เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ

เมื่อฉันหลุดหลงเข้ามาปลูกผักอิหยังวะ

last updateHuling Na-update : 2024-11-22
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 Mga Ratings. 2 Rebyu
51Mga Kabanata
5.9Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ปลูกผักอิหยังวะ ย้อนเวลาไปปลูกผักคงเป็นเวรกรรมที่เธอไม่ชอบกินผักสวรรค์จึงหอบเอาร่างอ้วนไปปลูกผักเสียให้เข็ด จากสาวอ้วนตุ๊ต๊ะกลายเป็นหญิงงามเพราะกินผักกับเมนูผักๆที่รสชาติไม่ผักน่าอิจฉาสิ้นดี

view more

Kabanata 1

เกิดใหม่

“คุณฉิน ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว”

ฉันนั่งอยู่ตรงข้ามแพทย์ประจำตระกูล สีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ดูไม่ออกเลยสักนิดว่ากำลังดีใจ

หมอตื่นเต้นจนอยากจะโทรหากู้สืออี้ แต่กลับถูกฉันแย่งโทรศัพท์มือถือมาดื้อๆ

“ไม่จำเป็น”

เหล่าพยาบาลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความหมายของฉัน

พวกเขาไม่เข้าใจ ในฐานะที่ฉันเป็นภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอำนาจล้นฟ้า เด็กคนนี้คือเกียรติยศของทั้งตระกูล แต่ทำไมฉันถึงอยากจะซ่อนเขาเอาไว้

แต่พวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่า หากฉันพูดออกไป เด็กคนนี้จะต้องตายไปพร้อมกับฉันในฤดูหนาวนั้น

วันคริสต์มาสในชาติที่แล้ว กู้สืออี้และทุกคนในครอบครัวพาน้องสาวที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไปฉลองเทศกาลที่ภูเขาหิมะ ส่วนฉันได้แต่เดินตามหลังพวกเขา เฝ้ามองพวกเขาเฉลิมฉลองกันอย่างเงียบๆ

สุดท้ายเพราะสภาพอากาศเลวร้าย กู้สืออี้จึงเรียกเฮลิคอปเตอร์เพื่อเดินทางกลับ แต่จนกระทั่งเครื่องลงจอด ก็ไม่มีใครนึกถึงฉันเลย

ฉัน รวมถึงลูกในท้องที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก จึงต้องหนาวตายอยู่ท่ามกลางพายุหิมะทั้งอย่างนั้น

โชคดีที่ฉันได้เกิดใหม่ ย้อนกลับมาในวันที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ซึ่งก็เป็นวันแรกที่น้องสาวกลับประเทศเช่นกัน

น้องสาวที่คนในครอบครัวของฉันทุกคนลำเอียงรักใคร่ และสามีก็ลำเอียงโปรดปรานคนนั้น ได้กลับมาแล้ว

ฉันเดินฝ่าสายตาตื่นตะลึงของทุกคนเข้าไปในบ้าน

กดรหัสผ่านประตูตามความเคยชิน แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งระบบก็แจ้งว่ารหัสผิด

จู่ ๆ ฉันก็นึกเหตุการณ์ในวันนี้เมื่อชาติที่แล้วขึ้นมาได้ เป็นฉากเดียวกันไม่มีผิด

นับตั้งแต่น้องสาวกลับมา ทุกอย่างในบ้านก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นของเธอใหม่ทั้งหมด

เช่น รหัสผ่านประตูที่เปลี่ยนกลับไปเป็นวันเกิดของเธอ

ฉันลองนึกดู สุดท้ายก็กดตัวเลข 0604 ลงไป

ประตูเปิดออกอย่างราบรื่น

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น กำลังจะก้าวเข้าไปในบ้าน เอกสารปึกหนาก็ถูกปาใส่หน้าฉันเต็มๆ

“เซ็นหนังสือหย่าให้ฉันซะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ฉันเช็ดเลือดที่มุมหน้าผากอย่างใจเย็น แล้วยื่นมือออกไป “ขอปากกาหน่อย”

สามพยางค์สั้นๆ ทำเอาทุกคนในนั้นตกตะลึง

คนแรกที่ได้สติคือน้องสาว เธอแค่นหัวเราะ “ทำไมเด็ดขาดแบบนี้ล่ะ? ฉินหยวนเยว่ พี่อย่าคิดจะเล่นลูกไม้อะไรนะ”

พ่อหัวเราะเยาะ “พ่อว่ามันเองก็คงรู้อยู่แก่ใจ ถ้าตอนนั้นเจียวเจียวของเราไม่ไปเมืองนอก ตำแหน่งภรรยาเจ้าพ่อมาเฟียจะเป็นของมันได้ยังไง? พอได้ข่าวว่าเจียวเจียวจะกลับมา ลูกเขยเราก็รีบส่งเครื่องบินส่วนตัวพร้อมบอดี้การ์ดนับสิบไปรับถึงที่… ที่มันว่านอนสอนง่ายแบบนี้ สงสัยคงอยากจะเหลือทางรอดให้ตัวเองบ้าง เพราะเทียบกับการถูกไล่ออกจากบ้าน การสมัครใจหย่าเองย่อมดีกว่า”

