LOGIN"พี่สาวซู พี่สาวซู"
เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้นที่นอกบ้าน เมื่อซูหย่าฉินและเด็กทั้งสองออกมาเปิดประตูก็พบว่าคือ หม่ากั๋วหมิง บุตรชายของจางเสวี่ยนอิง ป้ารองของเธอนั่นเอง
"อาหมิง มีเรื่องอะไรหรือ"
ชายหนุ่มวัยสิบแปดปีเม้มริมฝีปากบางด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่า
"อาหมิง นายทำอะไรรีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า"
"ก่อนหน้านี้เป็นผมที่เข้าใจผิด คิดว่าพี่... ผมขอโทษครับ บุญคุณครั้งนี้ผมจะไม่ลืมแน่นอน"
ดูแล้วคนตรงหน้าคงจะรู้เรื่องที่เธอให้เงินสามสิบหยวนแก่จางเสวี่ยนอิง เขาจึงได้มาขออภัยถึงหน้าบ้านเช่นนี้ ทว่าเรื่องนี้หากกล่าวกันตามจริงแล้วล้วนเป็นเจ้าของร่างเดิมที่ติดค้างพวกเขา เธอในฐานะตัวแทนที่มาใช้ร่างนี้ต่อจากเจ้าของร่างเดิม ชดใช้คืนให้ก็นับว่าสมเหตุสมผล จะถือเป็นบุญคุณได้อย่างไรกัน เพียงแต่โลกใบนี้อยู่ยาก มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู ให้อีกฝ่า
"ฉันเตรียมมาแล้ว พวกเราไปกันวันนี้เลยได้ไหม"หม่าเสวี่ยนจิ้งส่งแบบเสื้อผ้ามาให้เธอตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน เพื่อป้องกันปัญหาการลอกเลียนแบบในอนาคต เธอจึงจำเป็นต้องไปจดลิขสิทธิ์แบบชุดเหล่านี้เอาไว้ หลังจากเดินเรื่องอยู่ครึ่งวัน แบบร่างทั้งสามสิบชุดของหม่าเสวี่ยนจิ้งก็จัดการจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยทัังหมด ซูหย่าฉินที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันกลับเข้าบ้านมาก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างอ่อนแรงในทันทีหลายวันมานี้ ทุกเช้าเธอต้องออกไปซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน ทุกสามวันไปส่งสมุนไพร ทุกเจ็ดวันยังต้องไปส่งผักป่า แม้สิ่งเหล่านี้จะทำให้ตัวเลขยอดเงินในบัญชีของเธอเพิ่มขึ้นมาหลายหมื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เหนื่อยมากจริงๆ"แม่เหนื่อยมากไหมคะ หยาหยานวดให้นะคะ""น้ำครับ"สองเด็กเห็นท่าทางอ่อนล้าของคนเป็นแม่ ก็รีบเข้ามาดูแลเอาใจใส่ ทำให้ซูหย่าฉินหายจากอาการเหนื่อยล้าและรู้สึกอบอุ่น มีพลังอย่างบอกไม่ถูกหรือว่านี่จะเป็นสัญชาตญาณของการเป็นแม่คนกันนะ"เด็กดีของแม่ มาให้แม่กอดเติมพลังสักหน่อย"กอดเติมพลัง ก่อนหน้านี้สองเด็กน้อยไม่ค่อยเข้าใจคำนี้สักเท่าไหร่ แต่มาถึงตอนนี้กลับรู้ได้ในทันที ว่า กอดเติมพลัง ของแม่คือต้
หลังจากพูดคุยเรื่องการจดสิทธิบัตรก่อตั้งบริษัทกับสวีเจิ้งชุนเสร็จ ซูหย่าฉินก็กลับบ้านพร้อมข้าวของเครื่องใช้อีกเล็กน้อย เพียงแต่สิ่งของเล็กน้อยสำหรับเธอกลับเป็นของที่สิ้นเปลืองสำหรับคนอื่น ยังไม่ทันขนของจากรถขนส่งเสียงของผู้คนก็ดังขึ้น"ใครบางคนมาจากบ้านนอก ไม่เคยเห็นของดีๆ เจออะไรก็ซื้อมาหมด สงสารก็แต่ผู้กองเซียวหลายปีมานี้ทำภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมากมาย