공유

เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต
เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต
작가: ชิงชิง

บทที่ 1

작가: ชิงชิง
“ประธานเฉิงละก็ อย่าล้อเล่นสิคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณมีข่าวฉาวไม่ซ้ำหน้า ผู้หญิงคนไหนคุณก็เล่นด้วยได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่คุณนายเฉิงที่คุณแต่งเข้าบ้านมาได้ปีเดียวนั่นแหละ ที่ถูกคุณทิ้งขว้างให้อยู่คนเดียวอย่างเย็นชา”

หลินลู่ยืนมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ลมหายใจเริ่มติดขัดและหนักอึ้ง

มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า ทุกคำพูดที่เฉิงอวี่เซินเอ่ยออกมา... คือเรื่องจริง

ในอดีต เขาคือเดือนมหาลัยชื่อดังของมหาวิทยาลัย A

ใคร ๆ ต่างบอกว่าเขาจีบยากแสนยาก เขามักจะปฏิเสธคำบอกรักของผู้หญิงทุกคนเสมอ แต่เธอกลับไม่เชื่อในคำร่ำลือนั้น เธอตื๊อเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุดก็คว้าหัวใจเขามาครองได้สำเร็จ

ใครต่อใครบอกว่าเขาเป็นดอกไม้บนยอดเขาสูงแต่มีเพียงเธอที่รู้ว่า เมื่อเขายอมก้าวลงจากแท่นบูชามาหาเธอแล้ว เขาเป็นคนที่รักใคร่และทุ่มเทให้ได้มากขนาดไหน

ตอนแรกเป็นเธอที่วิ่งตามเขา แต่หลังจากนั้น กลับกลายเป็นเขาที่รักเธอมากกว่า และขาดเธอไม่ได้ยิ่งกว่าใคร

เพื่อจะซื้อสร้อยคอเส้นที่เธอชอบ เขาต้องสวมชุดมาสคอตหนาหนักยืนแจกใบปลิวท่ามกลางแดดจ้าตลอดทั้งวัน

เพื่อจะจัดงานวันเกิดให้เธออย่างสมเกียรติ เขาทำงานพิเศษวันละ 5 แห่งจนเกือบจะเป็นลมล้มพับในร้านอาหาร

หน้าหนาวเธอขี้เกียจตื่นเช้า เขาก็จะไปซื้ออาหารเช้าที่โรงอาหารแล้วซุกไว้ในอกเสื้อเพื่อรักษาความอบอุ่น ยืนรอที่หน้าหอพักหญิงได้เป็นชั่วโมง ๆ

เขารักเธอมาก รักเสียจนยอมทิ้งได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรีและชีวิตของตัวเอง

แต่เธอกลับบอกเลิกเขาอย่างไม่แยแส

ในวันนั้น เด็กหนุ่มผู้หยิ่งทนงยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แต่มือกลับยึดชายเสื้อเธอไว้แน่นไม่ยอมให้จากไป: “ลู่ลู่ อย่าเลิกกับผมเลยนะ อะไรที่คุณต้องการผมจะหามาให้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะหามาให้...”

“ผมรักคุณ ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

แต่ไม่ว่าเขาจะอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาเพียงใด เธอก็ยังคงสลัดมือเขาออกอย่างเด็ดขาด

นั่นคือถ้อยคำที่ไร้เยื่อใยที่สุดที่เธอเคยพูดมาในชีวิต

“เฉิงอวี่เซิน ตอนนี้คุณจนขนาดนี้ ต้องพยายามอีกนานแค่ไหนถึงจะให้สิ่งที่ฉันต้องการได้? เกรงว่าถึงตอนนั้นฉันคงแก่หง่อมจนขยับตัวไม่ไหวแล้วมั้ง?”

“คุณรู้ไหมว่าฉันต้องการอะไร? ฉันต้องการเสื้อผ้าแบรนด์เนมให้ใส่ไม่ซ้ำ ฉันต้องการมีรถหรูรับส่งทุกวัน ฉันต้องการซื้อของโดยที่ไม่ต้องหันไปมองป้ายราคา!”

