LOGINเช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น
“กรี๊ดดดดดด!!” ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง “ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก “ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ” ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?” “ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม “ได้ยังไง บ้าน่า” “ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน” ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู่หลายนาทีกว่าทุกอย่างจะสงบลง นัยน์ตาคู่สวยมองนาฬิกาที่อยู่บนผนังก่อนความทรงจำหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว ให้ตายสิวันนี้เขามีประชุมเขตตอนสิบโมง! “เซเรน่าฉันรู้ว่าไม่ควรพูดแบบนี้ แต่วันนี้ฉันมีประชุมสำคัญตอนสิบโมงเช้า ฉันช่วยเข้าประชุมแทนฉันได้ไหม” “อะไรนะ!?” “เธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยแค่ไปนั่งเฉย ๆ ที่เหลือมอบหมายให้ศรันเป็นคนจัดการ เซเรน่าเธอทำได้ไหมครับ” “แล้วฉันมีทางเลือกหรือไง แต่ฉันเองก็มีเรื่องอยากให้นายทำเหมือนกัน วันนี้ไปรับลูกกลับมาจากบ้านพ่อได้ไหมคะ” “ให้ฉันไปเจอพ่อของเธอในร่างเธอเนี่ยนะ!? พวกเขาต้องสังเกตได้แน่ว่าฉันไม่ใช่เธอ พวกเขาฆ่าฉันแน่” ไซรัสเบิกตา “งั้นก็ทำตัวให้เหมือนฉันสิ!” เซเรน่าตอบอย่างตัดบท “พูดให้น้อย ยิ้มบ่อย ๆ แล้วห้ามหลุดเป็นตัวเองเด็ดขาด เข้าใจไหม!” “พูดให้น้อย ยิ้มบ่อย อืม เหมือนเธอจริง ๆ” เขาพึมพำ “ไซรัส!” “ครับ ๆ นายหญิง หมายถึงที่รัก” เขารีบแก้ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เซเรน่าในร่างของไซรัสยืนอยู่หน้าโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์มากมายที่ยืนเคารพเธอในฐานะหัวหน้า ในหัวเธอเต็มไปด้วยคำพูดที่ซับซ้อนของโลกมาเฟีย เรื่องเขตใต้ ข้อตกลงทางธุรกิจ ซึ่งเธอแทบจะไม่เข้าใจสักนิด ก่อนที่ลูกน้องคนสนิทโค้งให้ก่อนเอ่ยขึ้น “บอสครับ วันนี้มีรายงานเรื่องข้อตกลงกับใต้เหนือ จะให้เริ่มเลยไหมครับ?” “อืม เริ่มเลย” เซเรน่าหยักหน้า พยายามทำเสียงให้เข้ม ชายคนนั้นเปิดแฟ้มเอกสารและเริ่มรายงานยาวเหยียด แต่เธอกลับฟังไปเหงื่อออกไป โอ๊ย...ทำไมมันซับซ้อนแบบนี้นะ! “ขออนุญาตครับบอส ท่านจะให้ตอบกลับยังไงดีครับเรื่องเขตเหนือ?” ลูกน้องอีกคนเงยหน้าขึ้น “อ๋อ เรื่องนั้น...เราต้อง...เอ่อ...” เซเรน่ากระแอมอย่างประหม่า ในขณะที่ทุกสายตาพวกเขาหันมามองอย่างคาดหวัง “เราต้อง...ทำให้มัน...ดูดี!” เธอรีบทำหน้าขรึม “เข้าใจแล้วครับบอส พูดได้เฉียบขาดจริง ๆ!” ลูกน้องทั้งหมดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ “เอ่อ...