แชร์

เรื่องบังเอิญ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-02 19:30:01

         ใกล้วันเกิดผู้เป็นสามีเข้ามาทุกทีอวี้จวินหรงออกจากจวนมาเลือกซื้อผ้าเพื่อนำไปตัดเย็บชุดให้ชายหนุ่มด้วยความกระตือรือร้น นางเลือกแล้วเลือกอีกจนกว่าจะพึงพอใจ ในที่สุดจึงได้ผ้ามาหนึ่งพับ แม้ราคาผ้าที่นางเลือกจะไม่ได้มีราคาแพงสูงลิ่วหากเทียบกับคุณภาพของเนื้อผ้า เหตุเพราะเถ้าแก่ร้านผ้าเมื่อรู้ว่านางเป็นฮูหยินเอกของสกุลเฉียน เขาได้ลดราคาผ้าให้นางกึ่งหนึ่ง

          “เถ้าแก่ ท่านลดราคาให้ข้ามากเกินไปหรือไม่”

          “ไม่มากเกินไปหรอกขอรับ หากเทียบกับบุณคุณที่ใต้เท้าเฉียนมีต่อข้า ฮูหยินอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยไปเลยขอรับถือว่าข้าได้ตอบแทนน้ำใจเรื่องในอดีต”

          “เช่นนั้นก็ขอบใจท่านมาก”

          “เป็นฮูหยินสกุลเฉียนนี่จริง ๆ เข้านอกออกร้านใดดูสะดวกสบายไปเสียหมด แถมยังได้ลดราคาของที่ซื้อตั้งครึ่งหนึ่ง หากผู้ใดรู้เข้าคงหาว่าคนสกุลเฉียนเอาเปรียบชาวบ้านตาดำ ๆ”

          “แม่นางหลีกล่าวได้ถูกต้อง” แม่นางอีกคนเสริมทัพ

          “พวกเจ้าสองคนพูดเสียอย่างกับว่าฮูหยินเฉียนบังคับขู่เข็ญให้เถ้าแก่โม่วลดราคาให้เสียอย่างนั้น” เหอลี่หลินที่เดินเข้าร้านผ้ามาได้ยินเข้าได้เอ่ยขึ้นกลางบทสนทนาจนแม่นางทั้งสองเงียบปากลงเพราะเถียงกลับไม่ได้

          “แม่นางเหอ”

          “ข้าต้องขออภัยฮูหยินเฉียนเรื่องเมื่อคราวก่อนด้วยนะเจ้าคะ ที่ข้าพูดจาเสียมารยาทเช่นนั้น” นางเดินเข้ามาใกล้ ก่อนเอ่ยขอโทษที่งานเลี้ยงครั้งก่อนเผลอพูดจาไม่ดีออกไป

          “ข้าลืมไปหมดแล้ว แม่นางเหออย่าได้นำไปใส่ใจ” จวินหรงตอบกลับ เมื่อเห็นท่าทีอ่อนโยนของสตรีตรงหน้าซึ่งต่างจากคราแรกที่พบกัน

          “ท่านมาซื้อผ้าไปตัดชุดหรือ” จวินหรงพยักหน้าตอบเบา ๆ

          “แล้วเจ้าล่ะ แวะมาซื้อผ้าไปตัดชุดเช่นกันหรือ”

          “ใช่ แต่ไม่ใช่ชุดของข้าแต่เป็น...” ลี่หลินหยุดชะงักพร้อมกับแสดงท่าทีเขินอายออกมาจนทำให้คนที่มองมารู้ได้ในทันทีว่าผ้าที่หญิงสาวนำไปตัดชุดให้คงเป็นของบุรุษที่นางชอบพอแน่

          “แม่นางช่างใส่ใจคุณชายท่านนั้นจริง ๆ”

          “เขาเป็นบุรุษที่ข้ารัก เราทั้งคู่มีใจต้องกัน เพียงแต่ตอนนี้ข้ากับเขายังไม่อาจได้อยู่เคียงข้างกันได้”

          “ทำไมงั้นหรือ หรือว่าคนที่เจ้ารักไปออกรบที่ชายแดนหรืออย่างไร”

