Masukกู้หลินเซียงนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่ร้องไห้ ครั้นรุ่งเช้านางก็รีบแต่งตัวเพื่อมาเจอเสิ่นอวิ๋นจง
" พี่เสิ่น ข้าขอร้องท่านล่ะ อย่าส่งข้ากลับไปเลยนะ ฮือๆ " นางร้องไห้พลางโขกศีรษะลงบนพื้นเพื่ออ้อนวอนเขา เสียงร้องของนางดังเข้าไปในห้องทำงานของเสิ่นอวิ๋นจง คิ้วเข้มขมวดมุ่นไม่พอใจที่ได้ยินเสียงน่ารำคาญตั้งแต่เช้า เขาอุตส่าห์บอกพ่อบ้านไปส่งนางแล้วแท้ๆ ไยนางจึงรั้งอยู่ต่่ออีก ร่างสูงใหญ่ในชุดสีครามลุกพรวด ก้าวเดินไปที่หน้าประตู อยากรู้เหลือเกินว่านางจะงัดมารยาใดมาใช้อีก ปัง! เสิ่นอวิ๋นจงผลักประตูเปิดอย่างแรง ก่อนก้้าวขึ้นมายืนด้านหน้า ปรายตามองกู้หลินเซียงที่หมอบกราบอยู่บนพื้นด้วยสายตาดูแคลน นางช่างไร้ยางอายยิ่งนัก สวมรอยเป็นพี่สาวไม่พอ ยังมาอ้อนวอนขอให้เขาอนุญาตให้นางอยู่ต่ออีก นี่นางคิดจะให้เขารับนางเป็นอนุอีกคนหรือไร " กู้หลินเซียง ไฉนเจ้ายังอยู่ที่นี่อีก ข้าบอกไปแล้วมิใช่หรืือ พอตะวันขึ้นแล้วให้เจ้ารีบออกไปทันที " น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยกับร่างบอบบางที่กำลังร่ำไห้คร่ำครวญ กู้หลินเซียงเห็นเสิ่นอวิ๋นจงปรากฏตัวก็รีบคลานเข่าไปกอดขาเขาทันที พลางพรรณนาว่า " พี่เสิ่น ข้ากลายเป็นของพี่แล้ว ไยพี่จึงเย็นชากับข้านัก พี่หลิงเหยามีชายใหม่แล้ว ท่านยังคิดอาลัยอาวรณ์นางอยู่อีกหรือ ป่านนี้นางคงมีสุขกับชายผู้นั้นไปแล้วกระมัง " คำพูดของกู้หลินเซียงทำชายหนุ่มเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม เขาสะบัดขาข้างที่นางเกาะกุมอยู่อย่างแรง จนร่างเล็กเซถลาไปด้านหลัง พลางยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้านาง " หุบปากเสียๆ ของเจ้าซะ หลิงเหยาไม่ใช่สตรีใจง่ายเช่นเจ้าที่ยอมทอดกายให้บุรุษเชยชมโดยไร้ยางอาย " หญิงสาวนิ่งอึ้งถึงกับพูดไม่ออก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ทั้งที่นางรู้ว่าเขาเมา กระนั้นก็ยอมเปลื้องผ้าให้เขาเชยชม เพราะคิดว่าถ้าผ่านคืนนี้ไปแล้วเขาจะยอมรับนาง ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นดั่งใจ นอกจากเขาจะไม่ปรายตามองนางแล้ว สายตาเยียบเย็นก็ยิ่งดูเย็นชามากกว่าเดิม เมื่อก่อนเขาทำดีกับนาง เพราะเห็นว่านางเป็นน้องสาวของกู้หลิงเหยา แต่บัดนี้ไม่มีอีกฝ่ายแล้ว เสิ่นอวิ๋นจงจึงไม่จำเป็นต้องเสแสร้งดังเดิม " พี่เสิ่น ข้าขอโทษ ต่อไปข้าจะไม่พูดถึงนางอีกแล้ว พี่จะให้ข้าเป็นอนุก็ได้ ข้ายอมทุกอย่าง ขอแค่ให้ข้าได้อยู่กับท่านเถิดนะ " กู้หลินเซียงกล่าวอย่างไม่อาย เพราะนางรักเขามากเหลือเกิน