ดีแล้วล่ะ” เซเรน่าฝืนยิ้ม รู้สึกโล่งอกที่รอดไปหนึ่งคำถาม แต่ก็สับสนไม่คิดว่าพวกเขาจะยอมง่าย แต่ยังไม่ทันหายใจศรัน ผู้ช่วยคนสนิทของไซรัสพูดต่อ โดยไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ไม่ใช่นายของตน แต่เป็นนายหญิงที่เคารพต่างหาก “แล้วเรื่องคนทรยศในเขต บอสจะให้จัดการยังไงครับ?” “จัดการ เหรอ?” เธอชะงัก “ใช่ครับ ตามคำสั่งเดิมคือ---” “หยุด! เรื่องนี้...ไว้ฉันจัดการเอง” เธอยกมือขึ้น สายตาเคร่งขรึมแบบที่เห็นไซรัสใช้บ่อย ทำให้เสียงพูดค่อย ๆ เงียบลง และบรรยากาศภายในห้องตึงเครียดขึ้น “ด้วยตัวเอ เหรอครับ?” ศรันมองหน้าอย่างประหลาดใจ “ใช่ เพราะ ไม่มีใครควรใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็น” เธอพยักหน้า คำพูดนั้นทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ ก่อนจะมีเสียงปรบมือดังขึ้นเบา ๆ ลูกน้องหลายคนมองกันแล้วพยักหน้าอย่างเคารพ “บอสกลายเป็นคนมีเมตตาขึ้นนะครับ!” “อ๋อ...ก็ดีแล้วนี่นา เราควรรักกันไว้สิคะ เอ๊ย...ครับ!” เซเรน่าหลุดยิ้มกว้าง “ครับ?” ศรันชะงัก มองหัวหน้าอย่างงุนงง “ฉันหมายถึงความรักมันเอ่อ เป็นสิ่งดี...สำหรับโลกที่โหดร้ายใช่ไหมล่ะ” เธอรีบแก้ขวยเขิน ทุกคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าทักอะไรเพิ่ม ถึงวันนี้ผู้เป็นนายจะดูแปลกตาไป ทว่าก็ไม่กล้าเอาศีรษะตัวเองไปเสี่ยง และหลังจากนั้นไม่นานการประชุมก็จบลง เซเรน่าเดินออกมาด้วยเหงื่อท่วมหลัง “โอ๊ย เหนื่อยยิ่งกว่าคลอดลูกอีก” เซเรน่าพึมพำเบา ๆ “บอสครับ วันนี้พูดได้ยอดเยี่ยมมากครับ ผมไม่เคยเห็นท่านพูดเรื่องความรักในที่ประชุมมาก่อน!” ศรันเดินตามหลังมาพร้อมแฟ้ม “ฮะๆ ก็...ชีวิตมันต้องมีบ้างสิ” เธอหัวเราะเกร็ง ๆ พลางคิดในใจ ถ้าไซรัสรู้ว่าฉันพูดแบบนี้ เขาคงเอามือกุมขมับแน่... ในขณะเดียวกัน ไซรัสในร่างของเซเรน่ากำลังยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ในเขตเหนือ เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเดินเข้าไป หลังจากประตูเปิดออกเผยให้เห็นวศิน พ่อตาของเขาที่ยิ้มอย่างอบอุ่นต้อนรับ “ลูกสาวพ่อมาแล้วเหรอ เข้ามาสิ ๆ” “เอ่อ...ค่ะ พ่อ” ไซรัสยิ้มแหย ๆ เขาพยายามพูดด้วยเสียงนุ่มนวลที่สุด แต่เสียงที่ออกมากลับแปลกจนเจ้าตัวสะดุ้งเอง วศินมองหน้าลูกสาวอย่างแปลกใจ “เป็นอะไรไป เสียงแหบเชียว?” “อ๋อ คอแห้งค่ะ” เขารีบตอบ “เมื่อคืนฝันแล้วละเมอตะโกนเยอะไปหน่อย” “ฝันว่าโดนไซรัสดุอีกละสิ” ธันวา พี่ชายของเซเรน่าเดินออกมาพอดี “ฮะๆ ก็...นิดหน่อยค่ะ” ไซรัสกลืนน้ำลาย “เฮ้อ หมอนั่นน่ะทำงานหนักเกินไป ฝากบอกด้วยนะว่าให้พักบ้าง” “ได้ค่ะ ฉันจะบอกเขาแน่นอน” เขาตอบเสียงแข็งเล็กน้อยเพราะรู้สึกแปลกที่ต้องพูดถึงตัวเองในมุมมองบุคคลที่สาม และไม่นานเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมเสียงตะโกนเริงร่า “หม่าม้า!” ไซรัสหันไปมองทันที ก่อนที่สองเด็กชายแฝดไซม่อนและเซธจะวิ่งตรงเข้ามากอดขาเขาแน่น ทำเอาหัวใจของเขาอ่อนยวบลงทันที ร่างเล็กในอ้อมแขนอบอุ่นเกินบรรยาย เขาก้มลงกอดตอบโดยไม่รู้ตัว “ลูก...” เสียงนั้นสั่นพร่าอย่างประหลาด “หม่าม้า ร้องไห้เหรอ? โดนป่ะป๊าดุใช่มั้ย” ไซม่อนเงยหน้ามอง “เปล่าค่ะ แค่...