แชร์

บทที่ 9 คุณผู้หญิงเปลี่ยนไป

ผู้เขียน: เดลิล
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-28 20:00:26

 "อีแวว นั่นใช่คุณเอมี่จริง ๆ เหรอวะ!" ลุงมั่นสามีป้าแววพูดขึ้นหลังจากที่มองภรรยาเจ้าของบ้านเดินขึ้นไปบนห้อง

"เออ ก็จริงสิวะ" ป้าแววพูดออกไปพร้อมกับยกมือขึ้นลูบแขนไปด้วย ที่ตามั่นถามนั้นก็ไม่ใช่ว่าเพราะอะไร ก็มันคงตกใจน่ะสิ เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทักเธอก่อน อย่าว่าแต่ผัวเธอตกใจเลยเธอเองก็ตกใจเหมือนกันปกติมีแต่สะบัดหน้าหนีเชิด ๆ เริ๊ด ๆ ใส่ มีที่ไหนที่จะมาพูดทักทายกันแบบนี้ จะไม่ให้คิดว่าผีเข้าได้ยังไง แล้วดูชุดที่ใส่ก็ไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด ปกติเห็นใส่ชุดสวย ๆ ทำราวกับจะออกไปข้างนอกทั้งที่อยู่ในบ้านแท้ ๆ 

"สงสัยจะความจำเสื่อมจริงอย่างที่คุณเมธบอกเอาไว้นี่นั่นแหละแต่ทำอะไรก็ระวัง ๆ ก็แล้วกันไป ๆ พวกเอ็งก็ตามป้าเองไปจะได้รู้ว่าห้องหับอยู่ตรงไหนแล้วก็อย่าเพิ่งเดินจนล่ะ" ตามั่นพูดกับเมียและหันไปพูดกับหลานสาวกับหลานชายที่ต้องเอามาอยู่ด้วยกันที่นี่ด้วย

เด็กหนุ่มอายุสิบเก้ากับเด็กสาวอายุหกปีเป็นพี่น้องกันทั้งสองคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อกับแม่ดันเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตไปพร้อมกันตามั่นที่เป็นพี่ชายหรือลุงแท้ ๆ ของทั้งสองคนเห็นเด็กตาดำ ๆ ที่เพิ่งสูญเสียก็สงสารเลยขออนุญาตเจ้านายพาเด็กทั้งสองมาอยู่ด้วยกันที่นี่ด้วย

ซึ่งคุณคีรินก็ใจดีอนุญาต แต่พวกเขาก็ยังกลัวเมียของเจ้านายอยู่เลยไม่อยากให้เด็กทั้งสองคนมาเดินเพ่นพ่าน

"ครับลุง/จ้ะลุง"

"ไป ๆ ตามป้ามา" แววบอกหลานทั้งสองคนของสามีก่อนจะเดินจูงมือหลานสาวที่ยังยืนกอดกระเป๋าแน่นท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตายังแดงก่ำเพราะร้องไห้ติดต่อกันมาหลายวันจากความสูญเสียที่ไม่คาดคิดให้เดินตามมา ในใจก็เวทนาเด็กมัน

ผ่านมาแล้วหนึ่งอาทิตย์ที่แววและตามั่นได้แต่มองเมียเจ้าของบ้านด้วยสายตาประหลาดใจ ทั้งเรื่องที่เธอทำอาหารกินเองและยังเรื่องที่เธอมักจะทักทายแววและลุงมั่นก่อน บางครั้งยังมีถามไถ่เรื่องเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่เป็นหลานของเธอทั้งสองคน

และด้วยเพราะความดูแลเอาใจใส่ของผู้หญิงคนนี้เมื่อรู้ว่าเด็กทั้งสองคนเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีที่ไปต้องมาอาศัยใบบุญลุงกับป้าที่นี่ทำให้ประกายดาวที่รับรู้เรื่องราวเกิดความเวทนาและยื่นเงินให้ป้าแววไปสองหมื่น

แววถึงกลับตาโต มือสั่นในขณะที่ฝ่ามือของเธอถูกเงินปึกหนายัดใส่มือ

"คุณ...จะดีหรือคะ" ป้าแววมองเงินในมือพร้อมกับมองใบหน้าผู้หญิงที่เคยร้ายกาจถึงขนาดจิกหัวใช้เธอไม่เว้นวัน แต่ตอนนี้เหมือนผู้หญิงคนนั้นเหมือนตายไปแล้วและถูกแทนที่จากใครอีกคนที่เธอไม่คุ้นเลยความเอาใจใส่ขนาดนี้เพิ่งเคยได้รับเป็นครั้งแรกจากเธอคนนี้ ทำให้แววทั้งตื่นตระหนก ทั้งคิดไม่ตกก็จะรับเงินก้อนนี้ดีหรือเปล่า?

