Share

คำขอโทษแรกในชีวิต

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-03 18:23:54

ซูซินเยว่พยายามสร้างข่าวลือขึ้นมาใหม่ในหมู่คนรับใช้และทหารในจวน คนที่เคยถูกซูซินอวี่กดขี่ในเมื่อก่อน ต่างนึกขุ่นเคืองนางขึ้นมาใหม่ ทว่าก็ยังไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากซูซินอวี่ไม่ตอบโต้ นางยังส่งคนมาช่วยงานบ่าวรับใช้ที่ทำงานหนักเหล่านั้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ๆ ขึ้นมาใหม่

"ได้ข่าวว่าห้องพักของพวกเจ้าเพดานรั่วหรือ ข้าจะให้ช่างมาซ่อมแซมให้ก่อน แล้วจะนำเรื่องนี้บอกให้ท่านพ่อปรับปรุงให้ใหม่"

นางเดินไปสำรวจตามเรือนบ่าวรับใช้และพบว่ามันชำรุดและเก่ามากแล้ว บ่าวรับใช้ต่างประหลาดใจที่จู่ ๆ นางก็มาดูแลเรื่องนี้ด้วยตนเองหลังจากที่มีการแจ้งเรื่องนี้มานานแต่ไม่ได้รับความใส่ใจมาก่อน

พวกเขาเหล่านั้นแม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็อดดีใจไม่ได้ การทำงานหนักในจวนกว้างใหญ่เช่นนี้แต่กลับมีที่พักย่ำแย่ราวกับไม่ใช่จวนของแม่ทัพใหญ่ประจำแคว้นเลย ซูชิ่งอันก็เอาแต่ทำงานและออกรบไม่มีเวลาสนใจเรื่องพวกนี้ ส่วนคนในจวนก็ไม่เคยเหลียวแลความเป็นอยู่ของพวกเขา การที่อดทนทำงานหนักที่จวนนี้เพราะความชื่นชมในตัวแม่ทัพซูล้วน ๆเท่านั้นเอง

ซูซินอวี่ไม่รอช้านางนำเรื่องขึ้นไปแจ้งให้บิดาทราบที่เรือนใหญ่ทันที

"ท่านพ่อ ลูกมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบเจ้าค่ะ"

แม่ทัพซูนั่งจิบชาเงียบ ๆ หลังจากอาหารมื้อเช้า สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ซูซินอวี่พอจะรู้ว่าบิดาไม่อยากพูดคุยกับตนเองแต่หากเพิกเฉยและปล่อยไปเรื่อย ๆ เช่นที่ผ่านมา นอกจากความสัมพันธ์แย่ลง คนรับใช้ที่นางจะช่วยเหลือก็ต้องรอต่อไปเหมือนไร้ความสำคัญ

"จะพูดอะไรก็พูดมา ข้ามีงานต้องทำ"

น้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งทำให้นางสะอึกจนเกือบลืมเรื่องที่จะร้องขอ เมื่อตั้งสติได้มั่นคงนางจึงอดทนกล่าวอย่างนิ่งสงบ

"เรือนพักคนงาน เช่น คนสวน หรือคนที่ทำงานหนักในจวนของเราชำรุดจนไม่น่าอยู่แล้วเจ้าค่ะ ลูกอยากขออนุญาตท่านพ่อจัดการซ่อมแซมชั่วคราวแล้วทยอยปรับปรุงใหม่และเพิ่มค่าแรงให้พวกเขาเจ้าค่ะ"

ซูชิ่งอันขมวดคิ้วฟัง คาดไม่ถึงว่าจวนแม่ทัพมีข้อบกพร่องอย่างนี้ด้วยหรือ 

"ข้าเคยมอบหมายให้แม่รองของเจ้าดูแลเหตุใดเจ้าถึงก้าวก่ายหน้าที่ของนาง ไม่รู้จักแยกแยะหรือไร"

แม่ทัพซูยังไม่วายตำหนินางทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าฉินซื่อทำอะไรบ้างในแต่ละวัน นางไม่เคยเดินไปที่หลังจวนให้รองเท้าเปื้อนพื้นด้วยซ้ำ

"แล้วนางว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ ในเมื่อเรื่องยังเงียบแสดงว่าไม่มีความคืบหน้า"

แม่ทัพซูนิ่งเงียบพูดไม่ออก เขาก็ยังมึนงงที่ซูซินอวี่เปลี่ยนไป นอกจากเอาใจใส่ผู้อื่นนางยังมีเหตุผลมากขึ้น

"หากท่านพ่อไม่อนุญาตให้ข้าทำเรื่องนี้นางก็ควรจัดการภายในสามวัน หาไม่แล้วลูกจะใช้เงินส่วนตัวของลูกจ้างคนมาซ่อมแซมเองเจ้าค่ะ"

"เจ้า!"

บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันใด เมื่อเขาแสดงความไม่พอใจออกมา มิใช่ว่าโกรธนางแต่รู้สึกโกรธตัวเองมากกว่าที่ทำให้จวนแม่ทัพไร้ระบบการจัดการที่ดี

"ข้าจะพิจารณาอีกที วันนี้เจ้ากลับไปก่อน"

เขาเมินหน้าไปอีกทางระหว่างพูดกับนางเสียงเย็นและพยายามข่มใจไม่แสดงออกมากนัก

"ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ"

นางชิงขอบคุณล่วงหน้ายอบกายอ่อนน้อมแล้วหมุนตัวเดินออกไป ผู้เป็นบิดาหันกลับมาค่อย ๆ มองแผ่นหลังเล็กที่เดินไกลออกไปเรื่อย ๆ

"เจ้ากลายเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่นถึงกลับกล้าล่วงเกินหน้าที่ผู้อาวุโสเช่นนั้นหรือ"

หลังจากรายงานเสร็จนางก็กลับมารอฟังคำสั่งที่เรือน ระหว่างนี้นางไม่อยากนิ่งเฉย คิดสะสางเรื่องอื่นต่อทันที

หลายวันมานี้ ซูซินอวี่ต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมในจวนที่เกิดจากตัวนางเอง อย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ อย่างเช่นเรื่องซูซินเยว่ปล่อยข่าวลืทำลายนางออกมาหลายเรื่อง นางรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับซูซินเยว่อาจไม่มีวันปรองดอง เพราะความขุ่นแค้นของน้องสาวคนรองฝังลึกเกินจะเยียวยา ด้วยเหตุนี้ซูซินอวี่ทำได้เพียงเตรียมรับมือ และหาทางรักษาความสงบสุขในจวนให้ได้มากที่สุด แต่หากถึงจุดที่เกินกำลัง นางก็อาจต้องปล่อยวาง แม้จะหมายถึงการตัดสองแม่ลูกออกไปจากชีวิตอย่างแท้จริงก็ตาม

ทว่า ผู้ที่นางมองข้ามไม่ได้เลย กลับเป็น น้องสาวคนที่สอง ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของแม่ทัพซู

หรูอวี้เซียน เด็กสาวผู้เกิดจากสายเลือดเดียวกับแม่ทัพ ทว่าโชคชะตาโหดร้าย ท่านอาของนางตายในสนามรบ ส่วนอาสะใภ้ก็ตรอมใจตายตามไปในเวลาไม่นาน แม่ทัพซูจึงรับหลานสาวแท้ ๆ คนนี้มาเลี้ยงดูในฐานะบุตรีอีกคนหนึ่งในจวน

หรูอวี้เซียนรู้ดีว่าตนเป็นเพียงผู้มาอาศัย นางวางตัวสงบเสงี่ยมเสมอมา

แต่ผู้ที่ทำให้ชีวิตอันเงียบเชียบของนางปั่นป่วนไม่เว้นวันก็คือซูซินอวี่ คุณหนูใหญ่ของจวนนี้

ในสายตาของหรูอวี้เซียน ตนไม่ต่างจากของเล่น ที่จะโดนปั้นแต่งเย้ยหยันเช่นไรก็ได้ และอีกฝ่ายก็ไม่เคยต้องรับผลใดกลับคืน

เมื่อชีวิตไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ต่อให้หรูอวี้เซียนอดทนมานานเพียงใด แต่ภายในใจของนางกลับเต็มด้วยความรู้สึกแห่งความชิงชัง

วันถัดมา ซูซินอวี่ยืนหน้าประตูเรือน เงาสะท้อนจากพื้นหินเย็นเฉียบสะท้อนภาพตนเองกลับมาอย่างแจ่มชัด มันเป็นสัญญาณเตือนนางว่าการก้มหัวในวันนี้อาจต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เคยถือไว้สูงลิ่ว

