Accueil / รักโบราณ / เมื่อมิอาจรั้งรัก / เจ้าจะบอกว่าข้าผิดงั้นหรือ

Partager

เจ้าจะบอกว่าข้าผิดงั้นหรือ

last update Date de publication: 2026-05-02 19:34:45

          “เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับฮูหยิน คุณชายไม่ควรแต่งงานกับนางตั้งแต่แรก ล้างแค้นก็ส่วนล้างแค้น แต่เรื่องใช้ชีวิตคู่เมื่อทั้งคู่ไม่ได้มีใจต้องกันรังแต่จะทำให้นางมีทุกข์”

          “เป็นเพราะนางอยู่ที่จวนตามลำพัง ไม่มีผู้ใดคอยปกป้องคุ้มครอง หากเกิดอะไรขึ้นข้าคงไม่อาจไปสู้หน้าพี่ชายของนางได้”

          “ความจริงข้อนี้บ่าวเข้าใจ แต่ท่าทีเย็นชาของท่านที่ทำต่อ  ฮูหยินคงไม่ต่างจากทำร้ายนางเท่าไรนัก อาจกล่าวได้ว่าท่านทำร้ายนางอยู่ดี”

          “ข้าทำร้ายนางตั้งแต่เมื่อใดกัน แม้แต่ร่างกายของนางข้ายังไม่เคยแตะต้องเสียด้วยซ้ำ”

          “ร่างกายหากถูกทำร้ายยังสามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าเป็นจิตใจไม่รู้เลยว่าจะใช้เวลารักษากี่ปีถึงจะกลับมาเป็นปกติ หรือบางทีอาจไม่สามารถรักษาได้เลยก็เป็นได้นะขอรับ”

          “ข้าทำร้ายจิตใจนางนับว่าผิด แต่ข้าไม่สามารถบังคับความรู้สึกของตัวเองได้ เจ้าอยากให้ข้าเสแสร้งว่ารักนางอย่างนั้นหรือ”

          “ไม่ต้องรักนางก็ได้ ขอเพียงท่านทนุถนอมน้ำใจฮูหยินบ้างก็พอแล้วล่ะขอรับ บ่าวว่าฮูหยินเองก็มองออกว่าท่านคิดกับนางเช่นไร นางถึงไม่เคยเซ้าซี้ท่านเหมือนดั่งสตรีอื่นที่พอสามีไม่สนใจไยดี พวกนางเหล่านั้นล้วนคิดหาหนทางสารพัดเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ฮูหยินกลับไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น”

          “ข้ารู้ คนอย่างนางน่ะหรือจะใช้เล่ห์เหลี่ยมพวกนั้น เจ้าว่าข้าควรทำเช่นใด” เขาถามด้วยความหนักใจ ขณะมองไปยังชุดทั้งสองที่วางอยู่ตรงหน้าพร้อมกับคิดว่าตัวเองควรเลือกสวมชุดของผู้ใดในงานวันเกิดที่จะถึงนี้

          “เรื่องนี้หากให้พูดตามความเหมาะสมคุณชายควรใส่ชุดที่ ฮูหยินเป็นคนตัดให้ ส่วนถ้าคิดถึงเรื่องความรู้สึกคิดว่าท่านคงรู้ว่าควรสวมชุดของใคร”

          เฉียนหลงเว่ยใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะปลงตกเลือกชุดที่ต้องสวม เขาหยิบชุดขึ้นมาดูหลายคราราวกับว่าจ้องจะหาจุดด่างพร้อยเสียให้ได้

จวนสกุลเหอ

          ใต้เท้าเหอพร้อมฮูหยินและบรรดาบุตรทั้งหลายในจวนต่างร่วมรับประทานมื้อเย็นด้วยกันพร้อมหน้า

          “ข้าได้ยินว่าพี่รองไปหาใต้เท้าเฉียนถึงที่จวน ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก”

          “ลี่หลิน ที่น้องสาวของเจ้าพูดเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงรึ” ใต้เท้าเหอถามบุตรสาว

          “เจ้าค่ะ ข้าแค่แวะไปถามไถ่เท่านั้น ไม่ได้มีเรื่องเสื่อมเสียอันใดเกิดขึ้น”

          “แม้ท่านพี่จะพูดเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรเสียใต้เท้าเฉียนแต่ง    ฮูหยินเข้าจวนแล้วนะเจ้าคะ”

