LOGINแม้ฉินเส่าถิงจะเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย แต่เขาก็รีบพุ่งตัวมาบังตรงหน้าเสิ่นเหนียนซีส่วนหรงฉือก็พุ่งตัวขึ้นไปด้วยความรวดเร็วเหมือนลูกศร จากนั้นก็ดึงเสิ่นเหนียนซีมาไว้ในอ้อมกอด “เพียะ!”แรงตบที่รุนแรงปะทะใบหน้าฉินเส่าถิงทันใดนั้นเลือดกำเดาของเขาก็ไหลออกมา กอปรกับที่เขาโดนตีไปเกือบสองร้อยที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาขบกรามส่งเสียงขู่“ห้ามแตะต้องเธอ!”ทันใดนั้นเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้น ภายในงานจัดเลี้ยงเกิดความโกลาหลขึ้นทันที ยังดีที่มีคนติดต่อโรงพยาบาลเอาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นรถพยาบาลจึงมาถึงด้วยความรวดเร็ว ฉินเทียนเฉิงเดินตามขึ้นรถพยาบาลไป แต่ตอนที่เขาหันมองเสิ่นเหนียนซี สายตากลับเต็มไปด้วยความมาดร้ายเสิ่นเหนียนซียังอยู่ในสภาวะตื่นตระหนก หรงฉือจับมือแล้วพาเธอกลับไปที่รถ เขาบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ไม่เป็นไรนะ เหนียนเหนียน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ พวกเรากลับกันเถอะ” เสิ่นเหนียนซีถอนหายใจออกมา แล้วพยักหน้าออกมาทั้งที่ยังไม่หายตกใจแต่หลังจากผ่านไปสักพัก ทันใดนั้นมือถือของเสิ่นเหนียนซีก็ดังขึ้น โดยคนที่โทรมาคือผู้ช่วยของฉินเส่าถิง“คุณเสิ่นครับ ประธานฉินอย
ในที่สุดครั้งนี้เสิ่นเหนียนซีก็สามารถยืนท่ามกลางแสงไฟอย่างสง่าผ่าเผย ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนสายตาคนอื่น ไม่ต้องอดทนต่อสายตาเย็นชาและคำพูดเหน็บแนมของคนตระกูลฉิน ฉินเส่าถิงก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังสถานะของเธอมีหลายครั้งที่เธอไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงของตระกูลฉินด้วยซ้ำ แม้จะเป็นวันเกิดของฉินเส่าถิงก็ตาม เธอก็ทำได้เพียงมองเขาจับมือไป๋อิงตัดเค้กอวยพรวันเกิด ตอนที่เธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับฉินเส่าถิงก็ยังต้องสังเกตสีหน้าของคนตระกูลฉิน ต้องระมัดระวังตัว เหมือนหัวขโมยที่ฉกฉวยความรักของผู้อื่น แต่ตอนนี้เธอเดินเข้ามาบนพรมแดง ชุดราตรีราคาแพงพริ้วไหวท่ามกลางแสงดาว สร้อยคอไข่มุกเปล่งประกายอยู่บนลำคอระหงของเธอ ตอนนี้เหมือนเธอได้เกิดใหม่ เหมือนได้เป็นสตรีสูงศักดิ์ที่แท้จริงเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่าคนดังในงานเลี้ยง เธอก็ยกมือขึ้นกล่าวทักทายอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ เธอไม่จำเป็นต้องหลบอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป ตอนนี้เธอมีแสงสว่างเป็นของตัวเองแล้ว “ผู้หญิงคนนั้นคือใครน่ะ? เธอสวยมาก!”“นี่เธอไม่รู้จักเหรอ? เธอคือภรรยาของประธานฉิน ฉินเส่าถิง แต่ก่อนหน้านี้เธอถูกปิดบังตัวตนมานาน ได้ยินมาว่าภูมิหล
เสิ่นเหนียนซีชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับไปมอง จากนั้นก็ตบหน้าเขาอย่างแรงท่ามกลางสายตาของทุกคนเธอมองหน้าเขาด้วยสายตาสงบนิ่ง ทว่าในแววตากลับแฝงไปด้วยความรังเกียจ“นายแค่ปล่อยทรัพย์สินของตระกูลฉินไม่ได้ อย่าโยนความผิดให้คนอื่นเลย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่นายเลือกเอง”“อย่าลืมสิว่านายเป็นคนเซ็นสัญญานั้นด้วยตัวเอง!”ทันใดนั้นทั่วบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบ ฉินเส่าถิงชะงักค้างอยู่กับที่ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเสิ่นเหนียนซีเปิดเผยความคิดอันเห็นแก่ตัวที่สุดของเขาออกมาเขาต้องการทั้งอำนาจของตระกูลฉินและความรักจากเสิ่นเหนียนซีแต่จนถึงตอนนี้ เขากลับต้องสูญเสียทั้งสองอย่างไปช่างน่าขันเสียจริง“แชะ!”เสียงชัตเตอร์ของนักข่าวทำลายความเงียบขึ้นในทันที ทุกคนส่งเสียงฮือฮา สำนักข่าวหลายสำนักพุ่งตัวเข้ามาด้านหน้าเพื่อซักถามฉินเส่าถิงอย่างต่อเนื่อง“ประธานฉินคะ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่าคะ?”“คุณกับตระกูลฉินได้ทำข้อตกลงอะไรกันไว้เหรอครับ?”“หรือว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ก็เป็นเพียงการแสดงของพวกคุณเหมือนกัน? เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของพวกคุณ หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อปั่นราคาหุ้น?”ฉิน
