เข้าสู่ระบบเช้าวันต่อมา แอรินตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัวอย่างรุนแรง อาการแฮงค์เหล้าจากเมื่อคืนทำให้เธอลุกขึ้นมานวดขมับของตัวเอง
เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอดื่มหนัก หนำซ้ำยังมีอาการเมาค้างอีกต่างหาก ทว่าภาพความทรงจำของเมื่อคืนกลับหลั่งไหลไม่หยุด
ภาพที่เธอกับธันวาทำรักกันในรถ มันช่างดุเดือด เร่าร้อนจนเธอหน้าแดงแจ๋ นี่เธอทำเรื่องที่น่าอายลงไป แถมยังเป็นข้างถนนด้วยเนี่ยนะ โชคดีที่เมื่อคืนไม่มีคนเห็น ไม่อย่างนั้นเธอคงกัดลิ้นตายอยู่ตรงนั้น
ก่อนจะสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆ เสียงเคาะประตูจากด้านนอกก็ดังขึ้น
ก๊อกๆๆๆ
“ตองเองค่ะ เข้าไปนะคะ” ใบตองเอ่ย
“ค่ะ” แอรินเอ่ยอนุญาตพร้อมกับจัดชุดคลุมสีขาวให้เข้าที่
“คุณธันให้เอาน้ำขิงมาให้คุณ มันช่วยแก้แฮงค์ได้ดีมากค่ะ” ใบตองพูดบอก ก่อนจะเดินเอาแก้วน้ำขิงมาวางไว้ที่หัวเตียง พร้อมกับยิ้มกริ่มราวกับรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับแอริน
“ละ แล้วคุณธันไปทำงานแล้วเหรอคะ” เธอเอ่ยถาม เหลือบมองดูนาฬิกาดิจิตอลที่อยู่บนโต๊ะอีกฝั่ง บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงครึ่งแล้ว
“คุณธันเล่นกับคุณพีพีอยู่อีกห้องค่ะ เห็นว่าวันนี้ขอพักอยู่กับครอบครัวสักวัน” หลังจากที่ใบตองพูดจบ แอรินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนคว้าแก้วน้ำขิง กำลังจะยกขึ้นดื่ม แต่กลับค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น เพราะคำว่าครอบครัว มันทำให้หัวใจของเธอกระตุกไปวูบหนึ่ง
“...”
“คุณแอร์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” แม่บ้านสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของเจ้านายสาว
“ปะ เปล่าไม่มีอะไรค่ะ” แอรินรีบปฏิเสธ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มจนเกือบหมด รสเผ็ดนิดๆ ของขิงแก่สดทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆ ต้องขอบคุณธันวาที่ดูแลเธอดีขนาดนี้
พอคิดดังนั้นเจ้าตัวก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“งั้นตองไปเตรียมอาหารเช้าให้ก่อนนะคะ” เธอพูดบอกพร้อมกับเดินมาเก็บแก้วเปล่าที่ดื่มหมดแล้ว
“เดี๋ยวสิคะพี่ตอง” ใบตองกำลังจะหมุนตัวเปิดประตูเดินออกไป แต่ถูกแอรินรั้งไว้ก่อน
“คะ” หันมาเอ่ยถาม
“คะ คือ พี่ตองพอจะมียาคุมฉุกเฉิน หรือไม่ก็แนะนำร้านขายยาแถวนี้ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แก้มแดงเพราะเขินอาย
เมื่อคืนธันวาไม่ได้สวมถุงยาง เธอกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เลยเลือกที่จะป้องกันเพื่อไม่ให้มีเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่รักลูก เพียงแต่ครั้งนี้เธออยากให้ลูกของเธอเกิดมาจากความรัก ไม่ใช่ความสนุกของคนสองคนเพียงเท่านั้น
“ค่ะ เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้นะคะ” ใบตองยิ้มอ่อน ก่อนจะเดินออกไปเอายาให้แอรินตามคำสั่ง
แอรินมองเจ้าหนูพีพีวัยสิบเดือน กำลังหยิบผัดแตงกวาใส่ไข่เข้าปาก ฟันซี่เล็กเพิ่งขึ้นใหม่เคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าการให้ลูกน้อยรู้จักหยิบจับอาหารกินเองนั้นจะเลอะเทอะไปบ้าง แต่มันก็เป็นการฝึกพัฒนาการที่ดีของลูกได้อย่างดีเยี่ยม
พีพีเป็นเด็กตัวใหญ่ กินเก่ง อาหารและผลไม้ใช้เวลาเพียงไม่นานก็กินจนเกลี้ยงจาน จนคนแม่เป็นรู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก
ส่วนธันวามองทั้งคู่พร้อมกับยกยิ้ม เป็นครั้งแรกเลยที่ทั้งสามทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เหมือนเป็นครอบครัวที่อบอุ่นสามคนพ่อแม่ลูกที่ใครๆ ใฝ่ฝัน แต่ทว่า
มันก็แค่เหมือนล่ะนะ...
