Share

เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก
เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก
Penulis: อิงวรา

Prologue

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-21 20:45:15

ปัง~ปัง~ปัง~

          เสียงปืนดังสนั่นท่ามกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งฝ่าสายฝนเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชที่ใกล้เข้ามาถึงทุกที

          “แม่งเอ๊ย ไม่น่าประมาทเลย”

          ร่างสูงหยุดพักหายใจภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันนั้นซีดขาวราวกับกระดาษ เขายกฝ่ามือหนาข้างหนึ่งที่กุมท้องเอาไว้ขึ้นมา เผยให้เห็นคราบเลือดสีแดงฉานเต็มฝ่ามือ

          เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงรีบนำมือข้างนั้นกลับไปกดปากแผลไว้ดังเดิม เพื่อยื้อเวลาเอาไว้ไม่ให้ตนเองเสียเลือดจนหมดสติ เพราะอีกไม่นานเหล่าบอดีการ์ดของเขาก็จะตามมาช่วย

          ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันออกวิ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง โชคดีที่ได้สายฝนช่วยชะล้างคราบเลือดที่ไหลเป็นทางให้เจือจางหายไป มิเช่นนั้นพวกมันคงตามตัวเขาเจอได้ไม่ยาก

          สองเท้าของหนุ่มลูกครึ่งเริ่มอ่อนแรงลงเต็มที พร้อมสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะหมดลง

          “โอ๊ย!/โอ๊ย!”

          ร่างสูงพุ่งชนเข้ากับเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังเดินกางร่มฝ่าสายฝนเข้าอย่างจัง ทำเอาทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น

          “อื้อ...เจ็บ...” เด็กสาวร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสภาพของหนุ่มลูกครึ่งก็ทำเอาเธอตกใจแทบสิ้นสติ

          ใบหน้าหล่อเหลาขาวจัดราวกับไร้เลือดสูบฉีดในร่างกาย ริมฝีปากก็ซีดเซียวไม่ต่างกัน หนำซ้ำเสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงสด

          “คุณ คุณไปโดนอะไรมาคะ ตายแล้วเลือดไหลเต็มเลย เดี๋ยวหนูเรียกรถพยาบาลให้นะคะ” เธอกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะหันไปเปิดกระเป๋าสะพายคู่ใจเพื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือ ทว่าถูกมือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น

          “อย่า เดี๋ยวพวกมันรู้”

          “มัน พวกมันไหน อย่าบอกนะว่าคุณมีเรื่องกับสถาบันคู่อริน่ะ”

          “...” ชายหนุ่มเพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนกลั้นใจกัดฟันพูดออกมา “เธอรีบหนีไป เดี๋ยวพวกมันตามมาทัน เธอจะเดือดร้อนไปด้วย”

          “...” เด็กสาวหน้าตาตื่น ลังเลว่าจะทำอย่างไรดี

          “ไปสิยัยโง่!” เสียงเข้มตวาดออกมาด้วยความหงุดหงิด

          “อื้อ”

          คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ พลางมองฝ่าสายฝนรอบกายด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะก้มลงมองหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้าที่กำลังร่อแร่เต็มที

          ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังแว่วมาแต่ไกล

          และในวินาทีนั้น เด็กสาวก็ตัดสินใจย่อตัวลงไป ก่อนรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีประคองคนตัวโตขึ้นมา

          “นี่เธอจะทำอะไร”

          “ก็ช่วยคุณอยู่นี่ไง”

          “เธอจะบ้าเหรอ ไม่กลัวตายหรือไง”

          “กลัวสิ ใครไม่กลัวเล่า ถ้ายังไม่อยากตายก็ช่วยให้ความร่วมมือหน่อยได้ไหม” เสียงหวานเจือสั่นเครือออกคำสั่ง ทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ พยุงร่างกายเดินไปตามทางที่เด็กสาวก้าวนำไป

          สุดท้ายเธอก็พาเขาเข้ามาหลบในห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ไม่ไกล

          ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนเอนกายนอนราบบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

          “คุณ ๆ อย่าเพิ่งหลับนะ ห้ามหลับเด็ดขาด”

          เพี้ยะ~

          นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มสากเข้าอย่างจัง

          “ห้ามหลับ” เด็กสาวยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มราวกับคาดโทษ ก่อนจะก้มลงไปควานหาข้าวของในกระเป๋าสะพายคู่ใจ โชคดีเหลือเกินที่ยังเปียกฝนไม่มากเท่าไร ทำให้สัมภาระที่อยู่ด้านในยังคงปลอดภัย

          “คุณ ให้หนูโทรตามรถพยาบาลดีไหม” เธอเอ่ยถามพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมตัวกดโทรออก

          “ไม่” เขาปฏิเสธทันควันก่อนคว้าอุปกรณ์สื่อสารออกไปจากมือเล็ก และกดหมายเลขต่อสายหาใครบางคน

          “นี่ฉันเอง หายหัวไปอยู่ไหนกัน จะรอให้ฉันตายห่าไปก่อนหรือไง ฉันอยู่ในห้องน้ำในสวนสาธารณะ”

          กล่าวจบชายหนุ่มก็กดตัดสาย และยื่น

สมาร์ตโฟนคืนให้เธอ

          เด็กสาวรับคืนมาได้ก็ยัดใส่กระเป๋า จากนั้นเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพู ซึ่งตรงมุมข้างหนึ่งของผืนผ้าถูกปักด้วยด้ายสีขาวเป็นตัวอักษร ‘G’ ขึ้นมา ก่อนที่เธอจะใช้มือข้างหนึ่งเลิกชายเสื้อเชิ้ตของ

ชายหนุ่มขึ้น

          เมื่อได้เห็นบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนบนกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นหนั่นที่มีเลือดไหลซึมออกมา มือบางพลันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตัดสินใจวางผ้าเช็ดหน้าสีสวยลงบนบาดแผล พร้อมออกแรงช่วยกดห้ามเลือดเอาไว้

          ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากทางด้านนอก ตามมาด้วยเสียงคนต่อสู้กัน ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ และคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้ราวกับต้องการปกป้อง คนตัวเล็กในอ้อมแขนเนื้อตัวสั่นเทา ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความหวาดกลัว เขาทำได้เพียงลูบแผ่นหลังบอบบางเพื่อปลอบโยนเธอ

          ไม่นานนักความเงียบสงบก็บังเกิดขึ้น พร้อมกับเม็ดฝนที่ค่อย ๆ ซาลง

          มีเพียงเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังใกล้เข้ามาทุกขณะ อ้อมแขนแข็งแรงกระชับกอดร่างบางแน่นขึ้นจนเธอแทบจมหายเข้าไปในกายแกร่ง

          ทันทีที่เจ้าของเสียงฝีเท้าปริศนาก้าวเข้ามาด้านใน หนุ่มลูกครึ่งก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

          “เฮ้อ รุต ขอบใจที่มาทัน” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือบอดีการ์ดคู่ใจ

          “นายน้อยครับ รีบไปโรงพยาบาลเถอะ”

          “อืม เดี๋ยวนายพาเด็กคนนี้ไปส่งด้วย”

บอดีการ์ดหนุ่มจ้องมองเด็กสาวด้วยความสงสัย

          “แต่ว่า...”