"รับไปเถอะค่ะป้าแววไม่เห็นต้องคิดมากเลย ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็มาบอกเอมี่ได้" พูดจบหญิงสาวก็เดินหันหลังออกไปทิ้งให้แววกับตามั่นมองหน้ากันตาปริบ ๆ แต่ก็รู้สึกขอบคุณเธอคนนั้นที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ในใจของชายหญิงคู่นั้นรู้สึกดีกว่าแต่ก่อนมากและมองคุณผู้หญิงเปลี่ยนไป

ในครัว

"แหม...ป้าแววได้เงินมาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ" รำไพ ที่แอบเห็นในตอนที่เอมีเลียยื่นเงินให้ป้าแววก็พูดขึ้นเมื่อเห็นคนใช้เก่าแก่เดินเข้ามา

"มึงนี่มัน...เงียบปากไปเลยถ้าไม่รู้เรื่องอะไร"

"เหอะ...ฉันแค่พูดเรื่องจริงเท่านั้นเอง" รำไพเบะปาก 

"เรื่องที่พวกเอ็งแอบขโมยอาหารเลิกทำซะนะ"

"โถ่ป้าขโมยอะไรกันเล่าก็แค่ช่วยไม่ให้มันเสียของ ป้าก็เห็นไม่ใช่เหรอผู้หญิงคนนั้นไม่ค่อยชอบพวกฉันก็กลัวมันจะเสีย" รำไพยักไหล่อย่างไม่แคร์ก่อนจะเดินออกไปเรื่องอาหารนั่นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่กินเองพวกเธอนำมากินก็ถูกแล้วนี่

ที่จริงเรื่องอาหารการกินประกายดาวก็กินประกายดาวเองก็กินอะไรง่าย ๆ บางครั้งเธอ กินเพียงไข่เจียว หรือไม่ก็ไข่ดาวแค่โปะข้าวสวยร้อน ๆ เหยาะด้วยซอสแม็กกี้เธอก็กินได้อย่างเอร็ดอร่อย ทำให้วัตถุดิบที่พวกบรรดาสาวใช้ซื้อมาไม่ค่อยได้ถูกเอาไปใช้ พอนานวันเข้าสาวใช้เลยถือวิสาสะหยิบของพวกนั้นมาทำกินเองโดยไม่สนใจเมียเจ้าของบ้านเลยแม้แต่น้อยแถมยังเลือกของที่พวกเธอชอบกินมาไว้ด้วย

แต่หลังจากที่ป้าแววกลับมาพวกเธอก็มักจะโดนสกัดทำให้ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แววเองทั้ง ๆ ที่รู้และเห็นแต่ก็จนใจ จะพูด บางครั้งแววเลยปล่อยเลยตามเลยในเมื่อบอกห้ามไม่ฟังก็แล้วแต่อนาคต

"นี่ ๆ กรขุดตรงนี้ให้พี่หน่อยนะเอาเรียงเป็นแถวยาวเลย" เสียงหวานบอกหลานชายแม่บ้านที่กำลังขุดแปลงกุหลาบอย่างขะมักเขม้น

"ครับ" กรเด็กหนุ่มที่ป้ากับลุงพามาพามาอยู่ด้วยทำงานตามที่เจ้านายบอกอย่างกระตือรือร้นเพราะเขาเองก็รู้มาว่าเมียเจ้านายให้เงินมาใช้จ่ายในระหว่างที่ต้องเตรียมตัวเข้าเรียนที่ใหม่ 

