LOGINค่ำคืนที่แสงวิบวับสว่างไสวทั่วเมือง หลินซูเหยาเดินตามหลิวเฟิงเงียบ ๆ แสร้งเป็นชื่นชมโคมไฟที่ประดับประดาตลอดเส้นทางทั้งที่ในใจอยากถีบพระเอกตัวดีให้ตกน้ำแล้ว และจู่ ๆ พระเอกก็หยุดเดินดื้อ ๆ ทำให้หลินซูเหยาที่หยุดไม่ทัน พุ่งชนแผ่นหลังของหลิวเฟิงอย่างจัง
“โอ๊ย!” หลินซูเหยาอยากจะด่าตามเสียงอุทานอีกสักสองสามคำ แต่เมื่อมองเลยไปเห็นรอยยิ้มเคลือบน้ำตาลทรายขาวของถังชิงหรูที่เดินสวนมาจากอีกฝั่ง หลินซูเหยาก็จำต้องแสดงละครต่อ
อ่อนแอ อ่อนหวาน ไร้ปากเสียง ไม่สู้คน
“พี่เฟิง! บังเอิญจริง ๆ เจ้าค่ะ” เสียงถังชิงหรูดังขึ้นอย่างอ่อนหวาน
ทว่าหวานเลี่ยนในหูของหลินซูเหยา แต่หลิวเฟิงกลับมองถังชิงหรูด้วยแววตาอ่อนโยนอย่างยากจะได้เห็น
“บังเอิญจริง” น้ำเสียงเหมือนจะนุ่มนวลกว่าปกติอยู่หลายส่วนด้วย ก่อนจะหันขวับมามองหลินซูเหยาอย่างเย็นชา เอ่ยน้ำเสียงกระด้างอย่างที่สุด “นี่เจ้า เดินระวังด้วย”
ถังชิงหรูยิ้มอ่อนหวานขณะมองหลินซูเหยา “คุณหนูรองหลินก็มาด้วยหรือ เช่นนั้นพวกเราเดินเที่ยวด้วยกัน...สามคน ดีหรือไม่”
หลินซูเหยาอยากจะถามว่า ถ้าบอกว่าไม่ได้ เจ้าจะไม่ไปงั้นหรือ หากก็ทำได้แค่ส่งยิ้มหวานปนเศร้าสร้อย ขณะพยักหน้าตอบรับเสียงนุ่มนวล
“เจ้าค่ะ”
หากถังชิงหรูคือนางร้ายที่แสร้งเป็นดอกบัวขาว หลินซูเหยาตอนนี้ คือนางเอกที่แสร้งเป็นดอกบัวขาวเหมือนกัน
นี่ถ้าไม่ติดระบบจะลงโทษ นางเป็นกระโดดเตะฟาดหัวหลิวเฟิงแล้ว
หลินซูเหยาไม่ได้อ่านบทของนางเอกละเอียดนัก แต่บทนางร้ายชื่อถังชิงหรูนั้น นางอ่านครบจบกระบวนท่าเพราะต้องแสดงเป็นนางร้ายคนนี้น่ะสิ ซึ่งตามบทที่อ่าน หากเดินเรื่อย ๆ ไปด้วยกันจะถึงร้านทายปริศนาแลกโคมไฟ และตรงนั้นจะเกิดเหตุไฟไหม้
ถังชิงหรูและหลินซูเหยาต่างบาดเจ็บ แต่ถังชิงหรูแค่ซวนเซคล้ายจะหกล้ม หากก็ไม่ล้มและไม่มีแม้รอยถลอกสักนิด กลับเป็นหลินซูเหยาที่ถูกเปลวไฟล้อมรอบ แต่ถึงอย่างนั้นหลิวเฟิงก็เลือกช่วยถังชิงหรู
หลินซูเหยามีแต่ต้องเอาตัวรอดเองเท่านั้น และนี่คือภารกิจหลักที่นางต้องเผชิญคืนนี้
ทว่าภารกิจไม่ได้บอกว่า หลินซูเหยาจะเจ็บตัวอย่างไร ดังนั้นนางจะลองเปลี่ยนชะตาสักหน่อย ถ้าทำได้ก็หมายความว่าต่อไปนางอาจจะเปลี่ยนเส้นเรื่องได้ไม่ยาก
