ทำกับข้าวให้พวกเราอีก แกไปเรียกมันมาทำเดี๋ยวนี้!” เหมียนจูร้องบอกลูกสาวเมื่อไม่เห็นอาหารบนโต๊ะในบ้าน ทั้งที่ตอนนี้มืดค่ำมากแล้ว
“เฮ้อ แม่ทำไมไม่ไปเองล่ะ ถ้ามันเกิดบ้าขึ้นมาอีกจะทำยังไง” ฟู่โหรวจอมขี้เกียจไม่คิดแม้แต่จะเดินเข้าไปในห้องเก่าคร่ำคร่าของซินเหยา เธอเป็นคนรักสวยรักงาม การจะให้เธอเข้าไปในที่สกปรกแบบนั้น มีเหรือที่ฟู่โหรวจะยอม
“แกมันไม่ได้เรื่องจริง ๆ หยางเซิง แกไปเรียกมันออกมา” เหมียนจูเบนเป้าหมายไปยังลูกชายที่เพิ่งนั่งพักได้ไม่นานทันที
“โอ้ย แม่ทำไมต้องให้ผมไปเสี่ยงด้วยล่ะ ให้พ่อไปเถอะ” ฟู่หยางเซิงเองก็ไม่กล้าจะเข้าไปวุ่นวายกับซินเหยา หลังจากเกิดเรื่องกับแม่เขาเมื่อเช้านี้
“พอ ๆ ไม่ต้องไปสักคนนั่นแหละ ฉันจะทำกับข้าวเอง พวกแกมาช่วยฉันด้วย” ฟู่อ้ายโกวบอกลูกทั้งสองคน เขาเองก็ไม่กล้าไปยุ่งกับซินเหยาเช่นกัน
“บ้าเอ้ย! พวกแกมันขี้ขลาดทั้งพ่อทั้งลูก” เหมียนจูอดด่าออกมาไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เธอกำลังบาดเจ็บอยู่ล่ะก็ เหมียนจูคงไปอาละวาดใส่ซินเหยานานแล้ว
“อย่าพูดมากน่า! นั่งรออยู่นี่แหละ พวกเราจะไปทำอาหาร” ฟู่อ้ายโกวชักสีหน้าใส่เหมียนจูที่เรื่องมากจนน่ารำคาญ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้จงเกลียดจงชังซินเหยามากถึงขนาดนี้ ทั้งที่เงินชดเชยของซินเหยาก็ถูกเหมียนจูนำมาใช้แล้ว
“รีบไปเลยไป ถ้าทำออกมาไม่ดีล่ะก็ ฉันจะตีพวกแกให้เข็ด” เหมียนจูยังไม่วายขู่คนในครอบครัวอีกคำรบหนึ่ง เธอไม่เคยเห็นสามีกับลูก ๆ ทำอาหารมาก่อนจึงไม่ค่อยไว้ใจนักว่าของที่พวกเขาทำออกมาจะกินเข้าไปได้ แต่ตอนนี้เหมียนจูเองก็ไม่มีทางเลือกเช่นกัน เธอจะเดินจะนั่งก็ยังลำบาก จึงทำได้แค่พึ่งพาคนอื่นเท่านั้น
ซินเหยานอนกระดิกเท้าอย่างสบายใจในห้องเก็บฟืน เธอได้ยินเสียงด่าทอของเหมียนจูที่ดังออกมาอย่างครบถ้วน แต่ซินเหยาก็ไม่คิดจะสนใจ เธออยากรู้นักว่าถ้าเหมียนจูรู้ว่าเงินหายไปหมดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าซินเหยาจะไม่มีทางยอมรับว่าเธอเป็นคนเอาเงินพวกนั้นไป เมื่อก่อนฟู่หยางเซิงเคยใส่ร้ายร่างเดิมเรื่องขโมยเงินมาก่อน ครั้งนี้ซินเหยาก็จะใส่ร้ายเขากลับเพื่อแก้แค้นเช่นกัน
สัปดาห์ต่อมา
ร่างกายซินเหยาหายดีและแข็งแรงขึ้นมากแล้ว ช่วงนี้เธอแอบนำเอกสารรับรองการเข้าทำงานในโรงงานของพ่อแม่ออกไปเร่ขายในหมู่บ้าน แต่น่าเสียดายที่คนในหมู่บ้านไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อตำแหน่ง ทำให้ซินเหยาต้องเสี่ยงเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อหาคนรับซื้อ เงินที่ซินเหยาขโมยมาจากเหมียนจูก่อนหน้านี้ ซินเหยาก็นำติดตัวมาด้วยเพื่อความปลอดภัย เธอไม่กล้าซ่อนเงินเอาไว้ลวก ๆ เพราะไม่รู้ว่าวันไหนเหมียนจูจะรู้เข้าว่าเงินที่เก็บเอาไว้หายไปหมดแล้ว
ซินเหยาเลือกเข้าร้านอาหารของรัฐในอำเภอเพื่อดูว่าใครท่าทางจะมีเงินมากพอที่จะซื้อตำแหน่งพวกนี้ เธอตั้งใจจะขายราคาตำแหน่งละหนึ่งพันหยวน เพราะงานของพ่อแม่เธอนั้นมีรายได้ต่อเดือนสูงถึงห้าสิบหยวนเลยทีเดียว ถ้าใครได้เข้าทำงานในตำแหน่งทั้งสองนี้ก็จะทำให้อยู่ได้สบายไปจนตลอดชีวิต