พอฉินเจียวเจียวได้ยิน ก็รีบเอามือปิดปากทำท่าเหมือนเพิ่งเข้าใจ แล้วเข้าไปเกาะแขนพ่อ

“คุณพ่อเนี่ยฉลาดจริงๆ เลยค่ะ! ทำไมหนูถึงคิดไม่ถึงตรงนี้นะ”

พ่อกับแม่กอดเธอไว้ในอ้อมอก บีบจมูกเธออย่างเอ็นดู สายตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่

ฉันยืนอยู่ข้างๆ เหมือนคนนอกที่เข้ากับใครไม่ได้

ฉินเจียวเจียวปรายตามองฉันอย่างได้ใจ แต่ฉันไม่ได้สนใจเธอ เพียงแค่ก้มเก็บเอกสารบนพื้นแล้วเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว

รอยยิ้มที่มุมปากของเธอแข็งค้างไปนิดหน่อย สุดท้ายก็คว้าเอกสารไป “ตัดสินใจได้เด็ดขาดจริงๆ”

แน่นอนสิ ความผิดพลาดในชาติที่แล้ว ฉันจะไม่ทำซ้ำอีก

ฉันไม่สนใจอีกต่อไป หันหลังเดินขึ้นชั้นบน แต่ฉินเจียวเจียวกลับมายืนขวางหน้าฉันไว้ แล้วชี้ไปที่ช่องว่างในเอกสาร

“ลายเซ็นของกู้สืออี้ พี่ก็ต้องหาวิธีเอามาให้ได้ด้วย”

“ฉันไม่อยากเป็นฝ่ายเริ่มพูด เดี๋ยวสืออี้จะมองว่าฉันทั้งแย่งทั้งชิง มันดูไร้ราคาเกินไป”

“ภายในสามวัน จัดการเรื่องหย่าให้เรียบร้อย แล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ ไสหัวไปให้พ้นหน้ากู้สืออี้”

เธอจ้องจับผิดสีหน้าของฉัน พยายามหารอยร้าวบนใบหน้า

แต่ฉันเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า “ได้สิ”

“ฉันเองก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว”

ฉันอยากจะไปจากครอบครัวที่ไม่รักฉันมานานแล้ว และอยากจะไปจากกู้สืออี้ที่ทำให้ฉันเจ็บปวดเจียนตายมานานแล้วเช่นกัน

ฉันรับเอกสารคืนมา แล้วหันหลังเดินขึ้นชั้นบน

พวกเขาก็ไม่สนใจฉันอีก พ่อกับแม่เริ่มช่วยฉินเจียวเจียวแต่งหน้าแต่งตัว

เพราะงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเธอกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

งานที่กู้สืออี้เป็นคนจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

แม้จะได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ฉันก็ยังลืมภาพความจริงจังตอนที่เขาเตรียมงานนี้ไม่ได้

ตั้งแต่สถานที่ ไปจนถึงดอกไม้ทุกดอกในแจกัน เขาเป็นคนเลือกด้วยความใส่ใจ

เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล ถึงกับใส่ใจเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้ขนาดนี้

และก็เพราะการกระทำของเขานี่แหละ คนในตระกูลถึงได้เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่เคยประกาศสถานะของฉัน

เพราะผู้หญิงที่เขารักคือคนอื่น

ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นกลับมาแล้ว นายหญิงตัวจริงของพวกเขากลับมาแล้ว

ฉันเดินขึ้นห้องไปเก็บกระเป๋าอย่างรู้หน้าที่ ทันทีที่ผลักประตูเข้าไปก็พบว่าของใช้ของตัวเองถูกทิ้งไปกว่าครึ่ง

ฉันยิ้มขมขื่น ลากกระเป๋าเดินทางที่ว่างเปล่าเดินออกจากห้อง

แต่คิดไม่ถึงว่าจังหวะที่เปิดประตูจะชนเข้ากับกู้สืออี้

เขาสวมหมวกทรงสูงสีดำ ใส่สูทสีม่วงสุดหรู ดูออกเลยว่าแต่งตัวมาอย่างตั้งใจ

เขาก้มมองชุดกระโปรงเรียบ ๆ ของฉันกับกระเป๋าเดินทางในมือ น้ำเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็ง

“เธอจะไปไหน?”

