LOGINเผลอจ้องรอยสักของคนตรงหน้าอยู่นาน โดยไม่รู้ตัวเองเลยว่านั่นคือการเสียมารยาท
แต่ทว่าคนตรงหน้ากลับไม่ได้เอ่ยอันใด เขาจ้องมองหญิงสาวกลับด้วยความคลับคล้ายคลับคลา ว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน แต่คิดเท่าไรก็ยังคิดไม่ออก
กวาดตามองการแต่งตัว สภาพเนื้อตัวมอมแมม อีกทั้งเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง มือขวามีเลือดติด ให้เดาว่าคงหนีใครมาอย่างแน่นอน
เห็นทีคงให้คนเก็บกวาดอีกตามเคย
แต่สะดุดตามากที่สุดก็คงเป็นเจ้าตัวเล็กกำลังจ้องเขาตาแป๋ว ดวงตาสีควันบุหรี่ ผมดำขลับ ผิวขาว ปากคาบจุกนม หน้าตาละม้ายกับตนในวัยเด็ก ราวพิมพ์เดียวกันอย่างไรอย่างนั้น
“ขอโทษนะคะ”
“เดินก็หัดดูทางให้ดีๆ หน่อย เธอตัวคนเดียวก็ว่าไปอย่าง” ร่างสูงตำหนิด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ส่วนคนโดนต่อว่าถึงกับหน้าเหลอหลา เหลียวมองด้านหลังว่ามีใครตามเธอมาหรือไม่ พอดูดีแล้วว่าภวินท์ไม่ได้ตามมา หญิงสาวก็เป่าปากอย่างโล่งอก
“ยุ่ง” เธอตอบสั้นๆ
ไม่จำเป็นต้องมีมารยาทสำหรับคนแปลกหน้า คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นไม่พอใจ เอาลูกพาดบ่าให้หันหน้าไปทางด้านหลัง ก่อนที่เธอเดินชนไหล่กว้างแล้วรีบจ้ำอ้าว หนีไปจากตรงนี้เสียก่อน
ขณะเจ้าของดวงตาคมมองตามหลังคนตัวเล็กไป ยิ่งเจ้าหนูพีพีกำลังจ้องมองเขาตาแป๋วด้วยแล้ว เขายิ่งรู้สึกตงิดใจแปลกๆ แต่นั่นมันอาจจะเป็นความรู้สึกคิดมากของตัวเองก็เป็นได้
“แขกที่จองห้องสำหรับเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้ง ถูกตีหัวนอนสลบอยู่ในห้องครับ ที่สำคัญยังเป็นว่าที่เจ้าบ่าวด้วยครับนาย”
เลขาหนุ่มเข้ามารายงาน ก่อนชายหนุ่มจะล้วงเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีขาวออกจากปากอย่างไม่นึกตกใจ
แขกเข้ามาเป็นพันเป็นหมื่น ใช่ว่าจะเจอเหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไร หนำซ้ำเขาพอที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้คร่าวๆ จากสภาพเสื้อผ้าของหญิงสาวคนนั้น
“ให้แจ้งตำรวจเลยไหมครับนาย” ลูกน้องเอ่ยถาม
“ไม่ต้อง…แต่มึงช่วยตามผู้หญิงคนที่ออกมาจากห้องนั้นเป็นคนสุดท้าย ก่อนพนักงานเราจะเข้าไปพบให้หน่อย เอาแบบละเอียดยิ่งดี”
คนรับคำสั่งถึงกับงุนงง ว่าเหตุใดเจ้านายของเขาถึงล่วงรู้เหตุการณ์ได้อย่างตาเห็น ทั้งที่ยังไม่ได้ดูกล้องวงจรปิดเลยด้วยซ้ำ
“ครับนาย” คนตัวสูงโค้งศีรษะ แล้วรีบเดินออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายทันที
แอรินกำลังอยู่ในระหว่างตัดสินใจ ระหว่างรถจอดติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยก หากตรงไปก็จะถึงอพาร์ตเมนต์ที่เธอเช่าอยู่กับลูกน้อย แต่ถ้าหากเลี้ยวซ้ายก็จะพบกับสถานีตำรวจ ซึ่งในตอนแรกเธอตั้งใจจะไปแจ้งความสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่เพราะอีกฝ่ายคือแฟนหนุ่มของปิ่น อีกทั้งชื่อเสียงและอิทธิพลของภวินท์ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ธรรมดา ทำให้ในใจของหญิงสาวเกิดหวาดหวั่นขึ้นมา
