แชร์

บทที่ 15 หึงหวง [50%]

ผู้เขียน: มัทฉะโมจิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-17 23:05:21

เปรี้ยงๆๆๆ

กรี๊ดๆๆๆๆๆ

เสียงฟ้าร้องกับสายฟ้าฟาดเป็นสีขาว มาพร้อมกับเสียงกรีดร้องของใครบางคน ทำให้ร่างเล็กของเด็กชายในชุดนอนสีขาวน้ำเงินลายทางสะดุ้งตื่นขึ้นนั่งด้วยความรู้สึกตกใจ

เกิดเรื่องอะไรขึ้น?

เขาตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว แม้เวลานี้จะเป็นยามวิกาลที่เขาสมควรหลับใหลบนเตียงนุ่มก็ตาม แต่ความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเปิดประตูเดินออกไปดู

เท้าเล็กๆ เดินตามแสงไฟที่ลอดประตูออกมา ซึ่งห้องดังกล่าวเป็นห้องทำงานของแม่ตัวเอง

“คะ คุณผู้หญิงค่ะ ฮือ ทำไมคุณผู้หญิงถึงทำแบบนี้ ฮือๆๆ”

เด็กน้อยจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของแม่นม เธอกำลังคร่ำครวญร้องไห้ปานขาดใจ ร้องเรียกผู้เป็นนายหญิงของตัวเองไปด้วย

ความไร้เดียงสา ทำให้มือน้อยๆ ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป แว๊บแรกเขาเห็นปลายเท้าของใครบางคนลอยเหนืออากาศ ก่อนที่จะไล่สายตาขึ้นไปด้านบน

“อย่าค่ะคุณหนู อย่ามองนะคะ”

หญิงชรารีบเดินใช้ตัวเองบังภาพตรงหน้า ก่อนจะเอามือปิดตาเด็กน้อยที่ยืนตัวแข็งทื่อ แต่ทว่ากลับไม่ทันแล้ว

ภาพของหญิงสาวผมยาว สวมชุดนอนพลิ้วไหว ลิ้นจุกปาก รอบคอมีเชือกผูกกับขื่อบ้านทิ้งตัวลงมา ขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง สองมือกำแน่น ปลายเท้าจิกเกร็ง ราวกับทรมานเป็นอย่างมาก

“ทำไมแม่ถึงทิ้งธันไป แม่ครับ”

เสียงเด็กน้อยวัยสิบขวบร้องเรียกมารดา ถึงจะยังเด็กแต่ก็รู้ความว่าแม่ของเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว

เฮือก

ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นพร้อมกับลุกขึันนั่ง แม้ว่าในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ร่างกายกลับโชกไปด้วยเหงื่อ เสียงหายใจหอบดัง ราวกับว่าเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างไรอย่างนั้น ขณะที่ร่างเล็กคนที่อยู่ข้างกายก็ตื่นขึ้นมาด้วยเช่นกัน

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” แอรินเอ่ยถามสามีด้วยความแปลกใจ

“ไม่มีอะไรหรอก เธอนอนต่อเถอะ” ธันวาหันมาพูดบอกคนตัวเล็กให้นอนต่อ แอรินพยักหน้าเก็บความสงสัยภายในใจ ก่อนจะล้มตัวนอนโดยหันหลังให้กับร่างสูงทั้งอย่างนั้น

เธอกับเขาจำเป็นต้องนอนด้วยกันในบ้านหลังนี้ และตลอดสองสามวันที่ผ่านมา เธอสังเกตว่ากลางดึกธันวาจะสะดุ้งตื่นมาแทบทุกครั้ง มิหนำซ้ำสีหน้าที่ดูหวาดกลัวตอนตื่นขึ้นมา กลับทำให้แอรินอยากรู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่

“ฉันว่าเราไปหาหมอกันไหมคะ?”

แอรินตัดสินใจถามออกไป ขณะที่ทั้งคู่กินอาหารเช้าอยู่ด้วยกัน

“เธอไม่สบายเหรอ?” ธันวาถามกลับ

“เปล่าค่ะ ฉันพาคุณไปต่างหาก” เจ้าของคิ้วหนาเลิกขึ้นเมื่อได้ฟังคำตอบ

“ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“แต่อาการผวาตอนกลางดึกล่ะคะ ฉันอยู่กับคุณมาเป็นเดือน เห็นคุณสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายทุกวัน แบบนี้มันไม่ปกติแล้วนะคะคุณธัน” เธอเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่สามารถปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้

แต่ทว่าคนฟังกลับรู้สึกหงุดหงิด จนต้องวางช้อนสเตนเลสลงบนจานเสียงดัง

แก๊ง

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันสบายดี เธอเลิกยุ่งเรื่องฉันได้แล้วแอริน”

