Share

บทที่ 3

Author: เซี่ยวจู๋
ผมกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ที่ซื้อไว้ก่อนแต่งงานเพียงลำพัง แล้วจัดแจงข้าวของให้เข้าที่

ทรัพย์สินที่เป็นชื่อผมมีไม่มากนัก อพาร์ตเมนต์ห้องนี้เป็นของมีค่าชิ้นเดียวที่ผมมี

เดิมที ผมยังคิดจะโอนชื่อให้เป็นของเจียงเถียนด้วยซ้ำ เพราะสำหรับผมแล้ว นี่คือความรักที่เป็นรูปธรรมที่สุดที่พ่อคนหนึ่งจะมอบให้ลูกสาวได้

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของเสิ่นอวิ๋นโจวในตอนนั้น

“บ้านทั้งเก่าทั้งโทรมขนาดนี้ เถียนเถียนจะไปอยู่ชินได้ยังไง ยิ่งไปกว่านั้นมันก็ไม่สมฐานะคุณหนูตระกูลซ่งของเธอด้วย”

ดังนั้น เจียงเถียนที่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายในตระกูลซ่ง พอเจอเขาพูดกรอกหูแบบนี้ ก็ดันเห็นดีเห็นงามไปด้วย ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้น ปฏิเสธไม่อยากได้อพาร์ตเมนต์ห้องนี้ของผม

“หนูไม่เอาบ้านโทรมๆ แบบนั้นหรอก หนูจะอยู่คฤหาสน์ของแม่!”

มองดูเธอร้องโวยวาย จู่ๆ ผมก็รู้สึกใจหายวาบ

ซ่งซือเยว่รีบเข้าไปกอดปลอบลูกสาวด้วยความสงสารจับใจ “ไม่ร้องนะเด็กดี แม่ไม่ปล่อยให้หนูไปอยู่บ้านแบบนั้นหรอก”

จากนั้นเธอก็หันมาถลึงตาใส่ผมอย่างเอาเรื่อง แล้วตวาดแหว

“เจียงเฉิง นี่คุณหมายความว่าไง จะให้ลูกสาวฉันไปอยู่บ้านสับปะรังเคแบบนั้นของคุณงั้นเหรอ!”

“คุณอยากให้ลูกโตไปเป็นคนไม่ได้เรื่องเหมือนคุณหรือไง!”

ผมไม่เข้าใจเลยว่า ความรักความหวังดีของพ่อคนหนึ่ง พอออกจากปากพวกเธอแล้ว ทำไมมันถึงกลายเป็นเรื่องเลวร้ายให้อภัยไม่ได้ขนาดนั้น

ผมกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเงียบๆ ฝืนยิ้มขื่นแล้วบอกว่าไม่โอนแล้วก็ได้

ตอนนั้นผมยังปลอบใจตัวเองอยู่เลยว่าเด็กยังไม่ประสีประสา พูดจาตามประสาเด็ก ผู้ใหญ่อย่างเราไม่ควรไปถือสา

แต่ถ้าเธอรักผมที่เป็นพ่อของเธอจริงๆ แล้วเธอจะทำร้ายจิตใจผมแบบนี้ได้ยังไง

ความจริงแล้ว ทุกอย่างมันมีเค้าลางบอกเหตุมาตั้งนานแล้ว แค่ผมรู้ตัวช้าไปก็เท่านั้นเอง

พอจู่ๆ ก็ไม่มีงานบ้านสารพัดอย่างให้ทำ ผมก็มีเวลาส่วนตัวเหลือเฟือ

เริ่มจากทำอาหารจานโปรดกินเองแบบชิลๆ จากนั้นก็ดูการแข่งขันฟุตบอลนัดที่อยากดูมานาน

เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยได้สัมผัสเลยตอนที่ยังอยู่บ้านหลังนั้น

ซ่งซือเยว่ชอบกินเผ็ด เจียงเถียนแพ้อาหารทะเล

แต่ผมดันกินเผ็ดไม่ได้ และของโปรดที่สุดก็คืออาหารทะเล

ดังนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมเอาแต่วุ่นวายกับการเอาใจรสนิยมการกินของทุกคน แต่กลับละเลยความชอบของตัวเองไปซะสนิท

ก็เหมือนกับที่ผมแคร์ความรู้สึกของทุกคน แต่กลับลืมที่จะแคร์ความรู้สึกของตัวเอง

ทันใดนั้น เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังรัวๆ ก็ดึงสติผมกลับมา

พอหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นสายจากซ่งซือเยว่

กำลังลังเลอยู่ว่าจะบล็อกไปเลยดีไหม แต่พอนึกถึงนิสัยเสียๆ ของเธอ ถ้าครั้งนี้ไม่รับสาย เธอก็ต้องโทรมาอีกอยู่ดี สู้เคลียร์ให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า