ยังไม่ทันที่ฉันจะพูด ฉินเจียวเจียวก็วิ่งลงมากระชากแขนฉันแล้วทำท่าทางน้อยใจ

“พี่คะ พี่ทนเห็นหน้าหนูไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ? หนูแค่จะกลับมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ พี่ถึงกับต้องอาละวาดจะหนีออกจากบ้านเลยเหรอคะ”

“หนีออกจากบ้าน?” กู้สืออี้หัวเราะเยาะ “ฉินหยวนเยว่ เมื่อก่อนไม่ยักรู้ว่าคุณขี้โมโหขนาดนี้”

เขาปรายตามองนิดเดียว ลูกน้องก็รีบโยนกระเป๋าเดินทางของฉันไปไว้ข้างๆ ทันที เสียงคำสั่งของเขาดังมาจากด้านหลัง

“วันนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับเจียวเจียว คุณเป็นพี่สาวห้ามไปไหนทั้งนั้น”

“ไปเปลี่ยนชุดซะ สภาพดูไม่ได้แบบนี้อย่ามาทำให้เจียวเจียวขายหน้า”

ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เล็บจิกเข้าในฝ่ามือโดยไม่รู้ตัว

ก่อนฉินเจียวเจียวจะกลับมา แม้กู้สืออี้จะไม่กระตือรือร้น แต่ก็ให้เกียรติฉันมาก

บางครั้งเวลาฉันถูกรังแกเพราะเขาไม่ยอมเปิดเผยสถานะ เขาจะกอดฉันไว้ เรียกชื่อเล่นฉัน และปลอบโยนว่า

“เยว่เยว่ อย่าเสียใจไปเลย สายตาคนอื่นไม่สำคัญ ขอแค่มีผมรักคุณก็พอแล้ว”

รักเหรอ?

ผู้ชายที่พร่ำบอกว่ารักฉันนับครั้งไม่ถ้วน กลับลืมฉันไปจนหมดสิ้นในวินาทีที่น้องสาวกลับมา

พอเห็นฉันไม่ขยับ ฉินเจียวเจียวก็รีบพูดขึ้นว่า “สืออี้ คุณอย่าเข้มงวดกับพี่นักเลยค่ะ ยังไงพี่เขาก็เป็นภรรยาของคุณ…”

กู้สืออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง พอตั้งสติได้ก็หันมามองฉัน พอเห็นฉันไร้ความรู้สึก ใบหน้าก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง “ยังยืนบื้ออยู่ทำไม หรือต้องให้ผมปรนนิบัติคุณเปลี่ยนเสื้อผ้า?”

ฉันก้มหน้าลง คำพูดนับหมื่นพันติดอยู่ในลำคอ สุดท้ายจึงหยิบเอกสารยื่นให้เขา

ฉินเจียวเจียวหน้าเปลี่ยนสีทันที เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าฉันจะเอาออกมาตอนนี้

เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่ฉันชิงพูดก่อน “ใบเสร็จค่าพยาบาลวันนี้ คุณเซ็นชื่อหน่อย”

กู้สืออี้ขมวดคิ้ว “คุณเป็นอะไร?”

ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แค่ตรวจสุขภาพประจำปี”

เขารับคำในลำคอ แล้วรับเอกสารไปเซ็นโดยไม่ดูเลยสักนิด

ฉันยัดหนังสือหย่าที่เซ็นเรียบร้อยแล้วใส่กระเป๋า แล้วหันหลังเดินขึ้นชั้นบนอย่างไม่ลังเล

เสียงฉินเจียวเจียวจงใจพูดเสียงดังไล่หลังมา “สืออี้ ทำไมคุณทำเย็นชากับพี่แบบนั้นล่ะคะ อย่างน้อยพี่เขาก็เป็นภรรยาของคุณนะ”

กู้สืออี้ลดเสียงลง แต่ในห้องที่ว่างเปล่ากลับได้ยินชัดเจน

เขาพูดว่า “เธอไม่คู่ควร”

สามพยางค์นั้นทำให้ฝีเท้าฉันชะงัก พลันเรี่ยวแรงทั้งร่างก็หายไป

เมื่อก่อนฉันเคยถามเขาไม่รู้กี่ครั้งว่าทำไมไม่เปิดเผยสถานะของฉัน

ตอนนั้นเหตุผลที่เขาให้คือ

“ผมไม่อยากให้คุณได้รับอันตราย คุณก็รู้ว่าบนโลกนี้มีคนอยากฆ่าผมมากแค่ไหน การเป็นภรรยาของผมก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกปืนจ่อหัวอยู่ทุกวัน”

ตอนนั้นฉันเชื่อสนิทใจ แถมยังซาบซึ้งที่เขาปกป้อง คิดไม่ถึงว่าตอนนี้มันกลายเป็นฉันไม่คู่ควร

หัวใจของฉันเหมือนถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า ทุกครั้งที่หายใจเข้าก็เจ็บเหมือนโดนเข็มทิ่มแทง

ฉันยกมือปาดน้ำตา ก้มมองท้องที่นูนออกมาเล็กน้อย แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา

ในเมื่อฉันไม่คู่ควร งั้นฉันก็จะไม่รบกวนแล้ว

เพราะหลังจากนี้ เราคงจะไม่ได้เจอกันอีก

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata

Rebyu

JJ's
JJ's
สนุกมากๆเลยค่ะ เสียใจตัดเข้มโคมไฟ 555 หยอกกก
2025-04-13 02:26:52
2
0
Yingluck Thalangdee
Yingluck Thalangdee
สนุกชอบติดตามค่ะ
2024-12-11 14:47:09
3
0
51 Kabanata
เกิดใหม่
แสงแดดสว่างแยงทะลุม่านตาที่กะพริบ ไล่ความแสบร้อนที่เปลือกตา อะไรกันเมื่อคืนรู้สึกเหมือนเพิ่งขับรถกลับบ้าน ทำไมวันนี้ถึงตื่นสายได้ขนาดนี้นี่นอนไปนานขนาดนั้นเลยหรือ เฮ้ย ขยับตัวเบาๆ เปิดปากหาวเปิดเปลือกตา“จูเจี่ยแอบมานอน หลับใหลที่นี่อีกแล้วงานในไร่รอเจ้าอยู่ แล้วยังมานอนสบาย”ใครวะมาเสียงดังข้างหู“ตื่นได้แล้วจูเจี่ย”ลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆ“ฮาวววว”บิดขี้เกียจไปรอบตัว“จูเจี่ย วันนี้ต้องส่งผักเข้าวังหลวง ยังไม่ได้ตามที่กำหนดเจ้ายังกล้ามานอน”เถียงนาน้อย เอ้ย ...ไม่ใช่ ที่นี่มันที่ไหน สวนผักกว้างใหญ่ แล้วยังมีเพิง ไม่สิแถวบ้านเรียกเถียงนา เคยสงสัยไหมไปเถียงทำไมนา“เจ้านี่แย่จริงๆ นอนจนน้ำลายไหลแล้วยังหลับสนิทจนงุนงง”“เอ่อๆๆ คือๆๆๆ ”“ไปโกยขี้หมูใส่ผักเดี๋ยวนี้เลย” หญิงวัยกลางคนมองอย่างไงอย่างไงก็น่าจะเป็นคนที่มีพาวเวอร์ที่สุดในที่นี้ ชี้มือไปที่กองขี้หมูกองมหึมาข้างเถียงนา“ต้องไปใช่ไหม”“หญิงบ้านป่าเกียจคร้านเช่นเจ้า ใครกันจะรับเป็นภรรยา ไร้คนสู่ขอข้ามิต้องเลี้ยงเจ้าจนตายหรือไร” ร่างอ้วนตุ๊ต๊ะของแป๋ม ขยับตัวอืดอาด วันๆเคยทำอะไรกันนอกจากนั่งกดแป้นพิมพ์พิมพ์นิยายกับขนมและของว่างข้างโต๊ะคอม
Magbasa pa
สูดอากาศบริสุทธิ์
“ผอมขนาดนี้ ข้าจะกล้าใช้งานเขาหรือ นายท่าน”นายท่านที่ว่าเป็นพ่อค้าคนกลางที่ส่งผักเข้าไปขายในวังหลวง หัวเราะจนพุงกระเพื่อม“น่า นึกว่าเอาบุญ ใช้งานหนักงานเบาได้ทั้งหมด ทีแรกข้าตั้งใจจะให้เขาทำงานกับข้า แต่ท่านเจ้าบ้านโปรดเห็นใจ ที่พักอาหารข้าก็มีจำกัดท่านพ่อบ้านมีไร่กว้างขวางโรงเก็บพืชพันธุ์มากมาย ให้เขาได้อาศัยหลบหนาวยามค่ำคืน ผักหญ้าท่านก็เยอะแยะพอได้เป็นอาหาร นึกว่าเอาบุญ” พ่อในโลกนี้ของแป๋มยิ้มอย่างคนที่ใจดี พยักหน้าน้อยๆ แต่ยายป้านี่สิ“โอ๊ย มาอยู่น่ะมาอยู่ได้ แต่ต้องช่วยกันทำงานให้มาก ข้าไม่มีปัญญาจะเลี้ยงใครฟรีๆ หรอกนะ”“ขอรับนายหญิง จะใช้งานข้าล้วนทำได้ทุกอย่าง”แป๋มเบ้ปาก ตัวผอมบางหุ่นสะโอดสะอง แป๋มตัวใหญ่เหมือนช้างน้ำยังไม่อยากทำเลยงาน“จูเจี่ย มายืนยิ้มทำไม ไม่กินก็ไปโกยขี้หมูได้แล้ว”ท้องร้องจ๊อกๆ กระโดดขึ้นไปบนกระท่อมหรือเถียงนาน้อย ตักข้าวใส่ถ้วยใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวกับผักใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ“เสี่ยวซง อยู่ที่นี่ก็ตั้งใจทำงาน”“ขอรับนายท่าน”นายท่านพ่อค้าผักหันไปเจรจากับท่านพ่อ ไม่สนใจเสี่ยวซงผู้นั้นอีกต่อไป เขาเดินไปที่กองขี้หมู โกยมันใส่ตะกร้าสาน แบกไว้บนหลังก้าวเดินไปยังแปลงผัก