แงๆๆๆๆๆ

เขากระแทกเสียงดังจนเด็กน้อยสะดุ้งโหยง ก่อนจะอ้าปากร้องลั่นตามประสา จนผู้เป็นแม่ต้องเข้าไปปลอบ

หญิงสาวมองสามีตาขวาง ทำให้ร่างสูงรู้ตัวว่าตนเองเผลอตะคอกใส่ จนทำให้ลูกน้อยตกใจกลัว

“ค่ะ แอร์จะไม่ยุ่งเรื่องของคุณอีก แค่นี้พอใจแล้วหรือยัง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ก่อนจะอุ้มลูกน้อยเดินออกมา โดยมีใบตองเดินตามทั้งคู่มาด้วย

เจ้าของร่างสูงใหญ่มองตามแผ่นหลังเล็กเดินลับไป ก่อนที่คิวหนาจะขมวดแน่นยิ่งขึ้น พร้อมกับกัดเล็บนิ้วโป้ง ราวกับคิดอะไรบางอย่าง

“อย่าโกรธคุณธันเลยนะคะคุณแอร์” ใบตองพูดบอก หลังจากที่แอรินพาพีพีเข้ามาปลอบในห้องเล็ก จนเด็กน้อยหลับปุ๋ยบนเตียงนอนแสนนุ่ม

“แอร์ไม่น่าเป็นห่วงเขาเลยค่ะพี่ตอง” แอรินพูดอย่างหัวเสีย เธอพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้ตั้งแต่อยู่ที่โต๊ะกินข้าว แม้ว่าพีพีจะยังเด็ก แต่การทะเลาะกันต่อหน้าลูกน้อยก็ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่ควรทำ

“ตองอยากให้คุณแอร์เข้าใจ ว่าอาการของคุณธันไม่ปกติจริงๆ ค่ะ” ใบตองพยายามพูดเกลี้ยกล่อม ทำให้เธอต้องหันมามองแม่บ้านสาวอย่างสงสัย

“พี่ตองช่วยเล่าหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณธันถึงมีอาการแบบนั้น” แอรินถามด้วยความอยากรู้ ใบตองมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อย เธอลังเลว่าสมควรจะเล่าดีหรือไม่ดี ทั้งที่เรื่องผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้วก็ตามที

“สัญญากับพี่ตองได้ไหม ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร” ใบตองเกริ่น แอรินพยักหน้ารับปาก ก่อนที่แม่บ้านสาวจะเริ่มเล่า ว่าฝันร้ายของเจ้านายเกิดมาจากสิ่งใด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทส่งท้าย

    เช้าวันถัดมา ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาตื่นเห็นเพดานสีขาวที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปมองคนที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆ เตียงนี่เขายังไม่ตายเหรอ?เป็นการตั้งคำถามกับตัวเองครั้งแรก อยู่ๆ ภาพความฝันทำให้เขานึกย้อนกลับไป เขาจำได้ว่าเดินอยู่ในความมืด ปลายทางสีขาวทำให้เขาเดินตรงไป แต่ทว่ากลับมีคนคนหนึ่งกลับรั้งเขาไว้ผู้หญิงที่มีใบหน้าอ่อนโยนคล้ายภรรยา แต่ดูมีอายุกว่า เธอแนะนำตัวว่าเป็นแม่ของหญิงสาว ฝากฝั่งให้ช่วยดูแลลูกน้อยของเธอ และบอกให้เขาเดินไปอีกทาง ซึ่งปลายทางนั้นมีแอรินกับลูกๆ รออยู่“คุณธัน คุณตื่นแล้ว” เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย หญิงสาวก็เด้งตัวตื่นขึ้นมาทันที“ทำไมเราไม่ไปนอนที่โซฟาดีๆ ล่ะคะ” เขาถาม กลัวว่าภรรยาจะปวดหลัง แต่ทว่าแอรินกลับส่ายหน้า“แอร์รอให้คุณตื่น” เธอตอบ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยน้ำตา“เลิกร้องไห้ได้แล้ว พี่ไม่ชอบที่เราร้องไห้เลยรู้ไหม” เขาเอ่ยพลางเกลี่ยน้ำสีใสออกจากหางตาของเธอ“อืม...แต่คุณธัน”“เรียกพี่สิคะ เรียกคุณมันห่างเหินไปไหม” เขาพูดขัด พยายามจะดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จนแอรินต้องรีบเข้าไปช่วยประคองอีกแรง“แผลพี่มันจะปริเอาได้นะ ค่อยๆ ลุกสิคะ” หญิงสาวพูดดุ แต่ธันวากล

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [100%]