ดีใจที่ได้กอดลูก” ไซรัสรีบยิ้ม วศินกับธันวายิ้มอบอุ่นโดยไม่รู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น คือหัวหน้ามาเฟียที่เคยเป็นศัตรูกับตน ทกำลังอยู่ในร่างของลูกสาวและน้องสาวสุดที่รัก หลังจากนั้นเวลาล่วงเลยไปหลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ไซรัสในร่างเซเรน่า พยายามจะพาเด็ก ๆ กลับบ้านอย่างรีบร้อน แต่ก่อนออกประตูวศินก็เรียกไว้เสียก่อน “เซเรน่า พ่อทำซุปไก่ไว้ให้ เอาไปให้ไซรัสด้วยนะ บอกเขาด้วยว่าพ่ออยากให้มากินข้าวด้วยกันบ้าง อย่ามัวแต่ทำงาน” “ครับ เอ่อ หนูหมายถึงค่ะ จะบอกเขาแน่นอนค่ะ” “วันนี้ดูเพี้ยนจังน้องสาวพี่” ธันวาหัวเราะ “ก็แค่นอนน้อย” ไซรัสยิ้มเกร็ง หลังจากที่พูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่ ไซรัสก็เอ่ยปากขอตัวกลับ โดยไม่ฟังคำตอบ เขารีบลากลูกออกจากคฤหาสน์แทบจะทันที ภายในรถหรูดำขลับ เด็กแฝดสองคนนั่งเบาะหลังแกว่งขาไปมาอย่างร่าเริง “หม่าม้า~ วันนี้หม่าม้าแปลกจังเลย” ไซม่อนพูด “แปลกยังไงเหรอ?” ไซรัสขับรถพลางเหลือบมองผ่านกระจกหลัง “ก็ปกติหม่าม้าจะพูดเสียงหวาน ๆ นี่เสียงเหมือนป่ะป๊าเลย!” เซธพูดพลางหัวเราะ “งั้นเหรอ หม่าม้าอาจแค่คอแห้งน่ะ” ไซรัสหัวเราะตาม “หม่าม้าไม่สบายเหรอ?” ไซม่อนมองหน้าแม่ตัวเองนิ่ง ๆ พลางพูดเสียงแผ่วที่ทำเอาไซรัสใจอ่อนยวบอีกครั้ง “ไม่ค่ะ หม่าม้าสบายดี แค่วันนี้แปลกนิดหน่อย” “หรือหม่าม้ากำลังมีน้องให้พวกเรานะ?” เซธหันไปมองพี่ชายแล้วกระซิบ “หา?” ไซรัสแทบเบรกรถกะทันหัน “ใช่ไหมครับหม่าม้า! หม่าม้ามีน้องให้พวกเราใช่ไหม!” เด็กสองคนตาเป็นประกายทันที “ลูกอยากมีน้องเหรอ?” ไซรัสกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “อยากครับ! อยากได้เป็นน้องสาว น่ารัก ๆ แบบหม่าม้า!” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน “งั้นเหรอ... แบบนั้นอีกไม่นานลูก ๆ อาจจะสมหวังก็ได้นะ” ไซรัสหัวเราะลั่น “เย้!!!” เด็กทั้งคู่ร้องดีใจ เสียงหัวเราะของลูกดังไปทั่วรถ ในหัวไซรัสมีแต่ความอุ่นใจที่ไม่อาจอธิบายได้ แม้จะอยู่ในร่างของเธอ แต่หัวใจเขากลับเต้นแรงเพราะความรักในครอบครัว คืนนั้น ทั้งคู่ต่างล้มตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน เซเรน่าในร่างไซรัสพิงหัวเตียงถอนหายใจ “ฉันไม่อยากประชุมอีกแล้ว...” “ส่วนฉัน...ไม่อยากถูกพ่อเธอจ้องอีกเลย” ไซรัสในร่างของเธอหัวเราะ “ผ่านไปได้ยังไง?” “ก็...เกือบหลุดตอนธันวาถามว่าอยากกินของหวานไหม ฉันเกือบตอบว่าขอเหล้าแทน” “ดีนะที่นายยังมีสติ” เซเรน่าหัวเราะเสียงดัง “แล้วเธอล่ะ ทำยังไงกับการประชุม?” “ก็...