เข้าสู่ระบบ“อ้าว...พี่วินเองเหรอคะ แอร์ตกใจหมดเลย” แอรินเป่าปากอย่างโล่งอก พร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนในชุดสูทสีขาว ที่มีสีหน้าเรียบเฉย
ว่าที่เจ้าบ่าวอย่าง ภวินท์ ก็คือลูกชายนักธุรกิจแบรนด์น้ำหอมชื่อดัง เขาเป็นถึงว่าที่ซีอีโอในอนาคต และกำลังจะกลายมาเป็นสามีของเพื่อนสนิทของเธอ
“ปิ่นน่าจะไปรอพี่วินที่สวนแล้วนะคะ” เสียงหวานพูดบอกอย่างใจเย็น แต่ก็อดหวั่นใจในสายตาของภวินท์ที่มองเธอแปลกๆ พยายามปลอบใจว่าเธอคงคิดมากไปเอง
โดยไม่คิดเลยว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในห้องกันเพียงลำพัง แม้จะมีเจ้าหนูพีพีอยู่ด้วยก็ตาม แต่หากใครมาเห็นเข้าว่าแฟนของเพื่อนสนิทอยู่กับเธอในห้อง คงได้เป็นขี้ปากชาวบ้านอย่างแน่นอน
“งั้นแอร์ขอตัวก่อนนะคะ” กำลังจะอุ้มลูกน้อยแต่ต้องตกใจกับเสียงดัง
แก๊ก!!!
เสียงกดปิดล็อกประตูทำให้เจ้าของใบหน้าหวานถึงกับหน้าซีดเผือด สัญชาตญาณบอกให้เธอรีบออกไปจากตรงนี้โดยไว แต่ทว่าทางออกเพียงทางเดียวกับถูกชายร่างสูงบังไว้มิด
“ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง” เจ้าของใบหน้าคมคายปลดกระดุมที่คอเพื่อความสบายตัว เหลือบมองดูนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือ คิดว่าน่าจะถ่วงเวลาได้พอประมาณ สำหรับการหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากสาวตรงหน้า
“พี่จะทำอะไรคะ”
“เราไม่ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้ใช่ไหม ว่าพี่คิดยังไงกับเรา?” คิ้วหนาเลิกขึ้นถามกลับ ทำเอาแอรินถึงกับตัวชา
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ เพียงแต่ไม่มั่นใจยามที่พบหน้ากับภวินท์ ชายหนุ่มจะจ้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แทบทุกครั้ง แต่เพราะคำว่าแฟนเพื่อน และความดีที่ปิ่นเล่าถึงชายหนุ่มตลอดมา ทำให้แอรินเชื่อสนิทใจว่าเธอคงคิดไปเอง
แต่ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้กลับตอกย้ำว่าที่ผ่านมาเธอนั้นคิดถูกต้อง
“ขอทางแอร์กับลูกออกไปเถอะนะคะ ตอนนี้ปิ่นน่าจะรอพวกเราอยู่” เธอพูดเน้นชื่อเพื่อนเพื่อเตือนสติให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำ แต่มีหรืออ้อยเข้าปากช้าง เนื้อเข้าปากเสือแล้ว เขาจะไม่กิน
“เราก็แค่สนุกกัน อย่าคิดมากเลยแอร์” ภวินท์พูดเกลี้ยกล่อม ขณะที่แอรินรู้สึกสะอิดสะเอียนกับชายตรงหน้าเต็มทน ดวงตากลมกวาดตามองหาทางหนีทีไล่ แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะรู้ทันเธอเข้าให้
เรียวขาสวยค่อยๆ ก้าวถอยหลัง มองดูลูกน้อยที่นั่งมองเธอตาแป๋ว อยู่ในเปลอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ขณะภวินท์เร่งฝีเท้าเข้ามาประชิดกายเธออย่างรวดเร็ว
“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นกูร้องให้คนช่วยแน่ๆ” แอรินพูดขู่ หวังให้แฟนเพื่อนกลัวสักนิด แต่ทว่าคนที่กำลังหน้ามืดตามัว กลับไม่ได้ยินเสียงเสียอย่างนั้น ภวินท์เข้ามาคว้าที่ข้อมือเล็กจับไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ
“คิดว่าจะกลัวเหรอ หึหึ อย่างเราเนี่ยนะ จะทำอะไรได้ เด็กใจแตกท้องไม่มีพ่อ แล้วจะหวงตัวไว้ทำไม สู้มาเป็นเมียน้อยพี่ ให้พี่ส่งเสียเลี้ยงดูเธอกับลูก ดีกว่าต้องลำบากทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่แบบนี้อีกนะ” ภวินท์เกลี้ยกล่อม ดึงคนตัวเล็กเข้ามาประชิดกายจนสัมผัสกับหน้าอกที่ล้นออกมา
ภวินท์รู้สึกชอบเด็กคนนี้ตั้งแต่แรกพบ แต่ติดตรงที่ว่าแอรินนั้นเป็นสนิทของปิ่นแฟนสาวที่คบกันมาเกือบสามปีเต็ม
เขาเพิ่งรู้จักแอรินเมื่อปีที่แล้วก็ตอนปิ่นนัดทานข้าว ด้วยรูปร่างหน้าตาเธอตรงสเปกเขาทุกอย่าง แต่ติดเพียงอย่างเดียว ในตอนนั้นแอรินอยู่ในชุดคลุมท้อง
โคตรน่าเสียดาย
ยิ่งรับรู้ว่าเธอท้องกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาด้วยซ้ำ เขาก็ยิ่งคิดว่าแอรินเป็นผู้หญิงพรรค์นั้น ไม่ว่ากับใครเธอสามารถหลับนอนได้ แล้วเขาล่ะ...
