Share

ธุระด่วนที่ว่า

last update Tanggal publikasi: 2026-05-02 19:30:26

          “ได้สิ เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีรึไม่”

          “เจ้าค่ะ”

          เหอลี่หลินเริ่มวัดขนาดตัวเขาทันที โดยเริ่มจากวัดความยาวแขนทั้งสองข้าง ก่อนตบท้ายด้วยการวัดความสูงตั้งแต่ไหล่จนถึงข้อเท้า

          “เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

          “ทำไมถึงได้คิดตัดชุดให้ข้า” เขาถามนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวปุยเมฆ

          “ไม่มีเหตุผลอันใดเป็นพิเศษหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูบ้าง ตั้งแต่ท่านและข้ารู้จักกันมาข้าให้ของขวัญท่านนับชิ้นได้ มีแต่ท่านที่มอบของขวัญให้ข้าอยู่ฝ่ายเดียว ข้าแค่อยากตอบแทนท่านกลับคืนเท่านั้น”

          “ขอบคุณเจ้ามาก”

          “ว่าแต่ท่านเถิดออกมาหาข้าเช่นนี้ฮูหยินของท่านไม่ว่าเอาหรือเจ้าคะ” นางถามด้วยนัยน์เศร้าสร้อย แม้จะส่งยิ้มให้เขาก็ตามที

          “ข้ากับนางไม่ได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ เสียหน่อย เจ้ารู้ดีไม่ใช่หรือว่าข้ากับนางยังไม่ได้ร่วมหอกัน”

          “ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ถึงอย่างไรข้าก็อดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้”

          “ข้าสัญญาว่าจะรีบจบเรื่องทุกอย่างให้เร็วที่สุด เมื่อถึงตอนนั้นข้ากับนางก็ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันอีก” ว่าพลางคว้ามือนางมาจับไว้ด้วยความทนุถนอม เฉียนหลงเว่ยรู้ดีว่าทำผิดต่อนางที่แต่งสตรีอื่นเข้าจวนแทนที่จะเป็นสตรีตรงหน้า

          “แต่เท่าที่ข้าเห็นการกระทำของท่านคราวก่อนท่านดูเป็นห่วงเป็นใยนางเสียเหลือเกิน จนทำให้ข้าอดรู้สึกหวั่นใจว่าสักวันคนที่ท่านรักอาจไม่ใช่ข้าอีกต่อไป”

          “ที่ข้าทำเช่นนั้นเพราะอย่างไรเสียในตอนนี้นางได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของข้า ข้าถึงได้ปกป้องนางเช่นนั้น ใจของข้าไม่ได้รู้สึกกับนางเหมือนดั่งที่รู้สึกกับเจ้า”

          “เช่นนั้นข้าต้องรอไปจนถึงเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ”

          “ให้เวลาข้าสักหน่อยเถิด”

          “ตอนนี้ข้าถึงวัยออกเรือนแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่ต่างเร่งหาคู่ครองให้ข้า แม้ข้าเอ่ยปากปฏิเสธบุรุษเหล่านั้น แต่ทว่าถ้าหากต้องรอนานเป็นปี ข้าคงไม่อาจทัดทานเรื่องแต่งงานได้ หากวันนั้นข้าต้องแต่งงานกับบุรุษอื่นข้าหวังว่าท่านจะไม่โทษข้า” เหอลี่หลินพูดจาข่มขู่ชายหนุ่มกลาย ๆ เพื่อเร่งรัดให้เขาหย่าขาดกับอวี้จวินหรงเสีย

          “เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ เจ้าถึงได้มาเร่งรัดข้าเช่นนี้ ก่อนที่ข้าจะแต่งงานพวกเราตกลงกันแล้วมิใช่หรือ”

          “ข้าแค่ทนเห็นท่านกับนางเดินเคียงคู่กันไม่ได้เจ้าค่ะ เดิมทีที่ตรงนั้นเป็นของข้าไม่ใช่ของนาง” เอ่ยตอบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม หลงเว่ยใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้นางแผ่วเบา

          “ข้ารู้ เป็นข้าที่ผิดเอง”

          “คนที่ผิดไม่ใช่เจ้าค่ะ แต่เป็นคนแซ่อวี้ผู้นั้นที่บังคับขู่เข็ญท่าน”

