Share

แผนลับปลอมตัว

last update publish date: 2026-05-04 11:53:44

หลังจากเหตุการณ์ที่งูเลื้อยเข้ามาในลานซักผ้าซูซินอวี่สั่งให้คนรับใช้ผู้ชายเข้าไปตรวจสอบรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัยและสั่งให้คนเก็บกวาดทำความสะอาดลานทั้งหมดให้ดูโล่งสบายตา

นางไม่ได้สืบหาตัวคนปริศนาที่ช่วยไล่งูไป หากเป็นเมื่อก่อนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางคงสั่งลงโทษคนดูแลลานซักผ้าและสั่งทหารออกตามล่าตัวคนที่ไม่เปิดเผยตัวไปแล้ว เพราะนางถือว่าช่วยเหลือแบบหลบซ่อนก็ไม่ต่างจากการลอบทำร้ายผู้อื่น

"คุณหนูใหญ่ไม่สั่งตามหาคนที่ไล่งูหรือเจ้าคะ"

หนึ่งในสาวใช้ที่ลานซักผ้ารวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้นเสียงเบา กระนั้นนางก็ยังทำคอหดและก้มหน้าไม่กล้าสบตาซูซินอวี่

"ช่างเถอะ ทุกคนปลอดภัยก็พอแล้ว ต่อไปต้องระวังให้มาก สำรวจรอบตัวตลอดเวลาเข้าใจหรือไม่"

เป็นคำพูดที่พวกนางนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินแทนคำตำหนิที่คุ้นเคย

"เข้าใจเจ้าค่ะ"

จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ทั้งที่ยังมึนงงกับท่าทีของนาง

ซูซินอวี่ไม่คิดมาก นางไม่ใช่คนที่จมอยู่กับอดีตมากเกินไป จัดการเรื่องนี้เสร็จนางจึงเข้าไปที่ห้องตำราเพื่อหาสูตรทำขนมโบราณที่นางสนใจและไม่เคยทดลองมาก่อน

"หาสิ่งที่สร้างสรรค์ทำดีกว่า"

นางได้อ่านตำราสูตรขนมและจดจำเอาไว้ในใจ

"ข้าต้องออกไปเสาะหาวัตถุดิบด้วยตนเอง"

จวนแม่ทัพซูขึ้นชื่อว่าเข้มงวดในการเข้าออก แม้แต่คุณหนูในจวนหากไม่มีธุระจำเป็นหรือมีเหตุผลมากพอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปง่าย ๆ

"ถ้าเช่นนั้นก็มีวิธีเดียว"

ยิ่งนางเพิ่งหายจากอาการป่วยและพฤติกรรมผิดแผกเช่นนี้ยิ่งไม่มีผู้ใดไว้ใจให้ออกนอกจวน นางจึงใช้อุบายที่ไม่เคยได้ใช้มาก่อน

"ข้าจะไปสวดมนต์ให้ท่านแม่และขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดใกล้ ๆ"

ทุกคนต่างรู้สึกถึงการสูญเสียฮูหยินใหญ่ ยิ่งเป็นซูซินอวี่ที่เสียมารดาไปตลอดกาลนางคงทุกข์ใจไม่น้อย ประกอบกับนางเพิ่งฟื้นจากความตายได้ไม่นานคงต้องการกำลังใจเป็นอย่างมาก นางจึงได้รับอนุญาตให้ออกไปที่วัดได้

ณ ตลาดตะวันออก ยามสายใจกลางเมืองหลวง เสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่เรียกลูกค้ากันอย่างคึกคัก

ภายใต้ผ้าคลุมหน้าผืนบาง หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายเดินแทรกตัวไปตามแผงขายของ เส้นผมรวบหลวม ๆ ต่างจากเดิมที่เคยประดับด้วยปิ่นทองและอาภรณ์ของสตรีชั้นสูง

"ข้าวขาว แป้งข้าวเจ้า น้ำผึ้งป่า"

ซูซินอวี่พึมพำรายชื่อวัตถุดิบที่ตนเคยจำได้จากตำราโบราณในจวนที่นางเพิ่งค้นพบ

นางออกจากเรือนใหญ่ด้วยข้ออ้างว่าไปสวดมนต์ แต่แท้จริงคือแอบหนีออกมาตลาด เพื่อหาวัตถุดิบสำหรับลองทำขนมหวานสูตรโบราณตามตำรานั้น

"หากขนมนี้สำเร็จ ข้าจะใช้ผูกมิตรกับแม่นางหลี่ให้ได้"

นางยิ้มเจ้าเล่ห์กับตนเองเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงแผงน้ำผึ้ง เสียงเอะอะจากด้านหน้าตลาดก็ดังขึ้นผิดปกติ

"เฮ้ย จับมันไว้! มันล้วงกระเป๋าแม่ข้า!"