          “ลี่เซียว เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้พูดจาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่นเช่นนี้กัน หากผู้คนไม่รู้ว่าข้ากับเจ้าเป็นพี่น้องกัน คงคิดว่าเจ้าริษยาข้าเป็นแน่” นางตำหนิน้องสาวต่างมารดาต่อหน้าทุกคน จนอนุซุนรู้สึกเสียหน้าเพราะวาจาของลูกสาว

          “ที่น้องเจ้าพูดมาน่ะถูกต้องแล้ว นับแต่นี้อย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าไปหาเฉียนหลงเว่ยด้วยเหตุผลส่วนตัวอีก แม้เจ้ากับเขาจะชอบพอกันเพียงใดแต่คนผู้นั้นมีฮูหยินเอกเป็นตัวเป็นตนแล้ว หรือว่าเจ้าคิดลดตัวอยากเป็นอนุของเขางั้นหรือ”

          “ท่านพี่ ลี่หลินน่ะหรือจะมีความคิดเช่นนั้น นางเป็นลูกสาวของข้าที่เกิดจากฮูหยินเอก หากนางเกิดจากอนุก็ว่าไปอย่าง เจ้าคิดเช่นนี้ใช่หรือไม่” ฮูหยินเหอเข้าข้างบุตรสาว พร้อมกับหันไปถามเพื่อให้นางแก้ต่าง

          “เจ้าค่ะ คนอย่างลูกไม่มีทางแต่งเป็นอนุของผู้ใดแน่ ลูก      ฮูหยินเอกย่อมต้องเป็นฮูหยินเอกตามมารดา ส่วนลูกของอนุนั้นหากได้แต่งเป็นฮูหยินเอกก็นับว่าเป็นวาสนาแล้ว” ท้ายประโยคนางหันไปค่อนแคะอนุซุนกับลี่เซียว

          “เอาล่ะ ๆ ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้คงถึงเวลาที่ต้องให้เจ้าออกเรือนเสียที ตระกูลเหอของเราจะได้ไม่ตกไปเป็นขี้ปากผู้อื่น”

          “ท่านพ่อ ลูกยังไม่อยากออกเรือนนะเจ้าคะ” ลี่หลินบอกบิดาด้วยเสียงออดอ้อน

          “เจ้าผลัดมาหลายครั้งแล้ว ฮูหยินเจ้าคิดเช่นไร”

          “ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่เจ้าค่ะ คราก่อนนางกับใต้เท้าเฉียนมีอันต้องพรากจากกันถือว่าไม่มีวาสนา แต่ครั้งนี้จะให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้อีก”

          “ท่านแม่”

          “เงียบปาก เรื่องแต่งงานของเจ้า ข้ากับท่านพ่อของเจ้าจะเป็นคนจัดการเอง” ฮูหยินเหอบอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายธารจนหญิงสาวต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่อาจขัดอันใดได้อีก คำตัดสินของนายหญิงสกุลเหอล้วนเป็นที่สิ้นสุด

          “ลี่เซียวขอแสดงความยินดีกับท่านพี่ล่วงหน้า” นางพูดด้วยน้ำเสียงดีใจเสียยิ่งกว่าผู้ใด เดิมทีระหว่างลูกอนุกับลูกฮูหยินเอกล้วนมีสถานะแตกต่างกันตั้งแต่เกิด ทำให้นางถูกพี่สาวต่างมารดารังแกและเอารัดเอาเปรียบอยู่ร่ำไป ขอเพียงนางแต่งออกไปคนที่มีความสุขที่สุดคงไม่พ้นเป็นนางกับมารดา

         “หึ เก็บรอยยิ้มเสแร้งของเจ้าเอาไว้เถิด ข้ายังมีเวลาอีกมากกว่าจะได้ออกเรือน”

          “เพราะข้าต่ำต้อย ท่านถึงคิดว่าข้าเสแสร้งอยู่บ่อย ๆ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วข้ารักและห่วงใยท่านที่สุด” เหอลี่เซียวแสร้งตีหน้าเศร้า

          “พวกเจ้าทั้งสองคนต่างเป็นบุตรสาวของข้า ลี่เซียวเจ้าอย่าได้ดูถูกตัวเองนักเลย ในอนาคตข้ากับฮูหยินย่อมหาคู่ครองดี ๆ ให้เจ้าไม่ด้อยไปกว่าพี่สาวเจ้าแน่นอน”