“มีธุระอะไร”

ปลายสายเงียบไปสองสามวินาที ซ่งซือเยว่ถึงได้ยอมเปิดปากถามอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

“เข็มกลัดที่ฉันสั่งทำเมื่อเดือนก่อน คุณเอาไปเก็บไว้ที่ไหน”

ผมนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับไป “ลิ้นชักรองสุดท้ายในห้องแต่งตัว”

พอซ่งซือเยว่หาของที่ตัวเองต้องการเจอ อารมณ์ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงฟังสบายขึ้นพร้อมกับความเชิดหยิ่งตามสไตล์

“ถ้าไม่ใช่เพราะมีแค่คุณที่รู้ว่าของทุกอย่างในบ้านเก็บไว้ตรงไหน ฉันไม่มีทางโทรหาคุณหรอก!”

ผมไม่พูดอะไร และเตรียมจะวางสาย

นึกไม่ถึงว่า ซ่งซือเยว่จะพูดต่อ

“เอาล่ะ คุณงอนพอหรือยัง รีบๆ กลับมาได้แล้ว ความอดทนของฉันก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะ!”

“คืนนี้เพราะคุณไม่อยู่ เถียนเถียนก็เลยไม่พอใจรสมือแม่บ้าน ข้าวปลาแทบจะไม่ได้กิน คุณไม่สงสารลูกสาวตัวเองบ้างหรือไง!”

“อีกอย่าง…”

เธอยังพูดไม่ทันจบ ผมก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ซ่งซือเยว่ คืนนี้ผมจะจดบอกแม่บ้านให้หมดว่าของสำคัญในบ้านเก็บไว้ตรงไหนบ้าง”

“วันหลังคุณไม่ต้องโทรหาผมอีก เจียงเถียนจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม ผมไม่อยากรู้”

“แล้วก็นะ เรื่องหย่าผมไม่ได้พูดเล่น ระหว่างเราสองคนมันจบลงแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 12

    ซ่งซือเยว่เงยหน้าขึ้น เสื้อผ้าบนตัวยับยู่ยี่ที่ปลายนิ้วของเธอคีบบุหรี่สำหรับผู้หญิง ควันบุหรี่ลอยปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า มีเพียงความกลัดกลุ้มหว่างคิ้วเท่านั้นที่ไม่อาจปัดเป่าให้จางหายไปได้ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง สองแม่ลูกซูบผอมลงไปมาก ราวกับโดนลมพัดเบาๆ ก็พร้อมจะปลิวล้มลงไปได้ผมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น และเตรียมจะเดินสวนไป“อาเฉิง ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว”ซ่งซือเยว่เดินมาตรงหน้าผม น้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกร้อยแปดพันเก้าที่อัดอั้นอยู่ข้างในผมขี้เกียจจะเสียเวลา เลยถามออกไปตรงๆ“มีธุระอะไร”เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แฝงไปด้วยความขมขื่นและปวดใจ“ระหว่างพวกเรา… มันไม่มีทางเป็นไปได้แล้วจริงๆ เหรอ”ผมมองไปไกลๆ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ซ่งซือเยว่ เรื่องของเรามันจบลงตั้งนานแล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้อีก”คนตรงหน้านี้ คือคนที่ผมใช้ชีวิตทั้งชีวิตรักมาตลอดสิบปีแต่ตอนนี้พอปลงตกได้แล้ว ภายในใจก็ไม่มีความหวั่นไหวใดๆ อีก สงบนิ่งดั่งบ่อน้ำเก่าแก่ความรู้สึกชอบเธอ มันเหมือนกลายเป็นเรื่องของชาติที่แล้วไปซะแล้วหยาดน้ำตากลิ้งไหลลงมาจากหางตาของซ่งซือเยว่ เธอเผยอริมฝีปากสีแดงระเรื่อ น้ำเสียง