ลำพังตัวเธอเอง แอรินไม่ห่วงเลยสักนิดเดียว เธอเชื่อมั่นว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย และเชื่อกฎของการกระทำ ใครทำอย่างไรก็ต้องได้รับผลกรรมอย่างนั้น ไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง
เหลือบมองกระจกด้านหลังเห็นเจ้าตัวหนูพีพี เธอก็ได้แต่ถอนหายใจยาวพรืด ดวงตากลมสั่นระริก เอาหลังมือปาดน้ำตาอย่างลวกๆ นึกน้อยใจในโชคชะตาอันแสนโหดร้าย
ตั้งแต่เด็กเธอสูญเสียแม่ผู้เป็นที่รักอย่างไม่วันหวนกลับ ขณะที่พ่อของเธอพาเมียน้อยเข้าบ้าน ทั้งที่ยังไม่ถึงวันเผาแม่เธอเลยด้วยซ้ำ
เพราะเหตุนี้ทำให้แอรินหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุสิบห้า พึ่งพาตัวเองโดยการไปเป็นลูกจ้างทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ส่งเสียตัวเองเรียนจบมหาลัย
ถ้าหากครอบครัวนั้นรู้ว่าเธอท้องไม่มีพ่อ คงได้หัวเราะเยาะเธออย่างแน่นอน
มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอซมซานกลับไปที่บ้านหลังนั้น เป็นเพราะตอนนั้นเธอตกงาน หนำซ้ำยังถูกมหาลัยทวงค่าเทอมค้างไว้เกินสองงวด ตอนนั้นเธอไร้ที่พึ่งจนต้องไปขอหยิบยืมจากผู้เป็นบิดา แต่ทว่ากลับถูกพ่อแท้ๆ และแม่เลี้ยงไล่ตะเพิดออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา
จนเธอตั้งปฏิญาณตนไว้ว่าถึงจะยากดีมีจน อย่างไรเสียเธอจะไม่เหยียบบ้านหลังนั้นอีกเด็ดขาด
รถญี่ปุ่นคันเล็กมาจอดหน้าสถานีตำรวจ แอรินถอนหายใจยาวก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัย เธอตัดสินใจเข้าแจ้งความแฟนของเพื่อนสนิท แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะคว้าตัวลูกน้อยเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ติ๊ดๆๆๆๆ
(แอร์เป็นยังไงบ้าง)
เจ้าของปลายสายพูดเสียงสั่น ทำเอาแอรินถึงกับชะงัก รู้สึกตกใจที่ปิ่นโทรมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไม่เป็นไร ปิ่นล่ะ” แอรินเอ่ยถามเสียงเบา
(ปิ่นบอกเลิกพี่วินแล้วนะ ฮึก)
“แกใจเย็นๆ ก่อนปิ่น”
(ปิ่นไม่น่าคบกับคนๆ นั้นเลย ฮึก ปิ่นเพิ่งขอทางโรงแรมดูแล้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ฮึก ปิ่นขอโทษนะที่ให้แอร์กับน้องพีต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้)
“ปิ่นไม่ต้องโทษตัวเองหรอก เป็นผู้ชายคนนั้นที่เลว ดีแล้วที่ปิ่นเลิกกับมัน” แอรินพูดบอก
(อืม ว่าแต่แอร์อยู่ไหน รู้ไหมว่าปิ่นกับมิกกิเป็นห่วงแอร์มาก) ปิ่นเอ่ยถาม
“เรากำลังจะเข้าไปแจ้งความ” แอรินบอกตามตรง ซึ่งนั่นก็ทำให้ปลายสายตกใจอยู่ไม่น้อย
(อย่าแจ้งความเลยนะแอร์ เราขอร้อง) ปิ่นพูดขอร้องเพื่อน
“ทำไมล่ะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน สงสัยว่าทำไมปิ่นถึงไม่ยอมให้เธอแจ้งความ
(ไม่ใช่ว่าเราอยากปกป้องผู้ชายพรรค์นั้นหรอกนะ แต่เพราะเราห่วงความปลอดภัยของแอร์กับหลานมากกว่า)
“...”
