เข้าสู่ระบบ
“พี่คิน...ถ้าวันหนึ่งทุกคนไม่เชื่อดาว พี่จะยังเชื่อดาวอยู่ไหม?”
หญิงสาวถามทั้งน้ำตา เสียงของเธอสั่นจนแทบขาดหาย ดวงตาคู่สวยมองชายหนุ่มตรงหน้าราวกับกำลังฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้กับเขา ภาคินกลับนิ่งเงียบ เขามองเธอด้วยแววตาเย็นชา ก่อนถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ราวกับเหนื่อยที่จะฟังคำอธิบายของเธออีกต่อไป “พี่ไม่รู้...” คำตอบสั้น ๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพิมพ์ดาวค่อย ๆ เลือนหาย เธอหลุบตาลง กำมือแน่นเพื่อกลั้นน้ำตา ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่หัวใจแทบแตกสลาย “งั้นเหรอคะ...” เธอพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ถ้าอย่างนั้น...ดาวคงไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว” ภาคินขมวดคิ้วมองเธอด้วยความไม่เข้าใจ “ดาว เธอกำลังพูดอะไร?” เขาถามพลางก้าวเข้าไปหา แต่พิมพ์ดาวกลับถอยหลัง หนึ่งก้าว... สองก้าว... จนแผ่นหลังของเธอชิดกับราวกั้นบนดาดฟ้าเรือ สายลมกลางทะเลพัดเส้นผมยาวของเธอปลิวว่อน น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มอย่างเงียบงัน เธอมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ชายคนที่เธอรักมาตลอดชีวิต คนที่เคยจับมือเธอในวันที่เธอล้ม คนที่เคยบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะปกป้องเธอ แต่วันนี้... กลับเป็นคนเดียวกับที่ไม่เชื่อเธอ “พี่คิน...” พิมพ์ดาวเรียกชื่อเขาเบา ๆ ริมฝีปากสั่นระริก “ดาวขอโทษนะคะ” ภาคินเบิกตากว้าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกทันที “ดาว! อย่าขยับ!” เขาตะโกนพร้อมพุ่งตัวเข้าไปหา แต่สายเกินไป... .ร่างของหญิงสาวพลัดออกจากขอบเรือ “ดาว!” เสียงตะโกนของภาคินดังลั่น มือของเขาเอื้อมออกไปสุดแขน แต่คว้าได้เพียงอากาศว่างเปล่า ในวินาทีนั้นเอง... เขาเพิ่งรู้ว่าเขากำลังสูญเสียผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ...เขาเพิ่งรู้ตัวว่ารักเธอ ในวันที่เธอไม่สามารถได้ยินคำว่ารักจากเขาอีกแล้ว สามวันต่อมา ภาคินยืนอยู่หน้าห้องหนึ่งด้วยใบหน้าซีดเผือดเสียงของมีนาดังลอดออกมาจากด้านใน “เธอรู้ไหม ฉันรอวันนี้มานานแค่ไหน” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังตามมา “ตั้งแต่วันที่ฉันเข้าบ้านนั้น ฉันก็รู้แล้วว่าทุกอย่างของพิมพ์ดาวควรเป็นของฉัน” ภาคินยืนนิ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบ และนี่คือเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกคนทั้งโลกตัดสินว่าเป็นคนผิด ทั้งที่เธอไม่เคยทำอะไรผิดเลย... ก่อนที่ความจริงจะปรากฏในวันที่หัวใจของเธอไม่เหลือความหวังอีกต่อไปหลังจากเหตุการณ์เรื่องแจกันในเช้าวันนั้น บรรยากาศภายในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์ดาวยังคงใช้ชีวิตตามปกติแต่เธอรู้สึกได้ว่า...ทุกคนกำลังมองเธอไม่เหมือนเดิมโดยเฉพาะภาคินจากคนที่เคยเดินเข้ามาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ กลายเป็นคนที่มองเธอด้วยสายตาระมัดระวังทุกคำพูดของเธอถูกตั้งคำถามทุกการกระทำของเธอถูกจับตามองและทุกครั้งที่มีเรื่องเกิดขึ้น...คนแรกที่ทุกคนนึกถึงกลับเป็นเธอเช้าวันนั้น พิมพ์ดาวเดินลงมาที่ห้องอาหาร เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นภาคินกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอ“ตื่นแล้วเหรอ?”น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยพิมพ์ดาวฝืนยิ้ม“ค่ะ เธอเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม แม่เลี้ยงกำลังจัดอาหาร ส่วนมีนานั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อทุกอย่างดูเหมือนเป็นมื้อเช้าธรรมดา จนกระทั่งมีนาหยิบแก้วน้ำขึ้นมา“อ๊ะ!” เธอร้องเบา ๆ พร้อมทำแก้วหลุดจากมือแก้วตกลงบนโต๊ะ น้ำหกใส่เสื้อของเธอ“มีนา!” พ่อรีบลุกขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก?มีนาส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว“ไม่เป็นไรค่ะ”เธอรีบหยิบผ้ามาเช็ดเสื้อ ก่อนเหลือบมองพิมพ์ดาว“หนูคงซุ่มซ่ามเอง” พิมพ์ดาวมองเธอเงียบ ๆ แต่ทันใดนั้นมีนากลับพูด