แต่หากคิดจะเริ่มต้นใหม่ในร่างนี้ นางก็ต้องกล้าย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตที่เคยผิดพลาด

นางสูดลมหายใจลึกก่อนก้าวขาเข้าไปในเรือนด้วยความเด็ดเดี่ยว

ภายในห้องเงียบสงบ หรูอวี้เซียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องหอม ชุดไหมสีม่วงอ่อนแนบเนื้อขับผิวผุดผ่องราวภาพวาด ดวงตาคู่งามเปี่ยมด้วยความเย็นเยียบ

เมื่อเห็นผู้มาเยือน นางไม่แม้แต่จะลุกขึ้น เพียงปรายตายิ้มบาง ๆ ที่เฉือนลึกถึงหัวใจคน

"ท่านมาทำไม"

เสียงเรียบแต่เฉียบเย็น เหมือนน้ำแข็งกรีดผ่านผิวเนื้อชวนให้สั่นสะท้าน

ซูซินอวี่ประสานมือตรงหน้า ก้มหัวเล็กน้อย

"ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า"

เสียงของนางไม่ได้อ่อนหวาน ทว่าเปี่ยมด้วยความหนักแน่นจากใจจริง

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ลมหายใจของทั้งสองคนก็พลันแผ่วเบาลง

หรูอวี้เซียนเลิกคิ้ว ยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งราวกับเยาะเย้ย

"ท่านพูดว่าอะไรนะ  อยากคุยกับข้า นี่ข้ากำลังฝันอยู่หรือไม่"

"เจ้าไม่ได้ฝัน" 

ซูซินอวี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาแน่วแน่ก่อนตัดสินใจพูดออกไป

"อวี้เซียน ข้าเคยทำผิดต่อเจ้าไว้มากข้ารู้ว่าเจ้าทนทุกข์เพราะข้ามามากมายเพียงใด ข้าจึง...อยากขอโทษเจ้า"

หรูอวี้เซียนลุกพรวดขึ้นทันที ความไม่เชื่อพวยพุ่งออกจากดวงตาทั้งคู่ คำขอโทษจากปากผู้ที่เคยเหยียบย่ำตนมาตลอด หากนางเชื่อง่ายดายขนาดนั้นก็คงไม่ต่างจากลาโง่ตัวหนึ่ง

"คราวนี้ท่านเปลี่ยนวิธีทรมานข้าจากการดูหมิ่น มาเป็นการเสแสร้งว่าใจกว้างหรือไร"

"ไม่ใช่"

 ซูซินอวี่ส่ายหน้า

"เจ้าไม่จำเป็นต้องเชื่อข้าในตอนนี้ แต่จงรู้ไว้ว่า ข้าไม่ได้มาเพื่อเสแสร้ง"

นางก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว หัวใจเต้นแรงขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าอาจถูกตบหน้าได้ทุกเมื่อ

"เมื่อก่อน เจ้าอาจเป็นแค่เงาของข้าในสายตาผู้อื่น แต่เจ้าไม่สมควรถูกตราหน้าว่าไร้ค่า ข้าจะไม่ใช่คนที่ทำให้เจ้าร้องไห้อีก"

หรูอวี้เซียนนิ่งงันครู่หนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะเยาะ

"คำพูดไม่กี่คำ จะลบทุกบาดแผลที่ท่านเคยสร้างไว้ได้อย่างนั้นหรือ"

นางจ้องตาพี่สาว สีหน้าแฝงความขมขื่นลึกซึ้ง

"ท่านทำให้ข้าต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในเรือนของตนเอง ทำลายความไว้ใจที่ท่านพ่อมีต่อข้า วันนี้ท่านคิดว่าคำขอโทษพล่อย ๆ จะเพียงพอแล้วเช่นนั้นหรือ"

"ไม่" 

ซูซินอวี่ตอบทันควัน

"ข้ารู้ว่ามันไม่พอ แต่ข้าจะไม่หลบหน้าผู้ใด ข้ายินดีจะเผชิญหน้ากับทุกเรื่อง"

ดวงตาหรูอวี้เซียนสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดังเดิม

"ข้าจะรอดู ว่าท่านจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่"

