Partager

กุ้งๆ

last update Date de publication: 2024-10-24 10:04:29

“จูเจี่ย ท่านคงอยากจะสวยอวดพี่เสี่ยวซงแน่เลย”เจ้าเด็กบ้านี่เอาอีกแล้ว

“ข้าอยากจะพัฒนาตัวเองสียบ้าง”

“อาหารที่แม่เจ้าปรุงสองสามวันมานี้ ล้วนแต่เป็นของที่กินแล้วไม่อ้วนเจ้าพูดเองว่าอยากจะผอมข้าคุยกับแม่ของเจ้าแล้วว่าเราจะปรุงแต่อาหารที่จูเจี่ยกินแล้วไม่อ้วน เพียงแต่เจ้าไม่ปฏิเสธมันรับรองเห็นผลอย่างแน่นอน”แป๋มยิ้มซาบซึ้งน้ำใจอย่างที่สุดย้อนเวลามาไม่เสียที อย่างน้อยก็มีคนใส่ใจ

จูจิ้นกับจูเจี่ยนั่งย่างกุ้งบนเตา ดิน เสี่ยวซงยกเอาหินลาวาที่มีเก็บไว้หลายขนาดมาวางบนเตาดินกองไฟด้านล่างเอากุ้งตัวใหญ่ขึ้นไปวาง แป๋มเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว วันนี้ฮูหยินเฉินมาดึงสายรัดเอวให้เพราะแป๋มทำอยู่นานก็ไม่เป็นผลไม่เหมือนอย่างที่เขาภทำกัน

“เจ้าผอมลงไปจริงๆ รู้สึกตัวบ้างไหม”แป่มพยักหน้าผอมลงไปจริงๆ มีองค์มีเอวกับเขาด้วยคงลงไปไม่ต่ำสามกิโลหากเป็นที่บ้านคงลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว เสี่ยวซงมองอาภรณ์สีพื้นๆ ของแป๋มที่สวมใส่เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เงียบเสีย จูจิ้นนั่งอยู่บนตักของเสี่ยวซง พลิกกุ้งไปมาเอามืออังเตาไฟไล่ความหนาวเหน็บลมแรงกรรโชก ท่านเฉิน ขยับเข้าใกล้เตาดินอีกคน

“พรุ่งนี้หิมะคงตกแน่ๆ หากอากาศจะหนาวลงเรื่อยๆแบบนี้ อีกสองสามวันข้าตั้งใจจะพาพวกเจ้าขึ้นไปเก็บหน่อไม้ป่ามาบนเขา เพื่อเตรียมส่งเข้าวังหลวงฝ่าบาทนิยมกินหน่อไม้มากฉะนั้นจึงต้องคัดที่ดีที่สุดถวาย ที่เหลือเราเก็บไว้กินเอง”

“ท่านลุงทำไมไม่เก็บของดีดีไว้กิน”เสี่ยวซงถาม

“ของดีดี ขายได้ราคางาม แลกเสื้อผ้าหรือของที่เราไม่สามารถหาเองได้ ถือว่าถูกต้องแล้ว ส่วนที่เหลือก็ใช่ว่าไม่ดีแต่คนชอบมองว่าของสวยไร้ที่ติจึงเป็นของดีบางทีของที่ไม่สวยรสชาติก็ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่มันไม่สวยไม่ถูกใจคนกิน เช่นนั้นในใจข้า หากใครต้องการของดีในแบบของเขา ข้าก็เพียงแต่ให้เขาไป ส่วนเรากินแค่ที่สดใหม่ก็ล้วนเป็นของดีในแบบของเราเช่นกัน”

เสี่ยวซงพยักหน้ายิ้มๆ กุ้งตัวที่สุกถูกวางในถาดไม้ พร้อมกับน้ำจิ้มที่มีพริกและชวงเจียสีเขียวโขลกปนกันกลายเป็นสีเขียวแดงน่ากิน