ไม่มีใครสังเกตเลยว่า ภายใต้ดวงตาสีนิลกาฬจะหม่นลงราวคิดอะไรบางอย่าง
“คุณ...” แอรินจับมือหนา
“หื้ม”
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แอรินเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของสามีไม่ค่อยสู้ดีนัก อยู่ๆ ก็เงียบไปดื้อๆ จนเธอเป็นห่วงขึ้นมา
“เปล่าหรอก” เขาโกหก ก่อนจะหันไปมองเจ้าตัวเล็ก “เตรียมตัวซะ วันนี้ฉันจะพาเธอกับพีพีกลับบ้านที่พัทยา” ธันวาเอ่ยขึ้น ทำเอาแอรินรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อยู่ๆ เขาก็เอ่ยชวนทั้งที่ไม่บอกล่วงหน้าเสียก่อน
“วันนี้เลยเหรอคะ” เธอถามกลับ
“วันนี้แหละ ฉันกะว่าจะไปดูร้านใหม่ด้วย” พอได้ฟัง แอรินก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ร้านธันเดอร์โฮสต์กำลังจากขยายสาขาไปยังจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เริ่มจากพัทยาเป็นที่แรก เพราะที่นั่นเป็นแหล่งเศรษฐกิจซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯที่สุด ขับรถเพียงสองชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว หนำซ้ำย่านที่ร้านตั้งอยู่ยังเป็นใจกลางเมือง เหมาะที่จะโกยเงินเข้ากระเป๋าได้ไม่ยากเย็นนัก
นักธุรกิจในวัยยี่สิบเก้าปีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อนาคตเขาอาจจะย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น โดยไม่ได้ถามความคิดเห็นจากภรรยาป้ายแดงเลยด้วยซ้ำ
“ยาที่คุณแอร์สั่งไว้จะทานเลยไหมคะ” ใบตองเอ่ยถาม เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำและยาเม็ดสีขาว
“ยาอะไร?” เจ้าของคิ้วหนาหันไปเอ่ยถามภรรยาด้วยความสงสัย
“ยาคุมค่ะ” ไม่มีอะไรให้ปิดบัง แอรินหันไปเอ่ยกับใบตองที่ยืนอยู่ข้างๆ “พี่ตองยกมาได้เลยค่ะ แอร์อิ่มแล้ว”
“ทำไมต้องคุม ลูกแค่สองสามคนฉันเลี้ยงได้” เสียงทุ้มเอ่ยติดไม่พอใจเสียเท่าไร ตระกูลอิสระภักดีหากมีทายาทสิบคนยังไงเขาก็เลี้ยงไหว
“แอร์แค่อยากให้ลูกเกิดมาจากความรักค่ะ ตะ...ตอนนี้เราสองคนน่าจะทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้นะคะ” เธอรวบรวมความกล้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
คิดว่าอีกไม่นานทั้งคู่น่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ได้ไกลกว่านี้ ถึงอย่างนั้นการมีบุตรคนต่อไปก็ไม่ต้องหนักใจ แต่ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้ธันวาถึงกับขมวดคิ้วแน่น
“ฉันบอกเธอแล้วไง ฉันให้เธอทุกอย่างได้แอร์ ไม่ว่าแก้วแหวน เงินทอง เซ็กซ์ แต่แค่เรื่องเดียวที่ฉันให้เธอไม่ได้ คือฉันไม่สามารถรักเธอได้แอริน” คำพูดเย็นชาของธันวาตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาเคยพูดก่อนหน้านี้นั้นเป็นเรื่องจริง
เกิดความเงียบไปชั่วขณะ คำพูดนั้นทำเอาคนฟังจุกอกเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ตรงนั้นจนต้องเอามือกุมอก เรียวปากสวยเม้มเข้าหากัน ดวงตาร้อนผ่าวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขนาดใบตองที่ยืนฟังก็อดเห็นใจแอรินในฐานะลูกผู้หญิงไม่ได้
“ค่ะ ฉันจำได้” แอรินก้มหน้างุด พร้อมตอบกลับราวกับกระซิบ คำพูดที่ธันวาเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ตอกย้ำว่าเธอไม่ควรที่จะพลาดอีกครั้ง
“...”
“ฉันเองก็ยืนยันเหมือนกัน ว่าลูกคนต่อไปของฉันจะต้องเกิดจากความรัก ไม่ใช่ความใคร่ของพ่อแม่ แล้วสร้างปมให้เด็กไม่รู้จบสิ้น” แอรินยืนยันคำพูดตัวเองเช่นกัน
“...”
“เพราะฉะนั้นแล้ว...เราสองคนควรจะต่างคนต่างอยู่ แค่ทำหน้าที่แค่พ่อแม่ของพีพีก็พอค่ะ”
“...”
“ส่วนเรื่องเมื่อคืน ฉันจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเลยแล้วกัน” พูดจบก็รับยากรอกใส่ปาก ก่อนจะดื่มน้ำตามเข้าไปจนหมด โดยมีสายตาคู่คมมองการกระทำนั้นอย่างเงียบๆ
เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ
แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่
เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ
“คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร







