เข้าสู่ระบบเป็นอีกวันที่แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านบางเบาเข้ามาบนเตียงกว้าง เซเรน่าขยับตัวช้า ๆ พลางกะพริบตาปรับแสง ดวงตาสีน้ำผึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ แต่ไม่นานนัก เสียงเอะอะวุ่นวายที่ดังมาจากชั้นล่างก็ทำให้เธอขมวดคิ้ว
“เสียงดังชะมัด” เธอบ่นอุบอิบเบา ๆ น้ำเสียงหวานแฝงความไม่พอใจ
เซเรน่าลุกจากเตียง เดินไปยังหน้ากระจก แสงแดดยามสายสะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้าสวยสง่า เธอสูดหายใจลึก พลางจัดผมให้เรียบร้อยก่อนเดินไปหยิบชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายมาใส่ พร้อมสวมรองเท้าแตะบ้านเงียบ ๆ แล้วเดินลงบันไดด้วยท่วงท่าสง่างาม
ทันทีที่ก้าวเท้าถึงโถงชั้นล่าง เสียงพูดคุยคึกคักที่ได้ยินจากห้องอาหารก็ชัดเจนขึ้น เสียงหัวเราะของหญิงสาวคนหนึ่งดังแทรกเสียงช้อนกระทบจาน และเสียงชื่นชมจากเหล่าสาวใช้ดังระงมไปทั่ว
“คุณกอหญ้าทำอาหารเก่งจริง ๆ เลยค่ะ กลิ่นหอมจนท้องร้องเลย”
“ใช่ค่ะ เมื่อก่อนห้องครัวไม่เคยครึกครื้นแบบนี้เลยนะคะ”
“แค่ขนมปังปิ้งธรรมดายังดูน่ากินมาก ๆ เลย”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่ ๆ ชมเกินไปแล้ว” กอหญ้ากล่าวอย่างถ่อมตน พร้อมรอยยิ้มสดใส
คำพูดสุดท้ายนั้นทำให้ริมฝีปากของเซเรน่ากระตุกขึ้นเล็กน้อย เธอหัวเราะในใจเบา ๆ พลางคิดในใจว่า
อา...นี่สินะ โลกของนางเอกในนิยาย ที่ทุกอย่างจะต้องส่องประกายไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตามจริง ๆ
เซเรน่าก้าวเข้าไปในห้องอาหารช้า ๆ ภาพแรกที่เห็นคือ กอหญ้า หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผิวขาวนวล มีรอยยิ้มละมุนละไมในชุดเรียบ ๆ แต่สะอาดตา กำลังยืนอยู่หน้ากระทะ พลางหัวเราะเบา ๆ เวลาสาวใช้ชื่นชม ส่วนที่โต๊ะอาหาร ภาคินนั่งอยู่ในชุดสูทสบาย ๆ ดวงตาคมทอดมองไปที่กอหญ้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่เธอไม่เคยเห็นจากเขาเลยสักครั้ง
โดยที่หนังสือพิมพ์ในมือเขาถูกพับวางไว้ข้าง ๆ ราวกับไม่มีค่าอีกต่อไป เพราะสายตาของเขามีแต่เธอคนนั้นเท่านั้น
ก็แน่ล่ะ…นางเอกของเรื่องทั้งที ใครจะไม่หลงได้ลง
เซเรน่าคิดในใจ พลางเดินช้า ๆ เข้าสู่พื้นที่ที่ทุกสายตาเริ่มหันมามอง ทันใดนั้นเสียงหัวเราะเงียบลงทันทีที่เท้าของเธอกระทบพื้นหินอ่อน
“คุณเซเรน่า…” สาวใช้คนหนึ่งพึมพำเบา ๆ พลางก้มหน้าอย่างหวาดกลัว
“ทำไมเงียบกันหมดล่ะคะ เมื่อกี้ยังสนุกกันอยู่เลย”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเธอดังขึ้น ไม่ใช่เสียงกรีดร้องโวยวายเหมือนเซเรน่าคนเดิมที่พวกเขาคุ้นเคย ในเวลาเดียวกันภาคินเงยหน้าขึ้นจากจานอาหาร ดวงตาคมเฉียบปรายมองเธอด้วยสายตาเย็นเฉียบ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“เธอตื่นแล้วเหรอ”
“ค่ะ เห็นบรรยากาศสดใสเช้านี้ ก็นึกว่าบ้านนี้มีงานเลี้ยงซะอีก”
เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ ขณะเดินตรงไปยังโต๊ะอาหารอีกฝั่ง แล้วนั่งลงอย่างสง่างาม แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าหัวเราะรับมุกนั้น แม้แต่กอหญ้าเองก็ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะรีบล้างมือและเดินมาหาเธอด้วยสีหน้ารื่นเริง
“สวัสดีค่ะคุณเซเรน่า เมื่อเช้าฉันลองทำขนมปังสูตรใหม่ เผื่อคุณอยากลองชิมดูนะคะ” เสียงของเธอนุ่มนวล ราวกับผืนผ้าไหมที่ไร้รอยขีดข่วน
แต่ก่อนที่กอหญ้าจะถึงตัว เซเรน่าขยับลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ จังหวะนั้นกอหญ้าสะดุดพรมหน้าครัว ร่างบอบบางเอนไปข้างหน้า เซเรน่าจึงเอี้ยวตัวหวังจะรับ แต่กลับเป็นเธอเองที่เกือบจะล้ม จึงต้องรีบถอยออกโดยอัตโนมัติ
ปึก!
เสียงกระแทกเบา ๆ เมื่อกอหญ้าทรุดลงกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากหัวเข่าขาวนวล รอยแดงนั้นดูโดดเด่นเสียจนสาวใช้หลายคนอุทานออกมาพร้อมกัน
“คุณกอหญ้า!”
เซเรน่ายังคงยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้ตกใจไม่ได้รู้สึกผิด เพียงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า แต่ไม่ทันที่เธอจะอธิบาย เสียงเข้มของใครบางคนก็ดังขึ้น
“เซเรน่า! เธอทำบ้าอะไร!”
เสียงของภาคินที่ลุกพรวดจากโต๊ะ สีหน้าเย็นชาแต่ดวงตาเต็มไปด้วยแรงกราดเกรี้ยว เขาก้าวอย่างรวดเร็วก่อนจะประคองร่างของกอหญ้าขึ้น
“ฉันไม่ได้ทำ เธอแค่สะดุดพรม--”
“อย่าแก้ตัว! เธอจะทำอะไรก็ได้ในบ้านนี้ แต่ห้ามแตะต้องเธอ!” เขาตะหวาดลั่นจนเหล่าสาวใช้สะดุ้งเฮือก แต่ไม่ใช่กับเซเรน่าที่ยืนถอนหายใจ
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำ” เธอยืนกรานเสียงแข็ง
“ฉันเห็นกับตา!” น้ำเสียงนั้นแข็งกร้าวจนคนรับใช้รอบข้างสะดุ้ง “เธอคิดไว้แล้ว คนอย่างเธอไม่เคยเปลี่ยนได้จริง ๆ ”
“ถ้านายเห็นว่าฉันผลักเธอ นายคงต้องไปตรวจสายตาแล้วล่ะ เพราะฉันไม่ได้ทำ”
“เซเรน่า!”
“คุณภาคิน...อย่าโทษคุณเซเรน่าเลยค่ะ ฉันเป็นคนเดินเข้าไปเอง ฉันซุ่มซ่าม—”
กอหญ้าพยายามพูดด้วยน้ำเสียงสั่น แต่เขากลับพูดขัดอย่างไม่ฟัง
“ไม่ต้องปกป้องเธอ ฉันรู้ว่านิสัยของเซเรน่าเป็นยังไงดี”
เขาเอ่ยเสียงเย็นก่อนที่ความเงียบก่อตัวขึ้นทันทีในห้องโถง เซเรน่ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น พลางจ้องมองภาพที่เขาก้มลงอุ้มกอหญ้าในท่าเจ้าสาวขึ้นจากพื้น เช่นเดียวกับสายตาของสาวใช้ทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจและแอบปลื้ม ภาพชายหนุ่มสูงสง่ากับหญิงสาวบอบบางในอ้อมแขน มันช่างเหมือนฉากรักในละครหลังข่าว
“อย่าคิดว่าฉันจะทนเห็นเธอรังแกกอหญ้าได้อีก”
ภาคินหันกลับมามองเซเรน่าอีกครั้ง ดวงตาแข็งกร้าว พูดจบ เขาก็เดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะรอฟังคำอธิบาย หลงเหลือเพียงเซเรน่าที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ท่ามกลางเสียงกระซิบซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัว
“เห็นไหม เธอผลักคุณกอหญ้าจริง ๆ ด้วย”
“คุณภาคินคงเบื่อแล้วจริง ๆ กับคนอย่างคุณเซเรน่าน่ะ…”
“แต่เมื่อก่อนคุณเซเรน่าไม่เคยโดนว่าต่อหน้าพวกเราแบบนี้เลยนะ”
เซเรน่าหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเหนื่อยหน่าย เธอไม่รู้สึกเจ็บปวด มีแต่ความเวทนาในความคิดของผู้คนรอบตัว
“พวกเธอพูดเสร็จแล้วใช่ไหม” เธอถามเรียบ ๆ พลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง
“…” สาวใช้ทุกคนรีบก้มหน้าเงียบสนิท
“ดี งั้นช่วยไปเอาไวน์แดงขวดที่ดีที่สุดมาให้ฉันหน่อยสิ ฉันคงต้องการอะไรเย็น ๆ มากลั้วคอเสียหน่อย”
น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความข่มขู่ มีแต่ความเหนือกว่าอย่างสงบ เยือกเย็น และห่างเหินจนทุกคนขนลุก เธอนั่งลงตรงเก้าอี้ที่เขาเพิ่งลุกไป จากนั้นยกแก้วไวน์ขึ้นช้า ๆ ก่อนพูดกับตัวเองเสียงเบา
“น่าสนุกดีนี่ โลกของนิยายที่ฉันมาอยู่ นางเอกก็ช่างแสนดีสมบทบาท พระเอกก็ช่างมองข้ามความจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
เมื่อสาวใช้คนนึงยื่นไวน์ให้ เซเรน่าก็จิบมันเบา ๆ ความขมฝาดของไวน์แดงแล่นผ่านลำคอ แต่แปลกเธอกลับรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด
“ปล่อยให้เขาต่อไป…อีกไม่นานนางเอกของเรื่องก็จะได้หัวใจของพระเอกตามบท”
“ส่วนฉันจะได้อิสระของฉันคืน และเปลี่ยนชะตากรรมอันเลวร้ายในบทสุดท้ายสักที”
เสียงคลื่นกระทบฝั่งค่อย ๆ พาหัวใจให้สงบ ลมทะเลอุ่น ๆ พัดผมยาวของเซเรน่าปลิวเบา ๆ เธอหันไปมองผู้ชายที่กำลังแบกลูกแฝดสองคนไว้บนไหล่คนละข้าง และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีไว้ให้แค่พวกเรา“ป่ะป๊า! ทะเลใหญ่จังเลย!”“หม่าม้าดูสิ! ปูเดินดุ๊กดิ๊กเลย!”เสียงหัวเราะของเซธและไซม่อนดังกล่อมหัวใจของเธอกว่าคลื่นทะเลเสียอีก ทำเอาอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเคยชิน“ที่รัก เธอยิ้มแบบนั้น ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่าจะพาลูกกลับห้อง แล้วเราสองคน---” ไซรัสยกยิ้มเจ้าเล่ห์“หยุดเลยค่ะ มาเที่ยวทะเลนะคะ ไม่ได้มาทำลูกเพิ่ม” เธอรีบจิ้มแก้มเขาเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดและการกระทำนั้น อยู่ในสายตาของลูกแฝดที่กำลังกะพริบตาปริบ ๆ“ทำลูกเพิ่มคืออะไรเหรอหม่าม้า?” เซธเอ่ยถามตาใส“คือการมีน้องไว้เล่นด้วยไงคะ” เซเรน่ายิ้มแห้ง พลางหันไปหยิกหลังไซรัสเบา ๆ ที่ดันเริ่มพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้าลูก ๆ “ป่ะป๊า! หนูอยากได้น้อง!!” ลูกทั้งสองคนตาเป็นประกาย“เห็นไหมครับ ที่รัก ลูกเห็นด้วยกับฉัน” ไซรัสหัวเราะดังลั่นเหมือนชนะสงครามทำเอาเซเรน่ารีบปิดหน้าตัวเองทันที เมื่อรู้ว่ากลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ราบคาบให้ตายสิ แล้วฉันจะสู้พวกเขาสา
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงแดดอุ่น ๆ สาดผ่านผ้าม่านบางในห้องนอนใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้จากแจกันข้างหัวเตียงลอยอ้อยอิ่งในอากาศ บรรยากาศดูสงบสุขราวกับทุกอย่างยังเหมือนเดิมจนกระทั่งเสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น“กรี๊ดดดดดด!!”ไซรัสสะดุ้งตื่นแทบจะหล่นจากเตียง เขาหันไปตามต้นเสียงที่กรีดร้องปลุกเขาให้ตื่นเมื่อครู่ นัยน์ตาคมสีน้ำทะเลเบิกตากว้างราวกับเห็นผีหลังจากที่เห็นร่างของตัวเองนั่งค้างอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง“ทำไมฉันถึงเห็นตัวเองนั่งตรงนั้น!” ไซรัสร้องออกมาเสียงหวานที่คุ้นเคยทำเขาหยุดชะงัก“ทำไมเสียงฉันมัน เดี๋ยวสิ”ไซรัสก้มมองเรือนร่างของตัวเองพบว่าเขาสวมชุดนอนผ้าซาตินสีครีม ก่อนจะหน้าเหวอ “เดี๋ยวนะ นี่มัน...ร่างของเธอเหรอ เซเรน่า?”“ใช่ พวกเราสลับร่างกัน” เซเรน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเพราะตอนนี้เธออยู่ในร่างของไซรัสมันเลยทำให้ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปหมด แต่ไซรัสที่อยู่ในร่างเซเรน่ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาย่างกายเดินเข้าไปหาภรรยาก่อนจะโอบกอดเธอแผ่วเบาและพูดปลอมประโลม“ได้ยังไง บ้าน่า”“ไม่ต้องกลัวเซเรน่า ฉันจะหาทางทำให้เราสลับร่างกลับไปได้แน่นอน”ไซรัสยืนปลอบใจภรรยาที่ตื่นกลัวอยู