          “ไม่ใช่หรอก ข้าแค่ต้องรอเวลาเท่านั้น” นางทิ้งคำตอบไว้เป็นปริศนาแก่คนฟัง ก่อนเดินแยกออกไปทำธุระของตัวเอง ทิ้งให้อวี้จวินหรงมองตามหลังด้วยความสงสัย โดยที่ไม่รู้เลยว่าบุรุษคนที่ว่านั้นคือใคร

          ครั้นกลับมาถึงเรือนได้ไม่นานนัก หญิงสาวเดินไปที่เรือนใหญ่เพื่อวัดขนาดตัวของสามี

          “ท่านพี่อยู่ด้านในหรือไม่”

          “อยู่ขอรับ”

          “เช่นนั้นข้าขอพบได้รึไม่”

          “ฮูหยินโปรดรอสักครู่ เดี๋ยวบ่าวไปรายงานคุณชายก่อนนะขอรับ ว่าแต่ฮูหยินมาด้วยเหตุอันใด”

          “ที่จริงข้าอยากวัดขนาดตัวเขาเสียหน่อย ข้าอยากตัดชุดเป็นของขวัญวันเกิดให้ท่านพี่” นางกระซิบบอกเสียงเบาด้วยความเขินอาย

          “เช่นนั้นเอง” หยุนซือรู้จุดประสงค์ของนายหญิงได้แต่อมยิ้ม ทั้งยังอดรู้สึกอิจฉาเจ้านายของตัวเองที่มีภรรยาคอยเอาใจใส่เช่นนี้ ก่อนเดินเข้าไปด้านในเพื่อรายงานผู้เป็นเจ้านาย

          “คุณชาย ฮูหยินขอเข้าพบขอรับ”

          “นางมีเรื่องอันใดงั้นรึ” เขาเงยหน้าจากรายงานชั่วครู่ ขณะเอ่ยถาม

          “ฮูหยินอยากวัดตัวท่านน่ะขอรับ”

          “นางจะวัดตัวข้าทำไมกัน”

          “ฮูหยินบอกว่าจะตัดชุดใหม่ให้ท่านน่ะขอรับ”

          “มีจดหมายส่งถึงนายท่านขอรับ” เสียงบ่าวรับใช้ดังขึ้นหน้าห้อง ทำให้บทสนทนาของทั้งคู่หยุดชะงักลง

          “เข้ามาได้”

          เฉียนหลงเว่ยเปิดจดหมายฉบับนั้นแล้วอ่านทันที แล้วลุกออกจากที่นั่งด้วยความเร่งรีบ

          “คุณชายจะไปไหนหรือขอรับ”

          “เจ้านำชุดของข้ามอบให้นางเสีย ตอนนี้ข้าไม่ว่าง” ว่าพลางเดินออกจากห้องไป

          อวี้จวินหรงเห็นร่างสูงเดินผ่านหน้าไปด้วยความเร่งรีบ นางไม่ทันจะได้เอ่ยทักทายอันใดเสียด้วยซ้ำจึงทำได้เพียงมองตามหลังเท่านั้น

          “ฮูหยิน ชุดของคุณชายขอรับ” หยุนซือเดินออกจากเรือนนอนของเจ้านายเพื่อหยิบชุดมาให้นางนำไปวัดขนาดเอ่ยขึ้น

          “ขอบใจ” แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น ทว่าสายตากลับจับจ้องไปยังทางเดินไม่วางตา

          “คุณชายมีธุระด่วนน่ะขอรับ ท่านก็อย่าได้คิดมากไปเลย” เขาบอกสตรีตรงหน้ายามเห็นสีหน้าของนาง

          “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว” พูดจบก็เดินกลับเรือนของตัวเอง

           เรือนไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่นอกเมืองถูกใช้เป็นที่พบปะกันระหว่างชายหญิงคู่หนึ่ง หญิงสาวนั่งรอชายหนุ่มครึ่งชั่วยามได้แล้วกระมัง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของบุรุษที่ตนรอจะปรากฎตัวขึ้น

          “ลี่หลิน” เขาเอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า

          “คุณชายเฉียน” นางเรียกชายหนุ่มคนรักด้วยน้ำเสียงดีใจ เหตุเพราะไม่ได้เจอกันนับตั้งแต่ชายหนุ่มแต่งงานกับแม่นางสกุลอวี้อย่างอวี้จวินหรง

          “เจ้ารอข้านานหรือไม่”