“อยู่กับคุณ แม้แต่จะกินข้าวสักมื้อยังต้องกระเบียดกระเสียร ฉันเบื่อชีวิตแบบนี้เต็มทนแล้ว!”

“ความรักมันจะมีประโยชน์อะไร? ก็แค่ของไร้ค่าเท่านั้นแหละ”

เธอเดินกางร่มจากไป ปล่อยให้เขาล้มพับหมดสติไปท่ามกลางสายฝนในคืนนั้น

การเลิกราครั้งนั้น แทบจะพรากเอาครึ่งชีวิตของเขาไป

เพียงแต่เธอไม่คาดคิดว่าโชคชะตาจะพลิกผัน โชคดีของเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้

เวลาเพียงสามปี เขาก็พลิกโฉมจากนักศึกษาผู้ยากไร้ ก้าวขึ้นเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองเป่ยอัน

และสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากประสบความสำเร็จ คือการใช้อำนาจบังคับให้เธอแต่งงานกับเขา

หนึ่งปีหลังแต่งงาน ผู้หญิงข้างกายเขาเปลี่ยนหน้าไปราวกับสายน้ำ ไม่ว่าจะสวยเฉี่ยวหรืออ่อนหวาน เขามักจะพาพวกเธอกลับบ้าน เพื่อลองหยั่งเชิงปฏิกิริยาของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

ทว่าเธอกลับยังคงสงบนิ่งเสมอมา

เพราะเดิมที เธอก็เหลือเวลาให้มีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

ในตอนนี้ เธอก็ยังคงสงบนิ่งเช่นเคย ทำเหมือนมองไม่เห็นสิ่งใด แล้วเดินกลับห้องไปอย่างเงียบเชียบ

เพิ่งนอนลงบนเตียง แมวตัวเล็กในห้องก็รีบวิ่งออกมาทันที และวนรอบข้างเท้าเธออย่างไม่หยุด

มันชื่อตุนตุน ในช่วงเวลาที่แต่งงานกับเขา มีเพียงตุนตุนเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนเธอ

เฉิงอวี่เซินไม่ค่อยกลับบ้าน และต่อให้กลับมา เขาก็มักจะพาผู้หญิงต่างๆมาแสดงบทรักกันต่อหน้าเธอ

หลินลู่ลูบหัวแมวน้อยด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง

เธอฝืนประคองร่างไปอาบน้ำจนเสร็จ ก่อนจะทนไม่ไหวอีกต่อไปและล้มตัวลงบนเตียง

เธอคล้ายกับตกอยู่ในความฝัน ในฝันนั้นเธอย้อนกลับไปในวันที่เลิกรากัน เธอเดินตากฝนกลับบ้านเพียงลำพัง นั่งทรุดตัวลงกอดเข่าร้องไห้อย่างหนักราวกับหัวใจจะแตกสลาย

เป็นแม่ที่วิ่งออกมาจากบ้านเพื่อสวมกอดเธอเอาไว้ “ลู่ลู่ลูกรักของแม่ อดทนไว้เถอะนะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป”

“อวี่เซินเป็นเด็กดี เราจะไปเป็นตัวถ่วงทำลายอนาคตเขาทั้งชีวิตไม่ได้”

เธอจะไม่รู้ได้อย่างไร แม่ของเธอกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง และที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือมันเป็นโรคทางพันธุกรรมซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ทั้งคุณยายและคุณป้าของเธอต่างก็จากไปด้วยโรคนี้ทั้งสิ้น

ในช่วงที่อาการของแม่เริ่มทรุดหนัก เธอก็ไปตรวจร่างกายเช่นกัน โชคชะตาช่างไม่ยุติธรรม เธอยังอายุน้อยเพียงนี้ แต่อาการกลับลุกลามเข้าสู่ระยะกลางถึงระยะสุดท้ายเสียแล้ว

เส้นทางชีวิตของเฉิงอวี่เซินยังอีกยาวไกล เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น เขายังมีอนาคตที่สดใสรออยู่

เธอไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ขนาดนั้น เธอจะยอมให้เขาต้องมาแบกรับความทุกข์ทรมานร่วมกับเธอไม่ได้