Magbasa pa
อโวคาโดราดน้ำผึ้ง
ในไร่ที่แสนจะอบอุ่นแสงแดดสีส้ม แม้จะส่องสว่างแต่ไม่ทำให้รู้สึกร้อน วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว“จูเจี่ย เก็บไข่เป็ดกับไข่ไก่ในเล้าให้แม่ด้วย”แป๋มยังไม่ทันจะขยับตัว จูจิ้นวิ่งไปหยิบตะกร้าออกไปก่อนแป๋มเสียอีกเสี่ยวซงมองสองคนพี่น้อง ทำท่าจะขยับตัวตามไปช่วย“เสี่ยวซง มาช่วยข้าหอบฟืนมาเก็บไว้ใกล้เตาผิง อากาศค่อนข้างหนาวไม่แน่คืนนี้อาจมีหิมะแรก ดีที่เราเก็บผักบางส่วนส่งวังหลวงเสียเกือบหมด หิมะตกได้ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่”เจ้าบ้านเฉินเดินนำเสี่ยวซงที่ช่วยหอบฟืนมาเก็บไว้ในห้องครัว ใกล้เตาผิงและเตาทำกับข้าวข้างเล้าไก่ แป๋มนึกภาพขี้ไก่และความสกปรกทว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ยายป้ากวาดทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง พื้นแห้งสะอาดตา มีเศษหางจากข้าวสาลีกองบนพื้นเป็นกระจุกบ้างก็ปุไปบนพื้นเล้าไก่ ไข่ไก่วางเรี่ยราดเหมือนถูกนำมาวางไว้ แป๋มเลิกคิ้วเมื่อจูจิ้นเก็บไข่ไก่ใส่ไปในตะกร้าหลายสิบลูกไก่ไข่ตัวอ้วนขนสีน้ำตาลแดง ไม่ได้ตื่นตกใจแต่กลับเดินเข้าหาย่อตัวลงนอนหมอบเหมือนอยากจะออกไข่อยู่ตลอดเวลา แป๋มยิ้ม“จูเจี่ยไข่วันนี้เยอะกว่าทุกวัน คงเป็นเพราะเมื่อวานท่านพ่อเก็บเศษผักในสวนมาให้มันจิกกินเป็นอาหารว่าง”“ไก่
Magbasa pa
สูตรลับ
ห้องเครื่องในวังหลวง“ฮองเฮาและองค์หญิงล้วนนิยมเสวยอาหารที่ทำจากเมนูผักหลากชนิด ว่ากันว่าเสวยผักไปเพียงไม่นาน ผิวพรรณสดใสใบหน้ากลับเต่งตึงไร้รอยหมอง”“ผักส่วนมากรับมาจากบ้านเฉิน ที่ไร่ของท่านเฉินที่นั่นล้วนมีผักมากมาย กลายเป็นไร่แห่งเดียวที่ส่งผักที่ดีเข้ามาในวังหลวง”“ฮะแฮ่ม รีบเตรียมเครื่องเสวยมัวแต่พูดคุย จะไม่ทันเวลาเสวยตอนดึก”ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้“ปีนี้ข้าวปลาอาหารขาดแคลนชาวบ้านลำเข็ญ ทว่า มีไร่แห่งหนึ่งปลูกผักได้ดี จึงส่งเข้าวังหลวงเสียหมด ชาวบ้านล้วนอดอยาก เช่นไรจึงจะเรียนรู้วิธีปลูกผักของพวกเขา เพื่อชาวบ้านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับปัญหาขาดแคลนอาหาร”“ฝ่าบาท ไท่จือเสด็จออกเที่ยวเล่น เดิมหม่อมฉันตั้งใจให้ไท่จือลงไปจัดการเรื่องเหล่านี้ชาวบ้านจะได้อุ่นใจ”“หลายวันมานี้ไท่จือไม่มาที่ท้องพระโรงคงออกไปเล่นสนุกเหมือนเคย งานในราชสำนักยังไม่เคยแตะต้อง เจ้าคิดว่าจะให้เขาไปสนใจเรื่องการปลุกผักเห็นที่จะไม่ได้ผล”“ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาจะดีไหม ลูกคนนี้แม้จะให้ทำยังไม่อยากทำ บางเรื่องไม่พูดแต่กลับเร่งรีบที่จะทำมันยากจะเข้าใจ ฝ่าบาทมีพระบัญชาลงไปคาดว่าไม่น่าจะกล้าขัดบัญชาฝ่าบาทอย่างแน่นอน”“องค์หญิงแ