          “ฉันไว้ใจนายนะรุต ดูแลเธอด้วยชีวิต เข้าใจไหม”

          “ครับ”

          เมื่อบอดีการ์ดหนุ่มก้มหัวรับคำสั่ง หนุ่มลูกครึ่งก็หันมาหาเด็กสาวข้างกาย

          “ไปกับรุต แล้วเธอจะปลอดภัย”

          “ค่ะ...ว่าแต่คุณต้องรีบไปโรงพยาบาลนะคะ”

          “อืม” เขาว่าพลางยกมือข้างหนึ่งวางลงบนศีรษะเล็ก จ้องมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน

          เด็กสาวคลี่ยิ้มบางออกมา ก่อนเดินตาม

บอดีการ์ดหนุ่มออกไป

          พลันนัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูเปื้อนเลือด และบัตรประจำตัวนักศึกษาวางอยู่ข้างกันบนพื้น

          เขาโน้มตัวลงไปหยิบของสองสิ่งขึ้นมา ก่อนพลิกบัตรประจำตัวนักศึกษาขึ้นมาดู

          “พรนับพัน ดารารัศมิ์”

          เสียงทุ้มอ่านชื่อเด็กสาวบนบัตรประจำตัว ก่อนนำผ้าเช็ดหน้าและบัตรใบนั้นยัดใส่กระเป๋ากางเกง และก้าวเดินออกไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Epilogue

    5 ปีต่อมาภายในห้องทำงานของท่านประธานแห่งอาณาจักร The Palace บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากห้องทำงานสุดหรูในตอนนี้ไม่ต่างจากเนิร์สเซอรีขนาดย่อม ชุดโซฟาราคาแพงถูกย้ายไปวางกองรวมกันตรงมุมห้อง และถูกแทนที่ด้วยเต็นท์ผ้าขนาดใหญ่สีชมพูพาสเทล รายล้อมไปด้วยของเล่นต่าง ๆ มากมายวางเรียงรายเต็มห้องท่านประธานแห่ง The Palace นั่งประจำที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน หมั่นละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป มองไปยังลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ภายในกระโจมผ้าสีหวาน เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยยังคงอยู่ในห้วงนิทรา คนเป็นพ่อก็ยิ้มออกมา ก่อนมองเลยไปยังกรอบรูปบนผนังห้องภาพงานวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่เขาจัดให้ภรรยาอันเป็นที่รักเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวาน ความทรงจำอันแสนล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินค่าได้ภาพถัดไปคือแก้วตาดวงใจที่รักยิ่งกว่าสิ่งใด เด็กหญิงเอวาริณ ธนากิจอนันต์ ในภาพนั้นคือวันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลกเมื่อ 4 ปีก่อน นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของพรนับพันตลอดห้าปีมานี้ชีวิตของเซบาสเตียนมีแต่ความสุข และมันก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เขากำจัดความเสี่ยงทุกอย่างในชีวิตที่อาจนำภัยอันตรายมาสู่ครอบครัว รวมถึงการ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 32

    “ผอมลงไปเยอะเลยนะที่รัก ไม่ค่อยได้ทานข้าวเหรอ หืม” เขาเอ่ยกระซิบถามข้างหูเล็ก พลางลูบไล้ตามสัดส่วนโค้งเว้าที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสเกาะอกตัวยาวสีดำ“ใครจะไปทานลงล่ะคะ” เธอแสร้งกล่าวเสียงกระเง้ากระงอด“ผมขอโทษนะครับที่รัก ไหนดูซิว่าผอมไปมากแค่ไหน” กล่าวจบชายหนุ่มก็ฝังใบหน้าลงไปบนซอกคอระหง สูดกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาว ก่อนพรมจูบบนผิวเนื้ออ่อนเรื่อยลงมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มมือหนาข้างหนึ่งคว้าขอบเกาะอกด้านบนและดึงรั้งลงมาจนเผยให้เห็นสองเต้าขาวโพลน จากนั้นเขาก็ไม่รอช้า อ้าปากครอบครองยอดอกสีหวาน ดูดดุนโลมเลียสร้างความเสียวซ่านจนเธอหลุดเสียงครางเบา ๆ ออกมาพร้อมแอ่นอกรับ ขณะเดียวกันมือเล็กเข้าขยุ้มกลุ่มผมสีน้ำตาลเพื่อระบายความซ่านสยิว“อ๊ะ...บาสเตียน”เสียงครางชื่อแสนหวานทำให้เซบาสเตียนต้องยอมผละออกจากทรวงอกอวบอิ่ม ขยับกายขึ้นจุมพิตแก้มนวลด้วยความทะนุถนอม จากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มคืบคลานลงไปด้านล่าง ขณะเดียวกันฝ่ามือหนาสองข้างก็เข้าคว้าชายกระโปรงชุดเดรส ออกแรงดึงตรงรอยแหวกจนขาดเป็นทางยาว“อื้อ ฉีกชุดเกรซทำไมคะ บอกดี ๆ ก็ได้” หญิงสาวกล่าวประท้วงทว่าชายหนุ่มหาได้สนใจ เขาจับขาเสลาสองข้างแยกออกจากกัน จากนั้น