เธอจึงเลือกที่จะโกหก บอกว่าเธอหลงใหลในความฟุ้งเฟ้อ บอกว่าเธอไม่ได้รักเขา แล้วจากมาอย่างเด็ดขาด

เธอเพียงต้องการหาสถานที่ที่เงียบสงบและสวยงามสักแห่ง เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ และจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว

แต่เธอกลับคาดไม่ถึงว่า หลายปีต่อมาเธอจะต้องกลับมาพัวพันกับเขาอีกครั้ง ซ้ำยังถูกเขาบีบบังคับให้แต่งงานเข้าบ้าน

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงครวญครางจากด้านนอกก็เงียบหายไปแล้ว

ดูท่าทางเฉิงอวี่เซินคงจะพาผู้หญิงคนนั้นออกไปข้างนอกแล้ว

นี่คือวิธีจัดการตามแบบฉบับของเขา เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ หลังจากเสร็จเรื่องเขาก็จะพาสาว ๆ ไปซื้อของตามใจอยาก ซื้อเสร็จก็เขี่ยทิ้งทันที แล้ววันถัดมาเขาก็จะพาผู้หญิงคนใหม่กลับมาอีก

เขามักจะพูดเสมอว่า “หลินลู่ ผมมีเวลาเหลือเฟือ ผมจะใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ทรมานกับคุณไปจนตายกันไปข้างหนึ่ง”

ทว่า เฉิงอวี่เซินคะ

ฉันเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ฉันไม่มีคำว่าทั้งชีวิตให้คุณอีกต่อไปแล้ว

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 25

    เฉิงอวี่เซินกุมมือหลินลู่ไว้โดยไม่ลังเล เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็งไปให้เธอ: “ลองเชื่อใจผมดูสักครั้งได้ไหม? ตอนนี้ผมเริ่มลงทุนในการวิจัยยาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเห็นผลลัพธ์ คุณเชื่อใจผมนะ?”“หากผ่านไปหลายปีแล้ว อาการป่วยของคุณยังคงทรุดลง ผมก็จะทำตัวเองให้น่าเกลียดตามไปด้วย และเมื่อถึงวันที่คุณจากไป ผมก็จะตามคุณไปในทันที” เฉิงอวี่เซินคลี่ยิ้มบาง ๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักคุณ รักมากจนยอมตายแทนคุณได้” เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดหลินลู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หลินลู่กลอกตาไปมาอย่างซุกซน พลางแสร้งพูดประชดว่า: “ถ้าคุณขี้เหร่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ชอบคุณแล้วล่ะ” “ต่อให้ผมจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมก็จะตามเกาะติดคุณเป็นตังเมเลย” เฉิงอวี่เซินรีบสำทับ มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า สิ่งที่หลินลู่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นั้นคือการพูดประชดประชันในเชิงหยอกล้อ หลินลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอคีบอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ “เฉิงอวี่เซิน ฉันจริงจังนะ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน?” หลินลู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉิงอวี่เซินด้วยความจริงจังอย่างท

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 24

    เด็กสาวที่กองอยู่บนพื้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชวีเสี่ยวเสวี่ยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลินลู่หลายส่วน ในชาตินี้ ชวีเสี่ยวเสวี่ยเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เมื่อขาดการสนับสนุนและคุ้มครองจากเฉิงอวี่เซิน เธอจึงไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่ควรจะเป็น ฐานะทางบ้านของเธอย่ำแย่เกินไป ลำพังแค่จะส่งเสียให้เรียนจบมัธยมปลายยังแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลย ผิดกับในชาติก่อนที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยขยันทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน จนในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และนั่นคือตอนที่เฉิงอวี่เซินมาพบเธอเข้า จนทำให้เธอได้มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล ทว่าในชาตินี้ เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจึงถูกคนเลือกตัวไว้ล่วงหน้า และรอจังหวะที่จะถูกส่งตัวไปประเคนตรงหน้าเฉิงอวี่เซิน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เฉิงอวี่เซินกลับไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังเดินหนีออกมาเสียดื้อ ๆ เฉิงอวี่เซินผละออกมาเพื่อไปตามนัดของหลินลู่ แต่ชวีเสี่ยวเสวี่ยไม่อาจยอมปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องวิ่งตามเฉิงอวี่เซินไปภายใต้การบีบบังคับของเจ้านาย เฉิงอวี่เซินเพิ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 23