กรเองก็เพิ่งจะมาอยู่ใหม่ ๆ เลยไม่รู้เรื่องราวอะไรของภรรยาเจ้าของบ้านนักแต่พอเห็นเธอให้ความเอ็นดูเขากับน้องสาว กรก็ทำงานให้อย่างเต็มใจและเหมือนว่าเมียเจ้าของบ้านจะชอบในการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจโดยเฉพาะกุหลาบ เด็กต่างจังหวัดอย่างกรที่อยู่กับไร่กับสวนมาทั้งชีวิตพอมาเห็นเมียเจ้านายใช้เสียมน้อย ๆ ขุดดินเขาก็รีบวิ่งมาช่วยโดยไม่ต้องบอกเพราะป้าแววบอกว่าเมียคุณผู้ชายเธอท้องอยู่และตอนนี้ไม่ว่าภรรยาเจ้าของบ้านจะหยิบจับอะไรทั้งกรและแก้มใสที่เห็นก็จะรีบมาช่วยทันที 

"ขอบใจจ้ะเดี๋ยวถ้าขุดเสร็จกรก็ไปทำอย่างอื่นได้เลยนะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง" ประกายดาวบอกกับเด็กหนุ่มหน้าใส ดูแววว่าเด็กคนนี้เติบโตไปคงจะหล่อใช่เล่นคนที่อยู่ในวงการบันเทิงมานานมองเด็กหนุ่มยิ้ม ๆ 

กรที่หันมาเห็นเมียเจ้านายยิ้มให้ถึงกับตาพร่าหูแดงเลยทีเดียวเพราะใครจะคิดว่าจะมาได้พูดคุยใกล้ชิดกับคนที่เป็นดารา ยิ่งเห็นความใจดีก็ยิ่งทำให้กรหนุ่มวัยรุ่นหน้าใสแอบเขิน

ทางด้านของคีริน หลังจากที่มัววิ่งวุ่นอยู่กับงานทั้งในประเทศและต่างประเทศวันนี้ก็ทำให้เขาได้มีเวลาพักผ่อนทุกวันแถมยังมีเรื่องที่เกิดจากความสูญเสียครั้งใหญ่ทำให้เขากลายเป็นคนเก็บตัวและยังซึมเศร้าอยู่ เข้าสู่เดือนที่สามแล้วที่ผู้หญิงคนนั้นจากไปแต่ความคะนึงหายังอยู่ในใจของคีรินอยู่ตลอด เขายังคงทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเธอและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะได้รับมันมีเพียงแค่นี้ที่เขาให้เธอได้

เด็กผู้หญิงผมเปียที่มูลนิธิเด็กกำพร้าที่ครั้งหนึ่งเคยได้พูดคุยกันตอนที่พ่อกับแม่พาไปทำบุญ เด็กน้อยหน้าตามอมแมมที่นั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังจากต่อแถวแล้วถูกเด็กคนอื่นแซงจนเธอกระเด็นออกไปด้านนอก ไม่มีใครสนใจเด็กน้อยหน้าหงอยที่เดินออกไป เพราะเด็กที่นั่นมีเยอะจนดูแลไม่ทั่วถึง เขาในตอนนั้นเห็นสายตาเด็กน้อยตัวเล็กแล้วก็สงสาร เลยหยิบไก่ทอดที่พ่อแม่นำมาใส่กล่องอาหารมายื่นให้ 

เด็กผู้ชายผอมบางใส่แว่นที่ยื่นกล่องอาหารมาตรงหน้า ทำเอาเด็กน้อยยิ้มแฉ่งยกมือไหว้รับไก่มากินอย่างเอร็ดอร่อย จากวันนั้นและอีกหลาย ๆ ครั้ง ครอบครัวเขาก็ยังไปเลี้ยงเด็กที่นั่นอยู่บ่อย ๆ จนเด็กน้อยเริ่มเข้าหา พูดคุยด้วยอย่างสนิทใจพร้อมกับเล่าถึงความฝันของตัวเอง ตอนนั้นเขาเพียงแค่สงสารเด็กน้อยคนนี้เท่านั้น

'พี่คีริน สักวันหนึ่งน้องดาวจะไปโลดแล่นอยู่หน้าจอทีวีพี่คีรินคอยดูนะน้องดาวจะทำให้ได้เลย'

จากนั้นเขาก็ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศแล้วก็ไม่เคยพบกันอีกเลย จนกระทั่งเมื่อเธอเติบโตและโลดแล่นเข้าสู่ในวงการบันเทิง ความน่ารักสดใสและการเป็นตัวของตัวเอง เธอไม่อายแม้ว่าจะโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ความจริงใจ การสู้ชีวิตของเธอและการที่เธอได้ทำตามความฝันที่เธอได้เคยพูดเอาไว้ ทำให้เขาติดตามเธอจนเป็นแฟนคลับ