สุดท้ายกลับถูกคนละโมบไม่รู้จักใช้เงินนำมาสิ้นเปลืองเสียหมด"ซูหยาฉินได้ยินคนพูดวิจารณ์การกระทำของตนก็ยกแขนสองข้างขึ้นกอดอก หมุนตัวก้าวเท้าเตรียมเข้าไปปะทะ ทว่าเมื่อหันมาเห็นเซียวอี้เหยากำมือเล็กแน่น สายตาคมแข็งกร้าวราวกับจะสังหารคนได้เพียงขยับตัว ซูหย่าฉินก็รีบจับแขนเล็กของเขาแล้วพาเข้าบ้านในทันทีพื้นฐานนิสัยตัวร้ายที่ถูกกำหนดนี้ของเขา ช่างง่ายต่อการกระตุ้นจริงๆ"เหยาเหยา นี่ลูกกำลังจะทำอะไร""คนพวกนั้นพูดจาใส่ร้ายแม่ ผมจะไปสั่งสอนมัน""ลูกตัวแค่นี้จะไปสู้คนตัวโตได้อย่างไร""สู้ตรงๆ ไม่ได้ก็ต้องสู้แบบอ้อมๆ"เห็นท่าทางจริงจังพร้อมตีคนของเขาแบบนี้ซูหย่าฉินก็ตระหนักได้ว่าบางทีนี่อาจไม่ใช่เพราะนิสัยที่ถูกกำหนด แต่อาจเกิดจากการกระทำของเธ
"โชคดีที่ผู้กองเซียวไม่อยู่ในค่าย ไม่อย่างนั้นแม้แต่สถานะทหารของลู่หมิงซางก็อาจถูกปลดไปด้วย""ไม่แปลกใจเลยที่ลู่หมิงซางรีบหย่าภรรยา และไล่ลูกชายออกไปจากค่ายในทันที"เสียงของครอบครัวนายทหารในค่ายกล่าววิพากษ์วิจารณ์กันไม่เบานัก ทำให้ซูหย่าฉินที่แม้จะไม่สนใจอยากจะรับรู้ก็ได้รู้โดยละเอียด ซิ่วจื่อฮั่วที่มาช่วยจัดบ้านจึงรีบเข้ามาแก้ตัวแทนคนที่ไม่อยู่"น้องสะใภ้ซูอย่าได้เข้าใจผิด ผู้กองเซียวก็แค่เป็นคนซื่อตรงและเด็ดขาดก็เท่านั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คนพวกนั้นพูดกันเลย"ซื่อตรงและเด็ดขาด หากคนแบบเขาเรียกซื่อตรงในโลกนี้ก็คงไม่มีใครใจคดอีกแล้ว "สามีของฉันเป็นคนยังไงฉันย่อมรู้ดี พี่สะใภ้ซิ่วไม่ต้องกังวลนะคะ นี่ก็ใกล้ได้เวลาอาจื่อกลับจากโรงเรียนแล้วพี่ไปรอรับเธอเถอะค่ะ""จริงด้วย อย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปรับอาจื่อก่อน แล้วจะมาช่วยเธอจัดบ้านต่อนะ""ค่ะ"เมื่อซิ่วจื่อฮั่วจากไปซูหย่าฉินก็เข้าไปในห้องครัวอาศัยที่เด็กๆ กำลังจัดห้องนอนเข้าไปในมิติเก็บผักและไข่ไก่ออกมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มทำอาหารเย็น รอจนซิ่วจื่อฮั่วกลับมาอาหารเย็นสี่อย่างก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ"น้องสะใภ้ซู นี่เธอทำเองทั้งหมดเลยหรือ""วันนี
"อาหารเสร็จแล้ว อาจื่อ เหยาเหยา หยาหยา ล้างมือแล้วมากินข้าวเร็ว"เพราะถึงเวลาของมื้อเย็นแล้ว ซูหย่าฉินจึงจัดอาหารหนึ่งชุดให้เด็กทั้งสามคนได้กินก่อน ในขณะที่เธอและซิ่วจื่อฮั่ว รอการกลับมาของฮั่วโม่เฉิน "แม่คะ น่องไก่นี้อาจื่อเก็บไว้ให้พ่อได้ไหมคะ"ฮั่วโม่จื่อเดินมาหาคนเป็นแม่แล้วเอ่ยบอก สร้างความประทับใจให้ซูหย่าฉินไม่น้อย ผู้ใหญ่จะดีหรือไม่ย่อมสะท้อนผ่านตัวลูกหลาน เช่นเดียวกับลูกหลานจะเลวหรือร้ายย่อมขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูอบรมของคนดูแล"อาจื่อไม่ต้องกังวล ส่วนของพ่อแม่เก็บไว้แล้ว ลูกกินให้มากๆ นะ"ซิ่วจื่อฮั่วบอกลูกสาวเสียงอ่อนโยน เด็กหญิงได้ยินว่ามีส่วนของคนเป็นพ่อแล้วจึงยอมกินน่องไก่ในชามของตนเอง ซูหย่าฉินมองแล้วก็อดที่จะเอ่ยชื่นชมออกมาไม่ได้"อาจื่อช่างเป็นเด็กดีจริงๆ อายุแค่นี้ก็่รู้จักกตัญญูแล้ว""แม่กินน่องไก่ไหมคะ หยาหยาเป็นเด็กดีแบ่งให้แม่เหมือนกันค่ะ"เซียวอี้หยาได้ยินแม่เอ่ยชมพี่สาวจื่อก็รีบคีบน่องไก่ในชามตนเองส่งให้มารดา พร้อมกับเอ่ยเสียงออดอ้อน จนซูหย่าฉินอดที่จะบีบแก้มนุ่มที่เริ่มมีน้ำมีนวลราวกับซาลาเปาขาวของเซียวอี้หยาเบาๆไม่ได้ เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ในทันทีไม่น