    หลินลู่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่สองที ราวกับตุนตุนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หลินลู่มีให้ มันร้องเหมียวอ้อนอย่างแสนหวาน ทั้งยังยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะ ๆ นวด ๆ บนใบหน้าของเธอเบา ๆ หลินลู่ดีใจสุดซึ้ง รีบหิ้วตุนตุนกับกล่องกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เธอโอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้ ในใจรู้ดีว่านอกจากเฉิงอวี่เซินแล้ว คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ หลินลู่เข้าใจดีว่า นี่คือวิธีที่เฉิงอวี่เซินกำลังบอกกับเธอเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะนะ ครั้งนี้เราจะเลี้ยงตุนตุนให้โตไปด้วยกัน”ทว่าภาพจำเกี่ยวกับชะตากรรมของตุนตุนในชาติก่อนยังคงติดตา ตราบใดที่เฉิงอวี่เซินยังอยู่ข้างกาย หลินลู่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตุนตุนจะต้องมารับเคราะห์ร้ายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกหรือไม่ เธออุ้มแมวน้อยอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจว่าเมื่อเลี้ยงมันให้โตกว่านี้อีกสักหน่อย จะหาคนที่ไว้ใจได้มารับเลี้ยงมันไป หากอยู่ข้างกายเธอ ไม่รู้ว่าวันไหนมันอาจจะต้องเจ็บตัว หรือแม้กระทั่งตัวเธอเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปจนสิ้นอายุขัยได้ไหม สู้ไม่เลี้ยงเสียตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า หลินลู่โอบอุ้มแมวน้อยที่แสนเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 22

    หลังจากผ่านเหตุการณ์เรื่องยาจีนมาด้วยกัน กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างหลินลู่และเฉิงอวี่เซินดูเหมือนจะทลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเขา หลินลู่ก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่า... เฉิงอวี่เซิน คุณนี่ช่างรู้วิธีทำให้ฉันใจอ่อนจริง ๆ เฉิงอวี่เซินรับรู้ได้ถึงท่าทีที่โอนอ่อนลงของหญิงสาว เขาจึงถือโอกาสรุกไล่ทันที: “แน่นอน ผมจริงจังที่สุด”“ครั้งนี้ ผมจะส่งมอบทุกอย่างในชีวิตให้คุณเป็นคนดูแล ให้คุณเป็นคนบงการแต่เพียงผู้เดียว” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของหลินลู่ สบประสานสายตาด้วยความสัตย์จริงเต็มเปี่ยม ก่อนจะกล่าวต่อ: “เรื่องราวในชาติก่อน เราลืมมันไปให้หมดดีไหม? ชาตินี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะไม่ปิดบัง และจะไม่โกหกกันอีก”หลินลู่หลบสายตาด้วยความประหม่าและทำตัวไม่ถูก “ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย!” พูดจบ เธอก็รีบย่อตัวมุดหนีจากพันธนาการของเขา แล้วรีบเปิดประตูหนีเข้าบ้านไปด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปราวกับกระต่ายตัวน้อย เฉิงอวี่เซินก็หลุดขำออกมาเบา ๆ แผนเจ็บตัวเรียกความสงสารนี่ได้ผลจริง ๆ ด้วย อย่างน้อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 21

