LOGINเสียงหัวเราะของเด็กหญิงตัวเล็กดังขึ้นท่ามกลางสายลมยามเย็น
สนามหญ้าหน้าบ้านสองหลังที่ตั้งอยู่ติดกัน เป็นสถานที่ที่พิมพ์ดาวใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็ก เด็กหญิงวัยสิบขวบวิ่งถือว่าวกระดาษอยู่ในมือ ก่อนจะสะดุดก้อนหินจนล้มลงกับพื้น “โอ๊ย...” พิมพ์ดาวร้องออกมาเบา ๆ พร้อมยกมือกุมหัวเข่า น้ำตาเริ่มคลอเพราะแผลถลอกที่เกิดขึ้น ทันใดนั้น เด็กชายวัยสิบห้าปีก็รีบวิ่งเข้ามาหา “ดาว! เป็นอะไรหรือเปล่า?” ภาคินถามด้วยน้ำเสียงตกใจ เขาทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กหญิง ก่อนมองบาดแผลที่หัวเข่าของเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตาแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ...ดาวไม่เจ็บ” เธอพูดทั้งที่น้ำตาไหลออกมาแล้ว มือเล็กพยายามเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้พี่ชายข้างบ้านเห็นว่าเธอร้องไห้ ภาคินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “ไม่เจ็บแล้วทำไมร้องไห้ล่ะ?” เขาพูดพลางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มให้เธออย่างอ่อนโยน แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความเอ็นดู พิมพ์ดาวก้มหน้าหลบสายตา ใบหน้าเล็กเริ่มแดงขึ้นอย่างเขินอาย “ดาว...กลัวพี่คินดุ” “พี่จะดุทำไม?” ภาคินเลิกคิ้วอย่างสงสัย ก่อนยื่นมือมาขยี้ผมของเธอเบา ๆ จนผมยุ่ง “ถ้าล้มก็ร้องไห้ได้ ไม่ต้องฝืน” พิมพ์ดาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตากลับมีประกายสดใสขึ้นมาอีกครั้ง “จริงเหรอคะ?” “จริงสิ” ภาคินยิ้ม ก่อนยื่นมือมาตรงหน้าเธอ “ลุกขึ้น เดี๋ยวพี่พาไปทำแผล” เด็กหญิงมองมือของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือเล็ก ๆ ไปจับอย่างว่าง่าย ตอนนั้นพิมพ์ดาวไม่รู้เลยว่า...ความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นในหัวใจ กำลังกลายเป็นความรักที่ติดอยู่ในใจเธอไปอีกนานแสนนาน --- สิบสี่ปีผ่านไป เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านในช่วงเย็น ทำให้หญิงสาวที่กำลังจัดดอกไม้อยู่ในสวนเงยหน้าขึ้น พิมพ์ดาวในวัยยี่สิบสี่ปีหยุดมือทันที เมื่อเห็นชายหนุ่มที่คุ้นเคยก้าวลงจากรถคันหรู ภาคินกลับมาแล้ว ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงขายาว ใบหน้าหล่อคมดูสุขุมมากขึ้นกว่าในวัยเด็ก พิมพ์ดาวเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “พี่คิน...” เธอพึมพำเบา ๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ภาคินหันมาเห็นเธอพอดีท เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “ดาว” เสียงทุ้มของเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงกว่าเดิม พิมพ์ดาวรีบวางกรรไกรตัดดอกไม้ลง ก่อนเดินเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว “พี่คินกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงสดใส ขณะที่ดวงตาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามเก็บความดีใจเอาไว้ แต่กลับปิดไม่มิด ภาคินมองใบหน้าของเธอ ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเธอเบา ๆ เหมือนที่เคยทำตอนเด็ก “เพิ่งถึงเมื่อกี้” พิมพ์ดาวยิ้มกว้างขึ้น ก่อนถามต่ออย่างสนใจ “ไปทำงานต่างจังหวัดตั้งหลายเดือน เหนื่อยไหมคะ?” ภาคินถอนหายใจเล็กน้อย สีหน้าที่เคร่งเครียดจากการทำงานดูผ่อนคลายลงเมื่อได้เห็นเธอ “เหนื่อยนิดหน่อย” เขาหยุดพูด ก่อนมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “แต่ดูเหมือนดาวจะโตขึ้นเยอะเลยนะ” พิมพ์ดาวนิ่งไปทันที แก้มของเธอร้อนขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “พี่คินก็...