(คนบ้านนั้นค่อนข้างมีอิทธิพลเลยล่ะ และเราก็คิดว่าเราเลิกกับพี่วินไปแล้วทุกอย่างก็น่าจะจบแล้ว พี่วินก็คงไม่กล้าทำอะไรมากกว่านี้แล้ว)
“...”
แอรินนิ่งคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เปลือกตาสีไข่ค่อยๆ หลับลง เอาฟันขบไปที่ริมฝีปากล่างเบาๆ ราวกับคิดหนักว่าเธอควรจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ดีหรือไม่
มือเรียวเสยผมยาวขึ้นเพื่อไม่ให้ปรกหน้า เธอไม่หวั่นที่ต้องเผชิญหน้ากับคนมีอำนาจล้นฟ้าหากเธอไม่ได้ผิด แต่พอมองหน้าเจ้าหนูพีพีที่กำลังนอนหลับอย่างสบาย เธอก็ต้องลดอารมณ์ขุ่นมัวที่อยู่ภายในใจลง
“อืม..ก็ได้ แอร์จะไม่แจ้งความ” แอรินตอบเสียงอ่อน ซึ่งนั่นก็ทำให้ปลายสายดีใจไม่น้อย
ที่ปิ่นพูดมาเป็นความจริง เธออยากจบความสัมพันธ์กับภวินท์ตั้งแต่รู้ว่าเขาทำเรื่องเลวๆ กับเพื่อนสนิทของเธอ ซึ่งเธอเพิ่งรู้ว่าแอรินไม่ใช่คนแรก แต่ยังมีบรรดาสาวๆ ซุกซ่อนอยู่ในแชทของเขาอีกมากมาย
ด้วยความรักบังตา และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทำให้ปิ่นไม่ระแคะระคายอะไรในตัวของแฟนหนุ่มเลย
ปิ่นเข้าไปเยี่ยมภวินท์ที่โรงพยาบาลทั้งยังอยู่ในชุดเจ้าสาวด้วยซ้ำ ทันทีที่พบหน้าเธอบอกเลิกอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล ซึ่งภวินท์ก็ไม่ได้ยื้อหรือตอบอะไรกลับมา นั่นก็ชัดแล้วว่าเขาไม่เคยรักเธอเลย
ปิ่นเดินออกมาด้วยหัวใจแสนปวดร้าว ภาวนาว่าสักวันบาปกรรมคงตามสนองคนเลวแบบนั้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง
(ขอบคุณนะแอร์ เดี๋ยวปิ่นเคลียร์เรื่องทุกอย่างเสร็จแล้ว ปิ่นจะไปหานะ)
ปลายสายตอบเสียงสั่น ซึ่งทำให้แอรินนั้นหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง
ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้เพื่อนรักเองก็บอบช้ำพอกัน ทั้งที่ใกล้เข้าประตูวิวาห์แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ ไม่ได้ต่างจากเธอเลยแม้แต่น้อย
“คนบ้า อ๊ะ” พระพายเปล่งอย่างลืมตัว เมื่อนิ้วเรียวรูดรั้งเป้ากางเกงในไปด้านข้าง เผยให้เห็นกลีบกุหลาบฉ่ำไปด้วยน้ำเต็มรูเลโอกลืนน้ำลายดังเอือก ไม่รอช้าเขาก้มลงฉกชิมน้ำรักของภรรยาอย่างไม่นึกรังเกียจ พร้อมทั้งสอดลิ้นสากเข้าไปในโพรงนุ่มชิมน้ำหวานหยาดเยิ้มสลับกับกระดกลิ้นไปที่ติ่งเสียว จนพระพายแอ่นกายหลังไม่ติดโซฟา“อ๊ะๆๆ เสียว อื้ม เลโอ อ๊ะๆๆๆ” ด้วยแรงอารมณ์ เธอส่งเสียงครางดังลั่นห้องไม่กลัวว่าใครจะผ่านมาได้ยิน ในเมื่อตอนนี้เธอกำลังระบายความเสียวซ่านที่สามีปรนเปรอให้กับเธอปลายเท้าเล็กจิกเกร็ง