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 11

    เห็นเขาวิ่งหน้าตั้งเข้ามา เอาตัวบังซ่งซือเยว่ไว้ด้านหลัง แล้วจ้องหน้าผมด้วยท่าทีเอาเรื่อง“เจียงเฉิง ตราบใดที่ฉันยังอยู่ แกอย่าหวังว่าจะมารังแกเยว่เยว่ได้นะ!”“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ไอ้แมงดาเกาะผู้หญิงกินอย่างแก ก็แค่อยากจะเกาะเยว่เยว่ไว้ไม่ยอมหย่าไม่ใช่หรือไง ผู้ชายด้วยกันมองตาก็รู้ใจ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่!”ผมรู้อยู่แก่ใจว่าเขาก็แค่กำลังปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องเพื่อทำคะแนนให้ตัวเองเท่านั้นแหละผมเลยยกมือขึ้นขัดจังหวะเขาอย่างรำคาญ น้ำเสียงเย็นเยียบ“หุบปาก ฉันไม่มีเวลามาฟังแกเห่าหรอกนะ”พูดจบผมก็เตรียมจะเดินหนี แต่เสิ่นอวิ๋นโจวกลับไม่ยอมจบ เขาวิ่งพุ่งเข้ามาทำท่าจะล็อกตัวผมไว้ผมเลยเบี่ยงตัวกลับไปประเคนหมัดหนักๆ เข้าที่ท้องของเขาเต็มเปา ต่อยซะจนเขาล้มลงไปนอนกลิ้งกับพื้น“ถ้าอยากตายนัก ก็เข้ามาเลย”เสิ่นอวิ๋นโจวรู้สึกเสียหน้า เลยคิดจะตอบโต้ วินาทีต่อมา เสียงตบหน้าก็ดังสนั่นลั่นอากาศ เป็นซ่งซือเยว่ที่ตบหน้าเสิ่นอวิ๋นโจวฉาดใหญ่เธอถลึงตาถมึงทึงใส่เสิ่นอวิ๋นโจวที่ถูกตบจนหน้าหัน แล้วตวาดด้วยความโกรธจัด“ไสหัวไปซะ!”“แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร! ถ้ากล้าแตะต้องเขาล่ะก็ ฉัน

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 10

    และความทุ่มเททำงานอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาของผมก็ได้รับผลตอบแทน ในไม่ช้าผมก็ได้ตีพิมพ์รายงานทางวิชาการฉบับใหม่วันนี้ อาจารย์ได้จัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้ เพื่อนร่วมงานก็ขึ้นป้ายผ้าแสดงความยินดีให้ผม บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษผมอุ้มช่อดอกไม้ที่โจวหลินกับเสี่ยวอ้ายเอามามอบให้ เผยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงนี่คงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในรอบหลายปีมานี้เลยล่ะเมื่องานจบลง ผมเดินออกจากโรงแรมท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม รู้สึกสบายทั้งกายและใจคิดไม่ถึงว่า พอออกมาปุ๊บก็เจอซ่งซือเยว่พาเจียงเถียนมาดักรอ ในอ้อมแขนของพวกเธอก็อุ้มช่อดอกไม้มาด้วยเหมือนกันพอเห็นผมปรากฏตัว ซ่งซือเยว่ก็รีบเดินเข้ามาหา สีหน้าดูประหม่าเล็กน้อย“เจียงเฉิง ยินดีด้วยนะ”เจียงเถียนถึงกับพูดจาว่านอนสอนง่าย “พ่อคะ พ่อเก่งจังเลย”น้ำเสียงที่เป็นธรรมชาตินี้ทำเอาเหมือนกับว่าพวกเรายังเป็นครอบครัวเดียวกัน ราวกับว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่พวกเธอทำได้ ผมทำไม่ได้ซ่งซือเยว่ก้าวเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาแฝงไปด้วยการหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงอ่อนโยน“อาเฉิง คืนนี้ครอบครัวเราไปกินข้าวด้วยกันสักมื้

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 9

    แกมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ อ้าปากร้องเรียก “พ่อคะ หนูยังไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเลย ปวดท้องจะแย่แล้ว”แต่ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย“พ่อคะ พ่อทำซุปกระดูกหมูกับหมูสามชั้นน้ำแดงให้หนูกินหน่อยได้มั้ย”คราวนี้ผมเดินเบี่ยงหลบแกไปเลย แล้วล้วงกุญแจออกมาไขประตู“ไม่ได้”พอเห็นผมเด็ดขาดขนาดนี้ เจียงเถียนก็ชะงักไปนิดนึง ถึงได้รู้ตัวว่าผมไม่ได้กำลังล้อเล่น“พ่อคะ พ่อรักเถียนเถียนที่สุดไม่ใช่เหรอ พ่อจะทิ้งหนูไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”ผมหัวเราะ แล้วถามแกกลับไป “ทำไมล่ะ ฉันเอาสิทธิ์อะไรไปยุ่งกับเธอไม่ทราบ”“เจียงเถียน ฉันไม่ได้เป็นพ่อเธอตั้งนานแล้ว สิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูเธอเป็นของซ่งซือเยว่ ตอนแรกเธอก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือไงว่าจะอยู่กับแม่ แถมยังไล่ฉันให้ไสหัวออกจากบ้านของพวกเธอด้วย!”เจียงเถียนเริ่มลุกลี้ลุกลน แกยันตัวลุกขึ้นจากพื้น พยายามจะเข้ามาดึงแขนผมไว้“พ่อคะ ถึงพ่อกับแม่จะหย่ากันแล้ว แต่เราก็ยังเป็นพ่อลูกกันแท้ๆ นะ สายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเรามันก็สายเลือดเดียวกัน!”ใช่สิ ก็เพราะแกเป็นลูกสาวแท้ๆ ของผมไง ตลอดสิบปีที่ผ่านมาผมถึงได้ทะนุถนอมแกราวกับไข่ในห