ตลอดทางเดินไปข้างหน้า หลิวเฟิงซื้อของให้ถังชิงหรูหลายชิ้น ขณะหลินซูเหยาไม่มีเงินติดตัวเลย แม้นางอยากซื้อก็ซื้ออะไรไม่ได้เพราะหลิวเฟิงไม่คิดจะออกเงินให้หลินซูเหยาสักอีแปะเดียว
หลังจากเดินมาพักใหญ่ หลินซูเหยาก็เริ่มร้อนใจ กลัวไปถึงร้านทายปริศนาแล้วนางจะเจ็บหนัก ตอนนั้นเองสมองนางร้ายปลายแถวก็คิดบางอย่างขึ้นได้ แววตาสว่างวาบโดยไม่มีใครทันสังเกต
“คุณหนูถัง ระวังเจ้าค่ะ” หลินซูเหยาพุ่งไปผลักถังชิงหรูให้ล้มแล้วตัวเองก็ถลาล้มตาม
“นี่เจ้า! หลินซูเหยาเจ้าบ้าไปแล้วรึ ...หรูเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง” หลิวเฟิงตะคอกใส่หลินซูเหยาเสียงดังลั่นขณะผวาไปประคองถังชิงหรู
ปล่อยหลินซูเหยาให้ล้มอยู่ตรงนั้น
“ข้าเห็นตัวอะไรสีดำ ๆ วิ่งมาทางคุณหนูถัง ข้า ข้าเลยผลักนางให้หลบ” ใบหน้าหลินซูเหยาเศร้าสร้อย ยังคงรักษาน้ำเสียงอ่อนแผ่วได้อย่างแนบเนียน
“พี่เฟิง ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ” ถังชิงหรูที่ยังตกใจแอบขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกคล้ายบางอย่างไม่ถูกต้อง ด้วยนางเตรียมแผนเอาไว้ก่อนแล้ว นั่นคือทำให้เกิดเหตุไฟไหม้แล้วให้ฉีหรงเฟิงพานางแยกจากหลินซูเหยาไปที่อื่น
ถังชิงหรูเป็นบุตรสาวราชครูย่อมรู้อยู่แล้วว่า หลิวเฟิงแท้จริงคือรัชทายาทฉีหรงเฟิง และนางเติบโตมากับเขาตั้งแต่เด็ก คำเรียกขานจึงฟังสนิทสนมอย่างยิ่ง
หลิวเฟิงไม่สนสายตาใคร ประคองถังชิงหรูเดินไปทันที ปล่อยหลินซูเหยากองอยู่บนพื้นอย่างไม่สนใจ ถังชิงหรูเดิมคิดจะอาศัยความห่วงใยที่หลิวเฟิงมีต่อนางด้วยการใช้เหตุไฟไหม้เพื่อจะสลัดหลินซูเหยาให้พ้นทาง นางจะได้อยู่กับหลิวเฟิงตามลำพัง
ทว่าแผนไม่ทันเริ่มก็ได้อยู่ลำพังกับหลิวเฟิงแล้ว ใจหนึ่งก็ดีใจ แต่อีกใจ รู้สึกหงุดหงิดที่แผนไม่เป็นอย่างที่วางไว้
“ระบบ ภารกิจสำเร็จหรือไม่”
พอเห็นชายหญิงสองคนหายไปแล้ว หลินซูเหยาก็กระซิบถามระบบ ไม่มีสีหน้าเศร้าสร้อยหรือแววตาหม่นหมองแล้ว
[ไม่บาดเจ็บ ภารกิจยังไม่สำเร็จ!]
ประโยคสั้น ๆ ทำเอาหลินซูเหยาเจ็บจี๊ดถึงหัวใจ กัดฟันทุบพื้นด้วยความโมโหไปหนึ่งที แต่ดันกระแทกลงก้อนหินบนพื้น
“โอ๊ย!” หลินซูเหยาสะบัดมือ หน้ามุ่ยด้วยความเจ็บ
[ติ๊ง! ภารกิจหลัก: บาดเจ็บและถูกทิ้งในงานเทศกาลโคมไฟ สำเร็จ!]
[ได้รับรางวัล: แต้มทักษะ 1 แต้ม!]
