แชร์

บทที่ 11 คุณพ่อมือใหม่ [50%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:02:24

หลังจากการแต่งงานหนึ่งอาทิตย์ ตอนนี้เธอย้ายมาอยู่ในบ้านของอิสระภักดี ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ไม่ไกลจากร้านธันเดอร์โฮสต์เท่าไรนัก เพียงแค่ขับรถไม่เกินสิบนาทีก็ถึงที่ทำงานของสามีแล้ว

แอรินถูกสั่งห้ามออกจากบ้านโดยไร้ซึ่งคนคุ้มกัน ได้แต่ฆ่าเวลาโดยการไถมือถือ ดูคำวิจารณ์จากคนในอินเตอร์เน็ตถึงเรื่องการแต่งงานของเธอกับธันวา ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็น ไปในทางที่ว่าอิจฉาเธอเสียเหลือเกิน ได้เป็นคุณนายใหญ่ของตระกูลใหญ่ หนำซ้ำยังมีสามีหน้าตาดีเทียบเท่าดารา

มีใครหารู้ไม่ว่าตอนนี้ แอรินไม่ต่างอะไรจากนกน้อยที่อยู่ในกรงทอง ถึงภายนอกจะดูหรูหรา แต่เนื้อแท้มันคือคุกดีๆ นี่เอง

“ชากับขนมค่ะ” ใบตองเปิดประตูเอาชาดอกกุหลาบกับขนมเค้กสตรอว์เบอร์รีจากร้านมาเสิร์ฟนายหญิงคนใหม่ของบ้าน

หลังจากกล่อมต้าวน้อยพีพีหลับ ร่างบางก็ออกมานั่งในห้องรับแขก ออกแบบลายเล็บคอลเลคชั่นใหม่สำหรับงานสงกรานต์ที่ใกล้มาถึง พร้อมกับฟังเรื่องเล่าผีไปด้วย ทำงานเพลินจนลืมดูเวลา รู้ตัวอีกทีเกือบจะบ่ายโมงแล้ว

“ขอบคุณนะคะ” แอรินกล่าวขอบคุณ พร้อมกับดวงตาเปล่งประกายเมื่อเห็นขอหวานสุดโปรดของเธอ

“อันนี้เค้กจากร้านคุณของหวานใช่ไหมคะ” แอรินเงยหน้าถาม ร้านนี้เป็นร้านโปรดของเธอ ด้วยราคาค่อนข้างแรง นานๆ เธอจะสั่งกินหนึ่งครั้ง เธอจึงจำได้ว่า เค้กร้านนี้มาจากร้านนั้น

“คุณธันซื้อมาฝากค่ะ เห็นบอกว่าคุณชอบเค้กร้านนี้” ใบตองพูดบอก แอรินชะงักมือที่กำลังจะตักเค้กเข้าปาก

รู้สึกแปลกใจว่าทำไมธันวาถึงรู้ว่าเธอชอบเค้กร้านนี้ หรือเพราะลดาอาจจะเคยพูดถึง แต่เรื่องเล็กน้อยขนาดนี้เขาถึงจำได้ล่ะ

“นอกจากของคุณแอร์ คุณธันฝากเมล่อนจากญี่ปุ่นให้คุณพีพีด้วยนะคะ ตองปอกแล้วก็แช่เย็นไว้ให้แล้วนะคะ” ใบตองเอ่ย นึกถึงเจ้าหนูพีพีจะได้กินของที่ชอบ คงดีใจน่าดู

แอรินยิ้มบาง นึกถึงสามีที่ได้เจอหน้ากันนับครั้งได้ อีกไม่กี่วันก็ถึงวันปีใหม่ไทย เขาคงยุ่งกับการเตรียมงานที่ร้านอยู่แน่ๆ

“พี่ตองพอจะรู้ไหมคะ ว่าคุณธันวา เขาชอบทานอะไร”

เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจกลับ เธอเองก็อยากรู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร

ที่ผ่านมา ดูเหมือนธันวาจะศึกษาข้อมูลของเธอกับลูกอย่างดีเยี่ยม ผิดกับเธอแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยด้วยซ้ำ

ใบตองส่งยิ้ม เธอให้ข้อมูลได้เท่าที่เธอจะนึกออก สรุปแล้ววันนี้แอรินตัดสินใจที่จะทำสปาเกตตีผัดขี้เมาทะเล ซึ่งเป็นของโปรดของธันวา

“เดี๋ยวแอร์ไปซูเปอร์ที่อยู่ใกล้ๆ แป็บนึงนะคะ” แอรินบอก คว้าเอากระเป๋าสตางค์แล้วรีบลุกออกไป รีบไปตอนนี้ของทะเลก็น่าจะยังสดอยู่

“ให้ตองไปช่วยเลือกไหมคะ?” พี่เลี้ยงเด็กเสนอตัว

“ไม่เป็นไรค่ะ แอร์ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ ถ้างั้นแอร์ฝากน้องพีด้วยนะคะพี่ตอง” พูดจบรีบลุกขึ้นเดินไปคว้าตะกร้าสานใบโปรด ที่ติดมาด้วย

ร่างบางในชุดเอี๊ยมกระโปรงสั้น ทับกับเสื้อแขนยาวสีครีม รองเท้าผ้าใบสีขาวดูทะมัดทะแมง เดินช้อปปิ้งอย่างสบายอารมณ์อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ เพื่อมองหาวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารในวันนี้