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 8

    ส่วนเจียงเถียนกัดริมฝีปากมองผม แววตากลับเผยให้เห็นถึงความน้อยใจอยู่บ้างผมล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆแกเกลียดที่สุดเวลาที่ผมแสดงความห่วงใยต่อหน้าคนอื่นไม่ใช่หรือไง แล้วมาทำท่าทางแบบนี้ให้ใครดูกันอีกอย่าง ตอนนี้ผมกับพวกเธอไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้วดังนั้นผมจึงไม่แม้แต่จะปรายตามองพวกเธอเลยสักนิดแต่เสี่ยวอ้ายกลับกางแขนขวางหน้าผมเอาไว้ เพื่อปกป้องผม“พวกคนนิสัยไม่ดี ห้ามมารังแกพ่อทูนหัวของหนูนะ!”ถึงยังไงเจียงเถียนก็ยังเป็นเด็ก พอโดนยั่วโมโหเข้าหน่อยก็เก็บอารมณ์ไม่อยู่ แกตะโกนใส่เสี่ยวอ้ายเสียงดัง“เขาเป็นพ่อของฉัน ไม่ใช่พ่อของเธอ!”นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงเถียนยอมรับต่อหน้าคนนอกว่าผมเป็นพ่อของแกแต่ผมรู้ดี แกก็แค่มองผมเป็นของของตัวเอง ไม่ยอมให้คนอื่นมาแย่งไปก็เท่านั้นนี่มันไม่ใช่ความรักหรอกพอเห็นว่าแกกำลังจะพุ่งเข้ามาผลักเสี่ยวอ้าย ผมก็รีบคว้าตัวเจียงเถียนเอาไว้ แต่แกดันไม่ระวังสะดุดล้มลงไปกองกับพื้นซะเองผมไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะมองซ้ำด้วยซ้ำอยากจะรังแกคนอื่นก่อนเอง สมน้ำหน้า“อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ เราตัดขาดความเป็นพ่อลูกกันไปตั้งนานแล้ว ฉันไม่ใช่พ่อของเธอ”พูดจบ ผมก็พาเส

  • เมื่อภรรยาพาลูกสาวหนีไปเที่ยวกับรักแรก   บทที่ 7

    ซ่งซือเยว่ที่อยู่ด้านหลังพอเห็นผมสงบนิ่งขนาดนี้ ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนกระทืบเท้าเร่าๆในที่สุดผมก็หาเสี่ยวอ้ายเจอ แถมยังหยิบคุกกี้ที่ทำมาให้แกออกมาด้วย เด็กน้อยยิ้มหน้าบาน“ว้าว พ่อทูนหัวเก่งเกินไปแล้ว!”“อร่อยจังเลย นี่เป็นคุกกี้ที่อร่อยที่สุดเท่าที่หนูเคยทานมาเลยค่ะ”แกพูดไปพลางแบ่งให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ไปพลาง เด็กช่างพูดยังเอ่ยชมว่า “เสี่ยวอ้าย พ่อทูนหัวของเธอใจดีจัง อิจฉาเธอสุดๆ ไปเลย!”“แหงล่ะ พ่อทูนหัวของฉันไม่แค่ทำอาหารอร่อยนะ แต่ยังวิจัยยาเป็นด้วย ช่วยชีวิตคนได้ตั้งเยอะแยะ ยอดเยี่ยมที่สุดเลยล่ะ!”มองดูสีหน้าภาคภูมิใจของเสี่ยวอ้ายแล้ว หัวใจของผมก็อบอุ่นขึ้นมานี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยได้สัมผัสจากเจียงเถียนเลยจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณครูบอกว่าแกกินข้าวที่โรงเรียนไม่อิ่มตอนนั้นผมร้อนใจมาก ตั้งใจทำข้าวกล่องกับน้ำผลไม้แล้วรีบเอาไปส่งให้แต่แกกลับเททั้งหมดลงถังขยะต่อหน้าต่อตาผม แถมยังอาละวาดเอาแต่ใจ“หนูไม่กินของพวกนี้หรอก หนูจะกินอาหารฝรั่งร้านที่คุณลุงเสิ่นพาไปกิน!”“แล้วก็ วันหลังพ่อไม่ต้องเอาของถูกๆ พวกนี้มาส่งให้ที่โรงเรียนอีกนะ ถ้าเพื่อนมาเห็นเข้า พวกนั้นได้หัวเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status