          “ไม่ได้นะเจ้าคะ แม้ข้ากับนางเป็นบุตรสาวของท่านเช่นกัน แต่ข้ากับนางมีสถานะแตกต่างกันนะเจ้าคะ มีใครบ้างที่ไม่รู้เรื่องนี้ หากข้าไม่ได้แต่งกับบุรุษที่ดีกว่านางทุกประการ ข้าไม่มีทางยินยอมที่จะออกเรือนแน่”

          “ลี่หลิน เจ้าสงบสติอารมณ์ก่อนเถิด แสดงกิริยาเช่นนี้ออกมาช่างน่าขายหน้านัก” ฮูหยินเหอกล่าวตักเตือน

          “เห็นทีข้าจะตามใจเจ้ามากไปหน่อย ฮูหยินเจ้าลงโทษนางให้อยู่แต่ในเรือนสักหลายวันหน่อย หากนางยังไม่อาจทบทวนความผิดของตัวเองว่ามีความผิดเช่นไรก็อย่าปล่อยให้นางออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว”

          “เจ้าค่ะ ท่านพี่”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปรับความเข้าใจ(จบ)

    โชคร้ายที่อาการคลุ้มคลั่งของฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพราะได้รับพิษในปริมาณมากเขาจึงส่งถานไฉให้กลับไปดูแลมารดาตามเดิม โดยให้สาวใช้คนอื่นคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของนางควบคู่ไปด้วย แม้สาวใช้ผู้นี้คิดจะฆ่ามารดาของเขา แต่ถึงอย่างไรพวกนางสองคนก็ใช้ชีวิตด้วยกันมานาน เขาจึงให้นางได้ไถ่โทษด้วยการดูแลฮูหยินผู้เฒ่าจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนจากไปก่อนซินเหยียนกับอวี่ซูอยู่ที่จวนสกุลซ่งนานกว่าที่คิด เพราะต้องรักษาบาดแผลของสาวใช้คนสนิท แม้ตอนนี้บาดแผลของนางจะหายดี แต่ตอนนี้ซินเหยียนเกิดอาการเท้าบวมเพราะการตั้งครรภ์ทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก“นายหญิง บ่าวว่ารอให้คลอดก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับไปที่จวนสกุลเซียวดีหรือไม่”“ไม่ได้หรอก กว่าข้าจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือน ที่นั่นขาดคนดูแลมานาน อีกอย่างข้าอยากกลับจวนแล้ว”“ช่วยตริตรองดูอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ”“ข้าคิดดีแล้ว”“เจ้าจะรีบกลับบ้านเดิมไปทำไมเล่า หรือว่าเจ้าอึดอัดที่ต้องทนเห็นหน้าข้า” ซ่งอันหยางถามขึ้นมา เดิมทีเขาเพียงแค่อยากมาดูนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินทั้งคู่พูดคุยเรื่องกลับจวนเสียนี่“พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านเป็นเพียงคน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คำสารภาพจากสามีคนนี้

    ฝ่ามือแกร่งลูบศีรษะของภรรยาด้วยความทนุถนอม ความอบอุ่นจากมือของเขาทำให้ซินเหยียนหลับตาพริ้มประหนึ่งถูกขับกล่อมด้วยบทกลอนอันไพเราะ“ท่านโหวจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ ดูท่าว่าฮูหยินจะโกรธท่านไม่น้อย”“ข้ารู้นิสัยของนางดี ถ้านางเพียงแค่โกรธเคืองข้า ข้าคงไม่ต้องรู้สึกเป็นกังวลเหมือนในตอนนี้” เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงพูดออกมาแต่เพียงเท่านี้“ตอนนี้ข้าหวังเพียงให้นางกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนางคงทำได้เพียงค่อย ๆ บอกเล่าที่มาที่ไปให้นางฟัง”“แล้วถ้าฮูหยินไม่ให้อภัย”“ข้าก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อครั้งแรกเริ่มข้าคิดจะหลอกใช้นางก็จริง แต่พอนานวันเข้าข้ากลับหลงลืมความตั้งใจนี้ ช่างน่าขันที่ข้าดันหลงรักคนที่คิดจะหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” เขาตอบบ่าวรับใช้ แต่ไม่ได้หันไปมองหน้ากู่เจ๋อสักนิดซ่งอันหยางมอบจุมพิตที่หน้าผากนวลแผ่วเบา ก่อนปลีกตัวออกจากห้องนอนของตัวเองไป ตั้งแต่ที่นางเป็นลมเขาไม่อาจวางใจว่านางกับลูกจะปลอดภัยจึงได้พาตัวนางกับสาวใช้กลับมาที่จวนสกุลซ่งเมื่อท่านโหวออกไปแล้วหยาดน้ำตาได้ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มทั้งสองข้าง นางทั้งรู้สึกสับสนแ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปะหน้ากัน