ชายหนุ่มผิวคล้ำผู้หนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนมาทางนางพอดี ในมือมีถุงผ้าใบเล็ก

"บ้าจริง!"

 ซูซินอวี่สบถเบา ๆ พยายามเบี่ยงตัวหลบ ทว่าอีกฝ่ายกลับเบียดเข้ามาเกือบจะชนนาง

พลันมีมือแข็งแรงข้างหนึ่งคว้าไหล่ขโมยไว้ทัน ก่อนจะพลิกตัวรวดเร็ว ฟาดศอกเข้าท้องจนอีกฝ่ายทรุดลง

"ของไม่ใช่ของเจ้า อย่าคิดเอาไปง่าย ๆ"

เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาอย่างเรียบเฉย แต่ทรงพลัง ซูซินอวี่หันขวับไปมองชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดนักเดินทางผ้าหยาบ เส้นผมมัดต่ำไว้หลวม ๆ มีหนวดเคราบาง ๆ พอให้ดูต่างจากคนในเมืองดวงตาภายใต้หมวกผ้ากลับคมราวเหยี่ยว รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

เขาเอาตัวแทรกมาบังนางเอาไว้พร้อมกันตัวนางออกห่างกลุ่มคน ในขณะที่ผู้คนแตกตื่นและชุลมุนเล็กน้อยพร้อมกับคนของทางการมาถึงและจัดการจับตัวชายคนนั้นได้พอดี

ด้านข้างแผงขนมหลังเหตุการณ์ชุลมุนผ่านพ้นไป

ซูซินอวี่ตกใจเล็กน้อย นางสำรวจตัวเองจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ขณะที่ชายหนุ่มปริศนาคนนั้นถอยห่างออกไปด้วยท่าทางระวังตัวเกินจำเป็น

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้"

"ข้าชื่ออวี้เอ๋อร์ เป็นสาวใช้จากจวนขุนนางเจ้าค่ะ"

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้พิษภัย ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยนเหมือนหญิงสาวชาวบ้านทั่วไป แต่แววตากลับเปล่งประกายแพรวพราว ราวกับมองทะลุผ้าคลุมหน้านั้นเข้าไปถึงสีหน้าอีกฝ่าย

‘เดินท่าทางอย่างนั้น ถือดาบแบบนั้น แถมกลิ่นชาสมุนไพรจากชุดเสื้อคลุม’

‘ไม่ผิดแน่ เซี่ยอวี้หลัน คนใจแข็ง’

นางแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น แต่ยิ่งเห็นเขาเม้มริมฝีปากแน่น ยิ่งอยากกลั่นแกล้ง

"ว่าแต่ แม้ท่านจะปิดหน้าปิดตา แต่ท่วงท่าการต่อสู้นั้นน่าเกรงขามนัก ไม่ทราบว่าท่าน เป็นองครักษ์หรือไม่"

นางปรายตามองด้วยแววตาไร้เดียงสา ขณะที่อีกฝ่ายเบือนหน้าหนีอย่างลนลานเล็กน้อย

"เป็นเพียงพ่อค้าเร่ธรรมดา"

เสียงทุ้มที่กลั้นไว้แน่นทำให้นางแทบหลุดหัวเราะ แต่ซูซินอวี่ก็ยังคงตีหน้าซื่อไว้เต็มที่ก่อนแสร้งถอนหายใจเบา ๆ

"น่าเสียดาย หากท่านเป็นทหารจริง ข้าคงฝากตัวให้ท่านคุ้มครองได้ทุกวันเลยเจ้าค่ะ"

เมื่ออีกฝ่ายเงียบนางจึงกล่าวต่อไป

"คนอย่างข้า อยู่จวนขุนนางแต่กลับรู้สึกไม่ปลอดภัยนัก"

เซี่ยอวี้หลันชะงักชั่วครู่ มือที่จับด้ามดาบใต้ผ้าคลุมแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"กลับเรือนไปซะ อย่าเพ่นพ่านอีก" 

เสียงเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย ซูซินอวี่ยกยิ้มบาง ๆ พลางนึกสนุกในใจ

‘แค่พูดแค่นั้น แต่ดวงตากลับเฝ้ามองข้าไม่วางตา'

"เจ้าค่ะ ข้าจะรีบกลับ"

นางถอยหลังสองก้าว ก้มตัวให้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยทิ้งท้ายโดยไม่หันหลังกลับมา

"หากวันหน้า ท่านผ่านมาทางนี้อีก ข้าจะทำขนมไปฝากนะเจ้าคะ เพื่อตอบแทนผู้กล้าจากตลาดครานี้"

นางเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่น้อย แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มบาง ราวกับจับจังหวะของอีกฝ่ายไว้ได้แล้ว

คืนนั้นที่เรือนพักองครักษ์ เซี่ยอวี้หลันถอดผ้าคลุมออกเงียบ ๆ วางดาบไว้ข้างประตู บรรยากาศยามค่ำสงบเงียบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดตามพุ่มไม้ที่ส่งเสียงกลบความเงียบสงบของค่ำคืน

เขาเดินไปยังโต๊ะน้ำชา พลันนึกถึงใบหน้าเรียวขาวสะอาดเมื่อตอนกลางวัน

เขายกชาเข้าปาก กลิ่นชากลบไม่พอจะขจัดความคิดบางอย่างในหัวได้เลย

'เจ้าบอกว่าจะทำขนมมาตอบแทนข้า'

เซี่ยอวี้หลันขมวดคิ้วเล็กน้อยกับความคิดไร้สาระของตน

‘เพียงแค่ขนม ข้าไม่ควรสนใจ’

แต่เมื่อภาพนางในชุดธรรมดายืนอยู่กลางตลาด ยิ้มบางขณะอวดเล่น ๆ ว่า

"ข้าจะทำขนมไปฝากท่าน"

 คำพูดนี้แวบเข้ามาในหัวไม่ยอมหยุด องครักษ์หนุ่มกลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานนับครู่

มือหนาเผลอยกขึ้นแตะบริเวณอกตัวเองเบา ๆ ก่อนลดมือลงแทบจะทันทีราวกับไม่พอใจ

‘เพราะข้าต้องปกป้องความปลอดภัยนางเท่านั้น’

‘มิใช่เพราะยามนางยิ้มแล้วใจข้าต้องเต้นแรง’

เขาเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ และเดินไปเปิดหน้าต่างท่ามกลางแสงจันทร์สาดเข้ามากระทบใบหน้าคมสัน

ทว่าแม้จะยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ใบหน้าของสตรีผู้หนึ่งกลับชัดเจนขึ้นทุกคราในใจ แม้พยายามสงวนท่าทีเพียงใด ใจกลับมีรอยร้าวบาง ๆ ที่ไม่อาจขจัดออกไปได้

ด้านเรือนรองจวนแม่ทัพ ซูซินอวี่ทอดสายตามองฟ้ากว้าง ยืนกอดอกหลวม ๆ อยู่ริมหน้าต่างไม้ เส้นผมหลุดลุ่ยบางเส้นปลิวไหวตามแรงลม นางเงียบเช่นนั้นอยู่นาน ดวงตาฉายแววครุ่นคิดแต่ไม่เศร้า เป็นเพียงความสับสนที่ยากจะแยกแยะ

'ข้าเคยร้ายกาจกับเขามากมายนัก'

นางยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะแผ่นอกตนเบา ๆ เหมือนจะทบทวนว่าหัวใจในตอนนี้ เต้นเพราะอะไร ความละอาย หรือบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น

'ตอนที่เขายืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางเงียบขรึม ไม่พูดจา แต่กลับยืนขวางระหว่างข้ากับอันตราย'

'เขาจำข้าได้หรือไม่'

ริมฝีปากบางเม้มแน่น ก่อนจะคลายลงเป็นรอยยิ้มจาง

หากเป็นเมื่อก่อน นางคงหัวเราะเยาะเขาด้วยซ้ำเมื่อเห็นเขาถูกสั่งให้เฝ้ายามหรือคอยอารักขานางจนไม่ได้กลับเรือน หรือยามที่เขาถูกตำหนิในที่ประชุมเพราะปกป้องชาวบ้านคนหนึ่งเกินเหตุ ทั้งหมดนั้นคือความดื้อรั้นที่ใครหลายคนมองเห็น