Magbasa pa
ความสัมพันธ์พี่น้อง
“ไม่นาน หากกินตามที่ข้าแนะนำ จูเจี่ยของเราจะต้องกลายเป็นหญิงงาม”แป๋มเขินจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเสี่ยวซงอมยิ้ม มองๆไปเสี่ยวซงเวลาอมยิ้มก็หล่อเป็นบ้าเลย“จูเจี่ยจะเขินทำไม”จูจิ้นน้องนรกสมองอัจฉริยะ พูดขึ้นดังๆ“ดีแล้ว พักนี้ทำตัวสมกับเป็นหญิงสาวไม่กระโดกกระเดก เหมือนเมื่อก่อนอย่างนี้ มีหวัง ได้ออกเรือนแน่555”เจ้าบ้านเฉินพูดไปหัวเราะไปด้วยความเอ็นดูแป๋ม“ท่านพ่อว่าแต่สูตรหัวใช้เท้าดองเค็ม...”แป๋มเปลี่ยนเรื่องคุยแก้เขิน”“ดอกเกลือ น้ำผึ้ง น้ำสะอาดนั่นล่ะคือสิ่งที่ต้องใส่ลงไปในหัวไช้เท้าที่เก็บสดๆ หัวไช้เท้าจึงแสนอร่อยแบบนี้ สูตรนี้พ่อเจ้าคิดขึ้นมาเอง หลายปีมานี้กินของบ้านไหนก็ไม่อร่อยเท่า” เสี่ยวซงวางถ้วยข้าว ประสานมือตรงหน้า“ขอบคุณท่านลุงที่ ไม่หวงวิชา”“เสี่ยวซง ถึงจะบอกว่าสูตรลับแต่เจ้าบัดนี้ก็เป็นคนในครอบครัวกินข้าวหม้อเดียวกับเราแล้วยังช่วยเราทำงาน ข้าจึงไม่จำเป็นต้องหวงสูตรในเมื่อเป็นของดี ล้วนยิ่งต้องแบ่งปัน”แป๋มอึ้งกับความคิดและคำพูดของเจ้าบ้านเฉินคนอะไรจะดีขนาดนั้นหากเป็นสมัยนี้ต้องลงทุนซื้อสูตรในราคาหลายบาท แม้จะมีให้ดูในอินเทอร์เน็ต แต่มักจะไม่บอกสูตรลับเฉพาะ“ท่านพ่อใจดีจัง”
Magbasa pa
อร่อยยย
“จูเจี่ย คราวหลังห้ามถามที่ปลดทุกข์กับข้า ถ้าจะพูดเช่นนี้ข้าจะปล่อยให้ท่านจุกตายไปเสีย”“เจ้าเด็กบ้า มาให้เขกหัวเสียทีหนึ่ง”กระโดดเข้าใส่ จูจิ้นที่ดึงมือเสี่ยวซงให้วิ่งตามพร้อมกับหัวเราะเสียงใส วิ่งวนรอบตัวเสี่ยวซงที่สูงชะลูดไปมา แป๋มลืมตัวลืมตาย วิ่งวนรอบตัวเสี่ยวซงเช่นกันเจ้าจูจิ้น หลบอยู่ด้านหลังชะโงกหน้ามาแลบลิ้น แป๋มถลาเข้าด้านหน้าเสี่ยวซง เอื้อมมือหมายจะฟาดไปที่เจ้าเด็กบ้านั่นแต่ทว่ากลับเสียหลัก ชนเข้ากับเสี่ยวซง ร่างผอมบางอย่างไรจะทานน้ำหนักตัว เกือบแปดสิบกิโลของแป๋มไหว ร่างอ้วนเตี้ยของแป๋มล้มลงไปทับเสี่ยวซงเต็มตัวใบหน้าซุกอยู่กับอกอุ่นของเขา เสี่ยวซง ยกมือขึ้นกอดรวบแป๋มไว้ทันทีกลัวว่าแป๋มจะเจ็บตัวไปกว่าที่อยู่บนอกเขา จูจิ้นปิดตา ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือหัวเราะร่วน“จูจิ้นดึงพี่เขาขึ้นมา เสี่ยวซงคงจะเจ็บตัวแน่ๆ พี่สาวเจ้าน้ำหนักตัวเยอะเพียงนั้น”หานี่ท่านพ่อผู้ใจดีก็หยิกกัดเป็นเหมือนเจ้าน้องจูจิ้นด้วยหรือ ไม่น่าแปลกใจว่าเจ้าจูจิ้นได้นิสัยใครมาคงบวกๆ กันระหว่างพ่อกับแม่ เสี่ยวซงเห็นตัวผอมบางทว่ากับ แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อแม้จะเขินจนหน้าแดงเขากลับจับเอวหนาของแป๋มดันตัวแป๋มลุกขึ้น อย่า