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนที่นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว คราแรกซินเหยียนหวั่นวิตกเพราะท้องของนางดูเหมือนจะใหญ่กว่าปกติ หากเทียบกับระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่พอท่านหมอบอกว่านางได้ลูกแฝดนางถึงเบาใจลง โชคดีที่นางไม่ได้แพ้ท้องหนักเหมือนสตรีอื่น นางแค่รู้สึกวิงเวียนเวลาตื่นนอน และยังชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวมากเป็นพิเศษ“ท้องของท่านใหญ่ขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ” อวี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ“เป็นเพราะข้าท้องแฝด ท้องของข้าถึงได้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ”“บ่าวว่าท่านต้องได้ลูกชายแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”“เจ้ารู้ได้ยังไงกัน”“อันที่จริงระหว่างไปจ่ายตลาดบ่าวได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าถ้าหากสตรีมีครรภ์ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจะได้ลูกชาย ส่วนถ้าชอบกินเผ็ดจะได้ลูกสาว”“งั้นหรือ”“เจ้าค่ะ”ร่างบางลูบท้องตัวเองด้วยความรักใคร่ นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายเดือนจนเริ่มจะชินกับเรือนหลังนี้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าเหมือนเรือนที่นางเคยอยู่ ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนนางมีความสุขมากกว่าที่ไม่ต้องทนเห็นสามีข้องเกี่ยวกับสตรีอื่นช่วงแรกนางยังแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่ถูกสามีหลอกใช้ ทว่าตอนนี้นางเริ่มท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ซ้อนแผน

    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนัก กู่เจ๋อได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วซ่งอันหยางจึงถวายกีฎาพร้อมหลักฐานการกระทำความผิดของขุนนางในราชสำนักรวมทั้งเซียวเต๋อด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ารับตำแหน่งขุนนางก็ได้ทำการทุจจริตโดยได้รับการหนุนหลังจากใต้เท้าหลุนผู้ซึ่งเป็นบิดาของพระสนมอวี้กุ้ยเฟยทำให้ตอนนี้ราชสำนักกับวังหลังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและองค์ชายหกแล้ว อวี้กุ้ยเฟยไม่ลังเลที่จะรีบบอกให้บิดายอมรับโทษแต่โดยดีและขออภัยโทษกับองค์ฮ่องเต้ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้เห็นแก่องค์ชายหกที่ไม่อาจมีท่านตาเป็นนักโทษจึงทำเพียงปลดใต้เท้าหลุนออกจากตำแหน่งแล้วให้เกษียณอยู่ที่จวน และเพื่อไม่ให้ตระกูลหลุนเรืองอำนาจฮ่องเต้ทรงมิให้ตระกูลหลุนทั้งตระกูลเข้ารับตำแหน่งขุนนางเป็นระยะเวลาสิบปีส่วนเซียวเต๋อที่เป็นท่านอาของเซียวซินเหยียนถูกริบทรัพย์ทั้งหมดพร้อมกับเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมฮูหยินทำให้ตอนนี้ที่จวนสกุลเซียวไร้ซึ่งเจ้านายเป็นคนดูแลเดิมทีแล้วเขาเพียงต้องการกำจัดเซียวเต๋อให้พ้นทางเพราะหากปล่อยให้คนผู้นี้มีอำนาจในราชสำนักเกรงว่าไม่ช