          “ข้าเพิ่งมาถึงได้ไม่นานเจ้าค่ะ”

          “ว่าแต่เจ้าให้คนส่งจดหมายมาหาข้า มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ”

          “คือว่าใกล้วันเกิดท่านแล้ว หากท่านไม่ว่าอะไรข้าคิดอยากตัดชุดให้ท่านสักชุดเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแก่ท่าน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปรับความเข้าใจ(จบ)

    โชคร้ายที่อาการคลุ้มคลั่งของฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพราะได้รับพิษในปริมาณมากเขาจึงส่งถานไฉให้กลับไปดูแลมารดาตามเดิม โดยให้สาวใช้คนอื่นคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของนางควบคู่ไปด้วย แม้สาวใช้ผู้นี้คิดจะฆ่ามารดาของเขา แต่ถึงอย่างไรพวกนางสองคนก็ใช้ชีวิตด้วยกันมานาน เขาจึงให้นางได้ไถ่โทษด้วยการดูแลฮูหยินผู้เฒ่าจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนจากไปก่อนซินเหยียนกับอวี่ซูอยู่ที่จวนสกุลซ่งนานกว่าที่คิด เพราะต้องรักษาบาดแผลของสาวใช้คนสนิท แม้ตอนนี้บาดแผลของนางจะหายดี แต่ตอนนี้ซินเหยียนเกิดอาการเท้าบวมเพราะการตั้งครรภ์ทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก“นายหญิง บ่าวว่ารอให้คลอดก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับไปที่จวนสกุลเซียวดีหรือไม่”“ไม่ได้หรอก กว่าข้าจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือน ที่นั่นขาดคนดูแลมานาน อีกอย่างข้าอยากกลับจวนแล้ว”“ช่วยตริตรองดูอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ”“ข้าคิดดีแล้ว”“เจ้าจะรีบกลับบ้านเดิมไปทำไมเล่า หรือว่าเจ้าอึดอัดที่ต้องทนเห็นหน้าข้า” ซ่งอันหยางถามขึ้นมา เดิมทีเขาเพียงแค่อยากมาดูนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินทั้งคู่พูดคุยเรื่องกลับจวนเสียนี่“พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านเป็นเพียงคน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คำสารภาพจากสามีคนนี้

    ฝ่ามือแกร่งลูบศีรษะของภรรยาด้วยความทนุถนอม ความอบอุ่นจากมือของเขาทำให้ซินเหยียนหลับตาพริ้มประหนึ่งถูกขับกล่อมด้วยบทกลอนอันไพเราะ“ท่านโหวจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ ดูท่าว่าฮูหยินจะโกรธท่านไม่น้อย”“ข้ารู้นิสัยของนางดี ถ้านางเพียงแค่โกรธเคืองข้า ข้าคงไม่ต้องรู้สึกเป็นกังวลเหมือนในตอนนี้” เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงพูดออกมาแต่เพียงเท่านี้“ตอนนี้ข้าหวังเพียงให้นางกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนางคงทำได้เพียงค่อย ๆ บอกเล่าที่มาที่ไปให้นางฟัง”“แล้วถ้าฮูหยินไม่ให้อภัย”“ข้าก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อครั้งแรกเริ่มข้าคิดจะหลอกใช้นางก็จริง แต่พอนานวันเข้าข้ากลับหลงลืมความตั้งใจนี้ ช่างน่าขันที่ข้าดันหลงรักคนที่คิดจะหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” เขาตอบบ่าวรับใช้ แต่ไม่ได้หันไปมองหน้ากู่เจ๋อสักนิดซ่งอันหยางมอบจุมพิตที่หน้าผากนวลแผ่วเบา ก่อนปลีกตัวออกจากห้องนอนของตัวเองไป ตั้งแต่ที่นางเป็นลมเขาไม่อาจวางใจว่านางกับลูกจะปลอดภัยจึงได้พาตัวนางกับสาวใช้กลับมาที่จวนสกุลซ่งเมื่อท่านโหวออกไปแล้วหยาดน้ำตาได้ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มทั้งสองข้าง นางทั้งรู้สึกสับสนแ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปะหน้ากัน