    “โลกนี้มันไม่ยุติธรรมเลยว่าไหม? ถ้าไม่ใช่มึง คุณธันคงไม่เป็นแบบนี้” และแล้วใบตองก็พูดความรู้สึกออกมาตั้งแต่เด็กหัวใจของเธอมีเพียงธันวาเพียงหนึ่งเดียว หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่เหลียวแลเธอ แม้กระทั่งสถานะคู่นอนเหมือนกับปลายฟ้า ธันวายังให้เธอไม่ได้หัวใจที่แสนด้านชาของเขาเปลี่ยนไป ก็ตั้งแต่มีสองแม่ลูกนั้นเข้ามาในบ้าน ใบตองรับรู้ได้ถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ชายหนุ่มทำให้แอริน จนความอิจฉาพวยพุ่ง และคิดทำลายแม้กระทั่งตัวธันวาเองในเมื่อเธอไม่ได้ ก็ไม่ควรมีใครได้เขาไปเช่นกัน“พี่ชอบคุณธันเหรอคะ” แอรินถามเสียงเบา ดูไม่ออกจริงๆ ว่าใบตองรู้สึกอย่างไร“กูรักเขา มึงเข้าใจไหมว่ากูรักเขา” ใบตองตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ ก่อนที่หญิงสาวจะควักของสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงมีดปลายแหลมถูกจ่ออยู่ที่คอของแอริน ความคมของเหล็กสีเงิน หากใช้แรงกดเพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งเธอให้ไปอยู่อีกภพหนึ่งได้เลย“หยุด!! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ”เสียงเปิดประตูเหล็กพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนับสิบนาย กรูเข้ามาพร้อมกับชี้ปลายกระบอกปืนไปทางใบตอง“วางมีดเถอะตอง” เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาตามหลัง พร้อมกับโน้มน้าวให้สาวใช้ของเขาวางอาวุ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 20 เดิมพัน [50%]

    แสงไฟสาดเข้ามาทำให้เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้น ก่อนจะหรี่ตามองเพราะดวงตายังปรับโฟกัสได้ไม่ทัน ภาพแรกเธอมองเห็นหญิงสาวแสนคุ้นหน้ายืนอยู่ตรงหน้า กับชายหนุ่มมาดเนี้ยบที่เธอจำไม่เคยลืมว่าคืออดีตแฟนเพื่อนรักอย่างภวินทร์ในโกดังร้างซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองชลบุรี แทบจะไม่มีรถสัญจร ในนั้นมีหญิงสาวถูกจับตัวมาขังไว้ ลำตัวถูกเชือกมัดไว้กับเก้าอี้ไว้อย่างแน่นหนา ทำให้เธอไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนไม่ได้แอรินจำได้ว่ากำลังทำอาหารอยู่ในครัว พอไฟดับก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจากทางหลังบ้าน จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่ว่าตอนนี้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอไม่คาดคิดกลับมาอยู่ที่นี่ได้ หนำซ้ำรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้าและเนื้อตัวเด่นชัด“พี่ตองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ” แอรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิดว่าใบตองนั้นคงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับเธอ แต่ทว่าหญิงสาวกลับมองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับคนไม่รู้จักกัน“เลิกตอแหล แล้วเอาหน้าจริงมาคุยกันดีกว่า” ใบตองเอ่ย“พี่ตองพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ” แอรินสงสัยว่าเธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ถึงขั้นร่วมมือกับไอ้โรคจิตอย่างภวินท์“นี่เหรอแผนการของเธอ” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ“ค่

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [100%]

    เช้าวันถัดมา แอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าลุกขึ้นมาทำกับข้าว จัดของแบ่งใส่ถุงเอาไว้เตรียมไปทำบุญที่วัด เนื่องด้วยเป็นวัดพระใหญ่ ชาวบ้านจึงแห่กันไปฟังเทศน์กันเพื่อเป็นสิริมงคล และเธอเองก็ตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้วเช่นกันขณะที่กำลังเตรียมของอยู่นั้น ร่างสูงของธันวาก็เข้ามาร่วมช่วยสองสาว แม้จะไม่เคยหยิบจับตะหลิว หรือแม้กระทั่งปอกหัวหอมก็ยังทำไม่เป็น แต่แม่บ้านสาวอย่างเพียรก็ใจเย็นช่วยสอน ด้วยความเห็นใจชายหนุ่มอยู่“คุณอยู่ที่นี่แหละ” เห็นใบหน้าของเขาดูอิดโรย แอรินจึงพูดบอก หลังจากนำอาหารใส่ท้ายรถเก๋งคันเล็กเป็นที่เรียบร้อย“ให้พี่ไปทำบุญด้วยสิ”“แต่...”“ขัดคนทำบุญมันบาปนะคะหนูแอร์” ธันวาพูดสวน เพราะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาจะปฏิเสธ ทว่าข้ออ้างของเขากลับทำให้แอรินไม่สามารถขัดได้ทั้งคู่ตอนนี้อยู่ในรถ ธันวาอาสาขับรถ ส่วนสองสาวพากันนั่งอยู่เบาะท้าย ส่วนเจ้าหนูพีพีนั่งคาร์ซีทข้างคนขับก็หัวเราะเสียงดังเอิ๊กอ๊าก เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยว“ไอ้รถคันนี้มันเล็กเกินไปไหมเนี่ย” ธันวาพูดบ่น หลังจากที่เข้ามานั่งในรถคันเล็ก เขารู้สึกอึดอัด ด้วยความที่ช่วงขายาว กับเบาะที่ปรับไปด้านหลังไม่ได้มาก“ให้ฉันขับไหมคะ” แอรินเสนอ

