เข้าสู่ระบบ“อ๊ะ ไซรัส ตรงนั้น...”
“ตรงไหนครับเมีย ตรงนี้หรือเปล่า” ไซรัสผละออกมาเอ่ยแซว นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอที่แดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้าเพราะเธอ “เบิกทางก่อนนะ” “ตรงไหนครับเมีย ตรงนี้หรือเปล่า” ไซรัสผละออกมาเอ่ยแซว นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอที่แดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้าเพราะเธอ “เบิกทางก่อนนะ” เขาโน้มตัวจุมพิตบนหน้าผากเนียน ไม่รอช้าหลังจากดูดเเซเรน่ายช่องทางรักให้ชื้นแฉะ เขาค่อย ๆ สอดนิ้วเข้าไปในโพรงอุ่นจนครบสองนิ้วในคราแรก ขณะเดียวกันก็กดจูบไปที่ริมฝีปากของเธออย่างดูดดื่มเพื่อกลืนกินความเจ็บปวด เมื่อเห็นว่าเธอคุ้นชินแล้วก็เริ่มขยับเข้าออกจนเกิดเสียเฉอะแฉะ “เสียวไหมครับ ตอดนิ้วสามีแน่นเชียว” “สะ เสียวค่ะ อ๊าส์” ไซรัสยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น เขาเพิ่มนิ้วเข้าไปอีกก่อนจะกระแทกเสยเร่งจังหวะ ปากก็ก้มลงดูดดึงเม็ดบัวชมพูจนแดงก่ำสลับไปมาสองเต้าไปด้วย แกล้งกดปลายนิ้วย้ำ ๆ ตรงจุดเสียว ทำเอาร่างบางเสียวจนยกสะโพกหนี ทว่าเขารั้งไว้แล้วกดลึกเข้าไปสุดข้อนิ้ว แล้วค่อยควงคว้านไปมาในโพรงเนื้อนุ่ม “ไม่ไหว อ๊ะ เสียวเกินไป อื้ออ” “แค่นิ้วเธอยังดิ้นพร่านขนาดนี้ ถ้าสอดของฉันเข้าไป เธอไม่สำลักความสุขตายคาอกฉันเลยเหรอเซเรน่า” เขาหัวเราะเยาะ แต่ก่อนที่เธอจะถึงจุดสุดยอดไซรัสกลับถอนนิ้วออกมาจากช่องรัก ใบหน้าสวยไม่พอใจเล็กน้อย ทำเอาเขาอดหัวเราะไม่ได้ เลยก้มลงไปจูบแลกลิ้นอย่างร้อนแรง ก่อนจะผละออกน้ำลายเชื่อมเป็นสาย “ของจริงมันต่อจากนี้ที่รัก” ไซรัสเอ่ยเสียงแหบพร่า เขาไม่รอช้าที่ใช้มือประคองสะโพกผายของเซเรน่าให้ยกขึ้นเล็กน้อย ไซรัสค่อยๆ สอดแทรกหัวเห็ดบานฉ่ำเยิ้มเข้าสู่ช่องทางรักที่อ่อนนุ่มอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น พลางกดจูบไปที่ริมฝีปากของเซเรน่าอย่างดูดดื่มเพื่อกลืนกินเสียงครางที่หลุดรอดออกมา โพรงนุ่มตอดรัดจวนเขาต้องหลับตาลง ซึมซับความเสียวซ่านปนปวดเล็ก ๆ “ผ่อนคลายหน่อยที่รัก เธอทำเอาฉันแทบแตกคนรูทั้งที่พึ่งสอดเข้าไปแล้ว” เขาครางต่ำพลางเล้าโลมด้วยการดูดยอดอกแดงก่ำ หลังจากที่เซเรน่าเริ่มผ่อนคลายและคุ้นชิน ไซรัสก็ค่อยๆ เริ่มขยับสะโพกช้าๆ เนิบนาบ กลัวว่าหากเผลอกระแทกแรงไปจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บแทนการสุขสม “เก่งมากเลยที่รัก” ไซรัสกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางโน้มตัวลงบดจูบที่ซอกคอของเธอ ใช้มือข้างหนึ่งบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มจนล้นตามซอกนิ้ว สลับกับการใช้มืออีกข้างไล้นิ้ววนรอบเม็ดเสียวสีชมพูที่แข็งชูชัน เขาเร่งจังหวะสะโพกให้ถี่ขึ้น แรงขึ้น เมื่อรู้สึกถึงความตอดรัดที่ตอบรับการกระแทกกระทั้นของเขา “ครางชื่อสามีสิคนดี ครางออกมาดังๆ ให้ได้ยินหน่อยว่าเธอเสียวแค่ไหน” “อ๊าส์ ไซรัส อ๊ะ เสียวค่ะ อื้อ!” ไซรัสเร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม ทำเอาเซเรน่าหลุดครางเสียงหวานจิกปลายเท้าลงกับเตียง ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานหูยิ่งทำให้ชายหนุ่มบดเบียดกายเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่ง เขากระแทกกระทั้นอย่างไม่ลดละ ราวกับจะหลอมรวมร่างกายของเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขา “ใกล้แล้วใช่ไหมครับ เสร็จออกมาเลย สามีอยู่ตรงนี้แล้ว” “ไม่ไหว อ๊า ไม่ไหวแล้ว” เซเรน่าไม่อาจทนรับแรงตัณหาของไซรัสได้อีกต่อไป เธอจิกลงบนแผ่นหลังกว้างจนเลือดซึมตามซอกเล็บ ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักออกมาอาบแก่นกายแข็งขืนที่ยังคาอยู่ในรูรัก ร่างบางโก่งตัวขึ้นและสั่นเกร็งหลังจากถึงจุดสุดยอด ใบหน้าแดงก่ำและดวงตาปรือฉ่ำเยิ้ม ยั่วยวนจนไซรัสต้องป้อนจูบอีกครั้ง แทรกเรียวลิ้นไปในโพรงปากอุ่น เกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกับลิ้นเล็ก พลางขยับเอวสอบช้า ๆ เสียดสีท่อนลึงค์อวบยามกับผนังนุ่มเสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