ซูซินอวี่คลี่ยิ้มจาง ตอบอย่างมั่นคง

"เชิญเถอะ"

แม้นางยังไม่ได้รับการให้อภัย แต่อย่างน้อยก็ได้เริ่มก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจากความกล้าของตนเอง

เมื่อซูซินอวี่เดินออกจากเรือน ท่วงท่ายังคงเรียบสงบ ทว่าด้านหลังของนางเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ความตึงเครียดแล่นอยู่ใต้ผิวนวล แต่ดวงหน้าไม่มีแววเศร้าหมองหรือขุ่นเคือง หากมีเพียงความแน่วแน่กับการยอมรับอดีตอย่างไม่ยอมหลีกหนี

ลานหินเบื้องหน้าเงียบกริบ พวกสาวใช้ที่ก้มหน้ากวาดใบไม้พลันเงยหน้าขึ้นสบตากัน

"เมื่อครู่นี้เจ้าเห็นหรือไม่ คุณหนูใหญ่ขอโทษคุณหนูสามจริง ๆ"

เสียงกระซิบจากเสี่ยวเตี๋ย ดังขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเอง

"ข้าก็เห็นนางยิ้มพูดจาดีกับผู้อื่นอย่างใจเย็น" 

อีกคนตอบกลับอย่างงุนงง

"นี่มันใช่คุณหนูผู้เคยใช้ไม้เรียวฟาดเราตอนทำน้ำชาหกหรอกหรือ"

"หรือว่าวิญญาณเข้าผิดร่าง?"

"เงียบ ๆ สิ อย่าพูดอย่างนั้น น่ากลัวจะตาย"

รุ่งเช้าในวันถัดมา

ซูซินอวี่อยู่ในเรือนของตน นางเปลี่ยนเสื้อคลุมหลังล้างมือจากการทำขนมในครัวช่วงเช้า ได้ยินเสียงร่ำลือหลุดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท นางเพียงเหลือบตามอง แล้วหัวเราะแผ่วเบา

"จะลือกันบ้างก็ไม่เป็นไร" 

นางพึมพำกับตนเอง

"ตราบใดที่ข้าเริ่มเปลี่ยนจากข้างใน ต่อให้ใครจะมองว่ากลายเป็นคนละคน ก็ไม่สำคัญ"

ที่มุมหนึ่งของเรือน บ่าวรับใช้สาวซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้ ใบหน้าซีดเผือดรีบกระซิบกันเอง

"นางพูดว่านางเปลี่ยนจากข้างใน เจ้าได้ยินหรือไม่"

"ข้าก็ได้ยินเหมือนเจ้า นางไม่ได้เสียสติแน่นะ"

เสียงร่ำลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงหูแม่นมหลิว และแม้แต่หัวหน้าสาวใช้ของฉินซื่อยังเริ่มลังเลในพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปของซูซินอวี่

เรือนหลังของจวนด้านใน

 หลังประตูไม้ปิดลงในวันนั้นความเงียบก็โถมทับเข้ามาในห้องอีกครั้ง หรูอวี้เซียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ในอกของนางคล้ายมีบางอย่างตีกันวุ่นวาย ความเจ็บปวด ความไม่เชื่อ และความสั่นไหวที่ไม่อาจอธิบาย

ซูซินอวี่ มาขอโทษนางเช่นนั้นหรือ

นางค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งข้างโต๊ะเครื่องหอม มือเรียวเอื้อมไปแตะพู่กัน ทว่าปลายนิ้วกลับสั่นเล็กน้อย

"นางคิดว่าคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ จะทำให้ข้าลืมทุกสิ่งได้หรือ"

นางพึมพำเสียงแผ่วเหมือนจะพูดกับตัวเอง ทว่าแววตาที่เคยมืดครึ้มกลับไม่แน่วแน่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามาไม่หยุด

ตอนที่นางถูกดุด่าต่อหน้าคนทั้งเรือน เพียงเพราะเผลอแตะของใช้ของพี่สาว

ตอนที่ต้องกล้ำกลืนกินข้าวเย็นคนเดียวในมุมเรือนเล็ก เพราะแม่ทัพซูหลงเชื่อคำพูดใส่ร้ายของซูซินอวี่จนนางถูกกักบริเวณ ขณะที่อีกฝ่ายได้รับการปรนนิบัติอย่างคุณหนูที่แท้จริงโดยไร้การลงโทษทั้งที่มีความผิดบ่อย ๆ 