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 19 ขอโอกาส [50%]

    “คุณทำจะทำอะไรน่ะ”คนตัวเล็กรีบลุกจากที่นอนในทันที ก่อนจะเดินไปเปิดไฟ ความสว่างทำให้เห็นหน้าคนที่ไม่ได้เจอเกือบสองอาทิตย์ พลันรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เมื่อสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย จากใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้แก้มของเขาตอบอย่างเห็นได้ชัด ส่วนขอบตาดำเพราะอดหลับอดนอนมาหลายคืนติดช่างไม่ดูแลตัวเองเอาเสียเลย..“พี่แค่อยากกอดเมียให้หายคิดถึง” เขาตอบน้ำเสียงเบา ไม่อยากรบกวนการนอนของเจ้าพีพี ที่กำลังหลับสบายอยู่ที่เปลไฟฟ้าตัวโปรด“เราสองคนหย่ากันแล้วค่ะ ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันแล้ว” เธอย้ำสถานะต่อชายหนุ่ม“ได้ไง พี่ยังไม่เซ็น จะถือว่าสมบูรณ์ได้ยังไง” เขาตอบ“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยเซ็นให้มันจบๆ สักทีเถอะ ปล่อยเราสองคนแม่ลูกไปซะ” แอรินขอร้อง เธอเบื่อที่จะหนีเต็มทน ลำพังเธออยากจะกลับไปดูร้านทำเล็บที่กรุงเทพจะแย่อยู่แล้ว“พี่ไม่หย่า เรากลับบ้านกันเถอะนะแอร์” ชายหนุ่มพูดขอร้อง พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ แต่แอรินกลับก้าวถอยหลังหนี“แอร์ไม่กลับ คุณกลับไปเถอะ เราไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ด้วยกันแล้วค่ะ” เธอพยายามพูดเกลี้ยกล่อมทว่าขณะที่กำลังพูดคุย สายตาของร่างสูงดันเหลือบไปเห็นแผงยาเป็นจำนวนมาก ที่ว

  • เมื่อตัวมัมคว้าตัวท็อป   บทที่ 18 คนหลงทาง [100%]

    การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองชนบท ห่างไกลจากผู้คนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร เพียงแต่ตอนนี้หญิงสาวกลับคิดถึงร้านทำเล็บเล็กๆ ของเธอเป็นอย่างมาก โชคดีที่ระหว่างนี้แอรินขอให้แม่บุญธรรมของเธอเข้ามาดูแลกิจการชั่วคราว ทำให้หายห่วงไปเปลาะหนึ่งส่วนอาการแพ้ท้องตอนนี้ทุเลาลงไปมาก อาจเพราะเด็กในท้องคงชอบที่จะอยู่กับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าในเมือง ทำให้ช่วงนี้แอรินเริ่มทานอาหารได้เยอะ จนท้องยื่นออกมาเห็นเด่นชัด“มีอะไรให้เพียรช่วยอีกไหมคะ” แม่บ้านสาวเข้ามาเอ่ยถาม หลังจากที่ช่วยทำงานบ้านจนเสร็จหมดแล้ว“งั้นเพียรช่วยไปเก็บดอกมะลิได้ไหมจ๊ะ แอร์จะเอามาร้อยพวงมาลัยไปไหว้พระวันพรุ่งนี้” แอรินอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา สบโอกาสที่ดอกมะลิกับกุหลาบในสวนบานสะพรั่ง เธอจึงอยากเอามาร้อยไปถวายพระ“ได้ค่ะ เดี๋ยวเพียรไปช่วยเก็บให้นะคะ” พูดจบแม่บ้านสาวก้มหน้าเดินออกไป ส่วนแอรินก็เดินไปตัดดอกกุหลาบสีแดงสดที่อยู่ในกระถางหน้าบ้านหวลนึกถึงความหลังตอนที่เธอยังเด็ก ตอนนั้นเธอมาอยู่กับแม่บุญธรรมไม่นานนัก ลดาสอนเธอร้อยพวงมาลัยขาย ได้ค่าขนมไปกินที่โรงเรียนอยู่เป็นประจำเพราะความจนมันทำให้แอรินแข็งแกร่ง ไม่ว่าเจอปัญหาในรูปแบบไหนเธอก็ไม่หวั่น เพร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status