ไม่รู้เมื่อไหร่จากแฟนคลับ เขากลับหลงรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและคอยสนับสนุนเธอห่าง ๆแต่ตอนนี้เธอไม่ได้โลดแล่นอยู่หน้าจอทีวีแล้ว กลายเป็นเธอกลับไปส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าแทน เหลือแต่เพียงชื่อที่สลักไว้ในหัวใจของเขา...ประกายดาว

 วันนี้คีรินกลับบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาหนึ่งเดือนเต็ม แต่เพราะมีเอกสารสำคัญที่ต้องการ เช้านี้เขาจำต้องแวะมาโดยมีเมธาขับรถมาให้ เมื่อรถแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านก็แปลกใจไม่น้อยเพราะหน้าบ้านที่เคยโล่งตอนนี้กลับมีแปลงกุหลาบหลากสีสันปลูกเรียงรายแถมยังมีที่ปลูกแบบเลื้อยจนกลายเป็นซุ้มกุหลาบในตอนรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเขา อดไม่ได้ที่จะลดกระจกลงเพื่อมองไปยังสวนกุหลาบสบายตา เมื่อกระจกถูกลดลงกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ก็พัดพาเข้ามาในรถทำให้รู้สึกสดชื่นจนเขาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด

"มึงขึ้นไปเอาเอกสารที่โต๊ะทำงานแล้วรีบลงมากูรอในรถ" เมื่อรถจอดเทียบสนิทที่หน้าบ้านคีรินก็สั่งเมธาให้ขึ้นไปแทนที่ตัวเองจัดขึ้นไปเอาเองเพราะไม่อยากเจอกับผู้หญิงคนนั้น

"ครับนาย" เมธาเองก็รู้เลยไม่อิดออดรีบเดินตรงเข้าบ้านไปทันทีเพราะรู้อยู่แล้วว่าห้องทำงานของเจ้านายอยู่ตรงไหน

ส่วนคีรินก็นั่งรอลูกน้องในรถอย่างใจเย็น สายตาคู่คบมองไปที่แปลงดอกไม้สีสวย ไม่นานเมธาก็ลงมาพร้อมเอกสารในมือเขาส่งให้เจ้านายพร้อมกับขับรถออกมาจากบ้านแต่ในตอนนั้นเองคีรินที่ยังมองแปรงดอกไม้อยู่ก็เห็นผู้หญิงคนนึงที่กำลังยืนปาดเหงื่อใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางพร้อมกับหมวกปีกกว้างที่คลุมปิดจนเกือบครึ่งหน้า ในวินาทีที่เธอหมุนตัวหันหลังก็เหมือนกับคีรินเห็นใครบางคนซ้อนทับ เขามองภาพนั้นด้วยความตื่นตะลึงยิ่งเห็นท่าทางการเคลื่อนไหวของเธอก็ยิ่งเหมือน

ทำให้เขาเผลอเรียกชื่อเธอออกมา

"ประกายดาว!"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 45 เรื่องเหลือเชื่อ

    บรรยากาศในห้องแคสบทเงียบกริบราวกับเวลาหยุดเดินก่อนหน้านั้นพราวดาราดาวรุ่งที่กำลังมีกระแสมาแรงทำได้ดีเสียจนทีมงานพากันชื่นชมไม่หยุดปาก ผู้กำกับเชิดศักดิ์ยังเอ่ยชมด้วยความพอใจ และทุกคนพากันมั่นใจแล้วว่าบทของ 'คุณหญิงแม้นวาด' ใน 'รอยรักข้ามภพ' ตกเป็นของเธอแน่ ๆแต่พอเสียงเรียกชื่อของเอมีเลียซึ่งเป็นหมายเลขสุดท้ายดังขึ้นทุกคนก็หันไปจับจ้องทันที เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เมื่อเธอเริ่มเล่น เสียงพูดแผ่วเบาและแววตาเปี่ยมด้วยอารมณ์นั้นกลับกลืนเข้ากับบรรยากาศในฉากที่มีกลิ่นอายย้อนยุคคงไว้ซึ่งเป็นแนวพีเรียด ทุกประโยคทุกการขยับร่างกายทุกท่วงท่าล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดบทคุณหญิงแม้นวาดในอดีตที่เฝ้ารอคนรักที่ไม่มีวันสมหวัง เป็นการแสดงผ่านสายตาที่สื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเงียบ....ทีมงานไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่น้อยบางคนถึงขั้นลืมหายใจเลยทีเดียว เพราะในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็เห็นเงาร่างของประกายดาวผู้หญิงที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผ่านร่างของเอมีเลียอย่างน่าขนลุก"พระเจ้า! เหมือนถูกประกายดาวเข้าสิงเลย" เสียงผู้ช่วยผู้กำกับ พูดอ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 44 ปรับไม่ได้...ก็ลองเลิกกันดู