Magbasa pa
ซวงเจี่ย
“ก้อนหินก้อนใหญ่แบบนี้บางทีก็สามสีตัว อยู่ที่ว่ามีโพรงใต้หิน พวกกุ้งมักจะ ทำโพรงไว้ เพื่อซุกตัวอยู่นนั้นหากลูบไปใต้พื้นหินแล้วรู้สึกว่ามีโพรงนั่นล่ะที่อยู่ของพวกมัน เสี่ยวซงเจ้ามาลองช่วยลุง งมกุ้งกัน”แป๋มนึกสนุก เดินลงไปรวมกลุ่ม จูจิ้น เดินกลับขึ้นมาเอากุ้งมาเก็บโดยเอาถังใส่น้ำแล้วปล่อยกุ้งที่จับได้ลงไปนอนแช่น้ำเพื่อความสดไม่ให้มันตายเสี่ยวซงกับเจ้าบ้านเฉิน ล้วงมือเข้าไป จับกุ้งมาง่ายดาย คนละตัวสองตัว แป๋มอยากลองบ้าง จึงเข้าไปช่วยต้อนกุ้งในโพรงหิน ล้วงมือเข้าไปรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรดิ้นตุบตับ ชนเอามือทั้งสองข้าง“ท่านพ่อ.. ท่านพ่อ..มันอยู่ตรงนี้”เสี่ยวซงลาเข้ารวบกุ้งตัวโตที่ชนมือของแป่มไปมาใบหน้าหล่อเหลาเกือบจะโดนแก้มอวบของแป๋ม เสี่ยวซง ไม่ได้รู้สึกอะไรแต่แป๋มกับอายม้วน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“ฉับ”กุ้งตัวใหญ่ที่ถูกต้อนจนมุมใช้กล้ามใหญ่หนีบฉับเข้าที่นิ้วนางของแป๋มระดับความเจ็บประมาณ ลูกหมาฟันคมงับมือ“อืออออออเจ็บ”ส่ายหน้าไปมาหลับตาพริ้ม ดึงตัวกุ้งที่ไม่ยอมปล่อยกล้ามขึ้นมาด้วยมืออีกข้างคว้าตัวกุ้งไว้แน่นเสี่ยวซงกับจูจิ้นหัวเราะ ขำกับท่าทีของแป๋ม“เห็นไหมเล่า ในที่สุดแกก็เสร็จฉัน กุ้งนี่จับไ
Magbasa pa
กุ้งๆ
“จูเจี่ย ท่านคงอยากจะสวยอวดพี่เสี่ยวซงแน่เลย”เจ้าเด็กบ้านี่เอาอีกแล้ว“ข้าอยากจะพัฒนาตัวเองสียบ้าง”“อาหารที่แม่เจ้าปรุงสองสามวันมานี้ ล้วนแต่เป็นของที่กินแล้วไม่อ้วนเจ้าพูดเองว่าอยากจะผอมข้าคุยกับแม่ของเจ้าแล้วว่าเราจะปรุงแต่อาหารที่จูเจี่ยกินแล้วไม่อ้วน เพียงแต่เจ้าไม่ปฏิเสธมันรับรองเห็นผลอย่างแน่นอน”แป๋มยิ้มซาบซึ้งน้ำใจอย่างที่สุดย้อนเวลามาไม่เสียที อย่างน้อยก็มีคนใส่ใจจูจิ้นกับจูเจี่ยนั่งย่างกุ้งบนเตา ดิน เสี่ยวซงยกเอาหินลาวาที่มีเก็บไว้หลายขนาดมาวางบนเตาดินกองไฟด้านล่างเอากุ้งตัวใหญ่ขึ้นไปวาง แป๋มเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว วันนี้ฮูหยินเฉินมาดึงสายรัดเอวให้เพราะแป๋มทำอยู่นานก็ไม่เป็นผลไม่เหมือนอย่างที่เขาภทำกัน“เจ้าผอมลงไปจริงๆ รู้สึกตัวบ้างไหม”แป่มพยักหน้าผอมลงไปจริงๆ มีองค์มีเอวกับเขาด้วยคงลงไปไม่ต่ำสามกิโลหากเป็นที่บ้านคงลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว เสี่ยวซงมองอาภรณ์สีพื้นๆ ของแป๋มที่สวมใส่เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เงียบเสีย จูจิ้นนั่งอยู่บนตักของเสี่ยวซง พลิกกุ้งไปมาเอามืออังเตาไฟไล่ความหนาวเหน็บลมแรงกรรโชก ท่านเฉิน ขยับเข้าใกล้เตาดินอีกคน“พรุ่งนี้หิมะคงตกแน่ๆ หากอากาศจะหนาวลงเรื่อยๆแบ