จนไม่คิดว่าชาตินี้จะรักใครได้อีกแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาดำทะมึน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เขาเกลียดชังสตรีนางนี้ รู้เพียงอยากส่งนางไปให้ไกลหูไกลตาให้เร็วที่สุด " มีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ มาพานางไปส่งที่จวนสกุลกู้ที " เขาตะโกนบอกพวกบ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ไม่นานก็มีชายสองคนปรากฏตัวขึ้นพร้อมพ่อบ้านประจำจวนหวยอันโหว " พานางไป " " ไม่นะพี่เสิ่น ข้าไม่อยากไป ฮือๆ ข้าเป็นของท่านแล้ว ไยท่านจึงทำกับข้าเช่นนี้ " นางตะโกนให้คนทั้งจวนได้ยินว่านางตกเป็นของเขาแล้ว แต่หาได้มีใครสนใจไม่ เพราะผู้ที่อยู่ที่นี่ล้วนฟังแค่คำพูดของเจ้านายเท่านั้น ส่วนกู้หลินเซียงเป็นแค่หญิงแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาอยู่ได้แค่วันเดียว จึงไม่มีค่าพอให้พวกเขาหยุดฟังนาง กู้หลินเซียงถูกหิ้วตัวออกไป นางยังคงส่งเสียงร้องแสบหูตลอดทั้งทาง เสิ่นอวิ๋นจงยืนมองจนมั่นใจว่านางถูกส่งตัวออกไปแล้ว จึงค่อยกลับเข้าไปในห้องทำงาน การส่งกู้หลินเซียงกลับไปไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะไม่มีใครรู้อยู่แล้วว่าเจ้าสาวที่อยู่กับเขาเมื่อคืนเป็นนาง นอกจากบิดามารดาของนาง คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภรรยาซื่อจื่อหวยอันโหวเป็นกู้หลิงเหยา ดังนั้นจึงไม่ต้องมีหนังสือหย่าหรือแจ้งแก่ทางการ รอแค่กู้หลิงเหยากลับมาพิธีการทุกอย่างก็จะกลับเข้าร่องเข้ารอยตามเดิม จากนั้นเขาก็แค่ใช้ชีวิตตามปกติต่อไป กู้หลินเซียงถูกพาตัวมาส่งหน้าประตูสกุลกู้ นางร่ำไห้เสียงดัง จนผู้เป็นบิดามารดาอับอาย รีบสั่งให้คนพานางเข้าจวน รองเจ้ากรมคลังกู้ยกมือตีขมับด้วยอาการปวดเศียรเวียนเกล้า ก่อนหน้านี้เขาได้เตือนกู้หลินเซียงแล้วว่าอย่าทำ แต่นางก็ไม่ฟัง ดื้อรั้นแต่งงานกับเสิ่นอวิ๋นจงให้ได้ จนเขาจนปัญญาจะแก้ไขจึงหลับหูหลับตาทำไป และสุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ เสิ่นอวิ๋นจงผู้นั้นไม่คิดไว้หน้าเขาเลย พาบุตรสาวมาส่งเช่นนี้ แล้วผู้คนจะคิดกับนางเช่นไร คงหาว่านางอยากได้พี่เขยจนตัวสั่นกระมัง " ฮือๆ ท่านแม่ ข้าจะไปหาพี่เสิ่น ปล่อยข้า ข้าจะไปหาเขา " " พอแล้วๆ เจ้าอย่าทำเช่นนั้นเลย หากซื่อจื่อมีใจให้เจ้าสักนิด เขาคงยอมรับเจ้าไปแล้วละ " หลิ่วซื่อเอ่ยกับบุตรสาวที่ร้องไห้คร่ำครวญจนใบหน้าแดงก่ำ ทั้งสงสารทั้งเห็นใจ แต่กลับทำสิ่งใดไม่ได้ เพราะฝ่ายตนเป็นฝ่ายผิด ครั้นจะไปเรียกร้องหาความยุติธรรมก็กลัวตนเองจะหน้าแหกกลับมา จึงทำได้แค่ปิดปากเงียบ รอจนกว่าจะหาตัวกู้หลิงเหยาเจอ กู้หลินเซียงดีดดิ้นและกรีดร้องสักพัก กระนั้นเป็นลมหมดสติไป ผู้เป็นมารดากลัวว่าลูกจะทำเรื่องสิ้นคิดอีก จึงสั่งให้คนขังนางเอาไว้ในห้องนอน รอจนกว่านางจะกลับมามีสติอีกครั้งจึงค่อยเปิด แต่ใครจะคิดว่ากู้หลินเซียงไม่รักชีวิตแล้ว นางนำผ้าต่วนสีขาวมาผูกคอตนเองตายในคืนนั้นเพื่อประชดรัก...." อ๊า!"