    ป้าแววที่เดินตามเจ้าของบ้านเข้ามา พอเห็นสภาพของเขาเธอก็ร้องไห้ตาม ก่อนจะพูดในสิ่งที่เกิดขึ้น เธออยากให้เขารู้ว่าทำไมคนที่รักลูกอย่างเอมีเลียถึงสติหลุดออกจากบ้านไปไม่ยอมคุยกับเจ้าตัว“คุณคีรินป้าขอพูดตรง ๆ นะคะ อย่าหาว่าป้าแส่ไม่เข้าเรื่องเลยแต่ป้าก็อยากให้คุณรู้ไว้หากป้าพูดอะไรแล้วคุณไม่พอใจอยากไล่ป้าออกก็แล้วแต่คุณ” เพราะอยากให้เจ้าของบ้านหนุ่มรู้ความจริงเอาไว้บ้าง"ครับ ป้ามีอะไรจะพูดก็พูดเถอะ" เพราะคงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาเสียใจมากกว่าลูกและเมียหนีออกจากบ้านไปแล้วล่ะ"คือ ก็ตั้งแต่ที่คุณแคลกับเพื่อนของเธอเข้ามาในบ้านครั้งก่อน หลังจากที่คุณเอมี่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ป้าเห็นมาตลอดว่าเธอก็อดทนเพราะรู้ว่าคุณแคลเป็นน้องสาวของคุณเธอไม่เคยเถียงอะไรออกมาเลยถึงจะโดนแซะโดนว่า คุณเอมี่ก็แค่ยิ้มรับทั้งที่คำพูดเหล่านั้นมันไม่น่าฟังเลยสักนิด" ป้าแววยังคิดว่าหากเป็นแต่ก่อนที่คุณเอมีเลียความจำเสื่อมคงมีตบกันไปแล้ว"จนมาถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่คุณเอริร้องไห้ คืนนั้นที่ป้าเอานมไปให้คุณเอมี่ ตัวของคุณเอริมีรอยหยิกตรงท้องแขน ป้าไม่อยากจะใส่ร้ายใคร แต่ป้ารู้อ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 43 ไปแล้ว

    "เอริ... เอริเป็นอะไรลูก...หือออ ตัวร้อน!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของลูกน้อยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เอมีเลียสะดุ้งตื่น ฝ่ามือบางลูบเพื่อต้องการปลอบให้ลูกนอนแต่เพียงแค่สัมผัสเท่านั้นความร้อนผ่าวของเด็กตัวน้อยก็ทำเอาเธอตกใจไฟหัวเตียงถูกเปิดขึ้นทันที ใบหน้าของเด็กน้อยแดงก่ำกระสับกระส่าย ริมฝีปากเล็กขยับครางอยู่ตลอด เอมีเลียวางมือที่หน้าผากของลูกสาวความร้อนสูงจนน่ากลัว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดเนื้อตัวเพื่อระบายความร้อนก่อนจะรีบอุ้ม ลูกไว้แนบอกน้ำตาร่วงเผาะบนแก้มเล็กโดยไม่รู้ตัว"ไม่เป็นไรนะลูกเดี๋ยวแม่จะพาไปหาหมอ" เธอพูดเสียงสั่นก่อนจะรีบคว้าเสื้อคลุมหยิบกระเป๋าและของใช้ส่วนตัวใส่เข้าไปในนั้นแล้วพาเอริออกจากบ้านทันทีโดยไม่คิดจะบอกใครเพราะความโกรธความน้อยใจและความผิดหวังที่มันยังค้างคาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เพียงแค่บอกว่าเด็กน้อยมีไข้สูงเจ้าหน้าที่ก็รีบพาเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทันทีเธอวิ่งตามตัว หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ถูกพยาบาลดักเอาไว้หน้าห้องฉุกเฉินทำให้เธอได้แต่เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องเธอยกมือกอดอกแน่นเล็บจิกเข้าไปในเนื้อด้วยเครี

