ホーム / รักโบราณ / เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า / ของขวัญวันเกิดน้องสาว

共有

ของขวัญวันเกิดน้องสาว

last update 公開日: 2026-05-05 12:17:21

ซูซินอวี่เฝ้าสังเกตอยู่หลายวันกลับไม่มีข่าวคราวใดของนางในวันก่อนเล็ดลอดออกไป สถานการณ์ยังปกติดี นั่นหมายความว่าเซี่ยอวี้หลันไม่ได้กลั่นแกล้งนางและเขาก็ออกไปทำงานกับแม่ทัพซูแล้วกลับมาฝึกทหารตามปกติดังเดิม

หนึ่งเดือนผ่านไปจวนแม่ทัพซูไม่มีเหตุการณ์ใดร้ายแรงเกิดขึ้นซูซินอวี่จึงวางใจได้ เขาเพียงทดสอบแต่ไม่ได้เอาเรื่องนางจริง ๆ  ส่วนเซี่ยอวี้หลันยังคงทำหน้าที่องครักษ์ให้แม่ทัพซูต่อไปโดยไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับนางอีก การไม่ต้องพบกันทำให้นางเบาใจได้มากขึ้น

 ซูซินอวี่ก็ใช้ชีวิตเช่นเดิม นางหัดทำขนมหลากหลายมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานวันเกิดของซูซินเยว่

สิบห้าวันผ่านไปภายในจวนแม่ทัพ

จวนแม่ทัพซูชิ่งอันเป็นจวนของขุนนางที่ราษฎรต่างชื่นชมและให้ความเคารพ เมื่อมีงานสำคัญในจวน ท่านแม่ทัพมักจะเชิญคนละแวกนั้นมาร่วมงานด้วยอยู่เสมอนอกเหนือจากบรรดาขุนนางน้อยใหญ่

เช่นเดียวกับวันนี้ที่เป็นวันเกิดของซูซินเยว่ น้องสาวของซูซินอวี่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความคึกคักของขุนนางทุกระดับและชาวบ้านที่มาร่วมงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่ลานกว้างหน้าจวน

ภาพในความคิดผุดขึ้นมา ภาพนั้นซูซินอวี่กำลังยิ้มอย่างอบอุ่น หยิบวัตถุดิบที่เตรียมอย่างพิถีพิถันขึ้นมา นางรู้ดีว่าวันนี้เป็นโอกาสสำคัญ ที่จะใช้ขนมเค้กแบบโบราณที่ฝึกฝนเองเป็นของขวัญแสดงความจริงใจต่อซูซินเยว่

นางค่อย ๆ นวดแป้งด้วยมืออย่างอ่อนโยน ก่อนจะนำขนมไปอบในเตาอิฐ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ดึงดูดสายตาและความสนใจของแขกในงานรวมถึงซูซินเยว่ที่เงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่วางใจนัก

"พี่หญิง ท่านทำเองหรือ"

ซูซินเยว่ถามเสียงเล็ก ๆ ด้วยแววตาที่ยังมีความสงสัย

"ใช่ ขนมนี้เป็นสูตรโบราณของครอบครัวเรา หวังว่าเจ้าจะชอบนะ"

ซูซินอวี่ตอบอย่างจริงใจพลางคาดหวังในใจ ซูซินเยว่ได้ฟังยิ่งมึนงงเพราะนางไม่เคยรู้มาก่อน

"ข้าไม่เคยได้ยินว่าครอบครัวเรามีสูตรขนมโบราณอย่างนี้"

 ซูซินอวี่เพียงยิ้มบางไม่ตอบคำถามใดเพิ่ม ขณะที่นางยื่นเค้กชิ้นหนึ่งให้ ซูซินเยว่ค่อย ๆ รับมาอย่างลังเล มือสั่นเล็กน้อย เมื่อกัดเข้าไปในเนื้อเค้กนุ่ม หวานหอมตามที่พี่สาวตั้งใจทำ

รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของซูซินเยว่ นี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่นางดูผ่อนคลายลงบ้าง แม้ว่าจะยังไม่ไว้ใจพี่สาวต่างมารดาเต็มร้อยก็ตาม