“ท่านพ่อ ทำไมไม่ทำน้ำจิ้ม…”กำลังจะเอ่ยปากถามเรื่อกชวงเจียกลิ่นฉุนเหมือนหมาล่า

“ชวงเจีย ข้าเพิ่งเข้าป่าไปเก็บมาเมื่อหลายวันก่อน เหี่ยวไปบ้างแต่ก็ยังเขียวยังหอม กินกับกุ้งย่างรสดีที่สุด”

“ไม่นิยมกินกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหรือ”

“เจ้าลองน้ำจิ้มสูตรนี้ดูก่อนล้วนเข้ากันกับกุ้งย่างไม่น้อย อีกทั้งซวงเจียยังบำรุงหัวใจบำรุงโลหิต ลดความดัน ย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้”

อย่างนี้ก็ช่วยไม่ให้รู้สึกอึดอัดเวลากินแกงมันเทศ แล้วที่แน่ๆอาจมีผายลมบ้าง อือ ..ช่างรอบคอบเสียจริงอาหารแต่ละอย่างล้วนเแม็ตกันและพิถีพิถันอย่างที่สุด

ท่านเฉินบรรจงแกะกุ้งเนื้อแน่นเหนียวหนึบส่งให้แป๋ม หัวของกุ้งเป็นสีแดงส้ม มันหัวกุ้ง อะฮ้า ของโปรด การเปิบมือเริ่มขึ้นแล้วแป๋มใช้มือหยิบกุ้งที่ท่านเฉินส่งให้จิ้มไปที่ น้ำจิ้มผสมซวงเจี่ย รสชาติเผ็ดร้อน หวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ แล้วก็มีความมันหนึบและนุ่มหวานของกุ้งสดๆ ที่ตัวใหญ่จนเกือบจะเต็มปาก รสชาติอร่อยจนแป๋ม อยากจะร้องไห้ รสหวานของเนื้อกุ้งติดที่ริมฝีปากความเผ็ดร้อนอยู่ที่ปลายลิ้น และเมื่อเคี้ยวเนื้อกุ้งกับรู้สึกถึงความนุ่มและหวานหอม

“ลงมือกันเลย กุ้งกินเป็นดิ่มซำส่วนกับข้าวแม่เจ้ากำลังแกงกุ้งกับมันเทศกลิ่นหอมมาแต่ไกลแล้ว”

พอได้รับอนุญาต ต่างคนต่างคว้าตัวกุ้งคนละตัวสองตัว กุ้งที่เห็นมากมายจนแป๋มคิดว่าจะกินไม่หมด แต่เมื่อลิ้มรสของมันแล้วใครกันจะอดใจไหว

“อร่อยที่สุดในสามโลก”เสี่ยวซง แกะกุ้งให้กับท่านเฉินและจูจิ้น ก่อนจะยื่นส่งให้แป๋มแบบอายๆ

“ข้า.ข้าแกะเองได้”

องค์หญิง แคว้นใต้ใบหน้างดงามรูปร่างอ่อนช้อยน่ารัก ก้าวเท้าลงจากเกี้ยวช้าๆ นางกำนัลพยุงเดินถึงสองคน

“อิงเผยถวายพระพร ไท่จือ”ร่างสูงที่เดินนำหน้าองครักษ์ออกมารับถึงหน้าประตูวัง

“เอ่อ เอ่อ...ข้าองค์ชายซงยี่รับหน้าที่แทนไท่จือมารับองค์หญิงแคว้นใต้แทนไท่จือที่กำลัง...เอ่อ เอ่อ ออกไป...ประพาส ป่าล่าสัตว์”เขินอายเมื่อสบเข้ากับตากลมดตของอิงเผย

“ทำไม ล่าสัตว์ทั้งๆ ที่รู้ว่าอิงเผยจะมาถึงอย่างนั้นหรือ”