และตอนที่นางเรียก พี่หญิง ด้วยน้ำเสียงสั่นไหว แต่ได้รับเพียงสายตาเย้ยหยันตอบกลับมา

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงมาโดยไม่ทันรู้ตัว นางรีบยกมือขึ้นเช็ดด้วยความรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง

"นางคงอยากแสร้งทำดีเพื่อวางอำนาจใหม่ หรือไม่ก็แค่เล่นบทบาทใหม่ให้คนในจวนเห็นใจ"

หรูอวี้เซียนพยายามบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำ ๆ

แต่ภาพที่ซูซินอวี่ยืนอยู่ตรงประตู ก้มหัวลงอย่างเต็มใจ น้ำเสียงแน่วแน่ไม่ไหวเอนกลับวนเวียนไม่เลือนหาย

หัวใจของนางปั่นป่วน ทั้งไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้ด้วยตนเอง

"หากเจ้ากล้าเปลี่ยน ข้าก็จะกล้ารอดู"

เสียงแผ่วเบาราวกระซิบ หลุดออกมาจากเรียวปากของนาง ดั่งคำสัญญาที่ไม่ต้องการให้ใครได้ยิน

แม้หัวใจจะเต็มไปด้วยรอยแผลเก่า แต่ในแววตาคู่นั้น กลับเริ่มมีแสงแห่งความหวังเล็ก ๆ วาบขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ทะลุมิติ(ตอนจบ)

    ซูซินอวี่น้ำตาเอ่อคลอเพราะหัวใจเรียกร้องถึงเขาอย่างแรงกล้า'หากท่านยังรออยู่ขอให้ปิ่นนี้สั่นอีกครั้งเถิด'ทันใดนั้น ปลายปิ่นในมวยผมของเธอเริ่มสั่นสะเทือน หัวใจของเธอกระตุกวูบโลกโบราณ ณ ตำแหน่งเดิมที่นางเคยล้มลงเซี่ยอวี้หลันนั่งนิ่ง ดวงตาหลับพริ้ม แต่ภายในใจเริ่มอ่อนล้า เขารู้สึกถึงเสียงรอบข้างที่เปลี่ยนไปทันใดนั้นแสงเรืองรองปรากฏตรงพื้นผิวกำแพงอีกครั้งผู้คนในโลกโบราณที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใกบ้กำแพงหันมองอย่างตกตะลึง ขณะที่ในโลกปัจจุบัน คนในร้านของเก่าเริ่มร้องเสียงหลง เมื่อแสงเรืองรองสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงผนังร้าน"นั่นมันอะไรกัน"แสงสว่างเจิดจ้าเปิดออกเป็นประตูวงแหวนแห่งมิติ ตรงใจกลางของมันปรากฏภาพของอีกโลกชัดเจนซูซินอวี่ในชุดทำงานเรียบง่าย ยืนนิ่ง น้ำตารินในดวงตา จ้องมองข้ามมิติไปยังเซี่ยอวี้หลันที่กำลังฝืนตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ในดวงตาของเขามีเพียงเงาสะท้อนของนาง ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยคำถาม ความโหยหา และความรักสุดใจ"เจ้าจะกลับมาใช่หรือไม่"เสียงของเขาสั่นพร่าเธอพยักหน้าช้า ๆ ริมฝีปากขยับอย่างไร้เสียงว่า"ข้าคิดถึงท่าน"จิตวิญญาณของทั้งสองเชื่อมถึงกันอย่างแน่นแฟ้นและในวินาทีนั้นเอง เ