เช้าวันใหม่ เริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศอึมครึมหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมื่อคืนก่อน พิมพ์ดาวแทบไม่ได้นอน เธอนั่งอยู่ปลายเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่คำพูดของมีนา...แต่คือสายตาของภาคิน สายตาที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความลังเลและความไม่ไว้วางใจ พิมพ์ดาวก้มมองมือของตัวเอง ก่อนสูดหายใจลึก“ไม่เป็นไร...”เธอพยายามปลอบตัวเองด้วยรอยยิ้มบาง ๆ“วันนี้ดาวจะไม่ร้องไห้”แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องออกมา...เสียงของแม่เลี้ยงก็ดังมาจากชั้นล่าง“มีนา ระวังนะลูก!” พิมพ์ดาวชะงัก เธอรีบเดินลงบันได ภาพตรงหน้าทำให้เธอหยุดนิ่ง มีนายืนอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ใบหน้าซีด มือข้างหนึ่งกุมข้อมือตัวเองไว้ ขณะที่แจกันดอกไม้บนพื้นแตกกระจายแม่เลี้ยงรีบเข้าไปประคองลูกสาว“เจ็บไหมลูก?”มีนาส่ายหน้าเบา ๆ น้ำตาคลอ“หนูไม่เป็นไรค่ะ”พิมพ์ดาวมองเศษแก้วบนพื้นอย่างสับสน“เกิดอะไรขึ้นคะ?”มีนาเงยหน้ามองเธอ แววตานั้นเต็มไปด้วยความกลัว“พี่ดาว...”พิมพ์ดาวขมวดคิ้ว“อะไร?”มีนาเม้มริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงเบา“หนูไม่อยากพูดค่ะ”“ถ้ามีอะไร พูดออกมาเถอะ” พิมพ์ดาวพูดพร้อมเด
เช้าวันต่อมา ภาคินตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกหนักอึ้งภาพถ่ายเมื่อคืนยังคงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เขานั่งมองรูปนั้นอยู่นาน ก่อนขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด“หรือที่ผ่านมา...เรามองอะไรผิดไป?” เขาพึมพำเบา ๆ พร้อมใช้นิ้วเลื่อนดูรูปเก่า ๆ ของพิมพ์ดาวและมีนายิ่งดู...เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ภาคินยังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะกล่าวหาใคร เขาจึงตัดสินใจเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ช่วงสาย ภาคินกลับมาที่บ้าน ทันทีที่เปิดประตู เขาก็เห็นมีนากำลังนั่งร้องไห้อยู่บนโซฟาหญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาเมื่อเห็นเขา ก่อนฝืนยิ้ม“พี่คินมาแล้วเหรอคะ?”ภาคินมองเธอนิ่ง ๆ“เป็นอะไร?”มีนาส่ายหน้า“ไม่มีอะไรค่ะ”“ถ้าไม่มีอะไร แล้วร้องไห้ทำไม?”น้ำเสียงของภาคินจริงจังกว่าปกติมีนาก้มหน้าลง มือกำชายเสื้อแน่น“หนูแค่...รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ”ภาคินขมวดคิ้ว“ใครพูดอะไร?”มีนาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า“ไม่มีใครพูดค่ะ”ภาคินมองเธออย่างไม่เชื่อ“มีนา”เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“พี่ถามว่าใครพูดอะไรกับเธอ”มีนากัดริมฝีปาก ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง“พี่ดาวค่ะ”คำตอบสั้น ๆ ทำให้ภาคินนิ่ง“ดาวพูดอะไร?”มีน