“เอ่อ ..เอ่อ ไท่จือออกไปก่อนหน้านั้นหลายวันเดิมไท่จือนิยม ประพาสป่าครั้งละหลายๆ วันอยู่แล้วตอนนี้ฝ่าบาทส่งองครักษ์ตามตัว”

“เสแสร้งเลิกหลอกล่อข้าด้วยคำพูดเหล่านี้ไปได้แล้วจงต้าหมิง กี่ปีแล้วที่ใช้คำพูดเหล่านี้ให้ข้ายังต้องอยู่ในกรอบเช่นที่ผ่านมา”

“ไท่จือได้โปรดองค์หญิงแคว้นใต้กำลังจะมาอภิเษกเป็นไท่จือเฟย”

“นั่นคือกรอบที่ข้าถูกตีไว้อีกใช่หรือไม่ ข้าอยู่ที่นี่ได้เห็นความรักความผูกพันของคนในตระกูลเฉินล้วนไม่มีการตีกรอบบังคับไม่ว่าใครตั้งใจทำสิ่งใดล้วนแล้วแต่ความสมัครใจ”

“ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ ไท่จือเป็นไท่จือ ชาติกำเนิดยิ่งใหญ่ ความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่พวกเขาแค่ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ไปวันๆ ความรับผิดชอบของพวกเขามีเพียงเท่านั้น ไท่จือจะนำมาเปรียบกันไม่ได้”

“ข้าถึงอยากจะเลือกทางเดินของตัวในเมื่อข้าเลือกชาติกำเนิดของตัวเองมิได้ แล้วยังไม่อาจไม่เป็นไท่จือ เช่นนั้นช่วงเวลานี้ข้าขอเพียงความสุขเล็กๆน้อยๆก่อนที่จะต้องไปรับผิดชอบชาติกำเนิดของตัวเอง”

“แต่ฝ่าบาท ให้ตามไท่จือกลับทันทีที่พบตัว”

“หากยังตีกรอบให้ข้าอยู่แต่ในนั้นคาดว่าเจ้าจะต้องหาข้าอีกนานหน่อย”

“ไท่จือ ได้โปรดกระหม่อมทำตามพระประสงค์ของฝ่าบาท”

“จงต้าหมิงเจ้าอยู่กับข้ามานานแค่ไหน เห็นว่าข้าลำบากใจแค่ไหนช่วงเวลาความสุขเพียงสั้นๆ ให้ข้าไม่ได้หรือไร”จงต้าหมิงถอนหายใจยาว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   จบบริบูรณ์

    “ไม่ต้องห่วงนะข้า ไปศึกษาเคล็ดวิชา เกี่ยวกับ..เอ่ออการอุ่นเตียงที่เจ้าจะต้องติดใจ”รวบร่างบางให้อยู่ใต้ร่างเขาก่อนจะกดริมฝีปากอีกครั้งบรรจงจูบอ่อนหวานปลดแกะอาภรณ์ของตัวเองและของแป๋มออกช้าๆ อ่อนโยนจนแป๋มแทบจะล่องลอยโคมไฟหัวเตียงอ่อนแสงลงเมื่อคนทั้งคู่ กำลังมีความสุขภายใต้แสงไฟสลัว เนิ่นนาน ไม่สนใจเวลาที่หมุนผ่านจนโคมไฟอ่อนแสง (ตัดเข้าโคมไฟอย่าด่าไรท์น้าาา555)สามปีผ่านไป“แค้วนเหนือส่งบรรณาการมาที่แคว้นฉินแทนคำขอบคุณที่ ฝ่าบาทส่งท่านเฉินให้ไปเป็นผู้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาในการปลูกผักและถนอมอาหารบัดนี้แคว้นเหนือรุ่งเรือง เป็นบ้านพี่เมืองน้องฮ่องเต้าต้าปอหลันจึงได้มีบัญชาให้นำเครื่องบรรณาการมาที่นี่แทนคำขอบคุณ”ซงหยวนเอื้อมมือกุมมือแป๋มใต้บัลลังก์บีบมือเบาๆ มองสบตา คม อย่างมีความหมาย“กลยุทธ์ของเจ้า เข้าท่าดีไม่น้อยต่อไปบ้านใกล้เรือนเคียงจึงไม่ทะเลาะเบาะแว้งเแย่งชิง ทรัพยากรและดินแดนกันอีกในเมื่อทุกพื้นที่ล้วน ปลูกผักทำสวน พึ่งพาตัวเอง ท่านพ่อตาเก่งเรื่องทำสวน ช่วยดูแลให้ความรู้ชาวแคว้นเหนือได้ดี แม้อยากกลับก็ไม่ได้กลับ ฮ่องเต้แคว้นเหนือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งราชครูเลยทีเดียว“คิดถึงจูจิ้นเขาไม่อ