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 31

    เซบาสเตียนอุ้มพรนับพันขึ้นมายังห้องทำงาน ก่อนจะพาเธอเข้าไปยังห้องลับที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ที่ซึ่งเขาใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว ชายหนุ่มวางร่างบางลงบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวก่อนนั่งลงเคียงข้าง มือหนาสองข้างยกขึ้นจับไหล่บอบบางเพื่อให้เธอหันมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมคร้ามนิ่งงัน “ที่รัก ผมกลับมาแล้วนะ” “...” ไร้ซึ่งเสียงใดเล็ดลอดออกมา ทว่ากลีบปากบางนั้นสั่นระริกจนเธอต้องเม้มเอาไว้แน่น ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และผ่อนออกมายาว ๆ “ผมคิดถึงคุณมากเลย” เสียงนุ่มทุ้มว่าพลางยกมือข้างหนึ่งจากไหล่มน ย้ายมาประคองแก้มนวล ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปหมายจะจุมพิต ทว่ามือเล็กกลับยกขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ถอยออกห่าง และนั่นทำให้ชายหนุ่มได้เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลหลั่งออกมาจากดวงตาคู่งาม “คนบ้า ทำไมทำกับเกรซแบบนี้ ทำไมหายไปไม่ติดต่อกลับมาเลย ฮือ ฮือ” พรนับพันร้องไห้โฮระบายความอัดอั้นตันใจพร้อมกำมือแน่นทุบกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง “คุณรู้ไหมว่าเกรซเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน เกรซจะไปตามหาคุณที่เวกัสอยู่แล้ว คุณจะทำให้เกรซเป็นบ้าตาย รู้ไหมว่าการรอข่าวของคุณในแต่ละวันมันทรมานมาก

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 30

    เมื่อถึงวันงานเปิดตัวโพรเจกต์ The Palace พรนับพันก็พยายามครองสติเอาไว้ เพื่อให้งานผ่านพ้นไปได้ราบรื่น โดยมีวิภาวีและทีมงานคนสนิทคอยชวนคุย ดึงความสนใจ ไม่ให้นางแบบสาวมีเวลาคิดฟุ้งซ่านโดยงานในวันนี้เป็นที่กล่าวถึงตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว นอกจากความยิ่งใหญ่ตามสไตล์ The Palace แล้ว ทุกคนยังอยากรู้ชื่อโครงการที่ประธานหนุ่มปิดเอาไว้เป็นความลับอีกด้วยงานถูกจัดขึ้นภายในห้องแกรนด์บอลรูมของอาคารสำนักงานใหญ่ The Palace โดยพรนับพันได้นั่งอยู่ด้านหน้าร่วมกับกรรมการบริหารท่านอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้วิศรุตได้ทำการเปิดประชุมบอร์ดบริหารเพื่อแจ้งให้ผู้บริหารได้ทราบว่า เซบาสเตียนติดภารกิจสำคัญทำให้ไม่อาจปลีกตัวกลับมาได้ทัน จึงได้มอบอำนาจให้แก่พรนับพันดำรงตำแหน่งรักษาการแทน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าขัดข้อง เพราะไม่อยากมีปัญหากับประธานหนุ่มในภายหลังพรนับพันนั่งมองพิธีกรหนุ่มบนเวทีด้วยแววตาเลื่อนลอย จนกระทั่งพิธีกรหนุ่มประกาศเชิญเธอขึ้นไปบนเวทีเพื่อเปิดป้ายโครงการ“ขอเชิญคุณพรนับพัน แบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราขึ้นบนเวทีเพื่อเปิดป้ายสุดเซอร์ไพรส์ของโครงการด้วยครับ” สิ้นเสียงพิธีกรหนุ่ม แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ต่างปรบมือกันเ