พูดเรื่องความรักไปหน่อย พวกเขาประทับใจใหญ่เลย” “ฉันพูดเรื่องความรักในที่ประชุมเนี่ยนะ!?” ไซรัสถึงกับอ้าปากค้าง “ก็ฉันไม่รู้จะพูดอะไรดีนี่นา!” พวกเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะก้องในห้องจนแสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบใบหน้า ทั้งสองสบตากันแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง “แปลกดีนะ...” เซเรน่าพูดเสียงเบา “ถึงจะอยู่ในร่างของนาย แต่ฉันก็รู้สึกว่าหัวใจเรายังเหมือนเดิม” “เพราะหัวใจเรามันเป็นของกันและกันอยู่แล้ว” ไซรัสจับมือเธอไว้ คำพูดนั้นทำให้เธอยิ้มบาง ก่อนทั้งคู่จะหลับตาพร้อมกัน โดยที่ไม่ลืมกอดเจ้าป้อนแป้งทั้งสองที่กำลังหลับตาพริ้มบนเตียงกว้าง และไม่นานเสียงหายไปเข้าออกอย่างสม่ำเสมอที่ดังไปทั่วห้องนอน ในเช้าวันต่อมา เป็นวันที่ทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติ เซเรน่าลืมตาขึ้นแล้วรีบกรีดร้องอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงดีใจ จนไซรัสที่นอนข้าง ๆ ลืมตาทันที โชคดีที่เซธและไซม่อน โดนแม่บ้านพาไปทานข้าวด้านล่างก่อนแล้ว “ฉันกลับมาแล้ว!” “ขอบฉันพระเจ้า ฉันไม่ต้องใส่ชุดนอนผ้าซาตินอีกแล้ว...” “ไว้คราวหน้า ถ้าเราสลับร่างอีก ฉันจะให้นายลองไปคลอดลูกแทนดูไหมล่ะ” เธอหัวเราะจนแทบกลิ้ง “เอาสิ ถ้าทดแทนความเจ็บปวดของเธอได้ ฉันก็จะทำ” เขายิ้มบาง ๆ พลางหอมหัวภรรยาอย่างรักใคร่ “นายคลั่งรักเกินไปแล้ว ไม่เบื่อบ้างหรือไง” ว่างพลางลูบหัวเขาเบา ๆ “ไม่มีวันเบื่อเธอหรอก เพราะต่อให้เผาโลกทั้งใบเพื่อเธอกับลูก ๆ ฉันจะทำโดยไม่ลังเล” ไซรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่ากลับแฝงความอ่อนโดยในที พาให้หัวใจด้วงน้อย ๆ ของเซเรน่าสั่นไหว “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันกับลูก ๆ จะอยู่ข้างนายเสมอ” “เธอรู้หรือเปล่าว่าเซธกับไซม่อนอยากมีน้องสาว” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “มั่วแล้ว” “ความจริงที่รัก พวกเขามาอ้อนมื่อวาน เธอไม่สงสารลูก ๆ เหรอ” “ลูก ๆ หรือนายกันแน่” เธอบีบจมูกของเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว “อือ ฉันด้วย อยากทำให้เธอท้องป่องอีกแล้ว” “คนลามก!” ใบหน้าสวยแดงก่ำก่อนจะเบือนหนี “ลามกก็ผัวเธอนะที่รัก” เซเรน่าเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหัวเราะของทั้งคู่จะดังประสานกับเสียงนกร้องรับแสงอาทิตย์ยามเช้า ชีวิตที่วุ่นวายเมื่อวานกลายเป็นเพียงความทรงจำน่าขบขัน แต่กลับยิ่งตอกย้ำว่าความรักของพวกเขานั้นลึกซึ้งกว่าร่างกายใด ๆ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหน หัวใจของไซรัสและเซเรน่าก็ยังเป็นของกันและกันเสมอเสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา