تسجيل الدخولหลังจากนั้นมาหนุ่มสาวทั้งคู่ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดเผย วันหนึ่งเสิ่นหร่งเจียจึงพาลู่หว่านถิงออกไปเที่ยวชมธรรมชาติแถบชานเมือง บรรยากาศยามบ่ายคล้อยเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ลมขุนเขาพัดโชยมาอ่อน ๆ พาเอาผืนป่าและทุ่งดอกไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์เอนลู่ไปตามแรงลม เสียงลำธารสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านโขดหินด
หลังจากพายุร้ายพัดผ่านพ้นไป ความสงบเงียบแสนอบอุ่นก็กลับคืนสู่จวนเสนาบดีลู่อีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ เงาร่างสูงใหญ่ของเสิ่นหร่งเจีย ที่บัดนี้เข้าออกจวนเสนาบดีลู่เพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของคนในครอบครัวลู่หว่านถิงอย่างเปิดเผยและเต็มใจอย่างยิ่ง ชายหนุ่มมักจะหิ้วขนมที่นางชอบมาฝาก คอ
ท้องฟ้าเหนือจวนเสนาบดีลู่ยามนี้ดูขุ่นมัวราวกับจะเกิดพายุใหญ่ เสิ่นหร่งเจียก้าวย่างผ่านประตูใหญ่เข้ามาด้วยแววตาที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว ในมือของเขาถือกล่องขนมเปี๊ยะที่ซื้อมาใหม่แทนที่กล่องเดิมซึ่งถูกส่งไปตรวจสอบพิษในกองปราบหลวงเรียบร้อยแล้ว เขามุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ ที่ซึ่งใต้เท้าลู่และลู่หว่านถิงนั่งหาร
"เจ้ากำลังจะนำขนมนี้ไปให้ใคร" "ข้าเพียงแค่มาซื้อขนมไปกินเองขอรับ" ชายผู้นั้นโป้ปดเสียงสั่น เขาชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายเงินวาววับสะท้อนเข้าตาของชายหนุ่มจนตัวสั่น เสิ่นหร่งเจียโน้มตัวลงมา สายตาคู่นั้นไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย "กองปราบหลวงมีวิธีง้างปากคนอยู่ร้อยวิธี โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับผู้ต้องข
บริเวณท้ายจวนเสนาบดีลู่ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดไร้ผู้คน มีเพียงเสียงจักจั่นร้องระงมชวนให้รู้สึกอึดอัด ลู่ซือฉิงในชุดรุ่มร่ามแอบมายืนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับบานประตูเล็กท้ายจวน นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระวนกระวายพลางชะเง้อคอมองลอดช่องไม้เป็นระยะ ๆ ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งก็ดังขึ้นตามน
‘ควบคุมข้า หลอกใช้ข้าอย่างนั้นรึ’ เสิ่นหร่งเจียขบฟันกรอดจนเกิดเสียงดัง จิตใจของสตรีผู้นี้ช่างต่ำช้าและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ในความโกรธแค้นนั้น หัวใจของเสิ่นหร่งเจียพลันบังเกิดความฉงนและสงสัยอย่างลึกล้ำ เขารู้เพียงแค่นางมาขอยาเบื่อหนูจากสหาย และป่าวประกาศว่าจะหลอกใช้เขา แต่ตัวเขาในหาได้ล่วงรู้ถึง