พูดอะไรไม่รู้” เธอหลบสายตาอย่างเขินอาย นิ้วมือกำชายเสื้อแน่นเพื่อซ่อนอาการประหม่า ภาคินหัวเราะเบา ๆ “พี่พูดความจริง” หัวใจของพิมพ์ดาวสั่นไหว เธออยากบอกเขาเหลือเกินว่า...เธอไม่ได้แค่โตขึ้น แต่เธอรักเขามากขึ้นทุกวันด้วย ทว่าความรู้สึกนั้น เธอไม่เคยกล้าพูดออกไป เพราะสำหรับภาคิน...เธอเป็นเพียงน้องสาวข้างบ้าน --- คืนนั้น หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ พิมพ์ดาวกำลังจะเดินขึ้นห้อง แต่เสียงของบิดากลับเรียกเธอเอาไว้ “ดาว เดี๋ยวก่อน” หญิงสาวหยุดเดินแล้วหันกลับมา “มีอะไรหรือคะพ่อ?” เธอถามพลางเดินกลับมานั่งลงตรงข้ามบิดา สีหน้าสงสัยเมื่อเห็นว่าพ่อดูจริงจังกว่าปกติ ชายวัยกลางคนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพูดออกมา “พ่อมีเรื่องสำคัญจะบอก” พิมพ์ดาวขมวดคิ้วเล็กน้อย หัวใจเริ่มรู้สึกไม่ดี “เรื่องอะไรคะ?” บิดามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปทางประตู “พ่ออยากให้ดาวรู้จักคนสองคน” สิ้นเสียง ประตูบ้านก็เปิดออก หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่มีอายุไล่เลี่ยกับพิมพ์ดาว พิมพ์ดาวมองคนทั้งสองด้วยความสงสัยก่อนที่พ่อของเธอจะพูดประโยคหนึ่งออกมา ซึ่งทำให้โลกของเธอเริ่มเปลี่ยนไปนับจากวินาทีนั้น “นี่คือคุณมณี...ภรรยาใหม่ของพ่อ” พิมพ์ดาวนิ่งค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหายไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอพูดไม่ออกยิ่งกว่าเดิม คือประโยคต่อมา “และนี่คือมีนา...ลูกสาวของเธอ” มีนายิ้มหวานทันที ก่อนก้าวเข้ามาหาพิมพ์ดาว “สวัสดีค่ะพี่ดาว” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมยื่นมือออกมา แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับยากจะอ่านออก พิมพ์ดาวมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนฝืนยิ้มและยื่นมือไปจับ “สวัสดีจ้ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทำไมพ่อไม่เคยบอกเธอ? ทำไมทุกอย่างถึงเกิดขึ้นกะทันหันแบบนี้? และผู้หญิงสองคนนี้กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอในฐานะอะไร? พิมพ์ดาวยังไม่รู้เลยว่า... นับจากคืนนี้เป็นต้นไปบ้านที่เคยเป็นสถานที่เดียวที่เธอรู้สึกปลอดภัย กำลังจะกลายเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุดในชีวิต และผู้หญิงที่กำลังยิ้มให้เธออย่างอ่อนหวาน...กำลังจะค่อย ๆ แย่งทุกสิ่งที่เป็นของเธอไปทีละอย่าง รวมถึงหัวใจของผู้ชายที่เธอรักมาตลอดชีวิต ภาคินเวลาผ่านไปอีกหลายปี...เช้าวันหนึ่งในบ้านหลังเดิม พิมพ์ดาวยืนอยู่หน้ากระจก พลางจัดผมของตัวเองให้เรียบร้อย. เธอมองเงาสะท้อนในกระจกแล้วอมยิ้มแม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด...เธอก็ยังจำได้ดีว่า ครั้งหนึ่งตัวเองเคยเป็นผู้หญิงที่ร้องไห้เพราะคิดว่าคงไม่มีใครเชื่อเธอเคยคิดว่าความรักคือการพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ใครสักคนเลือกและเคยกลัวเหลือเกินว่า...หากคนที่เธอรักหันหลังให้ เธอจะไม่เหลือใครแต่วันนี้...เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว. เสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก...ก๊อก...“ดาว”เสียงของภาคินดังขึ้น พิมพ์ดาวหันไปมองประตู“เข้ามาได้ค่ะ”ประตูเปิดออก ภาคินเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ“กาแฟครับ”พิมพ์ดาวรับมา“ขอบคุณค่ะ”เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง“วันนี้มีอะไรหรือเปล่า?”“ไม่มีค่ะ”“แล้วทำไมยิ้ม?”พิมพ์ดาวหัวเราะ“แค่คิดอะไรบางอย่าง”“เรื่องอะไร?”เธอหันกลับไปมองเขา“เรื่องของเรา”ภาคินยิ้ม“ผ่านมาแล้วตั้งหลายปี ยังคิดถึงอีกเหรอ?”“คิดสิคะ”เธอเดินเข้ามาหาเขา“เพราะถ้าไม่มีเรื่องทั้งหมดในวันนั้น เราอาจไม่ได้เป็นเราในวันนี้”ภาคินเงียบไป ก่อนพยักหน้า“จริง”ช่วงสายทั้งสองออกไปเดินเล่นที่สวน ต้นไม้ที่เคย