          “เจ้าอย่าได้พูดอีกเลย”

          “งานวันเกิดท่านครานี้ ท่านต้องใส่ชุดที่ข้าเป็นคนตัดให้นะเจ้าคะ” นางบอกชายหนุ่ม เพราะจำได้ว่าฮูหยินของเขาได้ตัดชุดให้เช่นกันนางจึงพูดดักทางเอาไว้ก่อน

          “ข้าจะใส่ชุดที่เจ้าตัดแน่นอน”

          เศษผ้าร่วงหล่นที่พื้นดูเกะกะ ขณะเดียวกันกับที่หญิงสาวกำลังปักเย็บผ้าด้วยความขะมักเขม้น

          “ฮูหยิน ที่จริงท่านส่งให้ช่างเป็นคนตัดเย็บดีกว่ารึไม่” เหวินเยว่บอกเจ้านายของตนด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นมืออันบอบบางเริ่มเกิดรอยแดงช้ำเป็นจ้ำ ๆ เหตุเพราะนั่งปักเย็บเป็นเวลานานตั้งแต่เช้าจวบจนฟ้ามืด แต่ยังมิวายวางเข็มลงเสียที

          “ไม่ได้หรอก ข้าตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะต้องตัดเย็บชุดให้ท่านพี่ด้วยตัวเอง แม้ฝีมือไม่อาจเทียบได้กับช่างตัดเย็บก็ตามที ข้าแค่อยากทำหน้าที่ฮูหยินบ้างก็เท่านั้น”

          “ที่ผ่านมาท่านลำบากจัดระเบียบจวนทั้งยังเข้าครัวทำอาหารให้ใต้เท้าเฉียนด้วยตัวเองอีก นี่ยังไม่ทุมเทในหน้าที่        ฮูหยินมากพออีกหรือเจ้าคะ ตั้งแต่แต่งเข้าจวนมาอย่าว่าแต่เข้าหอเลย แค่นายท่านแวะมาหาท่านที่เรือนยังไม่ถึงสามครั้งเสียด้วยซ้ำ”

          “งั้นหรือ” จวินหรงเอ่ยปัดด้วยรอยยิ้ม แม้ในตอนนี้นางยังไม่อาจคว้าใจของเขาไว้ได้ แต่ในอนาคตไม่มีผู้ใดทราบได้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น

          “พักเถิดเจ้าค่ะ บ่าวเห็นมือท่านบวมเช่นนั้นก็อดรู้สึกเศร้าใจไม่ได้ หากคุณชายอวี้ยังอยู่มีหรือเขาจะปล่อยให้ท่านทำเรื่องลำบากเช่นนี้” เหวินเยว่หวนคิดถึงคุณชายอวี้เซิ่งหวง พี่ชายคนเดียวของคุณหนูที่จากโลกนี้ไปด้วยตำแหน่งรองแม่ทัพด้วยความคิดถึง

          “เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้พูดมากเสียจริง” นางหันไปพูดกับสาวใช้คนสนิท ก่อนจะเก็บด้ายกับเข็มของลงกล่องไม้ เพราะไม่อยากฟังเสียงบ่น

          “ข้าแค่เป็นห่วงท่านเจ้าค่ะ”

          “ข้ารู้ เหวินเยว่ เจ้าไม่คิดอยากออกเรือนบ้างหรือ”

          “ไม่สักนิดเจ้าค่ะ ข้าขอติดตามรับใช้ท่านไปจนวันตาย”

          “แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นสตรี หากมีคนคอยดูแลข้างกายคงดีไม่น้อย”

          “บ่าวดูแลตัวเองได้เจ้าค่ะ”

          “ในเมื่อเจ้าพูดขนาดนี้แล้ว ข้าคงไม่อาจบังคับเจ้าได้”

          “ขอบคุณนายหญิงที่เข้าใจ”

          “ข้าย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว แม้ได้แต่งกับบุรุษที่รักใช่ว่าจะมีความสุข”

          “ฮูหยิน”

          “เจ้าไม่ต้องสงสารข้าหรอก นี่เป็นหนทางที่ข้าเลือกเอง” จวินหรงพูดขึ้น ก่อนที่สาวใช้จะได้เอ่ยอันใดอีก