เมื่อเห็นการรายงานข่าวที่เกินจริงของสื่อบันเทิง ใบหน้าของฉินเส่าถิงก็มืดคล้ำลงแต่เขากลับคิดได้ว่า ยิ่งข่าวถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างเท่าไรยิ่งดียิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไร การโต้กลับของเขาก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ไอ้พวกตาแก่เฮงซวยจะได้ไม่มีที่ให้ยืนอีกต่อไปเขาถูกควบคุมและข่มขู่มานานพอแล้วตอนนี้ถึงเวลาลงมือเสียทีในขณะเดียวกัน เสิ่นเหนียนซีก็เห็นข่าวทั้งหมดเช่นเดียวกันเธอกำลังจัดเตรียมเอกสารอย่างเงียบ ๆ ปลายนิ้วหยุดค้างอยู่บนหน้าข่าว ก่อนจะเลื่อนผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจตอนนั้นเอง เพื่อนร่วมงานก็ตะโกนเรียกเธอให้ไปพบท่านประธานที่ห้องทำงานเธอผลักประตูเข้าไปหรงฉือกำลังเอนตัวพิงเก้าอี้ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุด กระดูกข้อนิ้วเด่นชัด ข้อมือสวมนาฬิกาโลหะที่สะท้อนแสงแวววาว ดูทั้งเย็นชาและหรูหราสายลมจากหน้าต่างพัดผ่าน ทำให้เสื้อของเขาปลิวไสว เขาหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ราวกับรูปสลักที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตความงดงามของเขาช่างน่าทึ่งเหลือเกินตอนที่อยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หรงฉือก็เป็นเด็กที่หน้าตาดีที่สุดตอนนี้เมื่อเขาเติบโตขึ้น ความงดงามนั้นก็ยังคงทำให้ผู้คนตกตะลึง เพียง
เนื่องจากการจงใจปิดบังของหรงฉือ ฉินเส่าถิงจึงไม่รู้ว่าเสิ่นเหนียนซีอยู่ที่ไหนเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินทางไปที่บริษัทของตระกูลหรงเขาสวมสูทผูกเนกไท ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแดดร้อนจัดเป็นเวลานานถึงสามชั่วโมงด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นของเขา จึงกลายเป็นจุดสนใจของพนักงานจำนวนมาก พวกเขาต่างพากันมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อคาดเดาความคิดของผู้นำตระกูลฉิน“นั่นมันฉินเส่าถิง นายน้อยตระกูลฉินไม่ใช่เหรอ? เขามาที่บริษัทของพวกเราทำไม? หรือว่าจะมาตามจีบใคร?”“ไร้สาระ คู่หมั้นของคุณผู้ชายตระกูลฉินคือลูกสาวตระกูลไป๋ พวกเราเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เกรงว่าเขาน่าจะมาเจรจาธุรกิจกับประธานหรงมากกว่า”“เจรจาธุรกิจที่ไหนถึงต้องถือกุหลาบช่อใหญ่มารออยู่ใต้ตึก? บ้าไปแล้วหรือเปล่า!”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเหนียนซีที่กำลังถือเอกสารอยู่ก็มองไปยังฉินเส่าถิงที่ยืนตากแดดอยู่ด้านล่างอย่างเงียบ ๆเพื่อเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เธอจึงเข้ามาทำงานที่บริษัทของหรงฉือและเพิ่งทำได้ไม่นานแต่เพราะเรื่องของฉินเส่าถิง ทำให้เธอต้องถูกคนจำนวนมากกลั่นแกล้งดังนั้นเธอจึงต้องแต่งหน้าจัดแล
ฉินเส่าถิงเบิกตากว้างขึ้น เขากำลังสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่าเขาขยี้ตาตัวเองทันที ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเสิ่นเหนียนซีจริง ๆถ้าอย่างนั้น... คนที่หรงฉือรักก็คือเสิ่นเหนียนซีสินะ“เหนียนเหนียน เธอมาที่นี่ได้ยังไง? เธอควรจะอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ?”คิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเหนียนซีจะไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวของฉินเส่าถิงแม้แต่น้อยสายตาของเธอเย็นชา ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ขอบคุณประธานฉินที่ไม่ฆ่าฉันให้ตายในคฤหาสน์ตระกูลฉิน แต่ที่ฉันยังไม่ตายแบบนี้ก็คงทำให้นายไม่พอใจสินะ”สายตาของฉินเส่าถิงเต็มไปด้วยความมึนงง เขาไม่เข้าใจคำพูดของเสิ่นเหนียนซีเลยแม้แต่น้อยเธอจะตายในคฤหาสน์ตระกูลฉินได้ยังไง?เธอคือคนที่สำคัญที่สุดของเขานะ“เหนียนเหนียน เธอกำลังพูดอะไรน่ะ? ฉันไม่เข้าใจ มานี่ กลับไปกับฉัน”แต่สิ่งที่เขาคาดคิดกลับไม่เกิดขึ้นเสิ่นเหนียนซีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่แค่เขาง้อเธอแล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเธอกลับเดินถอยหลังไปหลายก้าวการกระทำของเธอทำให้ฉินเส่าถิงรู้สึกเจ็บแปลบในใจ“เหนียนเหนียน นี่เธอหมายความว่ายังไง?”เสิ่นเหนียนซีก้มหน้าลง ก่