เพราะฮั่วโม่เฉินต้องไปรายงานตัวเพื่อทำเรื่องโยกย้ายหน้าที่ ซิ่วจื่อฮั่วและซูหย่าฉินจึงพาเด็กๆ กลับมาที่บ้านพักก่อน "เรื่องในวันนี้ต้องขอบคุณเธอมากนะ หากไม่ได้เธอช่วยออกหน้าเกรงว่า..."ซิ่วจื่อฮั่วเม้มริมฝีปากแน่นกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ในอก พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เพราะสามีเป็นเพียงนายทหารชั้นผู้น้อย อีกทั้งฐานะทางบ้านเดิมของเธอก็ไม่ค่อยดีนัก จึงทำให้ถูกบรรดาสะใภ้ในกองทัพ และทหารด้วยกันเอาเปรียบรังแกอยู่บ่อยๆ แม้แต่บุตรสาวที่ร่างกายไม่แข็งแรงก็ยังถูกกลั่นแกล้งไปด้วย"พี่สะใภ้ไม่ต้องคิดมากนะคะ วันนี้คุณฮั่วได้ตำแหน่งใหม่พวกเรามาทำอาหารรอต้อนรับเขาดีไหมคะ""ดีๆ อย่างนั้นฉันออกไปซื้อของก่อนนะ"แม้ว่าเงินในบ้านจะมีไม่มาก แต่สามีได้รับการคัดเลือกโยกย้ายหน้าที่ทั้งทีย่อมต้องทำอาหารเลี้ยงเขาสักหน่อย ทว่ายามที่ซิ่วจื่อฮั่วกำลังจะเดินเข้าไปหยิบเงินไม่ถึงสิบหยวนในบ้านซูหย่าฉินกลับรั้งตัวเธอเอาไว้เสียก่อน"เมื่อเช้าฉันซื้อของมาตั้งใจว่าจะมาทำอาหารเย็นกินที่บ้าน แต่ว่าห้องครัวที่ว่างเปล่าแบบนั้นคงทำอะไรไม่ได้ พอดีเลยฉันขอยืมครัวพี่สักหน่อยนะคะ""แต่ว่า...""หากพี่ไม่ให้
เพราะการตบตีนี้เกิดขึ้นที่ด้านหน้าสำนักงานของผู้พันหลี่ ไม่นานนักเขาก็เดินออกมาพร้อมกับตะโกนเสียงดังหนักแน่น"หยุดนะ!"ซูหย่าฉินปรายตามองเห็นคนกำลังเดินออกมาจากประตูก็แสร้งจับตัวคนใต้ร่างพลิกขึ้นนั่งคร่อมบนตัวเธอแทน เปลี่ยนสถานการณ์ได้เปรียบเป็นเสียเปรียบ ทำให้ภาพที่หลี่กังเห็นนั้นผิดไปจากก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน อวี้ซีเหวินกระหยิ่มยิ้มอย่างได้ใจ เดิมทีคิดว่าตนเองกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบง้างมือขึ้นหมายตบคนใต้ร่าง ทว่าฝ่ามือยังไม่ทันสัมผัสถูกใบหน้าของอีกฝ่าย ข้อมือก็ถูกจับยึด ตัวคนถูกกระชาก ถอยหลังห่างออกมา ในขณะที่ซูหย่าฉินก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเช่นกัน"แม่... แม่เจ็บตรงไหนบ้างคะ"เซียวอี้หยาเอ่ยถามเสียงสั่นปนสะอื้นไห้ ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา ไหล่เล็กสั่นสะท้าน ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ผู้คนสงสารได้ในทันทีที่เห็น เว้นเพียงเซียวอี้เหยาที่รู้เท่าทันน้องสาวกับมารดา เพราะความจริงแล้วคนที่ควรถูกถามอาการน่าจะเป็นอวี้ซีเหวินเสียมากกว่า"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!"หลี่กังถามเสียงดังก้อง เซียวอี้หยาก็รีบวิ่งไปยังอีกฝ่ายคุกเข่าลงแล้วเอ่ยถามทั้งน้ำตา"คุณลุงผู้พันหลี่ พ่อของหยาหยาจะกลับมาเมื่อไหร่คะ หยาหยากับพี่ชายอย