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 42 อยากหย่าก็อย่า

    ผลั๊กกก!!"เธอทำอะไรลูกสาวฉัน!" เสียงของเอมีเลียตวาดลั่นก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปผลักพราวจนล้มกระแทกพื้นแล้วเข้าไปอุ้มลูกสาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น น้องเอริผวาเมื่อเห็นแม่ก็กอดคอคนเป็นแม่แน่นร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดังจนตัวสั่น มือเล็ก ๆ กำเสื้อคลุมของแม่เอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คีรินก้าวเข้ามาพอดีน้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น!"เขารีบพุ่งเข้ามาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภรรยาในชุดคลุมเปียกชื้นกำลังอุ้มลูกสาวที่ยังร้องไห้จ้าไม่หยุดข้างล่างมีพราวนั่งอยู่กับที่ใบหน้าขาวซีดมือจับข้อเท้าแสดงอาการเจ็บปวด“ฮึก! พี่คิน...” เสียงของพราวสั่นเครือพร้อมน้ำตาที่คลอหน่วย “พราว...พราวแค่อยากอุ้มน้องเองค่ะแต่น้องร้องขึ้นมาแล้วคุณเอมี่ก็วิ่งเข้ามาผลัก พราวไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ พราวแค่อยากอุ้มหลาน”เสียงสะอื้นกับใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความเจ็บทำให้คีรินรีบเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาที่กำลังโกรธกับเรื่องข่าวคู่จิ้นของเอมีเลียและตอนที่เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับตอกย้ำ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 41 ใส่ร้าย

    หลังจากที่ถ่ายทำเสร็จไปซีนนึง คีรินกับเอมีเลียกำลังกินข้าวอยู่หน้ารถบ้านระหว่างพักกอง ตอนนั้นเองเสียงร้องไห้ของลูกสาวก็ดังขึ้นจากด้านใน พี่เลี้ยงที่อยู่ไม่ไกลรีบลุกขึ้นจะเข้าไปอุ้ม แต่คีรินที่เพิ่งตักข้าวใส่ปากรีบวางช้อนแล้วลุกพรวดก่อนใคร“ไม่เป็นไร ผมจัดการเอง”ไม่นานเสียงร้องไห้ของน้องเอริก็เงียบลงเพียงแค่เขาอุ้มเท่านั้น เอมีเลียมองภาพนั้นเงียบ ๆ ใบหน้าของเขาอ่อนโยนลงมาก เห็นได้ชัดว่าเขารักลูกขนาดไหนเธอเผลอยิ้มออกมาพลางคิดในใจ 'หากเป็นแบบนี้แล้วเขาจะยังหย่ากับเธออยู่รึเปล่า'ในขณะที่ชีวิตครอบครัวกำลังเริ่มต้นขึ้น เอมีเลียในฐานะนักแสดงก็เปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม หลังจากผลงานเรื่องล่าสุดถูกเผยแพร่ออกไป ทุกคนในวงการต่างพูดถึงเธอไม่หยุดทั้งชื่นชม ทั้งแปลกใจเพราะนางร้ายในอดตีตอนนี้กลับเป็นดารานางเอกแถวหน้าเพียงแค่แสดงเรื่องแรกก็ทำเอาผู้คนลบภาพร้าย ๆ ของเธอไปได้ชื่อของเอมีเลียกลับมาอยู่บนบิลบอร์ดอีกครั้ง พร้อมคำเชิญชวนจากผู้จัดหลายค่ายและในที่สุดเธอก็ได้รับบทนางเอกเรื่องใหม่ต่อเนื่องไม่เพียงแต่มีพีต้า ผู้จัดการคนปัจจุบันที่คอยดูแลงา

