LOGINเมื่อเกิดใหม่ครานี้วิเวียนกลับต้องติดอยู่ในร่าง 'เซเรน่า' นางร้ายที่มีจุดจบอันน่าสมเพชในตอนจบ ซํ้าร้ายสามีแสนเย็นชายังเป็นพระเอกของเรื่อง ทว่าเธอจะไม่ยอมเป็นนางร้ายแสนโง่งมอีกต่อไป
View Moreเสียงฟ้าร้องดังครืนไปทั่วทั้งเมือง ก่อนตามมาด้วยฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำลงมาไม่หยุด ราวกับสวรรค์กำลังโศกเศร้าแทนใครบางคน เม็ดฝนหนักหน่วงกระทบกระจกหน้าต่างชั้นยี่สิบสองของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง จนเกิดเป็นเสียงดังรัว ๆ เหมือนหัวใจที่ถูกกระหน่ำแทงซ้ำไม่หยุด
ภายในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝนและเสียงสะอื้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังเป็นระยะ วิเวียน นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเทาอ่อน ดวงตาบวมช้ำ น้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าที่เคยงดงามสะอาดใส ร่างกายสั่นสะท้านไม่รู้ว่าเพราะความหนาวจากเครื่องปรับอากาศ หรือเพราะหัวใจที่กำลังแตกสลาย
โทรศัพท์มือถือในมือบางของเธอยังคงปรากฏข้อความสุดท้ายจากชายคนรัก คนที่คบหากันมานานกว่าเจ็ดปี ทว่าข้อความที่เขาส่งมาไม่กี่คำ กลับทำลายทุกสิ่งที่เธอเคยเชื่อมั่นและทุ่มเทลงไปให้กลับความรักครั้งนี้
“เราเลิกกันเถอะวิเวียน…ฉันหมดรักเธอแล้วจริง ๆ ”
“เสื้อผ้ากับข้าวของของฉัน...เธอจะเก็บเอาไว้หรือเอาไปทิ้งก็ได้”
“เพราะฉันคงไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว”
“ลาก่อน”
เพียงเท่านั้น โลกทั้งใบของวิเวียนก็เหมือนแตกสลายลงตรงหน้า
“ทำไม…ทำไมต้องเป็นฉัน” เสียงหวานของเธอสั่นเครือ ก่อนจะหลุดหัวเราะทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดบิดเบี้ยวไปทั่วใบหน้า “ฉันมันโง่เองใช่ไหม…ที่ทุ่มเทให้คนที่ไม่เคยเห็นค่าฉันเลยแม้แต่นิดเดียว”
ในขณะเดียวกันภาพความทรงจำมากมายถาโถมเข้ามาภายในหัวของวิเวียน ราวกับหนังที่ฉายย้อนกลับ วันที่เขามาหาเธอด้วยรอยยิ้ม วันที่เขาบอกว่าจะดูแลเธอตลอดไป วันที่เขายื่นแหวนให้เธอแล้วพูดเบา ๆ ว่า
‘ถ้ามีทุกอย่างแล้ว เรามาแต่งงานกันนะ’
ทั้งหมดนั่นมันเป็นเรื่องโกหกมาตลอดเลยใช่ไหม?
ระหว่างนั้นเสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ข้าง ๆ รายงานข่าวด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
“เกิดอุบัติเหตุรถชนบริเวณทางด่วนเสียชีวิตทันที 3 ราย…”
ราวกับฟ้าถล่ม ภาพที่ฉายบนหน้าจอสกรีนไม่ใช่ใครอื่น แต่กลับเป็นใบหน้าของพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ ที่เป็นหนึ่งในเหยื่อรายนั้น วินาทีต่อมาทุกอย่างรอบตัวเหมือนกลายเป็นเสียงพร่าเลือน ต้นเหตุที่ทำให้เธอเจ็บปวดไม่ใช่แฟนหนุ่มที่ทิ้งไปอีกแล้ว แต่เป็นพี่ชายสุดที่รักของเธอตรงหน้าต่างหาก
“ไม่จริง! ไม่จริงใช่ไหม..พี่คะ!”