          สุดท้ายแล้วนางใช้เวลาไปกับการตัดเย็บชุดเกือบครึ่งเดือนจนได้ชุดออกมาชุดหนึ่ง ตรงชายผ้านางตั้งใจปักเป็นลวดลายก้อนเมฆดูวิจิตร ครั้นชุดเสร็จสมบูรณ์นางยกขึ้นมาเชยชมด้วยความภาคภูมิใจ

          “เสร็จเสียที”

          เหวินเยว่เข้ามาเห็นหญิงสาวกำลังจะเดินออกจากห้องไปได้เอ่ยทักขึ้น

          “ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”

          “ข้าจะไปที่เรือนใหญ่เสียหน่อย ให้ท่านพี่ลองชุดที่ข้าตัดว่าสามารถใส่ได้พอดีหรือไม่”

          “เจ้าค่ะ ท่านจะให้บ่าวตามไปด้วยหรือไม่”

          “ไม่รบกวนเจ้า เจ้าทำงานของเจ้าไปเถิด” นางปฏิเสธทันควัน เมื่อเห็นสาวใช้คนสนิทกำลังยุ่งอยู่กับการทำความสะอาดเรือนกับสาวใช้อีกหลายคน

           สองเท้าก้าวเดินไปที่เรือนของสามีหยุดชะงักลงด้านข้างเรือน นางหยุดยืนมองหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกกว้างทำให้มองเห็นคนที่อยู่ด้านในชัดเจน

          “คุณชาย ใส่พอดีหรือไม่”

          “ข้าใส่ได้พอดี” น้ำเสียงนุ่มทุ้มดังจากปากชายหนุ่ม ทำให้คนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนักได้ยินเต็มสองหู น้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนที่ฮูหยินอย่างนางไม่เคยได้ยินจากปากเขาแม้สักครั้งเดียว แต่กลับถูกมอบให้กลับสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางอย่างเหอลี่หลิน นางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมายามมองเห็นภาพเบื้องหน้าที่ทั้งคู่ต่างหยอกล้อกันราวกับว่าเป็นคู่รักกันก็ไม่ปาน

          “ฮูหยิน มาทำอะไรหรือขอรับ” เป็นหยุนซือที่ถามขึ้นมา

          “ข้าแค่...ช่างเถิด” ว่าแล้วก็เดินกลับไปด้วยใจบอบช้ำ       หยุนซือที่ยังรู้สึกไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าได้แต่ยืนงง ทว่าไม่นานนักเขาก็เข้าใจได้ในทันทีเพราะหันไปเห็นเจ้านายของตัวเองกับแม่นางสกุลเหออยู่ข้างในเรือน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปรับความเข้าใจ(จบ)

    โชคร้ายที่อาการคลุ้มคลั่งของฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ เพราะได้รับพิษในปริมาณมากเขาจึงส่งถานไฉให้กลับไปดูแลมารดาตามเดิม โดยให้สาวใช้คนอื่นคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของนางควบคู่ไปด้วย แม้สาวใช้ผู้นี้คิดจะฆ่ามารดาของเขา แต่ถึงอย่างไรพวกนางสองคนก็ใช้ชีวิตด้วยกันมานาน เขาจึงให้นางได้ไถ่โทษด้วยการดูแลฮูหยินผู้เฒ่าจนกว่าคนใดคนหนึ่งจะเป็นคนจากไปก่อนซินเหยียนกับอวี่ซูอยู่ที่จวนสกุลซ่งนานกว่าที่คิด เพราะต้องรักษาบาดแผลของสาวใช้คนสนิท แม้ตอนนี้บาดแผลของนางจะหายดี แต่ตอนนี้ซินเหยียนเกิดอาการเท้าบวมเพราะการตั้งครรภ์ทำให้เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก“นายหญิง บ่าวว่ารอให้คลอดก่อนแล้วพวกเราค่อยกลับไปที่จวนสกุลเซียวดีหรือไม่”“ไม่ได้หรอก กว่าข้าจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือน ที่นั่นขาดคนดูแลมานาน อีกอย่างข้าอยากกลับจวนแล้ว”“ช่วยตริตรองดูอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ”“ข้าคิดดีแล้ว”“เจ้าจะรีบกลับบ้านเดิมไปทำไมเล่า หรือว่าเจ้าอึดอัดที่ต้องทนเห็นหน้าข้า” ซ่งอันหยางถามขึ้นมา เดิมทีเขาเพียงแค่อยากมาดูนางเสียหน่อย แต่กลับได้ยินทั้งคู่พูดคุยเรื่องกลับจวนเสียนี่“พวกเราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านเป็นเพียงคน