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ลืมข้าหรือไม่

    เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นจังหวะแสงไฟสีขาวเหนือศีรษะกระพริบเล็กน้อยกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศซูซินอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆเปลือกตาหนักราวกับแบกรับคืนและวันจำนวนมาก"คุณเฟิ่ง ได้ยินหมอไหมคะ"เสียงพยาบาลถามเอ่ยเบา ๆ เธอกะพริบตาถี่ ๆ หันมองรอบห้อง"นี่คือ…""โรงพยาบาลค่ะ"หมอคนหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น"คุณหมดสติไปหนึ่งเดือนเต็ม หลังประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช็อต"หลังจากพักฟื้น เธอกลับไปยังอพาร์ตเมนต์เดิมห้องยังเหมือนเดิม แต่เหมือนไม่ใช่ของเธอ ของบางอย่างหายไป เอกสารราชการบางอย่างระบุว่า"ไม่พบข้อมูลผู้หญิงชื่อเฟิ่งเสี่ยวอิงในทะเบียนราษฎร์"เธอไปยังที่ทำงานเดิม ยื่นบัตรประจำตัวเข้างานเหมือนทุกครั้ง""ขอโทษค่ะเราไม่มีพนักงานชื่อนี้และข้อมูลในระบบก็ไม่ปรากฏ"เธอถามเพื่อนร่วมงานเก่า แต่ทุกคนล้วนมองเธอราวกับคนแปลกหน้า"ขอโทษนะ เราไม่รู้จักคุณค่ะ"ซูซินอวี่กลับมาเป็นเฟิ่งเสี่ยวอิง เธอเดินอยู่กลางเมืองท่ามกลางเสียงรถยนต์ ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่เธอกลับเหมือนไม่มีตัวตนในโลกนี้กลับมาได้แต่เหมือนไม่เคยมีชีวิตอยู่เธอไม่รู้ว่าโลกปัจจุบัน ประตูมิติอยู่ที่ใด ไม่มีโอกาสได้เห็นตอนที่มาถึงที่นี่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   การพลัดพราก

    หลายวันหลังจากงานเลี้ยงเปิดจวนซูซินอวี่ได้รับคนรับใช้จากจวนแม่ทัพซูมาอยู่ด้วยหลายคนจากการจัดการของฉินซื่อ นางลงมือทำสวนกับคนสวนเพิ่ม ปลูกดอกไม้นานาชนิดและปลูกสมุนไพรบางชนิดเอาไว้ใช้ยามขาดแคลนจวนตระกูลเซี่ยกว้างใหญ่ ด้านหลังจวนแทบไม่มีผู้ใดเดินมาถึง นางจึงเริ่มออกสำรวจไปรอบจวนพร้อมกับคนรับใช้สามสี่คน แล้วให้พวกเขาช่วยกันถางป่าที่ยังรกจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย"เสร็จแล้วขอรับฮูหยิน"เสียงคนสวนรายงานขณะที่นางยืนทอดมองไปยังกำแพงสูงเบื้องหน้ากำลังครุ่นคิดว่าบริเวณนี้จะจัดการอย่างไรให้ไม่ดูวังเวงและน่ากลัวเกินไป"พวกเจ้ากลับไปได้ ข้าจะดูตรงนี้อีกหน่อย"สาวรับใช้มองไปโดยรอบอย่างไม่ไว้ใจ นางไม่ยอมไปและเตือนซูซินอวี่"ฮูหยินไปกันเถิดเจ้าค่ะ ตรงนี้ไม่น่าอยู่หรอกเจ้าค่ะ"ซูซินอวี่พูดยิ้มแย้ม"ไม่มีอะไรน่ากลัวไม่ต้องห่วง เขตของตระกูลเซี่ยปลอดภัยทุกที่ไม่มีป่ารกแล้วด้วย""แต่..."นางจึงตัดบทสาวรับใช้"เจ้ากลับไปก่อนเถอะอีกไม่นานข้าจะตามไป"นางลังเลแต่ก็ไม่กล้าขัดจึงยอมทำตามคำสั่งโดยดีซูซินอวี่มองไปรอบ ๆ ชั่วครู่เห็นว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกตินางจึงเตรียมตัวกลับ"ต้องไปร่างแผนก่อนแล้วค่อยกลับมาดูใหม่"ท