Magbasa pa
ช่วงเวลาความสุขสั้นๆ
“ทำไม องครักษ์ไม่ได้ตามตัวไท่จือไปอยู่แล้วหรือ”“ไท่จือนิยมไปไหนเพียงลำพัง”“ทำไมนิยมไปไหนเพียงลำพังแบบนั้น ไม่เรียกว่าหนีไปหรือไร”ซงยี่ถอนหายใจ(“หนีก็ได้ พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจนมุมแล้วไท่จือชอบหนีไปเที่ยว”) ความคิด“ไม่เรียกว่าหนีไหนเมื่ออีกไม่นานไท่จือจะกลับมาอย่างแน่นอน”ใจคิดอีกอย่างแต่ ปากกลับพูดไปอีกอย่างที่ถอนหายใจเพราะเบื่อระอากับความเสแสร้งของตัวเอง“เช่นนั้นอิงเผย รอได้คงต้องรอจนกว่าไท่จือจะกลับมา”แม้จะกระหน่ำกินกุ้งย่างจิ้มน้ำจิ้มชวงเจียจนอิ่มแปล้แต่ทว่ากลิ่นหอม ของแกงมันเทศกับกุ้งสีสดในน้ำแกงสีเหลืองที่ลอยอบอวล มันเทศหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำที่เปื่อยนุ่ม สีม่วงตัดกันกับกุ้งสีส้มขาว ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วโต๊ะกับข้าว ฮูหยินตักข้าวให้ทุกคนยกเว้นจูเจี่ย“เจ้าจะต้องมีความหักห้ามใจ แม่ให้เจ้าตักข้าวเองจะได้รู้ว่า ความพยายามของเจ้ามีมากเพียงใด หากอยากจะผอมให้เร็วก็ตักแต่น้อยแต่ถ้าอยากจะผอมให้ช้าก็ตักให้มาก หรือจะไม่อยากผอมก็ตักเท่าๆ กับคนอื่น”แป๋มสุดลมหายใจเข้าลึกๆ คว้าทัพพีไม้ไผ่มาตักขาวสวยร้อนๆ เพียงทัพพีเดียว“ท่านแม่จูเจียกินกับเล่นไม่อ้วนหรือไร”“มันเทศกินเข้าไปก็อิ่ม ส่วนกุ้งไ
Magbasa pa
ตอนพิเศษ
“องค์ชายซงยี่ท่านจะตามข้าทำไมให้มากความข้าอยากเดินเพียงลำพัง”องค์หญิงแคว้นใต้อิงเผย กว่าคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจของคนฟัง“ข้าก็แค่ทำตามพระประสงค์ของฝ่าบาท ให้คอยดูแลเจ้าแทนพี่ใหญ่ไท่จือ”“ทำไมเขายังไม่มาจงใจหลบหน้าข้า หรือเปล่า” ทอดเสียงเศร้าสร้อย ซงยี่ถอนหายใจนึกสงสารอิงเผยเหมือนกัน ซงหยวนใครกันจะบังคับเขาได้แต่ไหนแต่ไรเป็นเขาที่โดเด่ยนด้านความคิดแล้วอุปนิสัยที่เป้นตัวของตัวเองถึงกระนั้นก็เป้นพี่ใหญ่เป้นไท่จือซงยี่คิดว่าไม่มีใครเหมาะที่จะรั้งตำแหน่งไท่จือเท่าซงหยวนหากไม่ใช่ซงหยวนจะเป็นใครเได้ซงลหลี่แม้จะอ่อนน้อมชอบช่วยงานราชสำนักแบ่งเบาภาระฝ่าบาททว่าภายในจิตใจยากยั่งถึง เขามักจะชอบเรียกเหล่าขุนนางเข้ามา สรวลเสเฮฮาในวังหลวงเป้นประจำนิสัยเช่นนี้ไม่น่า คบหา เลี้ยงคนพันวันใช้งานวันเดียว“เขาไม่ได้จงใจหลบหน้าเจ้าเพียงแต่ไท่จือยังไม่แน่ว่าจะรู้ว่าเจ้ามาก็เลยยังไม่กลับ แต่ข้าเชื่อเหลือเกินว่าถ้าไท่จือเขารู้ว่าองค์หญิงมารอที่นี่เขาจะต้องรีบมาแน่”แปลกใจตัวเองทำไมต้องปลอบใจนาง“จริงๆนะ ข้าอยากพบเขาเหลือเกินแล้ว ข้ารอที่นี่สามราตรีแล้ว ยังไม่เห็นเขากลับ มา เรื่องล่าสัตว์ประภาสป่ามันดีกว่าการที่พบข้
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status