ซูซินอวี่เห็นภาพนั้นในใจ รู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพี่น้องยังต้องใช้เวลา แต่ของขวัญวันเกิดนี้ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด นางจะพยายามทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่ดี เมื่อสุดความสามารถแล้วความสัมพันธ์ไม่มีความก้าวหน้า เมื่อนั้นนางจะปล่อยวางน้องสาวคนนี้ทันที

เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยคึกคักดังขึ้นทั่วบริเวณลานกว้างหน้าจวน มีการตั้งโต๊ะไม้เล็ก ๆ หลายตัวเรียงราย ประดับด้วยผ้าสีสันสดใสและดอกไม้หลากหลาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานของผู้เข้าร่วมงานที่พาครอบครัวมาด้วยรวมถึงเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นกันโดยไม่แบ่งชนชั้น

บางคนยืนจับมือร้องเพลงวันเกิดให้ซูซินเยว่อย่างสดใส ขณะที่ผู้ใหญ่บางส่วนยืนจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันและกัน

"ได้เวลาแล้วเจ้าค่ะ"

เสียงบ่าวรับใช้ดังขึ้นทำลายภวังค์ความคิดของนาง

"เช่นนั้นก็ไปกันเถิด"

ซูซินอวี่ออกจากห้องครัวไปกับบ่าวรับใช้สองคนพร้อมถาดขนมเค้กโบราณที่นางทำเอง

ในใจของซูซินอวี่มีความหวังลึก ๆ ว่าวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีกว่าเดิม แม้จะยังมีระยะห่าง แต่ความจริงใจที่นางมอบให้นั้นจะเป็นสะพานเชื่อมใจทั้งสองให้ใกล้กันมากขึ้น

ยามโพล้เพล้ ฟ้ายามค่ำค่อยๆ โอบคลุมจวนแม่ทัพอย่างช้าๆ โคมกระดาษสีแดงแขวนเรียงรายตามแนวทางเดิน สาดแสงสีส้มอุ่นเรื่อออกมารับกับสายลมเย็น กลิ่นหอมของดอกไม้จากสวนด้านหลังลอยฟุ้งคล้ายจะร่วมยินดีกับงานเลี้ยงภายในจวนแม่ทัพ

ในลานกว้างกลางจวน ขุนนางญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมแสดงความยินดีในวันเกิดของคุณหนูรองซูซินเยว่ บุตรีคนรองของตระกูลซูที่มีชื่อเสียงในแวดวงสตรีชั้นสูง แม้ไม่ใช่งานหรูหราฟุ่มเฟือย ทว่าอบอวลด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม

โต๊ะสำรับเรียงรายเป็นระเบียบ อาหารชั้นดีจัดวางอย่างประณีต ข้างเวทีเล็กมีบรรดานางรำแต่งชุดสีอ่อน กำลังบรรเลงเพลงขับกล่อมแขกอย่างนุ่มนวล

ซูซินอวี่ในชุดเรียบหรูสีฟ้าอ่อนปรากฏตัวพร้อมขนมเค้กแป้งข้าวเหนียวกับไส้ผลไม้หมักสูตรพิเศษที่นางลงมือทำเอง ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องนาง

"เยว่เอ๋อร์"

ซูซินอวี่ยิ้มละไม กล่าวเสียงแผ่วขณะประคองถาดขนมเข้าไปตรงหน้า

 "ข้าทำขนมเค้กให้เป็นของขวัญ มันอาจจะยังดูไม่ค่อยสวยงาม แต่หวังว่าเจ้าจะชอบ ลองชิมดูเถิด"

ซูซินเยว่มองเค้กตรงหน้า ใบหน้าที่ยามปกติเรียบเฉยต่อหน้าผู้คนคลายลงเล็กน้อย  นางไม่ได้พูดอะไรในทันที แต่ยื่นมือมารับไว้อย่างไม่รังเกียจ ยามนี้มีแขกกำลังจับจ้องอยู่นางจึงจำเป็นต้องรักษามารยาท

"ข้าไม่เคยเห็นขนมหน้าตาเช่นนี้มาก่อน" นางกล่าว

"ท่านไปเรียนมาจากไหนหรือ"

ซูซินอวี่ยิ้มบาง

 "พอมีเวลาอยู่บ้างก็ลองทำเองดู ใช้ของในครัวเรือนเรานี่ล่ะ ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะชอบ"