ชายหนุ่มส่งความแข็งชูชันผ่านรอยปริแยกครั้งแล้วครั้งเล่า โถมกายกระแทกสุดแรงที่มี ร่างเล็กสั่นระริกกระตุกเกร็งถี่ แผ่นหลังบางแอ่นโค้งงอตามจังหวะควบทะยานของผู้เป็นสามี ก่อนที่ความรู้สึกวาบหวามจะแล่นขึ้นสูง พุ่งกระจายออกราวกับทำนบแตก" อ๊า แฮ่ก"คนร่างสูงปลดปล่อยสายธารรักเข้าสู่กายสาวจนหมดทุกหยาดหยด ร่างเล็กนอนหอบสะท้านหรี่ตามองคนที่กำลังโน้มใบหน้าลงมา นางแหงนหน้ารอรับจุมพิตดูดดื่มจากเขา เพียงไม่นานส่วนที่อ่อนยวบก็กลับมาแข็งผงาดใหญ่โตขึ้นอีกครั้ง" ท่านพี่ "หยางซินหรานพยายามถดสะโพกหนี แต่มีหรือพยัคฆ์หิวอย่างเซี่ยเส้าอันจะยอม ในเมื่อมีเนื้อรสหวานมาป้อนใส่ปากแล้ว ก็ยากที่เขาจะคายทิ้ง มีแต่ต้องกลืนกินให้หมดทั้งตัว" เจ้าอยากมีลูกมิใช่หรือ ข้าก็กำลังจะทำให้เจ้าสมปรารถนาอยู่นี่อย่างไรเล่า " ผู้เป็นสามีแสยะยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนดึงข้อเท้าภรรยาให้กลับไปยังตำแหน่งเดิมบทเพลงรักถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง จวบจนหยางซินหรานสิ้นไร้เรี่ยวแรง เซี่ยเส้าอันจึงยอมหยุดหลายปีผ่านไปหยางซินหรานไ
สามเดือนผ่านไปหยางซินหรานแต่งเข้ามาในจวนเซี่ยเส้าอันได้ครบสองเดือนแล้ว กระนั้นก็ยังกลับไปเยี่ยมเยียนบิดาบ้างบางคราว ด้วยว่ามารดากับบิดานางหย่าร้างกันแล้ว จึงไม่มีผู้ใดดูแลซึ่งก่อนหน้านี้มารดานางได้มาปรึกษาว่า หากหย่ากับบิดาตอนนี้ ลูกๆ ทั้งสามจะติดขัดตรงไหนหรือไม่ ตัวหยางซินหรานเองย่อมไม่ติดขัดอยู่แล้ว นางบอกมารดาให้ทำตามที่ใจต้องการได้เลย ส่วนพี่ชายของนางทั้งสองคนก็ส่งจดหมายมาบอกว่า แล้วแต่การตัดสินใจของมารดา หากเป็นความต้องการของทั้งสองคน พวกเขาย่อมยอมรับในการตัดสินใจนั้นหลังจากหย่ากัน ต้วนฮูหยินก็ตัดสินใจไปอยู่กับบุตรชายคนโตที่เมืองเหอหนาน ด้วยถูกรบเร้าบอกให้ไปช่วยเลี้ยงหลานที่กำลังจะคลอดในสองเดือนข้างหน้า ส่วนหยางเต๋อหมิงบุตรชายคนรองขันอาสาจะดูแลเอง หลังกลับจากการรบแล้วหยางเต๋อหมิงกลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ออกมาให้ผู้ใดพบเห็น วันๆ เขาจะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงาน เขียนคำขอโทษต่ออนุเสิ่นและหยางเสี่ยวอิงเป็นร้อยๆ ฉบับ ก่อนนำไปเผาไฟและเริ่มเขียนใหม่ ทำอยู่เช่นนี้ทุกวันโดยไม่มีวันพักครอบครัวหยางของซินหรานแตกแยกไปคนละทิศละทาง ไม่หลงเหลื
หยางซินหรานเดินมาขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ด้านหน้าประตูจวน นางเปลี่ยนชุดเป็นสีขาวราบเรียบ ใบหน้าไม่ได้ประทินโฉมจัดจ้าน ออกไปทางเกลี้ยงเนียนเสียมากกว่า แต่ต่อให้นางไม่ได้แต่งเติมสิ่งใดลงบนใบหน้า นางก็ยังคงงดงามในสายตาเซี่ยเส้าอันไม่เปลี่ยนแปลงชายหนุ่มยื่นมือให้หญิงสาวจับประคองขึ้นไปบนรถ ก่อนก้าวตามขึ้นไปใช้เวลาเกือบสามชั่วยาม ในที่สุดทั้งสองก็เดินทางมาถึงเรือนสกุลเถา หยางซินหรานยืนมองประตูไม้เก่า กวาดสายตามองรอบๆ ด้าน พลางคิดในใจว่า...สถานที่ทรุดโทรมแห่งนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของหยางเสี่ยวอิง เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่จริงหรือมันดูยากแค้นเสียจนไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เพียงแค่คิดว่าน้องสาวต้องยากลำบากเพียงใด จู่ๆ ขอบตาก็พลันร้อนผ่าว จำต้องเงยหน้ากล้ำกลืนหยาดน้ำตากลับเข้าไปเซี่ยเส้าอันเดินเข้ามาลูบต้นแขนเรียวเล็กของหญิงสาว สบสายตาประสานกันเชิงถามว่าไหวหรือไม่ หยางซินหรานพยักหน้า ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าไปด้านในนางมุ่งตรงไปยังสวนหลังบ้านตามที่เสี่ยวเฟยเคยเล่าให้ฟัง ทว่าตามเส้นทางที่เดินไป กลับเต็มไปด้วยหยาดเลือดที่ไหลอาบเป็นทางยาว ซึ่
วันรุ่งขึ้นอาการของหยางเต๋อหมิงเริ่มคงที่ เพียงแต่ต้องตัดแขนข้างขวาที่ถูกเสี่ยวเฟยฟันด้วยขวาน ส่วนต้วนฮูหยินมีอาการหวาดผวาในยามนอน ซึ่งเรื่องนี้คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการรักษาหยางซินหรานไม่ยอมหลับยอมนอนตั้งแต่เมื่อคืน นางนั่งเหม่อลอยบนศาลากลางสวนพฤกษา โดยมีเซี่ยเส้าอันนั่งมองอยู่ห่างๆ ด้วยความเป็นห่วงร่างเล็กนั่งกอดเข่าแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ความมืดมิดกำลังถูกขับไล่ด้วยแสงสีทองในยามเช้าตรู่ บ่งบอกได้ว่ากำลังจะถึงเช้าวันใหม่แล้ว มือเรียวเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ก่อนหันกลับไปมองคนที่ใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมปลายเท้าเย็นเฉียบของนางไว้" ข้ากลัวว่าเจ้าจะหนาว " น้ำเสียงทุ้มพูดอย่างอ่อนโยน ในแววตาฉายชัดว่ากำลังเป็นห่วงนางมากเพียงใด" จับตัวนางได้หรือไม่เจ้าคะ" หยางซินหรานถามถึงเสี่ยวเฟยเซี่ยเส้าอันส่ายหน้า " กำลังเร่งหาตัวอยู่"นางพยักหน้าเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว " ใต้เท้า ข้ามีเรื่องอยากขอร้องท่านเจ้าค่ะ "" เรื่องอะไรหรือ?"" ข้าอยากไปพาอิงเอ๋อร์กลับบ้านเจ้าค่ะ "หยางซินหรานน้ำตาเอ่อคลอขอบต