ทว่าในยามนี้ ความดื้อรั้นนั้น กลับทำให้นางรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

"ข้าเคยคิดว่าเซี่ยอวี้หลันไร้หัวใจ แต่ยามนี้ข้ากลับรู้สึกว่า คนผู้นั้นอาจมีหัวใจที่อ่อนโยนกว่าผู้ใด"

เสียงลมกระทบใบไม้บางเบาคล้ายเป็นการตอบรับ นางหลับตาแน่นชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกเข้าไป

"หรือว่าข้ากำลังสั่นไหว เพราะเขา"

คำถามนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ เพียงแต่ยิ่งคิดกลับยิ่งรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในใจค่อย ๆ คลี่คลาย เหมือนผ้าพับซ้อนที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกทีละชั้น

‘เขาอาจไม่ไว้ใจข้า'

‘และข้าเองก็ไม่ควรไว้ใจเขา’

‘แต่ ความรู้สึกนี้กลับไม่อาจห้าม’

นางเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง จ้องมองแสงจันทร์ที่กระจ่างจนแทบแสบตา

"หากวันหน้าข้าทำขนมนั้นสำเร็จ ข้าจะให้เขาลองชิม"

"ไม่ใช่เพื่อผูกมิตรเหมือนกับแม่นางหลี่เท่านั้นแต่เพื่อตนเอง"

เสียงแผ่วเบาแต่แน่วแน่ หลุดออกจากริมฝีปากราวคำสัญญากับลมยามค่ำคืน ซูซินอวี่ยกมือแนบแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวของตน ยิ้มให้กับความรู้สึกใหม่ที่กำลังก่อตัวในหัวใจอย่างช้า ๆ

จู่ ๆ ความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

เสียงสายลมครวญครางนอกหน้าต่างขณะซูซินอวี่ยังยืนอยู่ที่เดิม แสงจันทร์ยังคงเดิม แต่ใจกลับพานางย้อนกลับไปยังวันเวลาที่ไม่มีใครเอ่ยถึงอีก

ฤดูหนาวเมื่อหลายปีก่อน ภายในจวนแม่ทัพซู

เด็กหญิงสองคนกำลังนั่งอยู่ข้างแปลงดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เด็กหญิงผู้หนึ่งใส่ชุดแพรเนื้อดี หน้าใสสะอาด ริมฝีปากแดงสดและสายตาเย่อหยิ่ง เหลือบมองอีกคนอย่างเฉยชา

"เจ้ามาจากตระกูลหลี่ แต่กลับต้องขออาศัยอยู่กับข้า หวังจะปีนขึ้นที่สูงหรือ"

เด็กหญิงอีกคนสวมชุดผ้าฝ้ายธรรมดา นั่งก้มหน้าหลบตา น้ำเสียงเงียบขรึมแต่ไม่อ่อนแอ

"ข้าเพียงอยากเรียนรู้ ไม่เคยคิดแย่งชิงตำแหน่งใด"

"โกหก"

 เด็กหญิงจากตระกูลซู ซูซินอวี่ในวัยเด็ก กล่าวเย้ยเยาะพร้อมปัดหนังสือจากมือนางอีกคนตกพื้น

"เจ้าทำตัวเรียบร้อย แต่แววตากลับไม่ซื่อ"

น้ำเสียงในตอนนั้นทั้งเย็นชาและโหดร้าย ราวกับเด็กหญิงผู้หนึ่งไม่เคยรู้จักคำว่าเมตตา

แม่นางหลี่ หลี่ชิงหรู เป็นลูกสาวของอนุภรรยาในตระกูลหลี่ ถูกส่งมาเรียนรู้งานในจวนสกุลซูเป็นเวลาหลายเดือน ขณะที่อำนาจการดูแลเรือนตอนนั้นยังอยู่ในมือของซูซินอวี่ผู้เดียว หลังจากฮูหยินใหญ่เสียชีวิต

หลี่ชิงหรูได้พักที่ห้องรับรองภายในเรือนของซูซินอวี่ที่ไม่มีผู้ใดมายุ่งวุ่นวายได้ ก่อนที่ช่วงหลังนางก่อเรื่องกับบ่าวรับใช้เอาไว้มาก ฉินซื่อจึงเข้ามาควบคุมแทนทั้งหมด