ซินเหยานั่งกินอาหารรออยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งเห็นชายหญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารและพูดคุยกันเสียงดัง ทำให้ซินเหยารู้ว่าคนพวกนี้เป็นญาติกันที่เข้ามาหางานทำในอำเภอ แต่น่าเสียดายที่โรงงานไม่เปิดรับคนนอก ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนต้องมาเสียเที่ยว เมื่อได้ยินดังนั้น ซินเหยาก็ยิ้มกว้างออกมาได้เสียที เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะมีเงินซื้อตำแหน่งทั้งสองนี้ไหม ยังไงการถามดูก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย
“ขอโทษนะคะ ได้ยินว่าพวกคุณกำลังหางานทำใช่ไหม” ซินเหยาถามขณะที่เดินไปยืนอยู่ข้างโต๊ะกินข้าวของคนทั้งสี่
“ใช่ค่ะ คุณมีอะไรเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนที่มากับสามีถามกลับ
“ฉันมีใบรับรองเข้าทำงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้าอยู่สองใบ พวกคุณสนใจจะซื้อมันเพื่อเข้าไปทำงานที่นั่นไหมคะ” ซินเหยาบอกไปตามตรง
“อืม… ผมตื่นเต้นจังเลยครับ” ฟู่จิงถิงบอกความรู้สึกของเขาในตอนนี้ออกไปตรง ๆ“คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะปิดร้านและอยู่เป็นเพื่อนคุณนะ” ซินเหยาตัดสินใจที่จะปิดร้านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับฟู่จิงถิง เธอไม่อยากให้เขาอยู่กับคนบ้านฟู่คนเดียว“ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่มีคุณ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” ฟู่จิงถิงยิ้มตอบ หลังจากพวกเขากินมื้อดึกกันเสร็จ ซินเหยากับฟู่จิงถิงก็เก็บข้าวของและปิดร้านเพื่อกลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้พวกเขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปพบต้วนหลงและยังต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลของค่ายด้วย แปดโมงเช้าวันต่อมา ฟู่จิงถิงพาซินเหยาไปที่หน่วยเพื่อพ
“หยุดนะ!! คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายใครทั้งนั้น” ต้วนหลงตะคอกใส่เสียงดังจนเหมียนจูรีบหลบไปอยู่ด้านหลังฟู่อ้ายโกวอย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดว่าเขาจะน่ากลัวถึงขนาดนี้“ผมขอโทษแทนแม่ด้วยครับท่าน พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าครับ” ฟู่จิงถิงยกมือขึ้นทำความเคารพเพื่อขอโทษต้วนหลง เขาไม่คิดว่าเหมียนจูจะกล้ามากถึงขนาดนี้ ฟู่จิงถิงไม่รู้เลยว่าตอนที่ซินเหยาอยู่กับครอบครัวเขา เธอจะต้องทนทุกข์มากแค่ไหน“ได้ รีบเข้าไปกันเถอะ ผมไม่อยากให้มีคนมาดูมากกว่านี้” ต้วนหลงเห็นคนในค่ายหลายคนพากันมาอออยู่ที่ด้านล่างอาคารจำนวนมาก ถึงแม้ครอบครัวของฟู่จิงถิงจะไม่มีมารยาทมากนัก แต่เขาก็ไม่อยากให้คนในค่ายมองฟู่จิงถิงกับซินเหยาในทางไม่ดี
เที่ยงกว่า ๆ ฟู่จิงถิงมาถึงที่ร้านช้ากว่าที่ควรจะเป็นเล็กน้อย เพราะเขามัวแต่ทำงานที่ได้รับมอบหมายจากภารกิจก่อนหน้านี้อยู่ เบื้องบนส่งเรื่องมาแล้วว่าเขาจะได้เลื่อนยศสองขั้นตามที่ควรจะเป็น อีกทั้งเงินพิเศษจากการทำภารกิจสำเร็จก็จะถูกส่งมาพร้อมหนังสือแต่งตั้งซึ่งน่าจะกำลังเดินทางมาอยู่ ทำให้เพื่อนร่วมงานในหน่วยต่างมาแสดงความยินดีกันจนฟู่จิงถิงต้องออกมาช้าอย่างที่เห็น“คุณมากินบะหมี่ก่อนค่ะ บ่ายนี้คุณยังต้องกลับไปทำงานอีกนะ” ซินเหยาเรียกฟู่จิงถิงมากินบะหมี่ที่เธอทำเตรียมเอาไว้รอก่อนหน้านี้ไม่นานทันที เธอกลัวว่าเขาจะไปทำงานสาย“ขอบคุณครับ ขอโทษที่มาช้านะครับ ผมเลยไม่ได้ช่วยงานคุณเลย” ฟู่จิงถิงนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าวในห้องครัวตัวประจำของเขา“ไม่เป็นไรค่ะ แค่คุณกลับมากินมื้อเที่ยงได้ก็ดีแล้ว” ซินเหยายิ้มบาง