ขณะที่ผู้คนรอบข้างส่งเสียงชื่นชม สตรีผู้หนึ่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะมองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งงัน ฉินซื่อ ฮูหยินรองของจวน ผู้มีสายตาเฉียบแหลมและวาจาแหลมคมไม่แพ้ใคร ค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยหนามแหลมคม

"ข้าเห็นเจ้าในครั้งนี้ สีหน้าอารมณ์เปลี่ยนไปมากนัก"

 นางกล่าวช้า ๆ พร้อมจิบชาในถ้วย 

"นับวันยิ่งพูดจานุ่มนวล ใจก็เมตตา ราวกับมิใช่ซินอวี่คนเดิม"

บรรยากาศเย็นลงชั่วขณะ เมื่อฉินซื่อแค่นเสียง

ซูซินอวี่ยกยิ้มอ่อนน้อม ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่ไม่แข็งกร้าว

 "ข้าทำเรื่องผิดไว้มากในอดีต ย่อมอยากแก้ไข ไม่ใช่เพราะข้าปั้นหน้า หากแต่เพราะข้ารู้แล้วว่าเวลาในครอบครัวสำคัญเพียงใด"

"หึ"

ฉินซื่อหัวเราะเบา ๆ คล้ายไม่เชื่อทั้งหมด 

"หวังว่าเจ้าจะรักษาความตั้งใจนี้ได้นานกว่าหนึ่งวัน"

ทว่าหลังถ้อยคำเสียดสี ทุกสายตาก็ยังจับจ้องไปที่ซูซินอวี่ ผู้ซึ่งยืนนิ่งมั่นคง สายตาไม่สั่นไหว รอยยิ้มยังคงอยู่ แม้ภายในลึก ๆ จะแอบหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อระงับความตึงเครียด

แต่กลับเป็นเซี่ยอวี้หลันที่ยืนอยู่มุมหนึ่ง เฝ้ามองนางมาตลอด คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตานางไม่ไหวเอน และเขาเริ่มลังเล

สตรีคนนี้ ยังคงเป็นคนเดิมที่เขาเฝ้าสงสัย

ภายใต้แสงโคมกระดาษที่ส่องสว่าง บรรยากาศในงานวันเกิดดำเนินไปอย่างอบอุ่น ครอบครัวตระกูลซูแลดูแน่นแฟ้นกว่าที่เคยเป็น แม้จะยังมีบาดแผลเก่าในสายตาหลายคน แต่การที่ซูซินอวี่ยืนยิ้มต้อนรับแขก พลิกหน้าตาเป็นกันเองกับคนในจวน ก็ดูคล้ายความเย็นชาของอดีตกำลังละลายทีละน้อย

"คุณหนูซู ขนมที่เจ้าทำช่างแปลกใหม่นัก" 

เสียงของแขกผู้หนึ่งเอ่ยปากชมขึ้นมา

"ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าก็เพิ่งลองทำเป็นครั้งแรก"

นางตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปมองมุมหนึ่งของงานโดยไม่ตั้งใจและสบตาเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง

เซี่ยอวี้หลันยืนอยู่ใต้เงาโคม ระยะห่างไม่ไกลจากนางนัก ดวงตาคมคู่นั้นนิ่งงันแต่จับจ้องนางราวกับครุ่นคิดสิ่งใด เขาไม่ได้พูด เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ทว่าดวงตากลับไม่ละไปแม้แต่นิดเดียว

ซูซินอวี่ยิ้มบาง ลอบถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ รู้ดีว่าเขาเฝ้ามองอยู่ และคงสงสัยในหลายสิ่งที่นางแสดงออก

กระทั่งครู่หนึ่ง เมื่อเสียงเพลงเงียบลง ผู้คนบางส่วนหันไปสนใจการแสดงชุดต่อไป นางจึงเดินแยกออกมาทางสวนเล็กข้างเรือนที่เงียบสงบกว่างานเลี้ยง

"หนีผู้คนหรือ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังโดยไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใคร

"ข้าแค่อยากพักหูสักครู่"

นางตอบเรียบ ๆ หันมามองเขาในชุดคลุมสีเข้ม เขายังคงมีท่าทีสงบเช่นเคย แต่แววตานั้นมีบางอย่างอ่อนลงกว่าทุกครั้ง