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   จบ

    พิธีแต่งงานที่ยิ่งใหญ่อลังการ จนแป๋มคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นแล้วยังต้องมาสวมอาภรณ์สีแดงด้วยตัวเอง อาการตื่นเต้นจนทำให้ต้องนึกถึงเรื่องที่ผ่อนคลายกว่านี้จะได้ไม่ทำอะไรเงอะงะ ให้ขายหน้าทั้งๆ ที่เมื่อวานวุ่นวายกับการฝึกซ้อมพิธีการแต่….เมื่ออยู่ในห้องสองต่อสองเมื่อวันก่อน แป๋มนำเอาแครอทหั่นฝอยมาทำเป็นส้มตำให้ซงหยวนกินอดจะขำกับเสียงซุดปากที่ขันทียังตกใจเสียไม่ได้ส้มตำไทยรสเด็ดที่แป๋ม ปรุงเองกับมือ ไม่มีมะละกอก็ใช้แครอทซอย เป็นเส้น พริกสดสีแดงจัดจ้านกระเทียมสีม่วงกลีบเล็ก โขลกรวมกัน ใส่กุ้งแห้งที่ตัวใหญ่ไปหน่อย ถั่วลิสงคั่ว มะนาวซีก น้ำผึ้ง และเห็ดหอมสดต้ม ข้าวโพดหวานต้ม ลงไปคลุกเคล้า ตักยื่นส่งตรงหน้าซงหยวนที่ยืนชื่นชม ท่าทีคล่องแคล่วของแป๋ม แต่ก็แอบกลืนน้ำลาย“เจ้าไปนำวิธีการปรุง อาหารจานนี้มาจากไหน”“พูดไปฝ่าบาทก็คงไม่เชื่อแต่จะบอกอะไรให้ อาหารจานนี้จูเจียชอบที่สุด และหากฝ่าบาทได้ชิมจะต้องซี้ดปากด้วยความสะใจ”“ซุ๊ดด ซี็ดเผ็ดมาก แต่อร่อยลิ้น เสียจริงไม่น่าเชื่อแครอทเอามาทำอาหารแบบนี้ได้ วังหลวงของเราไม่เคยมีอาหารรสจัดจ้านเพียงนี้ ข้าเห็นทีจะจัดให้ห้องเครื่องเป้นอาหารที่ทำห้คนนวังหลวงได้ชิม