แม้นางจะอ่อนน้อม เพียบพร้อม และไม่เคยโต้กลับ แต่สายตานิ่งสงบและความสามารถด้านงานครัวและบรรณาการของนาง กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ซูซินอวี่รู้สึกไม่ปลอดภัยและอิจฉา

"ทุกคนชมว่าเจ้าทำขนมได้อร่อย เจ้าไปเรียนจากที่ใด"

 ซูซินอวี่เคยถามขณะเหยียบย่ำขนมที่อีกฝ่ายตั้งใจปั้นทั้งคืนจนเละไม่เหลือชิ้นดี

หลี่ชิงหรูเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ใบหน้าเปื้อนแป้ง มือเปื้อนน้ำผึ้ง แต่กลับกล่าวเพียงสั้น ๆ

"ข้าเรียนจากท่านแม่ ก่อนที่นางจะตาย"

ไม่มีเสียงโต้กลับ มีเพียงความเงียบที่หล่นลงในใจของเด็กหญิงผู้อวดดีในวันนั้น

ซูซินอวี่ลืมตาช้า ๆ พลางก้มมองมือตนเอง

"ข้าคิดว่านางอ่อนแอ แต่ในที่สุดข้าต่างหากที่กลัวนาง"

นางเอ่ยเบา ๆ กับเงาจันทร์ที่ทอดยาวภายในห้อง นึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของหลี่ชิงหรูที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี

หลังเหตุการณ์ในจวนตอนนั้นไม่นาน หลี่ชิงหรูถูกเรียกตัวกลับไปช่วยดูแลร้านขนมของตระกูลนาง และหลังจากนั้นไม่นานชื่อเสียงนางก็เริ่มแพร่หลายในหมู่ผู้ดีชั้นสูง

"หากขนมข้าทำได้อร่อยเท่าครึ่งหนึ่งของนางก็คงดีไม่น้อย"

"ข้าจะเริ่มด้วยคำขอโทษนาง ผ่านขนมหนึ่งชิ้น"

เรื่องของแม่นางหลี่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องจากความทรงจำนี้ที่ซูซินอวี่ต้องสะสางให้สำเร็จ นางต้องเริ่มต้นผูกมิตรจากคนที่นางเคยเหยียบย่ำเพื่อให้ร่างใหม่ที่มีนางอยู่ไม่ต้องจมกับความรู้สึกผิดที่ค้างคาในใจ

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ทะลุมิติ(ตอนจบ)

    ซูซินอวี่น้ำตาเอ่อคลอเพราะหัวใจเรียกร้องถึงเขาอย่างแรงกล้า'หากท่านยังรออยู่ขอให้ปิ่นนี้สั่นอีกครั้งเถิด'ทันใดนั้น ปลายปิ่นในมวยผมของเธอเริ่มสั่นสะเทือน หัวใจของเธอกระตุกวูบโลกโบราณ ณ ตำแหน่งเดิมที่นางเคยล้มลงเซี่ยอวี้หลันนั่งนิ่ง ดวงตาหลับพริ้ม แต่ภายในใจเริ่มอ่อนล้า เขารู้สึกถึงเสียงรอบข้างที่เปลี่ยนไปทันใดนั้นแสงเรืองรองปรากฏตรงพื้นผิวกำแพงอีกครั้งผู้คนในโลกโบราณที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกบ้กำแพงหันมองอย่างตกตะลึง ขณะที่ในโลกปัจจุบัน คนในร้านของเก่าเริ่มร้องเสียงหลง เมื่อแสงเรืองรองสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงผนังร้าน"นั่นมันอะไรกัน"แสงสว่างเจิดจ้าเปิดออกเป็นประตูวงแหวนแห่งมิติ ตรงใจกลางของมันปรากฏภาพของอีกโลกชัดเจนซูซินอวี่ในชุดทำงานเรียบง่าย ยืนนิ่ง น้ำตารินในดวงตา จ้องมองข้ามมิติไปยังเซี่ยอวี้หลันที่กำลังฝืนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ในดวงตาของเขามีเพียงเงาสะท้อนของนาง ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถาม ความโหยหา และความรักสุดใจ"เจ้าจะกลับมาใช่หรือไม่"เสียงของเขาสั่นพร่าเธอพยักหน้าช้า ๆ ริมฝีปากขยับอย่างไร้เสียงว่า"ข้าคิดถึงท่าน"จิตวิญญาณของทั้งสองเชื่อมถึงกันอย่างแน่นแฟ้นและในวินาทีนั้นเอง เ