หลายวันต่อมาบ้านพักตากอากาศริมทะเลขนาดกลางตั้งอยู่บนเนินทรายต่ำ ล้อมรอบด้วยต้นมะพร้าวและเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะอันคุ้นหู ลมทะเลยามบ่ายพัดกลิ่นเค็มจาง ๆ ปะปนกลิ่นดอกลีลาวดีที่ปลิวจากสวนหน้าบ้าน ที่นี่เป็นบ้านตากอากาศริมทะเลบนเกาะส่วนตัวที่พวกเขาเคยมาด้วยกันในทุกปีแต่สำหรับไซรัสแล้วทุกอย่างกลับดูแปลกใหม่ เขามองภาพครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง ภาพถ่ายที่เขาอุ้มลูกฝาแฝดและหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าความทรงจำนั้นกลับกลายเป็นเพียงภาพเบลอในใจ“ที่นี่ดู...อบอุ่นดีจัง” เขาพูดเบา ๆ ขณะเดินช้า ๆ ไปตามโถงทางเดินเซเรน่ามองตามแผ่นหลังของเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “คุณเคยชอบที่นี่มากค่ะ ทุกเช้าคุณจะตื่นก่อนใครเพื่อลงมาทำอาหารให้ฉันและเด็ก ๆ”“จริงเหรอ...” เขายิ้มบาง ๆ “อืม...ไม่รู้สิ ผมไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะมีฝีมือด้านการทำอาหาร”เซเรน่าหัวเราะเบา ๆ “แต่เด็ก ๆ ชอบฝีมือการทำอาหารของคุณนะคะ”“เซเรน่า....คือผมมีคำถามหนึ่งครับ”“อะไรเหรอคะ?”“ผมดีกับคุณและลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ” “คะ?”“คือ...ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูดนะครับ เพียงแต่เมื่อวานในหัวของผมก็มีความทรงจำไม่ดีโผล่ขึ้นมา ผมในต
แสงแดดอ่อนสีทองลอดผ่านม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยส่วนตัว กลิ่นยาผสมกลิ่นสะอาดของผ้าปูเตียงใหม่ลอยอยู่ในอากาศ เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พื้นที่เงียบสงบนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มบนเตียงที่เพิ่งฟื้นจากความมืดมิดยาวนานไซรัสขยับเปลือกตาอย่างเชื่องช้าดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลลืมขึ้น สายตาเขายังพร่าเลือนอยู่แต่ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียง มือเล็กของเธอกุมมือเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปเขาจะหายลับจากโลกนี้อีกครั้งแววตาของเธอแดงช้ำ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาขยับตัว เธอเรียกชื่อเขาด้วยเสียงเบาเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกลัวในเวลาเดียวกัน“ไซรัส... คุณตื่นแล้ว...” เสียงนั้นสั่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งชายหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ พยายามรวบรวมความทรงจำ แต่ในหัวกลับว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่แน่นอยู่ในอก เหมือนเขาควรจะรู้จักเธอ เหมือนเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต แต่เขากลับจำไม่ได้เลย“ผม...” เขาขมวดคิ้ว มือที่ถูกเธอกุมไว้เริ่มขยับเล็กน้อย “คุณ...เป็นใคร....แล้วทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่”คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดผ
ห้าวันต่อมาเมื่อเข้าเขตเมืองอาร์เทน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังมาจากทิศเหนือ ไซรัสหยุดเดินหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นดู“เป็นรถหุ้มเกราะ...มีสัญลักษณ์ของกองทัพ”ไม่นานรถคันนั้นก็หยุดลงตรงหน้า ชายในชุดทหารสามคนลงมาคนหนึ่งถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มและแววตาที่คุ้นเคย“ผู้พันไซรัสจริง ๆ ด้วย!”ไซรัสเบิกตากว้าง “ศรัน!”ศรันยิ้มกว้าง รีบเดินเข้ามากอดเขาแน่น “ผมคิดว่าท่านตายไปแล้ว!”“ฉันไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก” ไซรัสหัวเราะก่อนจะหันไปมองเซเรน่า “เซเรน่านี่ศรันครับ เขาเป็นทหารที่คุ้มกันศูนย์อพยพ ส่วนนี่เซเรนะ....”ศรันมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น “สวัสดีครับดีครับคุณเซเรน่า ผมได้ยินชื่อมานานแล้วไม่คิดเลยว่าตัวจริงจะสวยขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ผู้พันจะหลบหนีจากศูยน์อพยพแล้วไปช่วยคุณที่นั่น”“คะ?”“อะ...อ้าว...ผู้พันอย่าบอกนะว่าไม่ได้บอกเธอ” ศรันหันไปถามไซรัสที่ตอนนี้กำลังยืนมองเขาอย่างคาดโทษ ไซรัสภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเพราะตอนนี้ความจริงที่เขาหลบหนีออกจากศูนย์อพยพเพื่อไปช่วยหญิงสาวที่ตนแอบรักมาตลอดหลายปีกำลังถูกเปิดเผย“ไซรัส....ที่คุณศรันพูดหมายความว่ายังไง”“เซเรน่าเรื่องนี้พวกเราค่อยคุยกันทีหลังดีไ
ไซรัสมอบต่ำใช้รถที่จอดอยู่บนถนนเป็นที่กำบัง เขาจับปืนไรเฟิลที่สะพายไว้บนหลังขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเล็งจุดตายที่หัวของซอมบี้เซเรน่าไม่ยืนมองเหตุการณ์จากอีกฝั่งหนึ่งของถนนหัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของซอมบี้ก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทีละตัว “เรียบร้อยแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ“คุณ...ไม่เป็นไรใช่ไหม?”“ผมไม่เป็นอะไร”เซเรน่ามองเขาอย่างตะลึงทั้งความกลัวและความชื่นชมปะปนกันอยู่ในใจ “คุณเป็นใครกันแน่…คือฉันสังเกตว่าปืนที่คุณมีกับฝีมือการยิงของคุณมัน....ดูไม่ธรรมดา”เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ “ฉันทหารหน่วยพิเศษ”เธอเบิกตากว้าง “จริงเหรอ?”“อืม...แต่ว่าตอนนี้พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว”เซเรน่ามองแผ่นหลังของไซรัสที่กำลังเดินนำไป แม้จะมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับตัวตนของเขาแต่สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะความคิดสงสัยนั้นไป...ระหว่างวันทั้งคู่เดินข้ามสะพานที่มีรถหลายสิบคันจอดทิ้งไว้ เสียงน้ำจากแม่น้ำด้านล่างดังคลื่นซัด เสียงฝีเท้าทั้งสองสะท้อนก้องไปทั่วสะพานเมื่อมาถึงอีกฟากหนึ่งก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว พวกเขาจึงเลือกหยุดพักค้างคืนในร้านอาหารร้างที่มีประตูปิดแน่นหนา


![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