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ฟื้นฟูตระกูลเซี่ย

    หลังพิธีแต่งงานผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่วัน เช้าวันหนึ่ง เซี่ยอวี้หลันพานางเดินทางโดยรถม้าธรรมดาที่ไร้เครื่องประดับ ผ่านแนวป่ารกร้างเลียบเมืองหลวงออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ"ที่นั่นคือ..."ซูซินอวี่ถามขึ้นเมื่อมองเห็นกำแพงสูงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยตะไคร่และเถาวัลย์เลื้อยพัน ประตูไม้หนาที่ยังคงตั้งตระหง่านแม้จะถูกปิดตายมานานหลายสิบปี มีตราประทับราชสำนักซีดจางจากกาลเวลา ใบไม้แห้งลู่ลมอยู่บนหลังคาและกระเบื้องที่พังไปบางส่วนเซี่ยอวี้หลันยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ไม่พูดสิ่งใด จนกระทั่งเขายื่นมือไปดึงผ้าคลุมหน้ากุญแจที่ขึ้นสนิมออก แล้วใช้กุญแจเก่าแก่ไขออกด้วยมือของตนเสียง กรึก ดังแผ่วเบากลอนประตูที่ถูกลงกลอนมานานเปิดออกช้า ๆบานประตูใหญ่เปิดออกเผยให้เห็นจวนตระกูลเซี่ยในสภาพที่ถูกลืมพื้นหินกรวดเต็มไปด้วยเศษใบไม้ศาลาริมสระบัวที่เคยงดงามกลับทรุดโทรม หลังคาหลุดลุ่ย ไม้ไผ่ที่เคยปลูกเรียงราย บัดนี้แห้งกรัง แตกหักล้มระเนระนาด"ข้าเคยมองที่นี่จากความฝัน มันเงียบแต่งดงาม"เซี่ยอวี้หลันพูดขึ้นพลางมองไปโดยรอบเขาพานางเดินผ่านโถงใหญ่ที่เคยมีม่านแพรสีฟ้าโบกไหว ผ่านเรือนเล็กเรือนน้อยที่เคยเป็นเรือนรับรองแขก

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   คืนเข้าหอ

    ใต้แสงตะเกียงและผ้าแพรแดงยามจื่อ (เวลาเที่ยงคืน) ผ่านไปเพียงไม่นานภายในเรือนหอ กลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้ลอยอ่อน ๆ จากมุมห้อง ม่านผ้าแพรสีแดงปักลายหงส์และมังกรสะบัดเบา ๆ ตามแรงลมอุ่นตะเกียงน้ำมันคู่รักลายหงส์มังกรยังส่องแสงนิ่ง ดั่งเป็นพยานแห่งคืนแรกซูซินอวี่นั่งอยู่ที่ริมเตียงชุดเจ้าสาวชั้นนอกถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อคลุมบางสีแดงอ่อนลายเงาดอกเหมย เรือนผมรวบขึ้นหลวม ๆ เผยต้นคอขาวเนียน ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากเหล้าดองรักที่ดื่มร่วมกันเมื่อตอนหัวค่ำเสียงฝีเท้าของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้อง ไม่นานร่างสูงในชุดคลุมยาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านางเซี่ยอวี้หลันหยุดยืนหน้าซูซินอวี่ สบตานางอย่างเงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าแล้ววางมือลงบนตักนางอย่างแผ่วเบา"ข้าจะไม่เร่งเร้าเจ้าแม้จะเป็นวันแต่งงาน หากเจ้าไม่พร้อม เพียงบอกข้า"ซูซินอวี่เงยหน้าขึ้น สบดวงตาคมเข้มที่สะท้อนภาพตนเองอย่างอ่อนโยนนางเอ่ยเสียงเบา"ข้าไม่ได้กลัวเพียงแต่หัวใจข้ายังไม่หยุดเต้นแรง แต่ข้าไม่คิดจะหนีข้าอยากอยู่กับท่าน"ดวงตาเซี่ยอวี้หลันอ่อนแสงลงทันใด"เช่นนั้นข้าขอสัมผัสเจ้าด้วยความอ่อนโยน ไม่ใช่ด้วยสิทธิของสามีแต่ด้วย