หลายวันแล้วที่ไม่ได้ออกจากบ้านเลย พอได้มาเดินดูของในเชลฟ์ ช้อปปิ้งเพลินๆ ก็ทำรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นกล่องขนมที่เคยหยุดผลิตไปพักหนึ่ง ความอยากทานลากตะกร้ารถเข็น เดินตรงดิ่งไปทันที

ด้วยความรู้สึกดีใจที่ได้เห็นของโปรดเหมือนเห็นทองล้ำค่า เธอไม่รีรอรีบเขย่งปลายเท้าเอื้อมเอากล่องขนมซึ่งอยู่ชั้นบนสุดจนสุดเอื้อมมือ

‘อีกนิดเดียว’

เรียวปากสวยเม้มแน่น เอื้อมจนสุดปลายนิ้ว แต่ทว่าก็ต้องอ้าปากค้างเมื่ออยู่ๆ ก็มีมือปริศนาแย่งไปเสียก่อน

“นี่คุณ” กำลังจะโวยวายว่าไม่มีมารยาท ก่อนที่หญิงสาวจะเบิกตากว้าง เมื่อเห็นใบหน้าหล่อแสนใจดีที่ไม่ได้เจอกันเกือบปี ส่งยิ้มมุมให้กับเธอ

“นเรศ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่

“ยังชอบกินของไม่มีประโยชน์อยู่เหรอ เป็นคุณแม่แล้วนะแอร์” ชายหนุ่มเอ่ยเตือนสีหน้าแสดงความขำขัน

แอรินมองคนตรงหน้าด้วยความละอายใจ ถึงเรื่องจะผ่านมาเกือบจะสองปีแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดต่อเขาไม่เคยลืม

นเรศ คือแฟนหนุ่มที่เธอคบหากันมาสองปี ทั้งคู่ต่างเลิกราเพราะแอรินเป็นฝ่ายบอกเลิก นั่นเพราะเธอรู้สึกผิดที่นอกกายจากเขา แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เธอไม่สามารถเห็นแก่ตัวที่จะรั้งให้คนๆ ดีอย่างนเรศต้องอยู่กับเธอ

ทั้งสองจากกันด้วยดีไม่ได้โกรธเคืองกัน กระทั่งเธอได้ข่าวว่านเรศย้ายไปทำงานที่ภาคเหนือ นั่นทำให้ทั้งสองเลิกติดต่อกัน

ทั้งคู่ต่างชวนกันไปนั่งที่ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งอยู่ใกล้ๆ พูดคุยกับเรื่องราวที่ผ่านมา

“นเรศกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เธอเอ่ยถาม เพราะได้ข่าวว่าเขาย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลที่จังหวัดเชียงใหม่

“สักพักแล้ว พอดีรุ่นพี่ชวนมาทำงานที่โรงพยาบาลเอกชน เราเลยตัดสินใจมา” นเรศตอบพร้อมกับยกน้ำอัดลมดื่ม ความซ่าและความหวานจากน้ำไม่มีประโยชน์ที่ไม่ได้กินมานาน ทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าไม่น้อย

“เป็นหมอประสาอะไร ชอบกินน้ำอัดลม” แอรินเอ่ยแซว

“สองปีแล้วนะที่เรศไม่ได้กิน นี่ก็พึ่งครั้งแรก หยวนๆ นะ” เขาตอบกลับพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ซึ่งทำให้เจ้าของดวงตากลมหม่นลงไป

“....”

“อย่าคิดมากสิ เราสบายดี แอร์สบายดีนะ เราได้ข่าวว่าแต่งงานแล้วใช่ไหม” นเรศถามด้วยน้ำเสียงปกติ เธอพยักหน้าเบาๆ

“อืม สบายดี นเรศล่ะสบายดีหรือเปล่า?” แอรินถามกลับ แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังมีความหวังดีต่อกัน ในฐานะเพื่อนคนนึง

“เราสบายดี แข็งแรงเหมือนเดิม” คุณหมอหนุ่มตอบกลับ “แล้วหนูพีพีของเรศล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ”

“พีพีนอนหลับน่ะ เราเลยออกมาซื้อของนิดหน่อย”

“ไม่นิดแล้วมั้ง” ชายหนุ่มพูดบอก พร้อมกับเบนสายตาไปที่ของในตะกร้าที่มันล้นออกมา แอรินหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอานิ้วชี้เกาแก้มแก้เขิน

“...”

“โชคดีมากเลยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยราวกับกระซิบ

“นเรศว่าไงนะ?” มัวแต่หันไปมองของจนได้ยินไม่ถนัด

“สามีของแอร์โชคดีมากเลยนะ ที่ได้แอร์เป็นภรรยา” แว๊บแรกที่เธอเห็นแววตาของคุณหมอหนุ่มหม่นลง แต่มันก็แค่แว๊บเดียวเท่านั้น ก่อนชายหนุ่มจะเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ

ทั้งคู่ต่างพากันเงียบไปสักพัก นึกถึงเรื่องราวของกันและกันในช่วงเวลาหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เข็มนาฬิกาที่มันเดินไปข้างหน้าแล้ว จะไม่มีวันเดินถอยหลังกลับไปได้อีกแล้ว

แอรินได้แต่ภาวนาจากใจจริง ขอให้คนดีๆ อย่างนเรศเจอผู้หญิงที่เหมาะสมกับเขาในสักวัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status