เมื่อเลโอใช้ลิ้นสากละเลงไปที่เม็ดชมพูซ้ำๆอยู่แบบนั้นพร้อมกับขยับสองนิ้วเป็นสามนิ้วเข้าออกอย่างรัวเร็วจนเกิดเสียงน่าอายดังแจ๊ะๆๆๆๆ“ไม่ไหว อ๊ะๆๆๆ จะแตก อื้ม กรี๊ดๆๆๆ” เสียงกรีดร้องตามมากับร่างเล็กกระตุกราวกับถูกไฟช็อก ก่อนจะปล่อยน้ำหวานออกมาเป็นจำนวนมากแฮ่กๆๆๆเสียงหอบหายใจดัง ขณะที่พระพายได้แต่มองเพดานสีขาวอย่างเหม่อลอยเมื่อสามีพาเธอแตะฝั่งฝันในที่สุด ทว่ายังไม่ได้พักเหนื่อย กลับถูกร่างหน้าสอดตัวเข้าไปกลางหว่างขา พร้อมกับสอดลำกายแข็งเข้ามาทีเดียวมิดลำทั้งที่เธอเพิ่งเสร็จไปเมื่อครู่“อื้
ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ผู้คนภายในบ้านต่างหลับใหลกันจนหมด ยกเว้นร่างของสองชายหญิงที่กำลังนำพาความสุขให้ซึ่งกันและกัน เจ้าของร่างสูงทอดมองคนตัวเล็กที่กำลังนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างหลงใหล สายตาของเขาไล่ขึ้นจากบริเวณต้นขานวลแล้วเลื่อนมาตรงอกใหญ่ที่กระเพื่อมไปตามจังหวะหายใจที่เริ่มหอบรัว“ร้ายนักนะเรา...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางมองชุดนอนบางเสียจนแทบจะปกปิดยอดปทุมถันสีหวานไว้ไม่มิด “ถ้าไม่ร้าย สามีก็ไม่รักสิคะ” ร่างบางแลบลิ้นออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อถูกจับได้ว่ามีแผนการร้าย ก่อนที่มือเล็กแสนซุกซนเลื่อนลงไปกุมส่วนแข็งขืนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นนั้นไว้เต็มมือ ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง แล้วช้อนตามองใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับกัดริมฝีปากล่างด้วยความหมั่นเขี้ยว“ซี้ดดด...อย่าเล่นหัวสิ”เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงกระเซ้า มองดูภรรยาตัวน้อยค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยที่บริเวณปลายหัวจนน้ำเสียวเลอะกางเกงนอนเป็นดวงกว้าง“ไม่ชอบเหรอคะ...แล้วถ้าทำแบบนี้ล่ะ?” ร่างบางเอ่ยถามเสียงหวาน ใช้มือรูดกางเกงขาสั้นของชายหนุ่มลงมากองที่เข่า จนลำกายใหญ่โผล่พ้นออกมาอวดสายตาพระพายถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จ
“คือ...น้องเพลินทะเลาะกับนอร์ทค่ะ” เรียวคิ้วสวยขมวดแน่น นึกถึงเด็กที่ชื่อนอร์ท คือเด็กผู้ชายที่เรียนอยู่ห้องเดียวกับน้องเพลิน“ทะเลาะกันเรื่องอะไรกันคะ พอจะเล่าให้แม่ฟังได้ไหมเอ่ย?” เธอถามกับลูกสาวตัวน้อย“กะ ก็...