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   อย่าหาว่าไม่ปรานี

    “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นคนใจดำ แต่เพื่อสกุลซ่งแล้วข้าทำได้ทุกอย่าง”“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าแต่เดิมแล้วท่านชิงชังตระกูลเซียวก็เพราะว่าท่านเคยถูกบิดาของซินเหยียนถอนหมั้นตอนที่ท่านยังสาว”“อันหยาง!” นางตวาดเรียกชื่อลูกชายเสียงดัง ตอนที่โดนจี้จุดอ่อนเข้า“ในเมื่อท่านแม่ไม่ไว้หน้าข้าก่อน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันนะขอรับ”“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ท่านทำให้ฮูหยินของข้าไม่อาจกลับมาสู้หน้าคนอื่นได้ ข้าก็จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้เช่นกัน”“แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ!”“ข้าก็เป็นลูกชายของท่านเช่นกัน” เขาตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายน้ำไหล“เจ้ากับนางพอหย่าขาดกันแล้วก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สายเลือดไม่มีทางตัดกันขาดได้”“ท่านแม่ ท่านหมายความว่ายังไง”“หึ ดูเอาเองเถิด” ว่าพลางยื่นใบหย่าที่เซียวซินเหยียนลงนามแล้วให้บุตรชายดู“นี่มัน”“ดูเอาเถิด พอแม่ยื่นใบหย่าขาดภรรยาที่เจ้าเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแก่นาง นางไม่ได้ฉุกคิดสักนิด แต่ลงนามในใบหย่านี้ทันที”ซ่งอันหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่านางจะยอมลงนามง่ายดายถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะมารดาบอกเรื่องบางอย่างแก่น

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   จัดการทุกอย่าง

    ด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเมืองหลวง ทำให้ซ่งอันหยางอยู่ไม่สุข เขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซินเหยียน“เป็นอะไรไปหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามเจ้านาย“จดหมายที่ข้าส่งไปเมืองหลวงเหตุใดถึงไม่ได้รับการตอบกลับมาเสียที”“บางทีจดหมายที่ท่านโหวส่งไปอาจยังไม่ถึงมือของฮูหยินก็ได้นะขอรับ”“ด้วยระยะเวลานับตั้งแต่ข้าให้คนส่งจดหมายไป ข้าว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน” ซ่งอันหยางคาดเดา“บ่าวว่าท่านคิดมากไปแล้วล่ะขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบข่าวที่จวน ข้าต้องมั่นใจว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกกับนาง”เวลาผ่านราวครึ่งเดือนเขาก็ได้รับจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่ใช่จดหมายจากคนที่เขารอทันทีที่ร่างสูงเปิดอ่านจดหมาย พอเห็นเนื้อหาในจดหมายยิ่งทำให้เขาโกรธจนไม่สามารถเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อีก“ให้คนไปเรียกข้ามา มีเรื่องสำคัญจะสั่งการหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามผู้เป็นเจ้านาย“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”“ทำไมต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้ หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง”“ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงสองเดือน แต่ในจวนกลับเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น แม้จะเป็นฝีมือของท่านแม่ ข้า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   งานเลี้ยงวันเกิด

    งานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ไม่ได้แบ่งแยกห้องโถงระหว่างชายหญิง เหตุเพราะแขกเหรื่อที่เชิญมามิได้มีจำนวนมากมายเท่าใดนักจึงไม่จำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นไม่ถึงหนึ่งเค่อร่างสูงของเจ้าของงานได้ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินนาในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามา เขา

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เห็นแก่หน้าเจ้านาย

    อวี้จวินหรงไม่ได้เดินตรงกลับเรือนของตัวเองในทันที นางเดินลัดเลาะไปยังศาลาริมน้ำที่ตั้งอยู่เกือบท้ายจวน หวังสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะกลับเรือนไป หากเหวินเยว่เห็นนางเศร้าซึมประเดี๋ยวนางจะเป็นห่วงอีก “นายท่านกับแม่นางเหอเดิมทีต้องแต่งงานกัน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดทำไมถึงได้คิดเ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ธุระด่วนที่ว่า

    “ได้สิ เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีรึไม่” “เจ้าค่ะ” เหอลี่หลินเริ่มวัดขนาดตัวเขาทันที โดยเริ่มจากวัดความยาวแขนทั้งสองข้าง ก่อนตบท้ายด้วยการวัดความสูงตั้งแต่ไหล่จนถึงข้อเท้า “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” “ทำไมถึงได้คิดตัดชุดให้ข้า” เขาถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราว

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เรื่องบังเอิญ

    ใกล้วันเกิดผู้เป็นสามีเข้ามาทุกทีอวี้จวินหรงออกจากจวนมาเลือกซื้อผ้าเพื่อนำไปตัดเย็บชุดให้ชายหนุ่มด้วยความกระตือรือร้น นางเลือกแล้วเลือกอีกจนกว่าจะพึงพอใจ ในที่สุดจึงได้ผ้ามาหนึ่งพับ แม้ราคาผ้าที่นางเลือกจะไม่ได้มีราคาแพงสูงลิ่วหากเทียบกับคุณภาพของเนื้อผ้า เหตุเพราะเถ้าแก่ร้านผ้าเมื่อรู้ว่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status