"วันนี้เจ้าดูแตกต่าง"  เขากล่าว

"ดีขึ้นหรือแย่ลงล่ะ"

เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ขยับเข้ามาใกล้ ก้าวเท้าอย่างไม่รีบร้อน ยามที่ยืนอยู่ตรงหน้า ระยะห่างนั้นน้อยเสียจนได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเนื้อผ้า

"ข้าแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรคือหน้ากาก อะไรคือความจริง"

เสียงของเขาไม่ดังนัก แต่ทว่าทุกคำแฝงแรงสะเทือนอยู่ในใจนาง

ซูซินอวี่สบตาเขาตรง ๆ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีถ้อยคำปฏิเสธ

"เช่นนั้นท่านก็จงดูต่อไปจนกว่าจะเห็นความจริงด้วยตาของท่านเอง"

เซี่ยอวี้หลันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ค่อย ๆ ต่ำลง

"หากสิ่งที่ข้าเห็นในคืนนี้ เป็นความจริง มันอ่อนโยนเกินไปสำหรับโลกแบบนี้"

ซูซินอวี่หัวเราะเบา ๆ ดวงตาหวานที่มองเขานั้นทั้งนิ่งและลึกขึ้น

"บางครั้ง ความอ่อนโยนไม่ใช่สิ่งอ่อนแอ มันคือความกล้าที่สุดต่างหาก"

ลมเย็นพัดผ่าน กลีบดอกไม้ร่วงลงข้างเท้า ราวกับห้วงเวลาหยุดอยู่ชั่วขณะ

เซี่ยอวี้หลันมองนางอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

"ข้าจะจับตาดูเจ้าต่อไปไม่ใช่เพื่อตรวจสอบเพียงอย่างเดียว แต่มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้ารู้สึกผิดปกติ"

"เช่นนั้น ก็แล้วแต่ท่านองค์รักษ์"

นางหมุนกายเดินจากไปในทันทีสีหน้าท่าทางไม่บ่งบอกว่ามีอารมณ์เช่นไร เซี่ยอวี้หลันมิใช่คนเชื่ออะไรง่ายดายและนางก็ไม่หวั่นไหวกับความตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง

 

 

 

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ทะลุมิติ(ตอนจบ)

    ซูซินอวี่น้ำตาเอ่อคลอเพราะหัวใจเรียกร้องถึงเขาอย่างแรงกล้า'หากท่านยังรออยู่ขอให้ปิ่นนี้สั่นอีกครั้งเถิด'ทันใดนั้น ปลายปิ่นในมวยผมของเธอเริ่มสั่นสะเทือน หัวใจของเธอกระตุกวูบโลกโบราณ ณ ตำแหน่งเดิมที่นางเคยล้มลงเซี่ยอวี้หลันนั่งนิ่ง ดวงตาหลับพริ้ม แต่ภายในใจเริ่มอ่อนล้า เขารู้สึกถึงเสียงรอบข้างที่เปลี่ยนไปทันใดนั้นแสงเรืองรองปรากฏตรงพื้นผิวกำแพงอีกครั้งผู้คนในโลกโบราณที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกบ้กำแพงหันมองอย่างตกตะลึง ขณะที่ในโลกปัจจุบัน คนในร้านของเก่าเริ่มร้องเสียงหลง เมื่อแสงเรืองรองสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงผนังร้าน"นั่นมันอะไรกัน"แสงสว่างเจิดจ้าเปิดออกเป็นประตูวงแหวนแห่งมิติ ตรงใจกลางของมันปรากฏภาพของอีกโลกชัดเจนซูซินอวี่ในชุดทำงานเรียบง่าย ยืนนิ่ง น้ำตารินในดวงตา จ้องมองข้ามมิติไปยังเซี่ยอวี้หลันที่กำลังฝืนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ในดวงตาของเขามีเพียงเงาสะท้อนของนาง ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถาม ความโหยหา และความรักสุดใจ"เจ้าจะกลับมาใช่หรือไม่"เสียงของเขาสั่นพร่าเธอพยักหน้าช้า ๆ ริมฝีปากขยับอย่างไร้เสียงว่า"ข้าคิดถึงท่าน"จิตวิญญาณของทั้งสองเชื่อมถึงกันอย่างแน่นแฟ้นและในวินาทีนั้นเอง เ