เช้าวันเสาร์แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน. พิมพ์ดาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะหันไปมองคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ภาคินยังคงหลับสนิท. ใบหน้าที่ปกติเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม วันนี้กลับดูผ่อนคลายอย่างที่เธอไม่ค่อยได้เห็นพิมพ์ดาวยิ้ม. เธอค่อย ๆ ลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง. แต่ยังไม่ทันเดินไปถึงประตู...มือของใครบางคนก็คว้าข้อมือเธอไว้“จะไปไหน?”เสียงงัวเงียของภาคินดังขึ้น. พิมพ์ดาวหันกลับมา“ลงไปทำอาหารค่ะ”“ไม่ต้อง”“ทำไมคะ?”ภาคินยังหลับตาอยู่“วันหยุดทั้งที นอนต่ออีกหน่อย”พิมพ์ดาวหัวเราะ“พี่คินก็กลับไปนอนสิคะ”“ก็เธอจะไปแล้ว”เขาดึงมือเธอเบา ๆ จนพิมพ์ดาวเสียหลักล้มลงบนเตียง“พี่คิน!”เธอร้องด้วยความตกใจ ก่อนรีบยันตัวขึ้น. ภาคินหัวเราะ“ตัวแค่นี้ยังเสียงดังเหมือนเดิม”“ก็พี่ดึงฉันนี่คะ!”พิมพ์ดาวทำหน้ามุ่ย. ภาคินยิ้ม ก่อนเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเบา ๆ“อยู่กับพี่อีกห้านาที”“ห้านาทีของพี่ไม่เคยห้านาทีจริง ๆ”“งั้นสิบนาที”“ไม่ได้ค่ะ!”เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังขึ้นในห้อง. เป็นเช้าที่ธรรมดา. แต่กลับเป็นความธรรมดาที่พิมพ์ดาวเคยคิดว่าตัวเองไม่มีวันได้สัมผัส---หลังจากนั้นไม่นาน. ทั้งคู่ลงมาท
เวลาผ่านไปหลายเดือนหลังจากทุกอย่างจบลงชีวิตของพิมพ์ดาวกลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง ไม่มีเสียงกล่าวหา ไม่มีสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้ใจ และไม่มีคืนไหนที่เธอต้องนั่งร้องไห้เพียงลำพังเหมือนในอดีต สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือทุกเช้าเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เธอมักจะเห็นข้อความจากคนคนหนึ่งอยู่เสมอ “ตื่นหรือยัง?” “กินข้าวด้วยนะ” “วันนี้พี่อาจกลับช้า อย่ารอ” บางครั้งก็มีเพียงประโยคสั้น ๆ “คิดถึง” พิมพ์ดาวมักจะอ่านแล้วเผลอยิ้มทุกครั้ง วันนี้ก็เช่นกัน เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร พลางอ่านข้อความล่าสุดจากภาคิน «“เย็นนี้ว่างไหม พี่มีที่หนึ่งอยากพาไป”» พิมพ์ดาวเลิกคิ้ว “ที่ไหนกันนะ?” เธอพิมพ์ตอบกลับ «“บอกไม่ได้เหรอคะ?”» ข้อความตอบกลับมาแทบจะทันที «“ถ้าบอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ”» พิมพ์ดาวยิ้ม «“ก็ได้ค่ะ”» --- ช่วงเย็น รถของภาคินมาจอดหน้าบ้าน ชายหนุ่มลงจากรถ ก่อนเดินเข้ามาหาเธอ วันนี้เขาแต่งตัวเรียบง่ายกว่าปกติ ไม่มีสูท ไม่มีเอกสารติดมือ มีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นที่พิมพ์ดาวคุ้นเคยมากขึ้นทุกวัน “พร้อมหรือยัง?” ภาคินถาม พิมพ์ดาวพยักหน้า “พร้อมค่ะ” เธอเดินมาขึ้นร
เช้าวันใหม่แสงแดดอ่อนส่องเข้ามาภายในบ้าน พิมพ์ดาวยืนอยู่หน้ากระจก มองตัวเองในนั้นอยู่นาน ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เมื่อก่อนเธอเคยกลัวการถูกเข้าใจผิด กลัวว่าคนอื่นจะไม่รัก กลัวว่าหากไม่มีใครอยู่ข้างเธอ เธอจะไม่เหลืออะไร แต่วันนี้...เธอรู้แล้วว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ทอดทิ้งตัวเองเสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก...ก๊อก...