หลังจากเหตุการณ์บนบันได บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบพิมพ์ดาวกลับขึ้นห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก ส่วนภาคินยังยืนอยู่ที่เดิม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนภาพที่มีนาร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนยังติดอยู่ในหัว แต่ภาพของพิมพ์ดาวที่มองเขาด้วยสายตาเจ็บปวดก็ไม่ยอมเลือนหายเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าควรเชื่อใครและนั่นทำให้เขาหงุดหงิดตัวเองที่สุดภายในห้องพิมพ์ดาวนั่งอยู่ริมเตียง มือกำชายเสื้อแน่นน้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบ ๆเธอพยายามเช็ดมันออก แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล“ดาวไม่ได้ทำ...”เธอพึมพำกับตัวเอง“ทำไมไม่มีใครเชื่อดาวเลย” เสียงสะอื้นหลุดออกมาเบา ๆหญิงสาวหยิบรูปเก่าของเธอกับภาคินขึ้นมาดูภาพในวัยเด็กที่เคยมีแต่รอยยิ้ม กลับทำให้เธอเจ็บปวดมากกว่าเดิม“พี่คิน...”เธอใช้นิ้วลูบใบหน้าของเขาในรูป“ดาวอยากกลับไปเป็นเด็กเหมือนเดิมจัง”ตอนนั้น...เขาเคยเชื่อเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขามักยืนอยู่ข้างเธอเสมอแต่ตอนนี้...แม้แต่คำพูดของเธอ เขายังไม่เชื่อ พิมพ์ดาวหลับตาลง“หรือเพราะดาวโตขึ้นแล้ว...พี่ถึงไม่อยากปกป้องดาวอีก?”ด้านล่างภาคินยังนั่งอยู่ในห้องรับแขกมีนานั่งอยู่ข้าง ๆ เขา พร้อมผ้า
หลังจากเหตุการณ์สร้อยหาย บ้านทั้งหลังก็เงียบผิดปกติ พิมพ์ดาวแทบไม่ออกจากห้องเธอไม่อยากเห็นสายตาของใครอีกแล้ว โดยเฉพาะสายตาของภาคิน...สายตาที่เต็มไปด้วยความลังเลสำหรับคนอื่นมันอาจเป็นเพียงความไม่แน่ใจแต่สำหรับพิมพ์ดาว มันเจ็บยิ่งกว่าการถูกกล่าวหาเสียอีกเพราะเธอเคยคิดว่า...ต่อให้คนทั้งโลกไม่เชื่อเธอ อย่างน้อยภาคินจะต้องเชื่อแต่ตอนนี้แม้แต่เขาก็ยังลังเลกห้องเพื่อหาอะไรรับประทานเธอเดินผ่านห้องรับแขกอย่างเงียบ ๆ แต่กลับต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงของมีนา“พี่คินคะ”มีนานั่งอยู่บนโซฟา ใบหน้าซีดและดวงตายังแดงจากการร้องไห้ภาคินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“มีอะไร?”เขาถามด้วยสีหน้าสงสัยมีนาก้มหน้าลง มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อแน่น“เรื่องสร้อย...หนูไม่อยากให้พี่ดาวต้องรู้สึกผิดเลยค่ะ”ภาคินขมวดคิ้ว“แล้วเธอคิดว่าพี่ดาวทำหรือเปล่า?”มีนาเงียบไปทันทีเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา“หนูไม่รู้ค่ะ”น้ำเสียงของเธอสั่น“แต่สร้อยของหนูไปอยู่ในของพี่ดาวจริง ๆ”ภาคินนิ่ง“เรื่องนั้นพี่รู้”“หนูไม่อยากคิดร้ายกับพี่ดาวนะคะ”มีนาพูดพร้อมเช็ดน้ำตา“แต่บางที...พี่ดาวอาจไม่ชอบหนูมากกว่าที่หนูคิด”ภาคินถอนหาย
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับบรรยากาศอึมครึมภายในบ้าน พิมพ์ดาวลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าอ่อนล้า แม้เธอจะพยายามนอนให้เต็มที่ แต่คำพูดและสายตาของทุกคนเมื่อวานยังคงติดอยู่ในใจ เธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นโดยไม่พูดอะไร ก่อนตรงไปยังห้องครัว “พี่ดาวคะ” เสียงของมีนาดังขึ้นด้านหลัง พิมพ์ดาวหยุดเดิน ก่อนหันกลับไปมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไร?” มีนายืนกอดหมอนอยู่ตรงบันได ดวงตาดูเศร้าเล็กน้อย “เรื่องเมื่อวาน...หนูขอโทษนะคะ” พิมพ์ดาวมองเธอเงียบ ๆ “ไม่เป็นไร” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะหันกลับ แต่มีนากลับพูดขึ้นอีกครั้ง “พี่ไม่โกรธหนูจริง ๆ ใช่ไหมคะ?” พิมพ์ดาวถอนหายใจ ก่อนหันกลับมา “พี่ไม่ได้โกรธ แต่พี่อยากให้เรื่องเมื่อวานจบแค่นั้น” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “พี่ไม่อยากทะเลาะกับใครอีกแล้ว” มีนาพยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มบาง “ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว” พิมพ์ดาวเดินออกไป ทันทีที่เธอพ้นสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของมีนาก็หายไป เธอมองตามแผ่นหลังของพี่สาวต่างแม่ด้วยแววตาเย็นชา “อีกไม่นาน...พี่ก็จะไม่มีที่ยืนในบ้านหลังนี้แล้ว” ช่วงสาย พ่อของพิมพ์ดาวเรียกทุกคนมารวมตัวกันในห้องรับแขก สีหน้าของเขาดูเคร่ง