นอร์ทชอบล้อว่าเพลินอ้วนนี่คะ เป็นเด็กนิสัยไม่ดีเลย” เสียงเล็กตอบอุบอิบ พลางรู้สึกหงุดหงิดเมื่อนึกถึงเด็กชายที่ชอบมาหยิกแก้มเธออยู่เรื่อยพระพายพอจะเข้าใจความรู้สึกของลูกสาว ถึงน้องเพลินจะน่ารักแค่ไหนในสายตาเธอกับสามี แต่เพราะเป็นเด็กที่ชอบกินของอร่อย จึงโตเร็วกว่าเด็กคนอื่นไปมาก“งั้นพรุ่งนี้แม่ไปคุยกับคุณครู ให้ช่วยพูดกับน้องนอร์ทไม่ให้ล้อน้องเพลินดีกว่าไหมคะ” พระพายพยายามหาทางออกให้กับลูก เด็กน้อยพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ พร้อมกับตักอาหารเข้าปากต่อ การเป็นคุณแม่ทำให้พระพายออกมาจากเซฟโซนของตัวเองโดยสมบูรณ์แบบ สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอกล้าที่จะปกป้องลูกด้วยวิธีของเธอเอง“เป็นอะไรหรือเปล่าพาย?”หลังจากที่คุณพ่อมือใหม่พาลูกน้อยที่อยู่อีกห้องหนึ่งเข้านอนเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับมายังห้องนั่งเล่น มองดูภรรยาที่กำลังจัดกระเป๋านักเรียนให้กับลูกอยู่เงียบๆ“เป็นอะไร
ห้าปีต่อมา...เด็กหญิงในชุดเอี๊ยมกระโปรงสีแดงสดใสมีลวดลายดอกไม้สีขาวตัดกัน ผมสีน้ำตาลเข้มได้แม่ถักเปียสองข้าง ใบหน้าจิ้มลิ้มแต้มสีระเรื่อดูสุขภาพดีราวกับผลมะเขือเทศ แพขนตางอนงามเน้นดวงตากลมให้ดูน่ารักอย่างกับตุ๊กตา ผิวขาวเพราะมีเชื้อสายอิตาลีมาจากผู้เป็นพ่อเสี้ยวหนึ่ง“พ่อจ๋า...ซาหวัดค่ะ” เสียงใสแจ๋วเดินมายังหน้าบ้าน ต้อนรับผู้เป็นพ่อที่เพิ่งจะกลับจากการทำงาน ไม่ลืมที่จะกระพุ่มมือไหว้สวยอย่างเช่นทุกครั้งร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรม ที่ครั้งหนึ่งเคยยอมผมสีเทา บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทรับกับใบหน้าคมคายที่ดูโตขึ้น เขาอ้าแขนกว้าง พร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดูลูกสาว“สวัสดีค่ะน้องเพลิน” เลโออุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาแนบอก ไม่ลืมที่จะกดหอมแก้มนิ่ม จนลูกสาวหัวเราะคิกคัก “ชอบคุณพ่อหอมแก้ม มันจักจี้ คิกๆๆ” ภาพของสองพ่อลูกรักกันทำเอาคนเป็นแม่ที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนถึงกับคลี่ยิ้มกว้างร่างบางผิวขาวผ่องดูสุขภาพดี เรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงกลางหลังซึ่งตอนนี้ถักเปียยาว เผยให้เห็นใบหน้าใสไร้รอยสิวพระพายในวัยยี่สิบห้า หลังจากแต่งงานอยู่กินกับสามีอย่างเลโอ เธอผันตัวมาเป็นแม่