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนที่นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว คราแรกซินเหยียนหวั่นวิตกเพราะท้องของนางดูเหมือนจะใหญ่กว่าปกติ หากเทียบกับระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่พอท่านหมอบอกว่านางได้ลูกแฝดนางถึงเบาใจลง โชคดีที่นางไม่ได้แพ้ท้องหนักเหมือนสตรีอื่น นางแค่รู้สึกวิงเวียนเวลาตื่นนอน และยังชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวมากเป็นพิเศษ“ท้องของท่านใหญ่ขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ” อวี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ“เป็นเพราะข้าท้องแฝด ท้องของข้าถึงได้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ”“บ่าวว่าท่านต้องได้ลูกชายแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”“เจ้ารู้ได้ยังไงกัน”“อันที่จริงระหว่างไปจ่ายตลาดบ่าวได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าถ้าหากสตรีมีครรภ์ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจะได้ลูกชาย ส่วนถ้าชอบกินเผ็ดจะได้ลูกสาว”“งั้นหรือ”“เจ้าค่ะ”ร่างบางลูบท้องตัวเองด้วยความรักใคร่ นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายเดือนจนเริ่มจะชินกับเรือนหลังนี้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าเหมือนเรือนที่นางเคยอยู่ ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนนางมีความสุขมากกว่าที่ไม่ต้องทนเห็นสามีข้องเกี่ยวกับสตรีอื่นช่วงแรกนางยังแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่ถูกสามีหลอกใช้ ทว่าตอนนี้นางเริ่มท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ซ้อนแผน

    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนัก กู่เจ๋อได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วซ่งอันหยางจึงถวายกีฎาพร้อมหลักฐานการกระทำความผิดของขุนนางในราชสำนักรวมทั้งเซียวเต๋อด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ารับตำแหน่งขุนนางก็ได้ทำการทุจจริตโดยได้รับการหนุนหลังจากใต้เท้าหลุนผู้ซึ่งเป็นบิดาของพระสนมอวี้กุ้ยเฟยทำให้ตอนนี้ราชสำนักกับวังหลังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและองค์ชายหกแล้ว อวี้กุ้ยเฟยไม่ลังเลที่จะรีบบอกให้บิดายอมรับโทษแต่โดยดีและขออภัยโทษกับองค์ฮ่องเต้ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้เห็นแก่องค์ชายหกที่ไม่อาจมีท่านตาเป็นนักโทษจึงทำเพียงปลดใต้เท้าหลุนออกจากตำแหน่งแล้วให้เกษียณอยู่ที่จวน และเพื่อไม่ให้ตระกูลหลุนเรืองอำนาจฮ่องเต้ทรงมิให้ตระกูลหลุนทั้งตระกูลเข้ารับตำแหน่งขุนนางเป็นระยะเวลาสิบปีส่วนเซียวเต๋อที่เป็นท่านอาของเซียวซินเหยียนถูกริบทรัพย์ทั้งหมดพร้อมกับเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมฮูหยินทำให้ตอนนี้ที่จวนสกุลเซียวไร้ซึ่งเจ้านายเป็นคนดูแลเดิมทีแล้วเขาเพียงต้องการกำจัดเซียวเต๋อให้พ้นทางเพราะหากปล่อยให้คนผู้นี้มีอำนาจในราชสำนักเกรงว่าไม่ช

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   อย่าหาว่าไม่ปรานี

    “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นคนใจดำ แต่เพื่อสกุลซ่งแล้วข้าทำได้ทุกอย่าง”“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าแต่เดิมแล้วท่านชิงชังตระกูลเซียวก็เพราะว่าท่านเคยถูกบิดาของซินเหยียนถอนหมั้นตอนที่ท่านยังสาว”“อันหยาง!” นางตวาดเรียกชื่อลูกชายเสียงดัง ตอนที่โดนจี้จุดอ่อนเข้า“ในเมื่อท่านแม่ไม่ไว้หน้าข้าก่อน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันนะขอรับ”“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ท่านทำให้ฮูหยินของข้าไม่อาจกลับมาสู้หน้าคนอื่นได้ ข้าก็จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้เช่นกัน”“แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ!”“ข้าก็เป็นลูกชายของท่านเช่นกัน” เขาตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายน้ำไหล“เจ้ากับนางพอหย่าขาดกันแล้วก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สายเลือดไม่มีทางตัดกันขาดได้”“ท่านแม่ ท่านหมายความว่ายังไง”“หึ ดูเอาเองเถิด” ว่าพลางยื่นใบหย่าที่เซียวซินเหยียนลงนามแล้วให้บุตรชายดู“นี่มัน”“ดูเอาเถิด พอแม่ยื่นใบหย่าขาดภรรยาที่เจ้าเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแก่นาง นางไม่ได้ฉุกคิดสักนิด แต่ลงนามในใบหย่านี้ทันที”ซ่งอันหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่านางจะยอมลงนามง่ายดายถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะมารดาบอกเรื่องบางอย่างแก่น