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ลืมข้าหรือไม่

    เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะแสงไฟสีขาวเหนือศีรษะกระพริบเล็กน้อยกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศซูซินอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆเปลือกตาหนักราวกับแบกรับคืนและวันจำนวนมาก"คุณเฟิ่ง ได้ยินหมอไหมคะ"เสียงพยาบาลถามเอ่ยเบา ๆ เธอกะพริบตาถี่ ๆ หันมองรอบห้อง"นี่คือ…""โรงพยาบาลค่ะ"หมอคนหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น"คุณหมดสติไปหนึ่งเดือนเต็ม หลังประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต"หลังจากพักฟื้น เธอกลับไปยังอพาร์ตเมนต์เดิมห้องยังเหมือนเดิม แต่เหมือนไม่ใช่ของเธอ ของบางอย่างหายไป เอกสารราชการบางอย่างระบุว่า"ไม่พบข้อมูลผู้หญิงชื่อเฟิ่งเสี่ยวอิงในทะเบียนราษฎร์"เธอไปยังที่ทำงานเดิม ยื่นบัตรประจำตัวเข้างานเหมือนทุกครั้ง""ขอโทษค่ะเราไม่มีพนักงานชื่อนี้และข้อมูลในระบบก็ไม่ปรากฏ"เธอถามเพื่อนร่วมงานเก่า แต่ทุกคนล้วนมองเธอราวกับคนแปลกหน้า"ขอโทษนะ เราไม่รู้จักคุณค่ะ"ซูซินอวี่กลับมาเป็นเฟิ่งเสี่ยวอิง เธอเดินอยู่กลางเมืองท่ามกลางเสียงรถยนต์ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เธอกลับเหมือนไม่มีตัวตนในโลกนี้กลับมาได้แต่เหมือนไม่เคยมีชีวิตอยู่เธอไม่รู้ว่าโลกปัจจุบัน ประตูมิติอยู่ที่ใด ไม่มีโอกาสได้เห็นตอนที่มาถึงที่นี่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   การพลัดพราก

    หลายวันหลังจากงานเลี้ยงเปิดจวนซูซินอวี่ได้รับคนรับใช้จากจวนแม่ทัพซูมาอยู่ด้วยหลายคนจากการจัดการของฉินซื่อ นางลงมือทำสวนกับคนสวนเพิ่ม ปลูกดอกไม้นานาชนิดและปลูกสมุนไพรบางชนิดเอาไว้ใช้ยามขาดแคลนจวนตระกูลเซี่ยกว้างใหญ่ ด้านหลังจวนแทบไม่มีผู้ใดเดินมาถึง นางจึงเริ่มออกสำรวจไปรอบจวนพร้อมกับคนรับใช้สามสี่คน แล้วให้พวกเขาช่วยกันถางป่าที่ยังรกจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย"เสร็จแล้วขอรับฮูหยิน"เสียงคนสวนรายงานขณะที่นางยืนทอดมองไปยังกำแพงสูงเบื้องหน้ากำลังครุ่นคิดว่าบริเวณนี้จะจัดการอย่างไรให้ไม่ดูวังเวงและน่ากลัวเกินไป"พวกเจ้ากลับไปได้ ข้าจะดูตรงนี้อีกหน่อย"สาวรับใช้มองไปโดยรอบอย่างไม่ไว้ใจ นางไม่ยอมไปและเตือนซูซินอวี่"ฮูหยินไปกันเถิดเจ้าค่ะ ตรงนี้ไม่น่าอยู่หรอกเจ้าค่ะ"ซูซินอวี่พูดยิ้มแย้ม"ไม่มีอะไรน่ากลัวไม่ต้องห่วง เขตของตระกูลเซี่ยปลอดภัยทุกที่ไม่มีป่ารกแล้วด้วย""แต่..."นางจึงตัดบทสาวรับใช้"เจ้ากลับไปก่อนเถอะอีกไม่นานข้าจะตามไป"นางลังเลแต่ก็ไม่กล้าขัดจึงยอมทำตามคำสั่งโดยดีซูซินอวี่มองไปรอบ ๆ ชั่วครู่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกตินางจึงเตรียมตัวกลับ"ต้องไปร่างแผนก่อนแล้วค่อยกลับมาดูใหม่"ท