หลินซูเหยาอ้าปากค้าง “ห้ะ! แบบนี้ก็ได้เหรอ” ทันใดก็เหมือนพบช่องโหว่ของระบบแล้ว
ขอเพียงทำได้ตามผลของภารกิจที่ระบบสั่ง ไม่จำเป็นต้องทำทุกขั้นตอนก็ได้
ใบหน้างดงามไร้การแต้มแต่งของหลินซูเหยาเผยรอยยิ้มกว้างจนดวงตาเป็นเส้นโค้ง เอาละ คราวนี้ก็รู้แล้วว่าจะผ่านภารกิจเพื่อย้อนกลับมิติเดิมได้อย่างไร
ทว่าหลินซูเหยาไม่รู้เลยว่าบนหอสังเกตการณ์ยามนี้ มีสายตาสองคู่จ้องมองนางด้วยความสนใจแล้ว
“เจ้าบอกว่านางหลงรักไท่จื่อนั่นลึกซึ้ง ข้าเห็นแต่สตรีเจ้ามารยามากกว่า”
ช่วงแรกที่หลินซูเหยาตัดสินใจอยู่สำนักเซียนแพทย์ นางก็ปวดหัวทันที ด้วยคนกว่ายี่สิบต้องช่วยกันทำความสะอาดสำนักที่ถูกทิ้งร้างมานานวันแรกไม่เท่าไหร่ แต่สองสามวันผ่านไปก็เริ่มท้อ ด้วยทั้งหมดเป็นผู้ชาย มีเพียงหลินซูเหยาที่เป็นผู้หญิง กระนั้นก็เป็นนางเองก็ไม่สันทัดเรื่องการทำความสะอาดเลย เถียนสุ่ยจึงไปซื้อทาสจากในเมืองมาเพื่อทำงานบ้านโดยเฉพาะและแน่นอนว่า ทาสทั้งหลายเป็นสตรี“คนนี้คือเสี่ยวจิง คนนี้คือเสี่ยวถานขอรับ”เถียนสุ่ยทำงานรอบคอบ ปิดตาทาสสาวทั้งสองมาตลอดทาง เพื่อป้องกันไม่ให้จดจำเส้นทาง“ดี ดี เจ้าช่วยกันทำความสะอาดกับซักผ้าก็พอ เรื่องทำอาหาร ข้าจัดการเอง” หลินซูเหยาออกคำสั่งง่าย ๆนางเก่งทุกอย่าง ยกเว้นทำความสะอาดบ้าน มิเช่นนั้นห้องนางในโลกโน้นคงไม่รกหรอก“เหยาเหยา ข้าส่งจดหมายไปตระกูลเจิ้งแล้ว เราจะได้จัดงานแต่งกันเสียที”ซีหมิงเดินมาหาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ท่าทางราวกับเด็กได้ของขวัญชิ้นใหญ่ หลินซูเหยาหน้าแดง สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามเก็บรอยยิ้มซ่อนความขัดเขินเอาไว้“แล้วแต่ท่านหมอซีเจ้าค่ะ”“เปลี่ยนจากท่านหมอซีเป็นท่านสามี ดีหรือไม่” ซีหมิงยกมุมปากขึ้นยิ้มกว้าง ใบหน้าอ่อนโยนกลายเ
“ข้าต้องการให้เทพธิดาเงาหายไปจากโลกนี้ทันที” หลินซูเหยาเอ่ยขอพร“เหอะ! เจ้าเด็กน้อย เจ้าเพิ่งเกิดแค่ไม่กี่ปี คิดว่าแค่บอกว่าข้าจะหายไป ก็ทำได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ” เทพธิดาเงาแสยะยิ้ม เตรียมลงมือกับหลินซูเหยาทว่าซีหมิงเข้ามาขวางก่อน“คู่ต่อสู้ของเจ้า คือข้า”พลังปราณบริสุทธิ์ของซีหมิงปลดปล่อยออกมาเต็มที่เพื่อปกป้องหลินซูเหยา[ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พลังทางสายเลือดของโฮสต์และซีหมิงก็จะหายไปด้วยนะครับ]“ท่านหมอซี ถ้าเทพธิดาเงาหายไป พวกเราจะไม่มีพลังทางสายเลือดอีก ท่านรับได้หรือไม่เจ้าคะ”ซีหมิงพยายามอย่างยากลำบากในการหาโอสถบรรจบมังกรมาเพื่อปลดผนึก หลินซูเหยาไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายจะยอมเสียพลังอำนาจที่สามารถครองโลกได้แค่พลิกฝ่ามือหรือไม่“ข้ายอมรับ”คำตอบของซีหมิง ทำให้หลินซูเหยายิ้มกว้าง นางพยักหน้ากับระบบ“ใช้เลย” หญิงสาวตะโกนอย่างไม่ลังเลเช่นกันพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ แลกมาด้วยความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่า...นางขี้เกียจมากขนาดทำความสะอาดห้องยังขี้เกียจทำ แล้วจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้“เชอะ! งี่เง่า” เทพธิดาเงาทุ่มพลังมหาศาลเพื่อจัดการซีหมิงในคราวเดียวทว่าจู่ ๆ นางก็รู้สึกถึงความว่างเปล่า แล้