ซินเหยามองส่งฟู่จิงถิงไม่นานแล้วจึงเดินกลับเข้าครัวไปเตรียมวัตถุดิบต่อ เธอเห็นหลายคนกำลังซุบซิบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ซินเหยาไม่คิดจะสนใจ เรื่องชาวบ้านแบบนี้ย่อมต้องมีคนอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา อีกอย่างเธอก็เป็นภรรยาของฟู่จิงถิง การที่จะปกป้องเขาก็เป็นเรื่องที่เธอสมควรทำแล้ว เมื่อถึงเวลาสี่โมงเย็น ลูกค้าเริ่มเข้ามานั่งกันเกือบเต็มร้านแล้ว ซินเหยายุ่งอยู่กับการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าและเข้าไปทำบะหมี่ให้พวกเขา กระทั่งอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่จิงถิงก็มาถึงที่ร้านและช่วยเธอทำงานทันที ลูกค้าประจำที่มาบ่อย ๆ รู้ดีว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากันแต่แรก พวกเขายังชื่นชมฟู่จิงถิงที่ขยันมาช่วยงานที่ร้านทั้งที่ตัวเองก็ต้องทำงานประจำเช่นเดียวกัน ลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเคยมาต่างอิจฉาเถ้าแก่เนี้ยที่มีสามีสุดหล่อไม่ได้ ก่อนหน้านี้มักจะมีเหล่าทหารในค่ายมากินเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ตั้งแต่ฟู่จิงถิงมาช่วยงาน สาว ๆ ละแวกนี้ก็แวะเวียนมาชมความหล่อขอ
“ตอนนี้ยังไม่ต้อง รอให้เรื่องเงียบก่อนค่อยรวบรวมคนมา” ถังซื่อหมิงไม่อยากเป็นจุดสนใจ เขาต้องทำตัวให้เงียบที่สุดเพื่อไม่ให้ติดร่างแหไปกับครอบครัวด้วย เล่อปาเลี้ยวรถห่างออกจากทางไปคฤหาสน์ตระกูลถังทันที เขารู้ดีว่าตอนนี้การหลบหนีเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แม้ว่าคนอื่นจะถูกจับไปหมดแล้ว แต่ยังมีคนของตระกูลถังที่ประจำอยู่ในจุดต่าง ๆ เหลืออยู่อีกไม่น้อย หากคุณชายใหญ่ของเขารวบรวมคนได้และช่วยคนในตระกูลออกมาได้เมื่อไหร่ การจะกลับมายิ่งใหญ่ก็คงไม่ใช่เรื่องยากสองวันต่อมา ฟู่จิงถิงต่อรถไฟจนมาถึงหน้าค่ายทหารในช่วงบ่ายของวัน เขารีบไปรายงานตัวกับต้วนหลงทันทีที่มาถึง ต้วนหลงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่รู้ว่าฟู่จิงถิงกลับมาแล้ว
พวกถังซื่อหมิงซุ่มรออยู่จนกระทั่งถึงเวลารับของ เรือใหญ่แล่นฝ่าความมืดเข้ามาในระยะที่สายตามองเห็น ถึงแม้ตอนนี้เรือจะจอดห่างจากฝั่งมากพอสมควร แต่หลังจากพวกเขาเห็นสัญญาณไฟที่ส่งมาให้ก็มั่นใจว่าเป็นเรือที่พวกเขากำลังรอกันอยู่“พวกแกรีบขึ้นเรือไปรับของเร็วเข้า ฉันจะรอที่นี่” ถังซื่อหมิงสั่งลูกน้องเสียงดัง“ครับคุณชายใหญ่” คนอื่น ๆ รับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เว้นแม้แต่ฟู่จิงถิง เขาวางแผนใหม่ว่าจะว่ายน้ำหลบหนีในความมืดแทนการหนีทางบกซึ่งไม่มีที่ให้หลบสายตาคนอื่น ถังซื่อหมิง เล่อปาและไฉ่หยางรออยู่บนฝั่ง สายตาของทั้งสามมองไปยังคนที่กำลังวิ่งไปที่เรือเล็กริมฝั่งซึ่งกลุ่มคนของตระกูลถังนำมาเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น