    ข้อความอวดดีที่ส่งมาทำเอาใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นเยียบลงทันตา เขาสามารถไม่ยี่หระต่อเรื่องของตัวเองได้ แต่เขาทนไม่ได้หากใครจะถือวิสาสะพุ่งเป้าไปที่หลินลู่! สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว หลินลู่เปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอที่บอบบางที่สุดของมังกรคลั่งอย่างเขา เพียงถูกแตะต้องเบา ๆ ก็เพียงพอจะทำให้มังกรตัวนี้เสียสติได้แล้ว เฉิงอวี่เซินไม่ได้ตอบกลับข้อความของประธานหวัง แต่กลับสั่งการลงไปเพื่อเริ่มแผนการจัดการอีกฝ่ายทันที เหอะ! ในเมื่อชอบวางยานัก ก็ลองลิ้มรสความรู้สึกของการถูกควบคุมร่างกายไม่ได้ดูบ้างเป็นไง! วันต่อมา ระหว่างทางกลับบ้าน รถของหวังเจียเป่า เกิดยางแตกกะทันหัน และในขณะที่เขาสั่งให้คนขับลงไปเปลี่ยนยาง เขาก็ถูกคนขับรถของตัวเองฟาดจนสลบเหมือด หลังจากสิ้นสติ หวังเจียเป่าถูกกรอกยาในปริมาณที่มากกว่าที่หลินลู่เคยโดนหลายเท่าตัว ก่อนจะถูกแพ็กด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนำไปโยนทิ้งไว้ในย่านคนพเนจร พวกคนจรจัดแกะกล่องออกมาพบเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย จึงพากันรูดทรัพย์สินติดตัวไปจนหมด แล้วโยนเขาทิ้งไว้ข้างร่องน้ำครำ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อหวังเจียเป่าฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็พังยับเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 20

    หลังจากค่ำคืนอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป ในที่สุดหลินลู่ก็ดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าจะเว้นระยะห่างให้เด็ดขาด จะไม่พัวพันกันอีกไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงกลับมาพัวพันกันจนได้? หลินลู่เขกหัวตัวเองเบา ๆ นึกตำหนิที่ตัวเองไม่ระวังตัวและไม่มีความยับยั้งชั่งใจมากพอ เธอรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้น และเริ่มเบี่ยงเบนไปจากแผนการที่เธอเคยวางไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดไว้ดิบดีแล้วว่า หลังจากเรียนจบจะพาแม่ออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ เฉิงอวี่เซินกลับก้าวเข้ามาแทรกแซง และบุกรุกเข้ามาในชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ของเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจขัดขืนได้ ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้หลินลู่รู้สึกกังวลและไม่มั่นคง เธอเดาใจเฉิงอวี่เซินไม่ออก ต่อให้เขาจะพูดออกมาอย่างชัดเจนเพียงใด เธอก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุก็มาจากความรู้สึกต่ำต้อยในใจของเธอเอง หลินลู่ตีกรอบให้ตัวเองไว้แน่นหนาเกินไป เธอรู้สึกด้อยค่าเพราะอาการป่วยของตน ประกอบกับความเย็นชาที่เฉิงอวี่เซ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 4

    ผ่านบานประตูกระจกหนาทึบ หลินลู่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ หัวใจของเฉิงอวี่เซินเต้นระรัวอย่างรุนแรง แม้ในใจจะห่วงใยเธอเพียงใด แต่เขากลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เธอจงใจหลอกลวงเขาเมื่อคืนนั้นผู้หญิงคนนี้... เล่นละครเก่งที่สุด ตอนนี้คิดจะใช้วิธีเดิม ๆ เพื่อเรียกคะแนนความสงสารจากเขาอีกงั้นหรือ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 8

    คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 3

    รถยนต์หรูจอดลงที่หน้าประตูร้านแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ เมื่อเธอเดินเข้าไปจึงพบว่า ทั้งเฉิงอวี่เซินและชวีเสี่ยวเสวี่ยผู้โด่งดังในข่าวลือต่างก็อยู่ที่นี่ ทันทีที่เห็นเธอปรากฏตัว ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินก็พลันฉายแววเย็นชาเขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาภายในร้าน มือข้างหนึ่งโอบไหล่ชวีเสี่ยวเสวี่ยเอาไว้ ก่อนจะปร

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 2

    หลินลู่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักเพื่อพยายามจะหยิบยาออกมาทานแต่ยังไม่ทันที่จะหยิบยาออกมา เธอก็รู้สึกหวานปร่าในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ยาเม็ดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น เธอใช้มือกุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจจะฉีกขาด ทันใดนั้นโทรศัพท์ข้างตัวก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมื

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status