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 40 เด็กหญิงเอริสา

    ขณะอยู่บนรถที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล คีรินเอาแต่นั่งกุมมือของเอมีเลียไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาพยายามพูดปลอบเธอทั้งน้ำเสียงสั่น ๆ“อย่าเพิ่งเบ่งนะคนเก่ง เก็บแรงไว้ก่อน เดี๋ยวถึงโรงพยาบาลแล้วค่อยเบ่ง เข้าใจไหม”เอมีเลียพยักหน้าเหงื่อผุดเต็มขมับ ความเจ็บจุกแน่นแล่นขึ้นมาจนเธอต้องขบริมฝีปากแน่น แต่พอเหลือบเห็นสีหน้าของคีรินที่กลั้นหายใจตาม แถมหน้าเริ่มขึ้นสีเหมือนเป็นคนเจ็บเอง เธอก็หลุดหัวเราะทั้งน้ำตาก่อนจะฮึบเอาไว้เพราะกลัวว่าลูกจะหลุดออกมาซะก่อน“คุณคีริน อย่ากลั้นเองสิคะ เดี๋ยวเป็นลมก่อนฉันคลอดพอดี”“เอมี่” เขาเรียกชื่อเธอเสียงสั่น“หืม คะ?” เธอหันมามองทั้งที่ยังขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ“แทนตัวว่า ‘เอมี่’ ได้ไหม”“อื้มม...นี่มันใช่เวลามั้ยเนี่ย ตอนนี้ปวดจะตายอยู่แล้วนะคะ!”“ไม่! อย่าพูดอย่างงั้นสิ เธอต้องไม่เป็นอะไร” เสียงทุ้มพร่าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาบีบมือเธอแน่นขึ้นราวกับจะส่งแรงทั้งหมดที่มีให้ เขาไม่อยากสูญเสียใครไปอีกแล้ว ต่อไปนี้สัญญาจะทำดีกับเธอให้มากกว่านี้ เขายอมรับแล้วว่าขาดเธอไม่ได้จริง ๆ

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 13 หาเรื่อง

    ไม่ได้เธอต้องทำอะไรสักอย่าง“เอาเถอะ ขอบใจพวกเธอมากที่เอาเรื่องนี้มาบอกนะ” เสียงหวานเรียบของแคลเอ่ยขึ้น ก่อนจะดึงแบงก์สีเทาออกมาจากกระเป๋าเงินแบรนด์หรูแล้วยื่นให้ทั้งสามคน “นี่ เงินเล็กน้อยไว้ใช้ระหว่างนี้ ขอให้หางานได้ไว ๆ”รำไพ หวาน และแก้วรีบยกมือไหว้ขอบคุณด้วยใบหน้าเปื้อนย

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 12 สวนกุหลาบ

    “ครับ…แล้ว เอ่อ...ช่างเถอะ ป้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ” คีรินอยากจะถามป้าแววเรื่องอาการคนท้องแต่ปากหนักพูดไม่ออกพอป้าแววออกไป ร่างสูงก็ลุกออกมาจากเก้าอี้เขาเดินมาหยุดที่หน้าต่างตาคมมองไปที่สวนกุหลาบพลางคิดว่าเรื่องสาวใช้พวกนั้นเขาไม่น่าใจร้อนไล่พวกเธอออกไปเลยน่าจะให้อยู่กลั่นแกล้งผู้ห

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 11 เธอเปลี่ยนไปมาก

    คีรินเดินหน้าตึงเข้ามาในห้องครัวเพื่อตามหาป้าแววแม่บ้านเก่าแก่ เพราะเขาเองก็อยากจะต่อว่าเธอเล็กน้อยว่าทำไมถึงปล่อยปละละเลยคนรับใช้จนอยู่กันเละเทะได้ขนาดนี้ แต่ในตอนที่เลี้ยวเข้ามาเขาก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้าภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในครัว ภาพด้านข้างของผู้หญิงคนนั้นที่กำลังตั

  • เมื่อนางเอกเกิดใหม่ในร่างนางร้าย   บทที่ 10 จัดการสาวใช้

    "ประกายดาว!""ห๊ะ...ใครนะครับ" ผู้ช่วยหนุ่มที่ได้ยินเสียงเจ้านายแว่ว ๆ ก็ถามขึ้นทำให้คีรินพึ่งรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปในตอนที่เขามองจุดนั้นจนคอแทบเคล็ดก็หันมามองสบตากับลูกน้องที่มองกันผ่านกระจก"ไม่มีอะไร รีบเถอะเดี๋ยวไม่ทัน" คีรินบอกลูกน้องก่อนจะยกมือขึ้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status