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   เรียบร้อย

    “เรื่องอัปยศเช่นนี้ข้าก็ไม่อยากจะรื้อฟื้นเอาเป็นว่าเราทั้งสอง ทำทีเป็นเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน อย่างที่ผ่านมาดีแล้ว”“ท่านก็ยังเหมือนเคย””ตัวท่านเองก็เช่นกัน รักในบัลลังก์มากกว่าสิ่งอื่นใด”ซงหยางยิ้ม“ท่านเองก้คงไม่ปรารถนาให้บุตรีต้องมา ผูกพันกับซงหยวนที่มีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ต้องรับผิดชอบข้ามองไม่เห็นทางว่า หากซงหยวนแต่งกับบุตรีของท่านเหมือนที่ข้ายอมแต่งกับ พี่รองของท่านแล้วจะนำพาแคว้นฉินให้รอดปลอดภัยจากแคว้นอื่นที่ต้องการรุกรานได้อย่างไรในเมื่อซงหยวนมีว่าที่ไท่จือเฟยเป็นองค์หญิงแคว้นใต้”เฉินเจียจิ้นยิ้มบางๆ แม้จะรู้สึกเจ็บแค้นแทนแป๋มเพียงใด แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองชีวิตในวังหลวงล้วนแตกต่างแป๋มจะทนได้หรือซงหยางก้าวเท้าเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าแช่มชื่น เฉินเจียจิ้นกลับมาสู่ความเป็นจริงตรงหน้า“ข้ายินดี ให้ฮ่องเต้แต่งบุตรีของท่านเป็นฮองเฮา แม้จะต้องกลับคำพูดจากที่เคยพูดไว้”“กลับคำ”“ในตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าแม้ฮ่องเต้ไม่แต่งองคืหญิงจากแคว้นอื่นเพื่อเชื่อมสัมพันธ์แต่งฮ่องเต้ก็ทรงนำพาแคว้นฉินให้อยู่รอดปลอดภัย ซงหยวนเก่งกว่าข้าภายใต้ความเก่งกาจของเขา มีตระกูลเฉิน โดยเฉพาะเฉินจูเจี่ยเป็นแรงผลักดัน

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   จุดจบ

    เพียงครู่เดียวเหล่าทหารของแคว้นฉิน ก็เข้ามา ล้อมบ้านเฉินไปจนสิ้น“เฉินเจียจิ้นรับราชโองการรร” ท่านรเฉินกับฮูหยิน คุกเข่าลงกับพื้นต้าปอหลันเหลือบตามองด้วยความสงสัย“ตามที่บ้านตระกูลเฉินได้ส่งเกาลัดที่ฝ่าบาทโปรดปรานเป็นอย่างยิ่งเข้าไปในวังหลวงบัดนี้ฝ่าบาทได้ให้ข้ามาแจ้งแก่เฉินเจียจิ้นว่าส่งเกาลัดเข้าไปแต่ไม่ยอมส่งคนคั่วเกาลัดเข้าไปด้วยฝ่าบาทจึงจำต้องมาออกมาที่ตลาดมารับคนคั่วเกาลัดคือแม่นางจูเจียด้วยองค์เองเพื่อเป็นการลงทัณฑ์บ้านเฉิน ที่ยังความลำบากให้กับฝ่าบาทเช่นนั้นจึงได้ มีราชโองการ เชิญท่านเฉินและฮูหยินเฉิน ไปที่วังหลวง พร้อมกันนี้ให้นำผักในไร่ไปปรุงเครื่องเสวยถวายฝ่าบาท ทันที เฉินเจียจิ้น รับราชโองการรรร”“น้อมบัญชาฝ่าบาท”เอื้อมมือรับเอาราชโองการมาถือไว้ด้วยมืออันสั่นเทาหันมองหน้าฮูหยินดวงแววตาตื่นตระหนกแม้ข้อความในราชโองการจะฟังดูแปลกๆ แต่ก็อดหวั่นใจเสียไม่ได้เพราะเพิ่งจะเคยได้รับราชโองการจากฮ่องเต้เป็นครั้งแรก“ท่านลุง หากไม่อยากเข้าไปข้ายินดีปกป้องท่าน”ต้าปอหลันประสานมือกล่าวคำห่วงใย“ฝ่าบาท ข้าน้อย แม้จะกลัวเพียงใดแต่เชื่อว่าจะต้องไม่เกิดอันตรายในเมื่อตอนนี้ จูเจียกับจูจิ้นอยู