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 29

    “เป็นยังไงบ้าง” วิศรุตที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่ภายในห้องครัวของคฤหาสน์ธนากิจอนันต์เอ่ยถามน้องสาวที่เพิ่งเดินถือถาดอาหารเข้ามา ทว่าวิภาวีถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม ก่อนส่ายศีรษะเบา ๆ หลายวันมานี้นางแบบสาวเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องนอน ข้าวปลาแทบไม่ยอมแตะ รับประทานคำสองคำตามการคะยั้นคะยอของวิภาวี “วิวเคาะเรียกตั้งนานแต่ไม่มาเปิด น่าจะอยู่ในห้องน้ำ เดี๋ยวอีกสักพักว่าจะขึ้นไปใหม่” “คงต้องใช้เวลาสักพัก” สองพี่น้องมองหน้ากันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนเป็นน้องจะเอ่ยถามขึ้น“มีความคืบหน้าอะไรบ้างไหมพี่รุต”คำถามเดิมที่ถามซ้ำ ๆ เช่นทุกวัน ด้วยหวังว่าจะได้ข่าวคราวความคืบหน้าอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าเซบาสเตียนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทว่าทุกคนก็ยังคงไม่หมดหวัง“พี่ติดต่อทีมบอดีการ์ดทางนั้นได้แล้ว แต่ก็ไม่มีใครปริปากบอกอะไร พวกนั้นอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ พี่ส่งทีมของพี่ตามไปแล้ว อีกไม่นานคงรู้เรื่อง”“เฮ้อ ความคืบหน้าแค่นี้เองเหรอ วิวสงสารพี่เกรซจังเลย” วิภาวีเอ่ยเสียงเศร้าพลางมองถาดอาหารซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่พรนับพันโปรด

  • เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก   Chapter 28

    พรนับพันฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตนเองนอนราบอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน โดยมีวิภาวีนำยาดมสมุนไพรจ่อที่ปลายจมูกเล็ก “พี่เกรซ เป็นไงบ้าง ไปโรงพยาบาลไหม” พรนับพันส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง เมื่อวิภาวีเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นช่วยประคอง ก่อนจะนั่งลงเคียงข้าง พรนับพันเหม่อมองไปยังโต๊ะทำงานของเซบาสเตียนด้วยนัยน์ตาสั่นไหว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น พลางคิดถึงสิ่งที่วิศรุตได้นำมารายงานไปก่อนหน้านี้ หัวใจของเธอก็พลันวูบโหวง ความรู้สึกห่วงหาอาทรก่อตัวขึ้น พร้อมความหวาดกลัวด้วยไม่รู้ว่าคนรักจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร “วิว...” เธอเอ่ยเรียกวิภาวีด้วยเสียงเบาหวิว โดยไม่ยอมละสายตาจากโต๊ะทำงานของเซบาสเตียน “คะ พี่เกรซ” “มีความคืบหน้าอะไรอีกไหม” “เอ่อ...คือ...” วิภาวีอึกอัก ด้วยไม่รู้จะกล่าวตอบออกไปอย่างไรดี ยิ่งได้เห็นใบหน้าเศร้าหมองของพรนับพัน คำพูดทั้งหลายก็พร้อมใจกันจุกแน่นอยู่ในลำคอ “บอกพี่มาเถอะ ขอร้อง” เสียงหวานอ้อนวอนเจือสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ “พี่เกรซต้องเข้มแข็ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status