แต่ช่างเถอะ! ต่อให้ฆ่าคนพวกนั้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรเสีย ความสัมพันธ์ของคนสกุลหยางก็ย้อนกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วเพราะนางได้ทำให้ทุกอย่างมันพังลงไปพร้อมกับชีวิตของนางนับตั้งแต่บัดนี้ใช้เวลาประมาณสามชั่วยามในที่สุดเสี่ยวเฟยก็มาถึงเรือนสกุลเถาอย่างทุลักทุเล ร่างกายของนางมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง บวกกับเสียเลือดมาก จึงทำให้การเดินเหินไม่ค่อยสะดวกแต่เสี่ยวเฟยหาได้สนใจไม่ ขอเพียงเดินไปถึงหลุมศพของหยางเสี่ยวอิงได้ ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับนางแล้ว" เสี่ยวอิง" นางเรียกหาคนรักประหนึ่งอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ร่างบอบช้ำทรุดฮวบลงบนกองดินนูนสูง พลางโน้มตัวลงไปโอบกอด" ข้าแก้แค้นให้เจ้าไม่สำเร็จ ยังมีคนรอดอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคือคนที่ทำให้เจ้าต้องมีชีวิตแบบนี้ "เสี่ยวเฟยพูดเสียงสั่น หยาดน้ำตาเอ่อคลอดวงตาทั้งสองข้าง ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ คล้ายกำลังหมดแรง" ถ้าหากเราเจอกันในปรโลก เจ้าจะให้อภัยข้าในเรื่องนี้ได้หรือไม่ "เสี่ยวเฟยยังคงพูดคุยกับหลุมศพของหยางเสี่ยวอิง จนวาระสุดท้ายของชีวิตนางมาถึง
เสี่ยวเฟยมองต้วนฮูหยินสลับกับหยางซินหราน เรื่องที่นางเล่าไปเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีเรื่องของอนุทั้งสามคนอีก อนุหลี่ถูกนางยุยงด้วยการพาไปฟังอนุเหวินนินทาลับหลังส่วนอนุสวีนางก็แค่แสร้งเล่นละครเป็นที่รักของต้วนฮูหยิน ปลุกปั่นให้อีกฝ่ายเกิดความริษยาในใจ และลงมือจ้างวานคนมาทำร้ายนาง ส่วนจดหมายที่อีกฝ่ายเขียนไปบอกชู้รักเรื่องชุดที่นางสวมใส่ในวันนั้น นางได้ทำการสับเปลี่ยนเนื้อหาใหม่ เพื่อทำใหัเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าหยางซินหรานเป็นนางทุกอย่างก็เพื่อกระเพื่อมเรื่องราวให้มันใหญ่โต เพื่อที่คนจะได้หันมาสนใจ และกดดันหยางเต๋อหมิงให้อยู่อย่างสงบเสงี่ยมไม่ตามไปสืบเรื่องของนางที่เมืองตู้โจว" ข้าว่าได้เวลาที่ข้าจะต้องส่งพวกเจ้าไปลงนรกแล้วละ"สตรีอาภรณ์ดำเดินเข้าใกล้สองแม่ลูก พร้อมควักมีดสั้นที่อยู่ตรงสายคาดเอวออกมา เตรียมตัดหลอดลมของทั้งคู่ทว่า...จู่ๆ กลับมีกองมือปราบบุกเข้ามาตามช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบนหลังคาหรือหน้าต่าง บานประตูที่ปิดสนิทถูกคนกลุ่มหนึ่งใช้เท้าถีบเข้ามาจนกระเด็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบพุ่งปรี่เข้าไปประชิดต