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   จัดการทุกอย่าง

    ด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเมืองหลวง ทำให้ซ่งอันหยางอยู่ไม่สุข เขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซินเหยียน“เป็นอะไรไปหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามเจ้านาย“จดหมายที่ข้าส่งไปเมืองหลวงเหตุใดถึงไม่ได้รับการตอบกลับมาเสียที”“บางทีจดหมายที่ท่านโหวส่งไปอาจยังไม่ถึงมือของฮูหยินก็ได้นะขอรับ”“ด้วยระยะเวลานับตั้งแต่ข้าให้คนส่งจดหมายไป ข้าว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน” ซ่งอันหยางคาดเดา“บ่าวว่าท่านคิดมากไปแล้วล่ะขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบข่าวที่จวน ข้าต้องมั่นใจว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกกับนาง”เวลาผ่านราวครึ่งเดือนเขาก็ได้รับจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่ใช่จดหมายจากคนที่เขารอทันทีที่ร่างสูงเปิดอ่านจดหมาย พอเห็นเนื้อหาในจดหมายยิ่งทำให้เขาโกรธจนไม่สามารถเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อีก“ให้คนไปเรียกข้ามา มีเรื่องสำคัญจะสั่งการหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามผู้เป็นเจ้านาย“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”“ทำไมต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้ หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง”“ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงสองเดือน แต่ในจวนกลับเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น แม้จะเป็นฝีมือของท่านแม่ ข้า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คนที่ไม่อยากพบ

    เฉินซือเฉียนให้ทหารกับคนรับใช้บางส่วนเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ในขณะที่ตัวเองพร้อมบ่าวคนสนิทเดินทางไปเมืองลั่วหยาง“ท่านแม่ทัพ” อี้ฉีเรียกเจ้านายของตน“มีอะไร”“พวกเรามาที่ลั่วหยางทำไมหรือขอรับ” เขาแสร้งถาม“เจ้าไม่ต้องทำเป็นหว่านหินถามทาง ก็แค่ทางผ่านเท่านั้น” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็น คิดว่าอ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   งานเลี้ยงวันเกิด

    งานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ไม่ได้แบ่งแยกห้องโถงระหว่างชายหญิง เหตุเพราะแขกเหรื่อที่เชิญมามิได้มีจำนวนมากมายเท่าใดนักจึงไม่จำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นไม่ถึงหนึ่งเค่อร่างสูงของเจ้าของงานได้ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินนาในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามา เขา

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เจ้าจะบอกว่าข้าผิดงั้นหรือ

    “เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับฮูหยิน คุณชายไม่ควรแต่งงานกับนางตั้งแต่แรก ล้างแค้นก็ส่วนล้างแค้น แต่เรื่องใช้ชีวิตคู่เมื่อทั้งคู่ไม่ได้มีใจต้องกันรังแต่จะทำให้นางมีทุกข์” “เป็นเพราะนางอยู่ที่จวนตามลำพัง ไม่มีผู้ใดคอยปกป้องคุ้มครอง หากเกิดอะไรขึ้นข้าคงไม่อาจไปสู้หน้าพี่ชายข

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เห็นแก่หน้าเจ้านาย

    อวี้จวินหรงไม่ได้เดินตรงกลับเรือนของตัวเองในทันที นางเดินลัดเลาะไปยังศาลาริมน้ำที่ตั้งอยู่เกือบท้ายจวน หวังสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะกลับเรือนไป หากเหวินเยว่เห็นนางเศร้าซึมประเดี๋ยวนางจะเป็นห่วงอีก “นายท่านกับแม่นางเหอเดิมทีต้องแต่งงานกัน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดทำไมถึงได้คิดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status