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   คำสารภาพจากสามีคนนี้

    ฝ่ามือแกร่งลูบศีรษะของภรรยาด้วยความทนุถนอม ความอบอุ่นจากมือของเขาทำให้ซินเหยียนหลับตาพริ้มประหนึ่งถูกขับกล่อมด้วยบทกลอนอันไพเราะ“ท่านโหวจะทำเช่นไรต่อไปหรือขอรับ ดูท่าว่าฮูหยินจะโกรธท่านไม่น้อย”“ข้ารู้นิสัยของนางดี ถ้านางเพียงแค่โกรธเคืองข้า ข้าคงไม่ต้องรู้สึกเป็นกังวลเหมือนในตอนนี้” เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียด้วยซ้ำ จึงพูดออกมาแต่เพียงเท่านี้“ตอนนี้ข้าหวังเพียงให้นางกับลูกอยู่อย่างสุขสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนางคงทำได้เพียงค่อย ๆ บอกเล่าที่มาที่ไปให้นางฟัง”“แล้วถ้าฮูหยินไม่ให้อภัย”“ข้าก็จะไม่ย่อท้อ เมื่อครั้งแรกเริ่มข้าคิดจะหลอกใช้นางก็จริง แต่พอนานวันเข้าข้ากลับหลงลืมความตั้งใจนี้ ช่างน่าขันที่ข้าดันหลงรักคนที่คิดจะหลอกใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป” เขาตอบบ่าวรับใช้ แต่ไม่ได้หันไปมองหน้ากู่เจ๋อสักนิดซ่งอันหยางมอบจุมพิตที่หน้าผากนวลแผ่วเบา ก่อนปลีกตัวออกจากห้องนอนของตัวเองไป ตั้งแต่ที่นางเป็นลมเขาไม่อาจวางใจว่านางกับลูกจะปลอดภัยจึงได้พาตัวนางกับสาวใช้กลับมาที่จวนสกุลซ่งเมื่อท่านโหวออกไปแล้วหยาดน้ำตาได้ไหลเป็นทางยาวอาบแก้มทั้งสองข้าง นางทั้งรู้สึกสับสนแ

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ปะหน้ากัน

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งท้องจวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนที่นางตั้งครรภ์ได้สี่เดือนแล้ว คราแรกซินเหยียนหวั่นวิตกเพราะท้องของนางดูเหมือนจะใหญ่กว่าปกติ หากเทียบกับระยะเวลาตั้งครรภ์ แต่พอท่านหมอบอกว่านางได้ลูกแฝดนางถึงเบาใจลง โชคดีที่นางไม่ได้แพ้ท้องหนักเหมือนสตรีอื่น นางแค่รู้สึกวิงเวียนเวลาตื่นนอน และยังชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวมากเป็นพิเศษ“ท้องของท่านใหญ่ขึ้นมากเลยนะเจ้าคะ” อวี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มปิติ“เป็นเพราะข้าท้องแฝด ท้องของข้าถึงได้มีขนาดใหญ่กว่าปกติ”“บ่าวว่าท่านต้องได้ลูกชายแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ”“เจ้ารู้ได้ยังไงกัน”“อันที่จริงระหว่างไปจ่ายตลาดบ่าวได้ยินชาวบ้านพูดกัน ว่าถ้าหากสตรีมีครรภ์ชอบกินอาหารรสเปรี้ยวจะได้ลูกชาย ส่วนถ้าชอบกินเผ็ดจะได้ลูกสาว”“งั้นหรือ”“เจ้าค่ะ”ร่างบางลูบท้องตัวเองด้วยความรักใคร่ นางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หลายเดือนจนเริ่มจะชินกับเรือนหลังนี้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตหรือโอ่อ่าเหมือนเรือนที่นางเคยอยู่ ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อนนางมีความสุขมากกว่าที่ไม่ต้องทนเห็นสามีข้องเกี่ยวกับสตรีอื่นช่วงแรกนางยังแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่ถูกสามีหลอกใช้ ทว่าตอนนี้นางเริ่มท

