เข้าสู่ระบบเมื่อเกิดใหม่ครานี้วิเวียนกลับต้องติดอยู่ในร่าง 'เซเรน่า' นางร้ายที่มีจุดจบอันน่าสมเพชในตอนจบ ซํ้าร้ายสามีแสนเย็นชายังเป็นพระเอกของเรื่อง ทว่าเธอจะไม่ยอมเป็นนางร้ายแสนโง่งมอีกต่อไป
ดูเพิ่มเติมHeat flooded her body.
She clung to the cool firmness beneath her palms, caught somewhere between resistance and surrender. Pain blurred into pleasure, rising and falling like waves she couldn’t escape. Her thoughts scattered, dissolving into a haze of sensation.
“Hey… wake up. It’s cold here. Don’t catch a cold.”
Isabella’s eyes snapped open.
A nurse stood over her, a hand resting gently on her shoulder.
Reality rushed back all at once. Her cheeks burned with embarrassment as she quickly looked away, wishing the floor would open and swallow her whole.
Even after all this time, that night still found its way into her dreams.
The drunken night she had spent with Gabriel Rowes.
She remembered almost nothing from it, only fragments of heat, touch, and blurred sensations. Sometimes she felt grateful for that. If she remembered everything clearly, she wouldn’t know how to face Gabriel.
The nurse handed her a stack of papers. “You forgot your pregnancy test results. The doctor wants to see you again next week.”
“Thank you,” Isabella said softly, forcing a smile as she slipped the papers carefully into her purse.
Gabriel was returning tonight.
He had been studying overseas, in a place so remote that communication had been difficult. It wasn’t until she was over eight months pregnant that she finally managed to reach him.
She still remembered the silence on the phone after she told him.
She had expected excitement. Shock, yes but happiness too.
Instead, his reaction had been… restrained.
The doctor had told her not to overthink it. Men take time to process things like this, she had said. Especially when it’s their first child.
But Isabella couldn’t shake the unease in her chest.
Would she even have to be the one to bring up marriage?
The sun blazed overhead as she stepped out of the hospital. Supporting her lower back with one hand, she raised the other to hail a taxi.
A sudden roar of an engine tore through the air.
Before she could react, a dazzling red sports car sped toward her.
Her heart leapt into her throat as she stumbled backward. The car screeched to a halt so close that the edge of her clothes brushed against the front bumper.
Her legs nearly gave out.
The driver’s door opened.
A woman stepped out.
She wore a tight red dress that hugged her figure, and she flipped her wavy hair over her shoulder as if she had just stepped onto a runway.
“Vanessa… are you crazy?” Isabella breathed.
Vanessa smiled, slowly, mockingly, deliberately.
She walked forward in her high heels, each step confident and unhurried, until she stood directly in front of Isabella. Her eyes dropped pointedly to Isabella’s swollen belly.
“What? Afraid I might kill the bastard in your stomach?”
Isabella instinctively covered her abdomen and took a step back. “Vanessa! Don’t go too far!”
She knew Vanessa disliked her. They had never gotten along. But she had never imagined words this vicious.
Vanessa laughed softly. “I’m going too far? You’re the one who went too far.”
Her eyes were sharp with contempt.
“You got drunk, slept with some random man, got pregnant, and now you’re trying to make Gabriel take responsibility. Bella… aren’t you shameless?”
Isabella froze.
“What nonsense are you talking about?”
Vanessa tilted her head, amused. “Don’t tell me you really believe the man you slept with that night was Gabriel.”
She stepped closer.
“You talk about growing up with him all the time. Childhood sweethearts, this and that. And you don’t even know what his body feels like?”
The world around Isabella seemed to fade.
Despite the harsh sunlight, her body felt cold.
The man from that night…
She had only assumed…
Gabriel had simply grown more muscular over the years.
But now, with Vanessa’s cruel words echoing in her ears, a terrifying realization crept into her mind.
Other than the heat and the touch…
That man had felt nothing like Gabriel at all.
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
“ทำอะไรของเธอยัยเปี๊ยก เธอหึงฉันเหรอ?”“ฉ…ฉันไม่ได้หึง! ฉัน…ฉันแค่…”เซเรน่าหน้าแดงขึ้นอีก เธอพยายามหาคำพูดมากมายมาโต้แย้งคนตรงหน้า ทว่าราวกับมีก้อนบางอย่างจุกในลำคอจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงหัวใจเต้นแรงกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว“เป็นสามีภรรยาที่น่ารักกันจริง ๆ ” สามีของศรีเอ่ยแซว“ไม่ใช
ปัง! ปัง! ปัง!ไซรัสหมุนตัวพาเซเรน่าพุ่งไปทางประตูหนีไฟแทน ก่อนเสียงปืนดังไล่หลังพวกเขามาติด ๆ โชคดีที่ไซรัสดึงเธอไว้ ทำให้กระสุนเฉียดผมของเธอไปเพียงเส้นเดียว หญิงสาวไม่กล้าแม้แต่กรีดร้องลูกกระสุนเจาะผนังจนปูนกระเด็นเป็นฝุ่นขาว เปลวไฟจากปลายกระบอกปืนส่องแสงวูบวาบในความมืดของโถงทางเดิน ทั้งสองพุ่งเ
รุ่งเช้าวันถัดมา แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมบางเบาเข้ามาในโถงรับแขก เสียงนกร้องแว่วเบา ๆ จากสวนด้านนอก ช่างดูสงบและไม่ต่างจากทุกวัน หากแต่ภายในคฤหาสน์ใหญ่แห่งนี้กลับไม่ได้สงบเช่นเดียวกับสายลมภายนอกอีกต่อไปหลังจากวันประกาศอันชวนอื้อฉาวผ่านไปเพียงไม่กี่วัน บรรยากาศในคฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลอภิวัฒน์กุลก็เ
แสงแดดยามบ่ายทอดลงบนผืนน้ำในสวนด้านหลังคฤหาสน์ แสงระยิบระยับราวกับเกล็ดแก้ว สะท้อนภาพศาลาไม้สีขาวกลางบึงบัวกว้างใหญ่ เสียงลมพัดผ่านปลิวให้กลีบดอกบัวพลิ้วไหวเหนือผิวน้ำ บรรยากาศแสนสงบที่เหมาะสำหรับกับการนั่งจิบชาของเซเรน่าหญิงสาวอยู่ตรงม้านั่งในศาลากลางน้ำ สวมเดรสสีอ่อนเช่นทุกวัน เรือนผมถูกรวบหลวม