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ลืมข้าหรือไม่

    เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะแสงไฟสีขาวเหนือศีรษะกระพริบเล็กน้อยกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศซูซินอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆเปลือกตาหนักราวกับแบกรับคืนและวันจำนวนมาก"คุณเฟิ่ง ได้ยินหมอไหมคะ"เสียงพยาบาลถามเอ่ยเบา ๆ เธอกะพริบตาถี่ ๆ หันมองรอบห้อง"นี่คือ…""โรงพยาบาลค่ะ"หมอคนหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น"คุณหมดสติไปหนึ่งเดือนเต็ม หลังประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต"หลังจากพักฟื้น เธอกลับไปยังอพาร์ตเมนต์เดิมห้องยังเหมือนเดิม แต่เหมือนไม่ใช่ของเธอ ของบางอย่างหายไป เอกสารราชการบางอย่างระบุว่า"ไม่พบข้อมูลผู้หญิงชื่อเฟิ่งเสี่ยวอิงในทะเบียนราษฎร์"เธอไปยังที่ทำงานเดิม ยื่นบัตรประจำตัวเข้างานเหมือนทุกครั้ง""ขอโทษค่ะเราไม่มีพนักงานชื่อนี้และข้อมูลในระบบก็ไม่ปรากฏ"เธอถามเพื่อนร่วมงานเก่า แต่ทุกคนล้วนมองเธอราวกับคนแปลกหน้า"ขอโทษนะ เราไม่รู้จักคุณค่ะ"ซูซินอวี่กลับมาเป็นเฟิ่งเสี่ยวอิง เธอเดินอยู่กลางเมืองท่ามกลางเสียงรถยนต์ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เธอกลับเหมือนไม่มีตัวตนในโลกนี้กลับมาได้แต่เหมือนไม่เคยมีชีวิตอยู่เธอไม่รู้ว่าโลกปัจจุบัน ประตูมิติอยู่ที่ใด ไม่มีโอกาสได้เห็นตอนที่มาถึงที่นี่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   การพลัดพราก

    หลายวันหลังจากงานเลี้ยงเปิดจวนซูซินอวี่ได้รับคนรับใช้จากจวนแม่ทัพซูมาอยู่ด้วยหลายคนจากการจัดการของฉินซื่อ นางลงมือทำสวนกับคนสวนเพิ่ม ปลูกดอกไม้นานาชนิดและปลูกสมุนไพรบางชนิดเอาไว้ใช้ยามขาดแคลนจวนตระกูลเซี่ยกว้างใหญ่ ด้านหลังจวนแทบไม่มีผู้ใดเดินมาถึง นางจึงเริ่มออกสำรวจไปรอบจวนพร้อมกับคนรับใช้สามสี่คน แล้วให้พวกเขาช่วยกันถางป่าที่ยังรกจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย"เสร็จแล้วขอรับฮูหยิน"เสียงคนสวนรายงานขณะที่นางยืนทอดมองไปยังกำแพงสูงเบื้องหน้ากำลังครุ่นคิดว่าบริเวณนี้จะจัดการอย่างไรให้ไม่ดูวังเวงและน่ากลัวเกินไป"พวกเจ้ากลับไปได้ ข้าจะดูตรงนี้อีกหน่อย"สาวรับใช้มองไปโดยรอบอย่างไม่ไว้ใจ นางไม่ยอมไปและเตือนซูซินอวี่"ฮูหยินไปกันเถิดเจ้าค่ะ ตรงนี้ไม่น่าอยู่หรอกเจ้าค่ะ"ซูซินอวี่พูดยิ้มแย้ม"ไม่มีอะไรน่ากลัวไม่ต้องห่วง เขตของตระกูลเซี่ยปลอดภัยทุกที่ไม่มีป่ารกแล้วด้วย""แต่..."นางจึงตัดบทสาวรับใช้"เจ้ากลับไปก่อนเถอะอีกไม่นานข้าจะตามไป"นางลังเลแต่ก็ไม่กล้าขัดจึงยอมทำตามคำสั่งโดยดีซูซินอวี่มองไปรอบ ๆ ชั่วครู่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกตินางจึงเตรียมตัวกลับ"ต้องไปร่างแผนก่อนแล้วค่อยกลับมาดูใหม่"ท