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ฟื้นฟูตระกูลเซี่ย

    หลังพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่วัน เช้าวันหนึ่ง เซี่ยอวี้หลันพานางเดินทางโดยรถม้าธรรมดาที่ไร้เครื่องประดับ ผ่านแนวป่ารกร้างเลียบเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"ที่นั่นคือ..."ซูซินอวี่ถามขึ้นเมื่อมองเห็นกำแพงสูงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยตะไคร่และเถาวัลย์เลื้อยพัน ประตูไม้หนาที่ยังคงตั้งตระหง่านแม้จะถูกปิดตายมานานหลายสิบปี มีตราประทับราชสำนักซีดจางจากกาลเวลา ใบไม้แห้งลู่ลมอยู่บนหลังคาและกระเบื้องที่พังไปบางส่วนเซี่ยอวี้หลันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ไม่พูดสิ่งใด จนกระทั่งเขายื่นมือไปดึงผ้าคลุมหน้ากุญแจที่ขึ้นสนิมออก แล้วใช้กุญแจเก่าแก่ไขออกด้วยมือของตนเสียง กรึก ดังแผ่วเบากลอนประตูที่ถูกลงกลอนมานานเปิดออกช้า ๆบานประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นจวนตระกูลเซี่ยในสภาพที่ถูกลืมพื้นหินกรวดเต็มไปด้วยเศษใบไม้ศาลาริมสระบัวที่เคยงดงามกลับทรุดโทรม หลังคาหลุดลุ่ย ไม้ไผ่ที่เคยปลูกเรียงราย บัดนี้แห้งกรัง แตกหักล้มระเนระนาด"ข้าเคยมองที่นี่จากความฝัน มันเงียบแต่งดงาม"เซี่ยอวี้หลันพูดขึ้นพลางมองไปโดยรอบเขาพานางเดินผ่านโถงใหญ่ที่เคยมีม่านแพรสีฟ้าโบกไหว ผ่านเรือนเล็กเรือนน้อยที่เคยเป็นเรือนรับรองแขก

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คืนเข้าหอ

    ใต้แสงตะเกียงและผ้าแพรแดงยามจื่อ (เวลาเที่ยงคืน) ผ่านไปเพียงไม่นานภายในเรือนหอ กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ลอยอ่อน ๆ จากมุมห้อง ม่านผ้าแพรสีแดงปักลายหงส์และมังกรสะบัดเบา ๆ ตามแรงลมอุ่นตะเกียงน้ำมันคู่รักลายหงส์มังกรยังส่องแสงนิ่ง ดั่งเป็นพยานแห่งคืนแรกซูซินอวี่นั่งอยู่ที่ริมเตียงชุดเจ้าสาวชั้นนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อคลุมบางสีแดงอ่อนลายเงาดอกเหมย เรือนผมรวบขึ้นหลวม ๆ เผยต้นคอขาวเนียน ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากเหล้าดองรักที่ดื่มร่วมกันเมื่อตอนหัวค่ำเสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้อง ไม่นานร่างสูงในชุดคลุมยาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านางเซี่ยอวี้หลันหยุดยืนหน้าซูซินอวี่ สบตานางอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าแล้ววางมือลงบนตักนางอย่างแผ่วเบา"ข้าจะไม่เร่งเร้าเจ้าแม้จะเป็นวันแต่งงาน หากเจ้าไม่พร้อม เพียงบอกข้า"ซูซินอวี่เงยหน้าขึ้น สบดวงตาคมเข้มที่สะท้อนภาพตนเองอย่างอ่อนโยนนางเอ่ยเสียงเบา"ข้าไม่ได้กลัวเพียงแต่หัวใจข้ายังไม่หยุดเต้นแรง แต่ข้าไม่คิดจะหนีข้าอยากอยู่กับท่าน"ดวงตาเซี่ยอวี้หลันอ่อนแสงลงทันใด"เช่นนั้นข้าขอสัมผัสเจ้าด้วยความอ่อนโยน ไม่ใช่ด้วยสิทธิของสามีแต่ด้วย