“ดาว”เสียงของภาคินดังขึ้นจากด้านนอก พิมพ์ดาวยิ้ม“เข้ามาได้ค่ะ”ประตูเปิดออก ภาคินเดินเข้ามาในมือของเขาถือดอกไม้ช่อเล็ก ๆพิมพ์ดาวมองแล้วเลิกคิ้ว“ให้ฉันเหรอคะ?”ภาคินพยักหน้า“ครับ”“เนื่องในโอกาสอะไร?”“ไม่มี”เขายื่นดอกไม้ให้“แค่อยากให้”พิมพ์ดาวรับมา ก่อนยิ้ม“ขอบคุณค่ะ”ภาคินมองรอยยิ้มของเธอและรู้สึกว่ามันสวยกว่ารอยยิ้มใด ๆ ที่เขาเคยเห็น---ทั้งสองเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกัน พ่อของพิมพ์ดาวนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เมื่อเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาด้วยกัน เขาก็ยิ้ม“วันนี้ดูอารมณ์ดีกันนะ”พิมพ์ดาวหน้าแดงเล็กน้อย“พ่อก็พูดไปเรื่อย”ภาคินหัวเราะ“ผมว่าอารมณ์ดีจริงครับ”พ่อมองทั้งสองคน ก่อนพูดขึ้น“พ่อดีใจที่เห็นดาวกลับมายิ้มได้อีกครั้ง”พิมพ์ดาวเงียบ
ค่ำคืนเงียบสงบหลังกลับจากข้างนอก พิมพ์ดาวเดินขึ้นห้องตามปกติ แต่ก่อนจะเปิดประตู เธอกลับเห็นภาคินยืนอยู่ตรงปลายทางเดิน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงยืนมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง“พี่คิน?”พิมพ์ดาวเอ่ยถามเบา ๆ“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”ภาคินสูดหายใจลึก ก่อนเดินเข้ามาหาเธอ“พี่มีเรื่องอยากพูดกับเธอ”พิมพ์ดาวมองเขานิ่ง“เรื่องอะไรคะ?”“เรื่องที่ผ่านมา”เธอเงียบลงทันที ภาคินมองเธอด้วยแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด“พี่รู้ว่าพี่ขอโทษเธอไปหลายครั้งแล้ว”“ค่ะ”“แต่พี่รู้ว่ามันไม่เคยเพียงพอ”พิมพ์ดาวก้มหน้าลง ภาคินจึงพูดต่อ“พี่เคยคิดว่าตัวเองรู้จักเธอดีที่สุด”เขาหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ อย่างเจ็บปวด“แต่สุดท้ายพี่กลับเป็นคนที่ไม่เชื่อเธอ”พิมพ์ดาวเม้มริมฝีปาก“พี่ทำให้เธอต้องร้องไห้”“พี่ทำให้เธอต้องอยู่คนเดียวในวันที่เธอต้องการใครสักคนที่สุด”เสียงของภาคินเริ่มสั่น“และพี่ทำให้เธอคิดว่าตัวเองไม่มีค่า”พิมพ์ดาวเงยหน้าขึ้น น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอ“พี่คิน…”“พี่เสียใจ”เขาพูดออกมาอย่างชัดเจน“เสียใจทุกครั้งที่นึกถึงสิ่งที่พี่ทำกับเธอ”ภาคินหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ“พี่อยากย้อนเวลากลับไป”เขากำมือแน่น“อยากกลับไปในวันท
หลายวันผ่านไปชีวิตในบ้านเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง แต่สำหรับพิมพ์ดาว...ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอยังคงเป็นคนเดิมในสายตาของครอบครัวยังคงพูดจาสุภาพยังคงช่วยงานภายในบ้านแต่บางสิ่งในตัวเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาแต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจอีกแล้ว หากไม่พอใจ... เธอจะพูด หากถูกเข้าใจผิด...เธอจะอธิบาย และหากใครทำร้ายเธอ...เธอจะไม่ยอมเดินหนีทั้งน้ำตาเหมือนเมื่อก่อน---เช้าวันหนึ่งพิมพ์ดาวกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะพ่อมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มออกมา“ช่วงนี้ดาวดูสดใสขึ้นนะ”พิมพ์ดาวยิ้ม“หนูคิดว่าถ้าเอาแต่เสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ”พ่อชะงัก เขามองลูกสาวด้วยแววตาภูมิใจ“ลูกโตขึ้นมากจริง ๆ”พิมพ์ดาวหัวเราะเบา ๆ“หนูแค่เรียนรู้ว่าต้องรักตัวเองค่ะ”คำพูดนั้นทำให้ภาคินที่นั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้นมองเธอเขาไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม---หลังรับประทานอาหาร ภาคินเดินตามพิมพ์ดาวออกมาที่สวน“ดาว”หญิงสาวหันกลับมา“คะ?”“ช่วงนี้เธอดูเปลี่ยนไป”พิมพ์ดาวยิ้ม“เปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดีคะ?”“ดี”ภาคินตอบทันที“ดีมาก”เธอ







