LOGINระหว่างรอให้สองคนนั้นฟื้น นางก็นั่งลับคมมีดอย่างใจเย็น พยายามทำให้แหลมคมและตัดได้เฉียบขาดมากขึ้น<
เสี่ยวเฟยมองต้วนฮูหยินสลับกับหยางซินหราน เรื่องที่นางเล่าไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีเรื่องของอนุทั้งสามคนอีก อนุหลี่ถูกนางยุยงด้วยการพาไปฟังอนุเหวินนินทาลับหลังส่วนอนุสวีนางก็แค่แสร้งเล่นละครเป็นที่รักของต้วนฮูหยิน ปลุกปั่นให้อีกฝ่ายเกิดความริษยาในใจ และลงมือจ้างวานคนมาทำร้ายนาง ส่วนจดหมายที่อีกฝ่ายเขียนไปบอกชู้รักเรื่องชุดที่นางสวมใส่ในวันนั้น นางได้ทำการสับเปลี่ยนเนื้อหาใหม่ เพื่อทำใหัเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าหยางซินหรานเป็นนางทุกอย่างก็เพื่อกระเพื่อมเรื่องราวให้มันใหญ่โต เพื่อที่คนจะได้หันมาสนใจ และกดดันหยางเต๋อหมิงให้อยู่อย่างสงบเสงี่ยมไม่ตามไปสืบเรื่องของนางที่เมืองตู้โจว" ข้าว่าได้เวลาที่ข้าจะต้องส่งพวกเจ้าไปลงนรกแล้วละ"สตรีอาภรณ์ดำเดินเข้าใกล้สองแม่ลูก พร้อมควักมีดสั้นที่อยู่ตรงสายคาดเอวออกมา เตรียมตัดหลอดลมของทั้งคู่ทว่า...จู่ๆ กลับมีกองมือปราบบุกเข้ามาตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนหลังคาหรือหน้าต่าง บานประตูที่ปิดสนิทถูกคนกลุ่มหนึ่งใช้เท้าถีบเข้ามาจนกระเด็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบพุ่งปรี่เข้าไปประชิดต
ระหว่างรอให้สองคนนั้นฟื้น นางก็นั่งลับคมมีดอย่างใจเย็น พยายามทำให้แหลมคมและตัดได้เฉียบขาดมากขึ้นครั้นสองสามีภรรยาสกุลเถาลืมตาขึ้นมา กลับพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ ส่งเสียงโวยวายให้คนมาช่วย เสี่ยวเฟยเห็นแบบนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง จ้องมองสองคนนั้นตาเขม็งประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่ายแต่ก่อนจะลงมือฆ่า นางอยากสอบถามถึงสาเหตุการตายของหยางเสี่ยวอิงเสียก่อนว่าเป็นมาเช่นไรแล้วก็ได้ทราบว่า...พวกมันทำลงไปเพราะพลั้งมือบวกกับขาดสติตอนเห็นหยางเสี่ยวอิงกลับมาหาด้วยสภาพสะอาดสะอ้านหน้าตาอิ่มเอิบ และประดับประดาด้วยเครื่องเงินเครื่องทองมากมาย ภาพนั้นมันดันทำให้สองคนนั้นไม่พอใจเข้า นึกย้อนกลับไปว่า...ในขณะที่พวกเขากำลังลำบาก แต่หยางเสี่ยวอิงกลับอยู่อย่างสุขสบาย ไม่เคยนึกถึงข้าวแดงแกงร้อนที่พวกเขาเคยให้ มิหนำซ้ำยังหนีไปไม่บอกไม่กล่าวตั้งสองปี จนพวกเขาเกือบจะซวยเพราะคนสกุลหยางส่งจดหมายมาถามหาจิตใจที่อัดแน่นไปด้วยแรงโทสะ ทำให้สองผัวเมียคู่นั้นพุ่งเข้าไปทำร้ายหยางเสี่ยวอิงเพื่อระบายอารมณ์ขุ่นเคือง คนเป็นสามีใช้มือบีบคอสตรีร่างเล็กจนหน้าแดงก่ำ ส่ว
สตรีอาภรณ์ดำเดินเข้าใกล้ผู้ที่เคยทำดีกับนาง อีกฝ่ายกำลังใช้ตักของตนให้บิดาเอนพิง ดูแล้วเป็นภาพที่อบอุ่น จนนางอยากสะอิดสะเอียนออกมายิ่งเห็นสามคนพ่อแม่ลูกรักใคร่กัน นางยิ่งเกลียดชังคนสกุลหยางเพิ่มขึ้นไปอีก เหตุใดคนพวกนี้จึงมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ทั้งที่อีกคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างจากขุมนรก" เจ้าถามว่าข้าเป็นใครงั้นรึ? " นางย่อตัวลง ใบหน้าโน้มเข้าใกล้อีกฝ่าย ก่อนพูดเสียงเย็นว่า " ข้าชื่อเสี่ยวเฟย เป็นสหายของหยางเสี่ยวอิง "ต้วนฮูหยินกับหยางซินหรานเบิกตาอย่างตกตะลึง ริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ" หมายความว่าเช่นไร แล้วอิงเอ๋อร์เล่า " หยางซินหรานถาม" นางตายแล้ว " เสี่ยวเฟยตอบเสียงเรียบ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง" เป็นไปได้อย่างไร แล้วนาง...." ยังไม่ทันที่หยางซินหรานจะได้ถามจนจบ เสี่ยวเฟยก็พูดแทรกขึ้นมาว่า" หากเจ้าอยากรู้ความเป็นมา ข้าก็ยินดีจะเล่าให้ฟัง เพราะไหนๆ พวกเจ้าก็จะตายไปพบนางที่ปรโลกอยู่แล้ว "เสี่ยวเฟยเล่าย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นนางได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจาก
ระหว่างนั้น เสียงประตูก็ดังโครม เป็นอันเห็นได้ชัดว่า คนร้ายได้เข้ามาแล้ว ร่างเล็กรีบหาที่ซ่อน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปทางใด น้ำเสียงคุ้นหูก็เอ่ยขึ้นมาว่า" อย่าหนีเลยพี่หญิง ตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังรอท่านอยู่นะ " ผู้ที่อยู่ในชุดคลุมสีดำถอดหมวกออก เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายให้อีกฝ่ายได้เห็นหยางซินหรานอ้าปากค้าง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง เมื่อเห็นเจ้าของใบหน้านั้น" อะ...อิงเอ๋อร์ นี่เจ้า...." นางพูดตะกุกตะกักมือทั้งสองข้างสั่นสะท้านด้วยความกลัว ขอบตาร้อนผ่าวเมื่อเห็นคราบเลือดที่ติดอยู่ตรงคมขวาน" เจ้าทำอะไรท่านพ่อ ท่านแม่ " น้ำเสียงสั่นเครือยากจะควบคุม นางแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงจะวิ่งหนีอีกฝ่าย ความกลัวค่อยๆ กัดกินหัวใจของนางอย่างช้าๆ มองไม่เห็นถึงทางออกของเรื่องนี้ ราวกับว่ามันถึงจุดสิ้นสุดแล้วหยางเสี่ยวอิงแสยะยิ้มร้ายกาจ " หากเจ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ตามข้าไปที่ห้องโถง "ความหวาดระแวงครอบงำจิตใจหยางซินหราน นางพยักหน้าอย่างเชื่องช้า เชิงบอกว่ายอมไปกับอีกฝ่ายแล้วหยางเสี่ยวอิงเบี่ยงตัวหลบให้พี่สา
เซี่ยเส้าอันกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารที่เขาเพิ่งรื้อขึ้นมาใหม่ เนื้อหาในนั้นพูดถึงนักฆ่ารับจ้างคนหนึ่ง ซึ่งได้ลงมือสังหารพวกขุนนางใหญ่ตามหัวเมืองต่างๆ ตายไปหลายคน แต่จนป่านนี้ก็ยังจับตัวนักฆ่าคนนั้นไม่ได้เขามีลางสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงได้หยิบคดีนี้ขึ้นมาดูใหม่อีกครั้ง ไม่แน่ว่านักฆ่าที่คนทั้งแคว้นกำลังตามหา อาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ก็ได้" ใต้เท้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ใช่หรือไม่ขอรับ" เหลียงเกอเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ที่จริงเขาอยากถามเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่มีเวลาได้ถามเสียทีเซี่ยเส้าอันพยักหน้า " จากข้อมูลที่พวกเจ้าได้มา สองสามีภรรยาสกุลเถาเป็นพวกอันธพาลมีเรื่องกับผู้อื่นไปทั่ว มีทั้งคนชัง คนเกลียดมากมาย แต่ก็ไม่ผู้ใดคิดการใหญ่อยากฆ่าพวกเขาสักคน ดูจากรอยแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกาย ผู้ร้ายน่าจะแค้นสองคนนี้ไม่น้อย "" จะเป็นไปได้หรือไม่ หากว่าผู้ร้ายจะเป็นคุณหนูรองหยาง " หวังฮั่นตั้งคำถาม" ก็อาจจะเป็นไปได้ " คำพูดของเขาไม่ได้สื่อถึงอารมณ์ใดทั้งสิ้น นั่นก็อาจจะเป็นเพราะว่า...คนที่เขาสงสัยว่าเป็นผู้ร้ายไม่ใช่หยางเสี่ยวอิง
เซี่ยเส้าอันหันไปยิ้มให้สตรีร่างบอบบาง ทว่าสีหน้าของนางในตอนนี้ กลับดูไม่สดใสเอาเสียเลย คล้ายมีเรื่องให้ครุ่นคิดหนัก" งั้นพวกเจ้าอยู่คุยกันไปนะ พ่อขอไปคุยกับใต้เท้าหว่านก่อน " หยางเต๋อหมิงพูดด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มหยางซินหรานพยักหน้า ก่อนฝืนยิ้มจางๆหลังบิดาของหยางซินหรานไปแล้ว เขาก็หันมาพูดกับนางว่า " เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ"หยางซินหรานรู้สึกอึดอัดใจมานาน จึงระบายความขุ่นหมองใจออกมาให้ว่าที่คู่หมั้นฟังทั้งหมด " ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้อิงเอ๋อร์ดูแปลกๆ นางดูไม่ใช่คนเดิมที่ข้ารู้จัก "" ไม่แปลกหรอก เพราะพวกเราไม่ได้รู้จักนางตั้งแต่แรก " ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดูไม่แปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของหยางเสี่ยวอิงสักนิด" ท่านหมายความว่าเช่นไร"ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นไหวของนาง ความกลัวกำลังกัดกินนางอย่างช้าๆ สีหน้าที่แสดงอยู่ในตอนนี้บ่งบอกได้ว่า นางก็เริ่มไม่ไว้วางใจน้องสาวตนเองแล้วเช่นกันเซี่ยเส้าอันยอมเล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบให้หยางซินหรานฟัง และขอร้องว่าอย่าไปบอกใครเด็ดขาด เรื่องนี้จะต้องเก็บเป็นความลั