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   วันแต่งงาน

    หลังงานเลี้ยงผ่านพ้นไปสิบวัน ซูซินอวี่กำลังตากดอกไม้แห้งสำหรับทำขนมและยา กลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลไปทั่ว นางอยู่เพียงลำพังในลานเงียบสงบ ร่างบางนั่งตัวตรงอย่างตั้งใจ มือเรียวจัดเรียงกลีบดอกไม้แต่สายตากลับเหม่อลอย"ทำไมท่านต้องพูดต่อหน้าผู้คนขนาดนั้นด้วยเล่า ท่านจริงใจกับข้าจริงหรือแค่ล้อเล่นกันแน่"นางบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบางซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันรู้ตัว"เขาเปลี่ยนไปหรือข้าเองที่เปลี่ยน"ซูซินอวี่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเกลี่ยกลีบดอกไม้ไปมาเบา ๆ นางเริ่มรู้สึกว่าหัวใจของตนไม่ได้นิ่งเฉยเช่นกันช่วงเวลานี้เป็นการพิสูจน์ตัวเองของเซี่ยอวี้หลันในหลายเรื่องราว เขาตั้งใจทำงานสร้างผลงาน ชื่อเสียงและทรัพย์สินขึ้นมา และไม่ละเลยที่จะมาเยี่ยมเยียนซูซินอวี่เป็นครั้งคราวแม่ทัพซูและฉินซื่อยืนอยู่หน้าเรือนกลาง ทั้งคู่ต่างมองดูหนุ่มสาวพูดคุยกันเงียบ ๆ ในวันหนึ่ง"เจ้าคิดว่าต้องรอไปอีกเป็นปีหรือไม่"แม่ทัพเอ่ยถามนาง ฉินซื่อทอดสายตามองทั้งคู่แล้วเผยรอยยิ้มออกมา"ไม่ต้องแล้วกระมังเจ้าคะ หากยืดเยื้อไปกว่านี้จะนานเกินไป เราทุกคนรู้จักเซี่ยอวี้หลันดี เขาพิสูจน์ตัวเองมา

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ข้อสงสัยของเซี่ยอวี้หลัน

    บ่ายวันถัดมา ที่ร้านขนมตระกูลหลี่ร้านขนมที่ตั้งอยู่ริมทางในย่านตะวันออกอันเงียบสงบไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นขนมอบใหม่ลอยคลุ้งออกมาจากห้องด้านในชวนให้คนผ่านทางหยุดยืนราวกับต้องมนตร์สะกดซูซินอวี่ในชุดผ้าฝ้ายธรรมดายืนถือห่อผ้าขนาดเล็กอยู่หน้าร้าน นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   แผนลับปลอมตัว

    หลังจากเหตุการณ์ที่งูเลื้อยเข้ามาในลานซักผ้าซูซินอวี่สั่งให้คนรับใช้ผู้ชายเข้าไปตรวจสอบรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัยและสั่งให้คนเก็บกวาดทำความสะอาดลานทั้งหมดให้ดูโล่งสบายตานางไม่ได้สืบหาตัวคนปริศนาที่ช่วยไล่งูไป หากเป็นเมื่อก่อนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางคงสั่งลงโทษคนดูแลลานซักผ้าและสั่งทหารออกตามล่าตัวคนที

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   องครักษ์ผู้เคยถูกสั่งประหาร

    รุ่งเช้าหรูอวี้เซียนลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะที่สาวใช้คนสนิทกำลังเตรียมน้ำชาตามปกติ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นนางหันไปมองด้วยแววตาสงสัย"ใครมาแต่เช้า"สาวใช้เปิดประตูออก ก่อนจะหันมากระซิบ"คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ นางไม่ได้เข้ามา แค่นำของมาให้แล้วก็จากไป"หรูอวี้เซียนขมวดคิ้วทันที เดินไปยังปร

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คำขอโทษแรกในชีวิต

    ซูซินเยว่พยายามสร้างข่าวลือขึ้นมาใหม่ในหมู่คนรับใช้และทหารในจวน คนที่เคยถูกซูซินอวี่กดขี่ในเมื่อก่อน ต่างนึกขุ่นเคืองนางขึ้นมาใหม่ ทว่าก็ยังไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากซูซินอวี่ไม่ตอบโต้ นางยังส่งคนมาช่วยงานบ่าวรับใช้ที่ทำงานหนักเหล่านั้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ๆ ขึ้นมาใหม่"ได้ข่าวว่าห้องพักของพวกเจ้า

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status