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ฟื้นฟูตระกูลเซี่ย

    หลังพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่วัน เช้าวันหนึ่ง เซี่ยอวี้หลันพานางเดินทางโดยรถม้าธรรมดาที่ไร้เครื่องประดับ ผ่านแนวป่ารกร้างเลียบเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"ที่นั่นคือ..."ซูซินอวี่ถามขึ้นเมื่อมองเห็นกำแพงสูงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยตะไคร่และเถาวัลย์เลื้อยพัน ประตูไม้หนาที่ยังคงตั้งตระหง่านแม้จะถูกปิดตายมานานหลายสิบปี มีตราประทับราชสำนักซีดจางจากกาลเวลา ใบไม้แห้งลู่ลมอยู่บนหลังคาและกระเบื้องที่พังไปบางส่วนเซี่ยอวี้หลันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ไม่พูดสิ่งใด จนกระทั่งเขายื่นมือไปดึงผ้าคลุมหน้ากุญแจที่ขึ้นสนิมออก แล้วใช้กุญแจเก่าแก่ไขออกด้วยมือของตนเสียง กรึก ดังแผ่วเบากลอนประตูที่ถูกลงกลอนมานานเปิดออกช้า ๆบานประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นจวนตระกูลเซี่ยในสภาพที่ถูกลืมพื้นหินกรวดเต็มไปด้วยเศษใบไม้ศาลาริมสระบัวที่เคยงดงามกลับทรุดโทรม หลังคาหลุดลุ่ย ไม้ไผ่ที่เคยปลูกเรียงราย บัดนี้แห้งกรัง แตกหักล้มระเนระนาด"ข้าเคยมองที่นี่จากความฝัน มันเงียบแต่งดงาม"เซี่ยอวี้หลันพูดขึ้นพลางมองไปโดยรอบเขาพานางเดินผ่านโถงใหญ่ที่เคยมีม่านแพรสีฟ้าโบกไหว ผ่านเรือนเล็กเรือนน้อยที่เคยเป็นเรือนรับรองแขก

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คืนเข้าหอ

    ใต้แสงตะเกียงและผ้าแพรแดงยามจื่อ (เวลาเที่ยงคืน) ผ่านไปเพียงไม่นานภายในเรือนหอ กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ลอยอ่อน ๆ จากมุมห้อง ม่านผ้าแพรสีแดงปักลายหงส์และมังกรสะบัดเบา ๆ ตามแรงลมอุ่นตะเกียงน้ำมันคู่รักลายหงส์มังกรยังส่องแสงนิ่ง ดั่งเป็นพยานแห่งคืนแรกซูซินอวี่นั่งอยู่ที่ริมเตียงชุดเจ้าสาวชั้นนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อคลุมบางสีแดงอ่อนลายเงาดอกเหมย เรือนผมรวบขึ้นหลวม ๆ เผยต้นคอขาวเนียน ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากเหล้าดองรักที่ดื่มร่วมกันเมื่อตอนหัวค่ำเสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้อง ไม่นานร่างสูงในชุดคลุมยาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านางเซี่ยอวี้หลันหยุดยืนหน้าซูซินอวี่ สบตานางอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าแล้ววางมือลงบนตักนางอย่างแผ่วเบา"ข้าจะไม่เร่งเร้าเจ้าแม้จะเป็นวันแต่งงาน หากเจ้าไม่พร้อม เพียงบอกข้า"ซูซินอวี่เงยหน้าขึ้น สบดวงตาคมเข้มที่สะท้อนภาพตนเองอย่างอ่อนโยนนางเอ่ยเสียงเบา"ข้าไม่ได้กลัวเพียงแต่หัวใจข้ายังไม่หยุดเต้นแรง แต่ข้าไม่คิดจะหนีข้าอยากอยู่กับท่าน"ดวงตาเซี่ยอวี้หลันอ่อนแสงลงทันใด"เช่นนั้นข้าขอสัมผัสเจ้าด้วยความอ่อนโยน ไม่ใช่ด้วยสิทธิของสามีแต่ด้วย