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   ขอบพระทัยเสี้ยนตี้

    “ขอบพระทัยเสี้ยนตี้”“อืม ปลาทอดราดซอสขิงรสชาติดีเสียจริง ข้าคงไม่กวนเจ้าแล้ว แต่รู้สึกคิดถึงจูจิ้นเหลือเกิน ไปคุยกับท่านลุงให้หายคิดถึงจะดีไหมที่ตำหนักของข้ามี ขนมหวานน่ากิน มากมาย”จูจิ้นยิ้มหันมองทั้งแป๋มและซงหยวน ซงหยวนพยักหน้ายิ้มๆ รีบลุกจากแท่นนั่งวิ่งเข้าเกาะแขนเสี้ยนตี้ฮองเฮามองด้วยสายตาอ่อนโยนแป๋มถอนหายใจเหมือนกับโล่งอกเสียเต็มทีซงหยวนอมยิ้ม“คืนนี้ จูจิ้นค้างที่ตำหนักเสี้ยนตี้”“ฝ่าบาทรู้ได้อย่างไร”“ก็เสี้ยนตี้จะต้องเห็นอกเห็นใจลูกชายคนนี้ที่นานปีเพิ่งจะได้ชิดใกล้คนที่เขารัก”“ข้า ...ข้า”“อย่าบอกนะว่าจะขอแยกห้อง”“ก็ฝ่าบาท จะรังแกกัน”“ใครกันเรียกว่ารังแก เรียกว่าทนคิดถึงไม่ไหว”ปลาทอดราดซอล ขิงวันนี้แป๋มรู้สึกว่ามันหวานไปหน่อยจะด้วยสายลมแสงจันทร์หรือว่าคำหวานกับสายตารักใคร่ของคนข้างหน้าไม่อาจทราบได้บ้านเฉิน“ท่านลุง จูเจียถูกจับตัวไป”ท่านเฉินลุกพลวดจากเก้าอี้“ใครกันทำเรื่องแบบนั้น”“ฮ่องเต้แคว้นฉิน”“หา ฮ่องเต้แคว้นฉิน แล้วเขาจะจับจูเจียไปทำไมกัน”“ฝ่าบาทคนของเราพร้อมแล้ว”องครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ ปรากฏตัวออกมาประสานมือตรงหน้า ต้าปอหลันฮ่องเต้ ท่านเฉินกับ ฮูหยินเฉินตาค้างด้

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   พาหญิงงามเข้าวัง

    แป๋ม เขย่งเท้าขึ้นจุมพิตที่ปากอุ่นเบาๆ“ขอบคุณที่ทำเพื่อข้า”ซงหยวนกดริมฝีปากกับปากบดขยี้อ่อนหวานก่อนจะถอนริมฝีปากออกช้าๆ“ขอบคุณเช่นกันที่รอข้า”แป๋มยิ้มห้องเครื่องเกาลัดเมล็ดใหญ่ถูกคั่วในเตาด้วยไฟกลาง กลิ่นหอมโชยไปทั่ว ซงหยวนจูงมือแป่มไว้พาเดินเข้าไปในห้องเครื่องขันทีนางกำนัลต่างประสานมือและย่อกายทำความเคารพ“พี่ชายเอ๊ยฝ่าบาท พี่สาวจูเจียข้าคั่วเกาลัดไว้รอพวกท่านกำลังร้อนๆ เนื้อนุ่มหวานอย่าบอกใคร”จูจิ้นวิ่งเข้ามาจับมือข้างที่ว่างของแป๋ม“ปลาสดวันนี้มีมาหรือไม่ ว่าที่ฮองเฮาของข้าตั้งใจจะทำปลาทอดราดซอสขิงทั้งขันทีและนางในห้องเครื่องต่างอมยิ้มกับคำเรียกขานที่ซงหยวนใช้กับแป๋ม“ปลาสดวันนี้ได้มาหลายตัว กระหม่อมทอดเตรียมยกเป็นเครื่องเสวยพอดี”หัวหน้าห้องเครื่องประสานมือพูดขึ้น“ดีมาก ปลาอะไรที่ได้มา”“ปลากะพง สดใหม่จึงทอดเพื่อยกเป็นเครื่องเสวย”“ดีเลย ข้าปรุงซอส ขิงราดคงดีไม่น้อย”ซงหยวนยิ้ม จูงมือ แป๋มให้นั่งลง“แค่เพียงบอกขั้นตอนพวกเขาเจ้าไม่ต้องลงมือให้เปรอะเปื้อน”“ไม่เป็นไรข้าเต็มใจทุกวันก็ทำประจำ”“ไม่ได้ เครื่องเสวยมีหลายสิบตำหนักเจ้าจะต้องเหนื่อยหนักเช่นนั้นนั่งอยู่ข้างข้า คอยสั่งการ