ก็ต้องได้เช่นกัน
กลิ่นหอมจากกายสาว ทำให้ลำกายใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในกางเกงแข็งตัว จนเห็นเป็นรูปร่างพองนูนขึ้นมา แต่ทว่าแอรินรู้สึกขยะแขยงสัมผัส ที่กำลังลูบไล้ตัวเธออยู่ในขณะนี้
ดวงตาเฉี่ยวเงยหน้ามอง เบี่ยงตัวหลบหนี แต่ทว่าเรี่ยวแรงก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากมือปลาหมึกของอีกฝ่ายได้
“ปล่อยนะ ไอ้บ้ากาม”
แอรินตะโกนด่า ขืนตัวเองสุดฤทธิ์ มือเล็กทำได้เพียงทุบไปที่หน้าอกของภวินท์ จนเขาหงุดหงิดแล้วเหวี่ยงคนตัวเล็กไปที่โซฟาดัง
ตุบ!!!
ไม่ได้สนว่าการกระทำที่รุนแรงจะเกิดต่อหน้าเด็กวัยแปดเดือนเลยแม้แต่น้อย
ทั้งคู่ยื้อฉุดกระชากอยู่แบบนั้น มือหนาคว้าที่เนินอกใหญ่เต็มมือ ก่อนจะกระชากเสื้อยืดขาดวิ่น จนเห็นชั้นในสีดำอวดความขาวของเนินอก
แงๆๆๆ
เด็กน้อยร้องไห้กระจองอแง เห็นแม่ตัวเองกำลังถูกร่างสูงขึ้นคร่อม
“ปล่อยกู” แอรินตะโกนร้องสุดเสียง พยายามสู้แรงชายหนุ่มอย่างสุดกำลัง
“ยอมพี่ดีๆ เถอะ เราจะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ” ภวินท์เอ่ย ก่อนจะก้มลงเลียไปที่ต้องคอระหงอย่างหื่นกาม
ดวงตาเฉี่ยวปริ่มไปด้วยน้ำตา น้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง
ทำไมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกับเธอ หนำซ้ำเธอยังปกป้องต้าวก้อนน้อยที่กำลังร้องไห้สุดเสียงยังไม่ได้เลย
แต่ทว่าขณะที่เธอกำลังหมดหวัง หางตาก็พลันไปเห็นแจกันซึ่งอยู่ใกล้มือ ไม่ต้องคิดให้มากความ หญิงสาวคว้ามันมาก่อนจะฟาดไปที่ศีรษะของชายหนุ่มเต็มแรง
เพล้ง
ร่างสูงล้มลงไปอีกทาง น้ำสีแดงฉานไหลนองพื้น แต่เวลานี้ไม่มีเวลาอะไรให้แอรินต้องคิดอีกต่อไป
เธอตัดสินใจคว้าตัว อุ้มเจ้าพีพีเดินออกไปอย่างเร่งรีบ โดยตอนนี้เธออยู่ในสภาพผมเผ้ารุงรัง เสื้อขาดจนเห็นชั้นใน
ร่างบางก้าวฉับๆ โดยไม่ทันได้มองทางเดินตรงหน้า จนไหล่ของเธอชนเข้ากับใครบางคน
“ขะ ขอโทษค่ะ”
เธอก้มหน้าขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนเงยหน้ามองแล้วไปสะดุดกับรอยสักตรงช่วงคอของคนตรงหน้าเข้าให้
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