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   ซ้อนแผน

    เวลาผ่านไปเพียงไม่นานนัก กู่เจ๋อได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับบ่าวรับใช้คนอื่น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วซ่งอันหยางจึงถวายกีฎาพร้อมหลักฐานการกระทำความผิดของขุนนางในราชสำนักรวมทั้งเซียวเต๋อด้วยเช่นกัน ตั้งแต่คนผู้นี้เข้ารับตำแหน่งขุนนางก็ได้ทำการทุจจริตโดยได้รับการหนุนหลังจากใต้เท้าหลุนผู้ซึ่งเป็นบิดาของพระสนมอวี้กุ้ยเฟยทำให้ตอนนี้ราชสำนักกับวังหลังเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและองค์ชายหกแล้ว อวี้กุ้ยเฟยไม่ลังเลที่จะรีบบอกให้บิดายอมรับโทษแต่โดยดีและขออภัยโทษกับองค์ฮ่องเต้ด้วยการตัดสินใจเช่นนี้ทำให้ฮ่องเต้เห็นแก่องค์ชายหกที่ไม่อาจมีท่านตาเป็นนักโทษจึงทำเพียงปลดใต้เท้าหลุนออกจากตำแหน่งแล้วให้เกษียณอยู่ที่จวน และเพื่อไม่ให้ตระกูลหลุนเรืองอำนาจฮ่องเต้ทรงมิให้ตระกูลหลุนทั้งตระกูลเข้ารับตำแหน่งขุนนางเป็นระยะเวลาสิบปีส่วนเซียวเต๋อที่เป็นท่านอาของเซียวซินเหยียนถูกริบทรัพย์ทั้งหมดพร้อมกับเนรเทศให้ไปอยู่ชายแดนพร้อมฮูหยินทำให้ตอนนี้ที่จวนสกุลเซียวไร้ซึ่งเจ้านายเป็นคนดูแลเดิมทีแล้วเขาเพียงต้องการกำจัดเซียวเต๋อให้พ้นทางเพราะหากปล่อยให้คนผู้นี้มีอำนาจในราชสำนักเกรงว่าไม่ช

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   อย่าหาว่าไม่ปรานี

    “ต่อให้ข้าต้องกลายเป็นคนใจดำ แต่เพื่อสกุลซ่งแล้วข้าทำได้ทุกอย่าง”“ท่านอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ว่าแต่เดิมแล้วท่านชิงชังตระกูลเซียวก็เพราะว่าท่านเคยถูกบิดาของซินเหยียนถอนหมั้นตอนที่ท่านยังสาว”“อันหยาง!” นางตวาดเรียกชื่อลูกชายเสียงดัง ตอนที่โดนจี้จุดอ่อนเข้า“ในเมื่อท่านแม่ไม่ไว้หน้าข้าก่อน ก็อย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกันนะขอรับ”“เจ้าคิดจะทำอะไร”“ท่านทำให้ฮูหยินของข้าไม่อาจกลับมาสู้หน้าคนอื่นได้ ข้าก็จะทำให้ท่านได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้เช่นกัน”“แต่ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ!”“ข้าก็เป็นลูกชายของท่านเช่นกัน” เขาตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งประดุจสายน้ำไหล“เจ้ากับนางพอหย่าขาดกันแล้วก็กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้า แต่สายเลือดไม่มีทางตัดกันขาดได้”“ท่านแม่ ท่านหมายความว่ายังไง”“หึ ดูเอาเองเถิด” ว่าพลางยื่นใบหย่าที่เซียวซินเหยียนลงนามแล้วให้บุตรชายดู“นี่มัน”“ดูเอาเถิด พอแม่ยื่นใบหย่าขาดภรรยาที่เจ้าเคยให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนแก่นาง นางไม่ได้ฉุกคิดสักนิด แต่ลงนามในใบหย่านี้ทันที”ซ่งอันหยางได้ยินคำพูดของมารดาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่านางจะยอมลงนามง่ายดายถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะมารดาบอกเรื่องบางอย่างแก่น