“ท่านอาจารย์ ที่ท่านอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ล้วนแย่งชิงจากผู้อื่นมา วันนี้ข้าจะเป็นผู้ปลดปล่อยท่านแล้วกัน”บุญคุณที่เลี้ยงดู ไม่สู้เอาชีวิตรอด เขาไม่เคยรู้จักบิดามารดา ด้วยคนตรงหน้าคือต้นเหตุ แม้จะไม่โกรธแค้นแต่จะไม่ยอมให้ภัยอันตรายนี้คุกคามตนอีกคน“เจ้าคิดว่าสู้ข้าได้หรือ ยอมจำนนโดยดีเถอะ ข้ายังจะเหลือลมหายใจให้เจ้าได้” ชายชรากล่าวน้ำเสียงเย็นชา ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาเต็มสิบส่วนแล้วพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่ลังเลกระบี่ของซีซวนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ซีหมิงด้วยความเร็วและแม่นยำระดับปรมาจารย์ การปะทะครั้งแรกทำให้เกิดคลื่นปราณรุนแรงแผ่กระจายออกไปรอบทิศซีซวนมั่นใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะยืดเยื้อและสูสีอยู่บ้าง แต่ตราบที่ซีหมิงยังถูกตราบรรจบมังกรผนึกไว้ ย่อมไม่มีทางจะสู้เขาได้ แน่นอนว่าซีซวนไม่มีทางคิดได้ว่าซีหมิงจะใช้เวลาไม่ถึงเดือนในการรวบรวมสมุนไพรและวัตถุดิบหลักทั้งหมดจนหลอมเป็นโอสถบรรจบมังกรออกมาได้แล้วและยิ่งไม่คิดว่า ซีหมิงตอนนี้ปลดผนึกพลังทางสายเลือดได้เต็มที่แล้วทว่าพริบตาที่ซีซวนส่งกระบี่เข้าใส่เป็นครั้งที่สาม ซีหมิงก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ร่างกายของเขาไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่พลังปราณสีท
กระแสพลังงานดำสนิทและเย็นเยียบคล้ายมังกรถูกจองจำ พุ่งทะยานออกจากแก่นวิญญาณของซีหมิง แผ่รังสีสังหารเข้าปะทะพลังบริสุทธิ์ของโอสถอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดบนลำคอและหน้าผากของซีหมิงปูดโปน ร่างกายสั่นเทาจนเหงื่อเย็นไหลซึมซีหมิงกัดฟันแน่น เขาทนต่อความเจ็บปวดที่ราวกับถูกฉีกกระชากจากภายใน กระแสพลังทั้งสองสายห้ำหั่นกัน เพื่อช่วงชิงแก่นแท้ของสายเลือดสกุลเทียนและเมื่อพลังโอสถบรรจบสวรรค์แผ่ซ่านถึงขีดสุด กระแสแสงสีทองเจิดจ้าก็ระเบิดออกจากร่างซีหมิงอย่างควบคุมไม่ได้ แสงนั้นสว่างกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่า! พร้อมกันนั้นตราบรรจบมังกรที่เป็นเหมือนพันธนาการก็แตกสลาย เสียงกึกก้องเหมือนระฆังทองคำตีประสานกับเสียงคำรามก้องของมังกรที่เพิ่งถูกปลดปล่อย ดังทั่วห้องลับโชคดีที่ที่นี่เป็นค่ายกลซึ่งสร้างโดยตระกูลเจิ้ง จึงไม่มีคนภายนอกคนใดรับรู้ซีหมิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาไม่แสดงความเจ็บปวดอีกแล้ว กลับเต็มไปด้วยรัศมีสีทองอร่ามทรงอำนาจ ร่างสูงยืนขึ้นอย่างสง่างาม ท่าทีไม่ดุดัน มีเพียงสงบนิ่งราวกับมังกรตื่นจากการหลับใหลและตระหนักถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่ในกำมือตนตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วที่ใครต่อใครหวาดกลัวราชวงศ์เทียน ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ
“บอก บอก ข้าบอกแล้ว”ถูกทรมานยังมีโอกาสรักษาหาย แต่ถูกตัดตอน ย่อมต่อกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แน่ เขาไม่อยากเป็นฮ่องเต้ขันทีคนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์“รีบพูด” หลินซูเหยาใช้น้ำเสียงประหนึ่งนางปีศาจที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก“ยาอมตะ ยาอมตะ ไม่เชื่อเจ้าถามตงกงกง เขารู้ดี ข้าต้องนำไปทำยาอมตะ”แน่นอนว่าทุกคนเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องซึ่งหลินซูเหยายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่เจ้าฉีเหยียนจงผู้นี้ ไม่ได้พูดความจริงออกมาทั้งหมด“ท่านหมอซี ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”ซีหมิงที่เงียบมาตลอด มองหลินซูเหยาด้วยแววตาโศกเศร้า ก่อนจะหันไปหาฉีเหยียนจง“เจ้ารู้จักซีซวนหรือไม่”เป็นเพียงคำถามสั้น ๆ ฉีเหยียนจงถึงกับสั่นสะท้าน ก่อนจะฝืนกลับมาเป็นปกติ“ไม่ ไม่รู้จัก เขาคือใคร”หลินซูเหยาที่จับตามองอยู่ตลอดเห็นความผิดปกตินี้ทันที จึงหันไปมองซีหมิง ชายหนุ่มพยักหน้าให้หลินซูเหยาเป็นอันว่าเขาคาดเดาบางอย่างถูกต้องแล้ว“ตัดมันทิ้ง” หลินซูเหยาออกคำสั่งกับตงกงกง“ไม่ ไม่ เจ้าคนแซ่ตง หากเจ้าตัดตอนข้า ข้าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า เจ้าจะไม่มีวันได้ยาอมตะ”ฉีเหยียนจงพยายามขยับตัวหนี แต่ดิ้นไปก็เท่านั้น
หลินซูเหยากับซีหมิงอาศัยตงกงกงจึงจับตัวฉีเหยียนจงมาได้โดยง่าย“พวกเจ้า พวกเจ้าบังอาจ กล้าจับเจิ้นได้อย่างไร!”ตงกงกงก้มหน้าไม่กล้าสบตา ทว่าซีหมิงกับหลินซูเหยานั่งจิบชากินขนม ราวกับกำลังนั่งชมจันทร์อย่างเพลิดเพลิน“เอาละ บอกข้า เจ้ามีจุดประสงค์อะไร” เสียเวลาสืบหาความจริง การจับคนร้ายมาถาม ง่ายกว่ามาก“หมายความว่าอย่างไร” ฉีเหยียนจงยังคงลักษณะผู้ถือครองอำนาจสูงสุดมาอย่างยาวนานแต่หลินซูเหยาคือนักแสดงมากฝีมือ คิดจะใช้สง่าราศีแข่งกับนางหรือ เชื่อเถอะว่านางทำได้ดีกว่า หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นสูง ยืดหลังตรง ใช้วิธีมองฮ่องเต้ด้วยการชำเลืองหางตา “เจ้าคิดจะให้ข้าแต่งกับลูกชายเจ้า คงไม่ใช่แค่อยากได้สะใภ้ธรรมดากระมัง”ถูกระบบบังคับ นางยังเล่นงานถึงเทพชะตา แล้วเป็นแค่ฮ่องเต้ นางจะไม่กล้าหรือ ใครใช้ให้นางถือแต้มเหนือกว่าเล่า“เจ้าพูดอะไร เจิ้นไม่รู้เรื่อง” ฉีเหยียนจงดวงตาหดแคบ ไหนใครบอกว่าหลินซูเหยาเป็นสตรีอ่อนแอ นี่มันนางจิ้งจอกห่มหนังแกะชัด ๆหลินซูเหยาลุกขึ้นเดินไปเหยียบไหล่ของฉีเหยียนจงอย่างไม่เกรงกลัว พลันแส้เส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือซีหมิงเห็นแล้วขัดตา ลุกเดินตามหลินซูเหยามาดึงแส้จากมือนางแล้วเอ่