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   อาหารประเภทเนื้อเยียวยาทุกอย่าง

    “ต่อไปก็คงยิ้มไม่หุบทั้งวัน ใช่หรือไม่ในเมื่อเสี่ยวซงกลับมาอยู่กับพวกเราเหมือนเดิมแล้ว” ฮูหยินส่งเสริมเต็มที่ แป๋มอายบิดมือไปมา เสี่ยวซงสีหน้าสลดลงทันที“ความจริงข้ากลับมาครั้งนี้ตั้งใจมาลาพวกท่าน”แป๋มหูอื้อตาลายไปเสียแล้ว มาลา แล้วเขาจะมาจูบแป๋มทำไม แล้วยังมาทำเป็นมีทีท่าว่าชอบแป๋มมาให้ความหวังแต่กล

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   เกาลัด2

    “เกาลัดคั่วเมื่อไหร่ก็ได้แต่ช่วงเวลาแบบนี้หาได้ยาก”“ช่วงเวลาแบบไหน”“ก็ช่วงเวลา ที่...พี่ชายเสี่ยวซงเขาคิดถึงจูเจี่ยจนมีเรื่องพูดคุยด้วยมากมาย ปกติพี่เสี่ยวซงเขาไม่ค่อยพูด จูเจี่ยไม่อยากคุยกับพี่ชายเสี่ยวซงหรือ”แป๋ม หน้าแดงไปถึงใบหู เสี่ยวซงยิ้มยกมือขึ้นเขย่าหัวจูจิ้นเบาๆ“ดีมาก...อย่างนี้สิถึงจะเรียก

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   ใจคอ

    เสี่ยวซง ก้าวขายาวๆ เข้าไปในตำหนักบูรพาตามหลังด้วย จงต้าหมิงที่ตามอารักขา ตรงหน้าเป็นองค์หญิงอิงเผย ที่มารอรับอยู่ด้านหน้าตำหนัก รอยยิ้มปรากฏเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของซงหยวน“อิงเผยถวายพระพรไท่จือ”แววตาเหมือนจะยิ้มได้เมื่อเห็นหน้าซงหยวน“ยินดีที่ได้พบ”“ไท่จือมาเหนื่อยๆ อิงเผยให้ห้องเครื่องตำหนักบูรพา

  • เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ   กับใจสั่นๆ

    “บอกมาเขาอยู่ไหน ข้าจะส่งองครักษ์ชุดใหม่ไปตามตัวเขากลับมา”จงต้าหมิงถอนหายใจประสานมือตรงหน้าตำหนักบูรพา“พี่ใหญ่ซงหยวนไม่อยู่ที่นี่ข้าจึงเหมาะจะได้ครอบครองมัน”องค์ชายรองซงหลี่ยิ้มมุมปากขันทีข้างกายยืนอยู่กล้าๆ กลัวๆ เมื่อเห็นว่าองค์ชายรองซงหลี่ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ตำหนักบูรพาที่เป็นของซงหยวนแต่ทว่าร้างไร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status