วิเวียนทรุดกายลงหน้าโทรทัศน์ เสียงของเธอกรีดร้องราวแทบขาดใจ ร่ำไห้กับการจากไปของพี่ชายสุดที่รักที่เลี้ยงเธอมาด้วยตัวคนเดียว หลังจากที่พวกเขาสูญเสียพ่อกับแม่ไปในอุบัติเหตุ แต่วันนี้...ความตายที่ว่ามันกลับมาพรากชีวิตครอบครัวเพียงคนเดียวไปจากเธอแล้ว
ผ่านไปนับชั่วโมงวิเวียนลุกขึ้นยืนอย่างโซเซราวกับคนเสียสติ ร่างบางเหมือนจะล้มทุกย่างก้าว ดวงตาคู่สวยหม่นหมองปรายมองสายฝนที่กำลังโปรยปราย ก่อนตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงห้อง ชุดนอนเนื้อผ้าบางเฉียบแนบกับผิวกายที่เย็นยะเยือก พอเปิดประตูออก เสียงฝนและสายลมพัดกระหน่ำเข้ามาทันทีจนผมยาวสลวยเปียกชื้นปรกหน้า
“ฉันไม่เหลืออะไร...อีกแล้ว”
วิเวียนก้าวไปยืนบนระเบียง มองออกไปยังท้องฟ้าสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยสายฟ้าแลบวาบราวกับแสงจากขุมนรก เสียงหัวใจเต้นแรงดังรัว ๆ ในอกข้างซ้าย มือบางสั่นเทาขณะเกาะราวระเบียงไว้แน่น
“ถ้าโลกนี้ไม่ต้องการฉัน…” เธอพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา “งั้นก็ไม่ต้องมีฉันอีกต่อไป”
หยดน้ำตาสุดท้ายร่วงหล่นพร้อมกับสายฝน ร่างบางยกเท้าขึ้นยืนบนราวระเบียงสูง เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านหู ความเวิ้งว้างด้านล่างเหมือนกำลังเชื้อเชิญเธอให้กระโจนลงไป
“เฮ้ย! คุณจะทำอะไรครับ ลงมาก่อน!” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากห้องข้าง ๆ
“ได้โปรดอย่ารั้งฉันไว้เลยค่ะ!” วิเวียนกล่าวทั้งน้ำตา เธอไม่หันไปมองชายที่กำลังคิดจะช่วยชีวิตของเธอ
“ผมไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่คุณช่วยใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหม ทุกอย่างมันมักมีทางออกเสมอ”
วิเวียนปล่อยให้เสียงของเขาผ่านไป แน่นอนว่าเธอตัดสินใจไปแล้วย่อมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก่อนที่เธอจะปล่อยตัวลงไปจริง ๆ ภาพหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว
หนังสือเล่มเก่าที่เธอเคยอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า นิยายรักโรแมนติกดราม่าเรื่องหนึ่ง เรื่องราวที่พระเอกเป็นชายมาเฟียผู้เย็นชา หลงรักหญิงสาวธรรมดาที่เคยช่วยชีวิตเขา ขณะที่นางร้ายในเรื่อง เซเรน่า หญิงสาวที่แต่งงานกับเขาด้วยเหตุผลทางครอบครัว ทว่ากลับรักเขาอย่างโง่งม จนกระทั่งคอยรังแกนางเอกในเรื่องราวกับคนบ้า เพื่อตัดเสี้ยนหนามหัวใจของเธอ หวังให้พระเอกของเรื่องหันมาสนใจในฐานะภรรยา
แต่ทว่าสุดท้ายนางร้ายก็คือนางร้าย เธอก็ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช
แน่นอนว่าตอนที่วิเวียนอ่าน เธอสงสารนางร้ายในเรื่องนั้นเสมอ เพราะแม้จะทำผิดมากมายแต่เธอก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักผู้ชายสุดหัวใจ เพียงแต่รักนั้นไม่ได้รับการตอบกลับจากสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซ้ำร้ายยังกลายเป็นเครื่องมือของเขา ก่อนจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดี
“น่าเศร้าจริง ๆ …” วิเวียนพึมพำ ริมฝีปากสั่นระริก ขอบตาร้อนผ่าว “ฉันก็คงไม่ต่างอะไรจากเธอสินะ…รักจนโง่งม แล้วก็ถูกทอดทิ้ง แถมพี่ชายของพวกเรายังต้องตายเหมือนกัน”
หลังสิ้นเสียงตัดพ้อและเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อสายฟ้าแลบอีกครั้งก่อนความมืดมิดจะกลืนกินทุกสิ่ง หญิงสาวก็ปล่อยให้ร่างของตัวเองตกลงจากชั้นยี่สิบสอง
วินาทีนั้น สายลมปะทะใบหน้าราวกับมีใครตบซ้ำซ้อน หูอื้อจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝน ทุกอย่างหมุนคว้างราวกับโลกทั้งใบกำลังบิดเบี้ยว
และก่อนที่สติทั้งหมดจะดับวูบลง ทันใดนั้นภายในห้วงมืดมิด จู่ ๆ วิเวียนก็ได้ยินเสียงกระซิบหนึ่งดังขึ้นในหัวเธอ
‘ถ้าได้เริ่มใหม่ เธอจะเลือกมีชีวิตแบบไหนกัน วิเวียน?’
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