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   วันแต่งงาน

    หลังงานเลี้ยงผ่านพ้นไปสิบวัน ซูซินอวี่กำลังตากดอกไม้แห้งสำหรับทำขนมและยา กลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลไปทั่ว นางอยู่เพียงลำพังในลานเงียบสงบ ร่างบางนั่งตัวตรงอย่างตั้งใจ มือเรียวจัดเรียงกลีบดอกไม้แต่สายตากลับเหม่อลอย"ทำไมท่านต้องพูดต่อหน้าผู้คนขนาดนั้นด้วยเล่า ท่านจริงใจกับข้าจริงหรือแค่ล้อเล่นกันแน่"นางบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบางซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันรู้ตัว"เขาเปลี่ยนไปหรือข้าเองที่เปลี่ยน"ซูซินอวี่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเกลี่ยกลีบดอกไม้ไปมาเบา ๆ นางเริ่มรู้สึกว่าหัวใจของตนไม่ได้นิ่งเฉยเช่นกันช่วงเวลานี้เป็นการพิสูจน์ตัวเองของเซี่ยอวี้หลันในหลายเรื่องราว เขาตั้งใจทำงานสร้างผลงาน ชื่อเสียงและทรัพย์สินขึ้นมา และไม่ละเลยที่จะมาเยี่ยมเยียนซูซินอวี่เป็นครั้งคราวแม่ทัพซูและฉินซื่อยืนอยู่หน้าเรือนกลาง ทั้งคู่ต่างมองดูหนุ่มสาวพูดคุยกันเงียบ ๆ ในวันหนึ่ง"เจ้าคิดว่าต้องรอไปอีกเป็นปีหรือไม่"แม่ทัพเอ่ยถามนาง ฉินซื่อทอดสายตามองทั้งคู่แล้วเผยรอยยิ้มออกมา"ไม่ต้องแล้วกระมังเจ้าคะ หากยืดเยื้อไปกว่านี้จะนานเกินไป เราทุกคนรู้จักเซี่ยอวี้หลันดี เขาพิสูจน์ตัวเองมา

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ของขวัญวันเกิดน้องสาว

    ซูซินอวี่เฝ้าสังเกตอยู่หลายวันกลับไม่มีข่าวคราวใดของนางในวันก่อนเล็ดลอดออกไป สถานการณ์ยังปกติดี นั่นหมายความว่าเซี่ยอวี้หลันไม่ได้กลั่นแกล้งนางและเขาก็ออกไปทำงานกับแม่ทัพซูแล้วกลับมาฝึกทหารตามปกติดังเดิมหนึ่งเดือนผ่านไปจวนแม่ทัพซูไม่มีเหตุการณ์ใดร้ายแรงเกิดขึ้นซูซินอวี่จึงวางใจได้ เขาเพียงทดสอบแต่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ข้อสงสัยของเซี่ยอวี้หลัน

    บ่ายวันถัดมา ที่ร้านขนมตระกูลหลี่ร้านขนมที่ตั้งอยู่ริมทางในย่านตะวันออกอันเงียบสงบไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นขนมอบใหม่ลอยคลุ้งออกมาจากห้องด้านในชวนให้คนผ่านทางหยุดยืนราวกับต้องมนตร์สะกดซูซินอวี่ในชุดผ้าฝ้ายธรรมดายืนถือห่อผ้าขนาดเล็กอยู่หน้าร้าน นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   องครักษ์ผู้เคยถูกสั่งประหาร

    รุ่งเช้าหรูอวี้เซียนลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะที่สาวใช้คนสนิทกำลังเตรียมน้ำชาตามปกติ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นนางหันไปมองด้วยแววตาสงสัย"ใครมาแต่เช้า"สาวใช้เปิดประตูออก ก่อนจะหันมากระซิบ"คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ นางไม่ได้เข้ามา แค่นำของมาให้แล้วก็จากไป"หรูอวี้เซียนขมวดคิ้วทันที เดินไปยังปร

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คำขอโทษแรกในชีวิต

    ซูซินเยว่พยายามสร้างข่าวลือขึ้นมาใหม่ในหมู่คนรับใช้และทหารในจวน คนที่เคยถูกซูซินอวี่กดขี่ในเมื่อก่อน ต่างนึกขุ่นเคืองนางขึ้นมาใหม่ ทว่าก็ยังไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากซูซินอวี่ไม่ตอบโต้ นางยังส่งคนมาช่วยงานบ่าวรับใช้ที่ทำงานหนักเหล่านั้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ๆ ขึ้นมาใหม่"ได้ข่าวว่าห้องพักของพวกเจ้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status