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   วันแต่งงาน

    หลังงานเลี้ยงผ่านพ้นไปสิบวัน ซูซินอวี่กำลังตากดอกไม้แห้งสำหรับทำขนมและยา กลิ่นหอมของดอกไม้อบอวลไปทั่ว นางอยู่เพียงลำพังในลานเงียบสงบ ร่างบางนั่งตัวตรงอย่างตั้งใจ มือเรียวจัดเรียงกลีบดอกไม้แต่สายตากลับเหม่อลอย"ทำไมท่านต้องพูดต่อหน้าผู้คนขนาดนั้นด้วยเล่า ท่านจริงใจกับข้าจริงหรือแค่ล้อเล่นกันแน่"นางบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่มุมปากกลับมีรอยยิ้มบางซ่อนอยู่ รอยยิ้มที่แม้แต่ตนเองก็ไม่ทันรู้ตัว"เขาเปลี่ยนไปหรือข้าเองที่เปลี่ยน"ซูซินอวี่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเกลี่ยกลีบดอกไม้ไปมาเบา ๆ นางเริ่มรู้สึกว่าหัวใจของตนไม่ได้นิ่งเฉยเช่นกันช่วงเวลานี้เป็นการพิสูจน์ตัวเองของเซี่ยอวี้หลันในหลายเรื่องราว เขาตั้งใจทำงานสร้างผลงาน ชื่อเสียงและทรัพย์สินขึ้นมา และไม่ละเลยที่จะมาเยี่ยมเยียนซูซินอวี่เป็นครั้งคราวแม่ทัพซูและฉินซื่อยืนอยู่หน้าเรือนกลาง ทั้งคู่ต่างมองดูหนุ่มสาวพูดคุยกันเงียบ ๆ ในวันหนึ่ง"เจ้าคิดว่าต้องรอไปอีกเป็นปีหรือไม่"แม่ทัพเอ่ยถามนาง ฉินซื่อทอดสายตามองทั้งคู่แล้วเผยรอยยิ้มออกมา"ไม่ต้องแล้วกระมังเจ้าคะ หากยืดเยื้อไปกว่านี้จะนานเกินไป เราทุกคนรู้จักเซี่ยอวี้หลันดี เขาพิสูจน์ตัวเองมา

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ของขวัญวันเกิดน้องสาว

    ซูซินอวี่เฝ้าสังเกตอยู่หลายวันกลับไม่มีข่าวคราวใดของนางในวันก่อนเล็ดลอดออกไป สถานการณ์ยังปกติดี นั่นหมายความว่าเซี่ยอวี้หลันไม่ได้กลั่นแกล้งนางและเขาก็ออกไปทำงานกับแม่ทัพซูแล้วกลับมาฝึกทหารตามปกติดังเดิมหนึ่งเดือนผ่านไปจวนแม่ทัพซูไม่มีเหตุการณ์ใดร้ายแรงเกิดขึ้นซูซินอวี่จึงวางใจได้ เขาเพียงทดสอบแต่

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   ข้อสงสัยของเซี่ยอวี้หลัน

    บ่ายวันถัดมา ที่ร้านขนมตระกูลหลี่ร้านขนมที่ตั้งอยู่ริมทางในย่านตะวันออกอันเงียบสงบไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่สะอาดสะอ้าน กลิ่นขนมอบใหม่ลอยคลุ้งออกมาจากห้องด้านในชวนให้คนผ่านทางหยุดยืนราวกับต้องมนตร์สะกดซูซินอวี่ในชุดผ้าฝ้ายธรรมดายืนถือห่อผ้าขนาดเล็กอยู่หน้าร้าน นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกแล

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   แผนลับปลอมตัว

    หลังจากเหตุการณ์ที่งูเลื้อยเข้ามาในลานซักผ้าซูซินอวี่สั่งให้คนรับใช้ผู้ชายเข้าไปตรวจสอบรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัยและสั่งให้คนเก็บกวาดทำความสะอาดลานทั้งหมดให้ดูโล่งสบายตานางไม่ได้สืบหาตัวคนปริศนาที่ช่วยไล่งูไป หากเป็นเมื่อก่อนเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นนางคงสั่งลงโทษคนดูแลลานซักผ้าและสั่งทหารออกตามล่าตัวคนที

  • เมื่อนางร้ายกลายเป็นข้า   องครักษ์ผู้เคยถูกสั่งประหาร

    รุ่งเช้าหรูอวี้เซียนลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ขณะที่สาวใช้คนสนิทกำลังเตรียมน้ำชาตามปกติ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้นนางหันไปมองด้วยแววตาสงสัย"ใครมาแต่เช้า"สาวใช้เปิดประตูออก ก่อนจะหันมากระซิบ"คุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ นางไม่ได้เข้ามา แค่นำของมาให้แล้วก็จากไป"หรูอวี้เซียนขมวดคิ้วทันที เดินไปยังปร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status