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   จัดการทุกอย่าง

    ด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่ได้รับจดหมายตอบกลับจากเมืองหลวง ทำให้ซ่งอันหยางอยู่ไม่สุข เขากลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับซินเหยียน“เป็นอะไรไปหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามเจ้านาย“จดหมายที่ข้าส่งไปเมืองหลวงเหตุใดถึงไม่ได้รับการตอบกลับมาเสียที”“บางทีจดหมายที่ท่านโหวส่งไปอาจยังไม่ถึงมือของฮูหยินก็ได้นะขอรับ”“ด้วยระยะเวลานับตั้งแต่ข้าให้คนส่งจดหมายไป ข้าว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน” ซ่งอันหยางคาดเดา“บ่าวว่าท่านคิดมากไปแล้วล่ะขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบข่าวที่จวน ข้าต้องมั่นใจว่าไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกกับนาง”เวลาผ่านราวครึ่งเดือนเขาก็ได้รับจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่ใช่จดหมายจากคนที่เขารอทันทีที่ร่างสูงเปิดอ่านจดหมาย พอเห็นเนื้อหาในจดหมายยิ่งทำให้เขาโกรธจนไม่สามารถเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยได้อีก“ให้คนไปเรียกข้ามา มีเรื่องสำคัญจะสั่งการหรือขอรับ” กู่เจ๋อถามผู้เป็นเจ้านาย“ไม่มีเวลาแล้ว พวกเราต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว”“ทำไมต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้ หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง”“ข้าไม่อยู่ที่จวนเพียงสองเดือน แต่ในจวนกลับเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น แม้จะเป็นฝีมือของท่านแม่ ข้า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เรื่องบังเอิญ

    ใกล้วันเกิดผู้เป็นสามีเข้ามาทุกทีอวี้จวินหรงออกจากจวนมาเลือกซื้อผ้าเพื่อนำไปตัดเย็บชุดให้ชายหนุ่มด้วยความกระตือรือร้น นางเลือกแล้วเลือกอีกจนกว่าจะพึงพอใจ ในที่สุดจึงได้ผ้ามาหนึ่งพับ แม้ราคาผ้าที่นางเลือกจะไม่ได้มีราคาแพงสูงลิ่วหากเทียบกับคุณภาพของเนื้อผ้า เหตุเพราะเถ้าแก่ร้านผ้าเมื่อรู้ว่า

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   งานเลี้ยงวันเกิด

    งานเลี้ยงวันเกิดในครั้งนี้ไม่ได้แบ่งแยกห้องโถงระหว่างชายหญิง เหตุเพราะแขกเหรื่อที่เชิญมามิได้มีจำนวนมากมายเท่าใดนักจึงไม่จำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น ก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่มต้นขึ้นไม่ถึงหนึ่งเค่อร่างสูงของเจ้าของงานได้ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินนาในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามา เขา

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เจ้าจะบอกว่าข้าผิดงั้นหรือ

    “เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับฮูหยิน คุณชายไม่ควรแต่งงานกับนางตั้งแต่แรก ล้างแค้นก็ส่วนล้างแค้น แต่เรื่องใช้ชีวิตคู่เมื่อทั้งคู่ไม่ได้มีใจต้องกันรังแต่จะทำให้นางมีทุกข์” “เป็นเพราะนางอยู่ที่จวนตามลำพัง ไม่มีผู้ใดคอยปกป้องคุ้มครอง หากเกิดอะไรขึ้นข้าคงไม่อาจไปสู้หน้าพี่ชายข

  • เมื่อมิอาจรั้งรัก   เห็นแก่หน้าเจ้านาย

    อวี้จวินหรงไม่ได้เดินตรงกลับเรือนของตัวเองในทันที นางเดินลัดเลาะไปยังศาลาริมน้ำที่ตั้งอยู่เกือบท้ายจวน หวังสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะกลับเรือนไป หากเหวินเยว่เห็นนางเศร้าซึมประเดี๋ยวนางจะเป็นห่วงอีก “นายท่านกับแม่นางเหอเดิมทีต้องแต่งงานกัน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดทำไมถึงได้คิดเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status