“กำลังทำอะไรอยู่เหรอพาย?”ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงคนรักที่กำลังใช้ดินสอสเก็ตช์ภาพใครบางคนจากความทรงจำอยู่บนกระดาษแผ่นใหญ่“พายกำลังวาดรูปม๊าอยู่น่ะ” ร่างบางพูดตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางหลังจากที่เคลียร์เรื่องคดีเสร็จเรียบร้อย เลโอก็พาพระพายขับรถมาทะเล ชายหาดส่วนตัวเดิมทีเคยเป็นของสหพิพัฒน์กุล ตอนนี้เปลี่ยนมือโดยเจ้าของไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นของร่างบางที่กำลังตั้งใจวาดรูปอยู่ขณะนี้“เมียใครเนี่ย...น่ารักจัง” ชายหนุ่มพูดขึ้น นั่งเท้าแขนมองหญิงคนรักไม่มีเบื่อ“เว่อร์?” คิ้วเรียวขมวดชนกัน ก่อนจะเอ่ย “เดี๋ยวอีกหน่อยก็เบื่อ”“พูดเองเออเองอีกแล้วนะ” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปบีบจมูกเล็กเป็นการลงโทษ“จะ เจ็บนะ...เด็กบ้า!” เธอยกมือขึ้นมากุมจมูกของตัวเองไว้“ก็บีบให้เจ็บไง ชอบว่าคนอื่นบ้าดีนัก” ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนข้างแก้มนิ่มสัมผัสกับปลายจมูกโด่งของเขา“จะ จะทำอะไร”พระพายถามเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอพยายามถอยหนีแต่ติดที่แขนแกร่งดันโอบรัดเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“ปล่อยนะ อายคนอื่นเขา” เธอพยายามมองว่ามีใครเดินผ่านมาตรงนี้หรือเปล่า“อายอะไร...ตอนนี้มีแต่เราสองคนนะพี่พาย” คำว่าพี่ท
เอี๊ยดดดดดด!เสียงล้อทั้งสี่ข้างขูดกับพื้นยางมะตอยจนเกิดรอยไหม้เป็นทางยาว ตามมาด้วยเสียงดังสนั่นลั่นทั่วทั้งมหาลัยโครมมมมมมม!รถกระบะคันใหญ่พุ่งชนกับเสาไฟฟ้าเข้าอย่างจังจนหน้ารถยับเยิน ก่อนตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของบรรดาเหล่านักศึกษาที่พบเห็นเหตุการณ์ โดยยังไม่ทราบว่ามีคนถูกรถชนหรือไม่ร่างเล็กหลับตาปี๋ ก่อนที่เปลือกตาสีไข่จะค่อยๆ ขยับลืมตามันเกิดอะไรขึ้น...นี่เธอถูกรถชนตายแล้วอย่างนั้นหรือ? ทว่าแรงรัดของอ้อมกอดอุ่น ทำให้รู้ว่าตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่“ไม่เป็นอะไรนะพระพาย” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนในอ้อมกอด โชคดีที่เขาคว้าตัวร่างบางไว้ได้ ก่อนจะล้มลงใช้ตัวเองเป็นกำบังเพื่อไม่ให้อีกคนบาดเจ็บ“ละ เลือด...นายมีเลือดออกเลโอ!” น้ำสีแดงหนืดไหลออกมาจากขมับด้านขวา ถึงแผลจะเล็กน้อยแต่กลับทำให้คนตัวเล็กถึงกับน้ำตาคลอ“ฉันไม่เป็นไร” เขาตอบ พลางเอามือปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัวของหญิงคนรักออกไปด้วย“เป็นสิ ก็นายเลือดออก” พระพายพูดเสียงสั่น ภาพทับซ้อนของหลินทำเอาเธอถึงกับแพนิคจนมือไม้สั่นเทา“ไม่เป็นไร ฉันไม่เป็นไร มองหน้าฉันสิพาย” ฝ่ามือหนาจับใบหน้าเรียวให้สบตา และเขาปลอดภัยพระพายพยักหน้ารัวแล้วโผกอดร่างสูงจ







