เข้าสู่ระบบ“เธอสวยมากเลย เวลาเสร็จออกมา แถมตรงนั้นยังชมพู แน่น แล้วก็ร้อนขนาดนี้”
ไซรัสไม่รอให้เซเรน่าพักหายใจ เขาดึงเธอลุกขึ้นนั่งบนตัก พลางใช้มือโอบรัดเอวเธอไว้แน่น ชายหนุ่มจ้องมองดวงตาที่พร่าเลือนด้วยอารมณ์ของเธอด้วยแววตาแพรวพราว ไซรัสรู้สึกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่กำลังปะทุขึ้นในตัวเขา “ท่านี้คงจะเสียวถึงทรวงเลยนะครับคนดี ลองดูไหม” “จะต่ออีก...เหรอ” “ต่อสิครับ เธอเสร็จไปแล้ว แต่สามีคนนี้ยังไม่ได้แตกเลย รู้สึกไหมว่าเมื่อกี้มันแข็งแค่ไหนในรูเธอ” เขาเอ่ยเสียงกระเส่า พลางยกสะโพกของเธอขึ้นเล็กน้อย แล้วจัดให้นั่งลงบนแท่งเนื้อแข็งขืนของเขา จนรู้สึกถึงความรัดแน่นที่โอบล้อมจนเขาแทบจะแตกคารูในทันที ไซรัสซบหน้าลงกับซอกคอของเธอ สูดดมกลิ่นกายหอมหวานอย่างลุ่มหลง ชายหนุ่มเริ่มสวนสะโพกขึ้นลงช้าๆ เพื่อให้เธอได้ปรับตัวกับจังหวะของเขา ก่อนจะจูบซับไปตามไหล่มน พลางบีบเคล้นสะโพกงอนอย่างแรง “ครางออกมาเลยคนดี ไม่ต้องอาย” ไซรัสกระซิบข้างหู ชายหนุ่มค่อยๆ เพิ่มจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้น เขาสอดประสานกายเข้าออกอย่างหนักหน่วง รู้สึกถึงความเปียกแฉะในโพรงนุ่มที่เพิ่มขึ้น เธอครางเสียงหลง จิกเบนไหล่ของเขาอย่างแรงเพื่อระบายความเสียวซ่าน ไซรัสไม่รู้สึกโกรธ แต่กลับรู้สึกถึงความสุขที่แล่นไปทั่วร่าง ก่อนจะเปลี่ยนทวงท่าพลิกตัวเธอให้นอนหงายลงกับเตียง โดยที่เขายังคงสอดท่อนลึงค์แข็งขืนอยู่ในรูสวาท ชายหนุ่มยกขาเธอขึ้นพาดบ่า พลางเร่งจังหวะกระแทกกายไม่ยั้ง ให้ถี่ยิบและแรงขึ้นอีก เขารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในห้วงภวังค์แห่งความสุข ยิ่งจ้องมองใบหน้าของเธอที่บิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านยิ่งหลงใหล “อ่า รูภรรยาตอดโคตรแรงเลย ทนไม่ไหวแล้วที่รัก” เขากระแทกกระทั้นอย่างไม่ลดละ เมื่อรู้สึกว่าเขาใกล้จะถึงจุดสูงสุดแล้ว ชายหนุ่มกระตุกเกร็ง ก่อนจะแทกลึกเข้าไปในจังหวะสุดท้าย พลางปล่อยน้ำรักอันร้อนผ่าวเข้าไปในกายเธอจนเต็ม ใบหน้าหล่อเหลาซบหน้าลงกับหน้าอกของเธอ หายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้าและความพึงพอใจจากบทรักอันเร่าร้อน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพราวตามกรอบหน้าของเขา ก่อนจะคลายการกอดลงเล็กน้อย เพื่อช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยที่กำลังหอบหายใจอยู่ แววตาคมกริบฉายแววคลั่งรักจนเซเรน่าหัวใจเต้นระรัว “รุนแรงเกินไป แฮ่ก แล้ว...” เซเรน่าหอบหายใจ “บอกแล้วไง ว่าสามีจะทำให้เธอเสียวจนจุก” ไซรัสหัวเราะเบา ๆ พลางค่อยๆ ดึงแก่นกายออกจากช่องทางรักที่ยังคงอุ่นร้อนและชุ่มฉ่ำช้าๆ ปล่อยให้มันถูไถกับผนังด้านในจนต้องสูดปากเสียว ก่อนจะประคองร่างเธอให้ลุกขึ้นนั่งบนตักของเขาอีกครั้ง ไซรัสกอดกระชับร่างเธอไว้แน่น พลางจูบซับเหงื่อที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเสน่หา “พอแค่นี้ก่อนไหมครับ หรืออยากให้สามีเอาต่อให้ถึงเช้าเลย หืม” ไซรัสถามอย่างยั่วเย้า ชายหนุ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ยังไม่จางหายไปจากร่างกาย เขาไล้มือไปตามแผ่นหลังเนียนของเธออย่างปลอบโยน แต่สัมผัสของเขากลับเต็มไปด้วยความต้องการที่ยังไม่หมดสิ้น เขาจูบไปที่แก้มของเธอเบาๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยต้องการ เขารู้ว่าเธอก็ต้องการเขาไม่แพ้กัน ชายหนุ่มจึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกระซิบคำพูดที่เต็มไปด้วยความหยาบคายและกระตุ้นอารมณ์ของเธอ “เมียฉันนี่มันน่าจับฟัดให้ยับจริงๆ รูก็แน่น ครางก็เพราะ อยากจะเอาเธอให้หนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า” เขาพึมพำ พลางลากจมูกไปตามลำคอของเธออีกครั้ง สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่น ที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในตัวเขาให้ลุกโชน ชายหนุ่มช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ ไซรัสรู้ว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล และเขาก็พร้อมที่จะปรนเปรอความสุขให้เธอจนกว่าจะพอใจเสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา







