Share

บทที่ 2

Penulis: ชิงชิง
หลินลู่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น เอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักเพื่อพยายามจะหยิบยาออกมาทาน

แต่ยังไม่ทันที่จะหยิบยาออกมา เธอก็รู้สึกหวานปร่าในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต

ยาเม็ดในมือร่วงกระจายเต็มพื้น เธอใช้มือกุมหน้าอกเอาไว้ รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจจะฉีกขาด

ทันใดนั้นโทรศัพท์ข้างตัวก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือไปรับสายด้วยสติที่พร่าเลือน

ปลายสายมีเสียงลมหายใจของเฉิงอวี่เซินแว่วมา เธอตกอยู่ในภวังค์วูบหนึ่ง เหมือนสมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่มีไข้หรือไม่สบาย เธอจะเผลอส่งเสียงร้องไห้อ้อนคนในสายโดยไม่รู้ตัว

“อาเซิน... ฉันเจ็บ...”

“เจ็บเหลือเกิน... ฉันจะเจ็บจนตายอยู่แล้ว…”

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด หลินลู่ถูกใครบางคนเขย่าจนตื่น วินาทีที่ลืมตาขึ้น แววตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนของเฉิงอวี่เซินก็ปะทะเข้ากับสายตาเธอ

“ลู่ลู่ คุณเป็นอะไรไป? เจ็บตรงไหน?”

เธอค่อย ๆ เบือนหน้าไปมอง บนโต๊ะข้างเตียงมีกล่องขนมโมจิวางอยู่ กล่องนั้นดูเหมือนจะตกลงพื้นจนบุบบี้เพราะความรีบร้อน และยังมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่เต็มไปหมด

เมื่อก่อนของว่างที่เธอโปรดปรานที่สุดคือโมจิ ทุกครั้งที่เธอป่วยและทรมาน เธอจะอยากกินแค่สิ่งนี้ และไม่ว่าร้านจะไกลแค่ไหน เฉิงอวี่เซินก็จะไปยืนต่อแถวซื้อมาวางตรงหน้าเธอเสมอ

จนถึงวินาทีนี้ เธอถึงได้ตระหนักว่า โทรศัพท์สายเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน

เฉิงอวี่เซินโอบกอดเธอไว้ แววตาของเขาฉายแววลนลานและหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่สุ้มเสียงยังสั่นเครือ

“ลู่ลู่ คุณเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงกระอักเลือดออกมา?”

หลินลู่มองชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูต่างไปจากความเย็นชาในยามปกติ หัวใจของเธอพลันสั่นสะท้าน เธอสะกดกลั้นความอาลัยอาวรณ์ในใจ ใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออกไป แล้วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

“เฉิงอวี่เซิน คุณไม่ได้อยู่กับคนอื่นหรอกเหรอ ทำไมฉันแค่เล่นละครนิดเดียว คุณก็รีบแจ้นกลับมาหาล่ะ? นี่ไม่ใช่เลือดสักหน่อย มันคือซอสมะเขือเทศต่างหาก!”

“ดูสิ ขนาดตอนนี้แล้วคุณยังอุตส่าห์ดั้นด้นไปซื้อโมจิที่ฉันชอบมาให้อีก ผ่านมาตั้งหลายปี คุณยังแสดงละครว่าเกลียดฉันได้ไม่แนบเนียนเลย”

“คุณน่ะเหมือนหมาไม่มีผิด พอฉันกวักมือเรียกคุณก็วิ่งมา ทำตัวไร้ค่าขนาดนี้ ไม่สมเพชตัวเองบ้างเหรอ?”

เธอหัวเราะไปเรื่อย ๆ หัวเราะจนน้ำตาไหลพรากออกมา

เมื่อเห็นทุกอย่างตรงหน้า ในที่สุดเฉิงอวี่เซินก็ดึงสติกลับมาได้ เขาคว้ากล่องโมจิข้างตัวขว้างลงบนพื้นอย่างแรง ความโกรธแค้นในดวงตาลุกโชนราวกับเปลวเพลิง

“หลินลู่ นี่คุณปั่นหัวผมเหรอ?

หลินลู่ยิ้มพลางมองเขา: “ใช่ ฉันหลอกคุณแล้วจะทำไมล่ะ? คุณเองก็ปั่นหัวฉันอยู่ทุกวัน ฉันก็แค่ตอบแทนกลับไปตามมารยาท ไม่ถือว่าเกินไปหรอกจริงไหม?”

ใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นชาถึงขีดสุด เขาพุ่งเข้าไปผลักเธอลงแล้วกดร่างไว้บนเตียงแน่น ก่อนจะขบกัดลงบนลำคอของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้าน

“ใช่! ผมมันโง่ทำตัวไร้ค่าเอง!”

“ผมดันคิดว่าคุณยอมลดตัวลงมาง้อผมแล้ว ที่แท้คุณก็แค่ผู้หญิงหิวเงินคนหนึ่ง ผมยังจะไปหวังอะไรกับคนอย่างคุณอีก!”

เขาคลุ้มคลั่งด้วยความโกรธจัด ขณะที่กำลังจะซุกใบหน้าลงมาจูบเธออย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เจ้าตุนตุนก็กระโดดขึ้นมาบนเตียงแล้วข่วนเข้าที่แขนของเขาอย่างจัง

ความเจ็บแปลบทำให้เขาดึงสติกลับมาได้ เขาผลักเธอออกห่างอย่างแรง ยืนหอบหายใจเพื่อระงับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดตัวขึ้นด้วยท่าทีเย็นชาและเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง

ลับหลังเขา หลินลู่โอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้พลางคุดคู้ร้องไห้อยู่ที่หัวเตียงจนตัวโยน

หลังจากวันนั้น เขาหายหน้าไปนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่หลินลู่ต้องการ

ร่างกายของเธอทรุดโทรมลงทุกวัน อาการกระอักเลือดเริ่มบ่อยขึ้นจนไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาอธิบายหากเขาพบเห็นเข้า

เพื่อไม่ให้เฉิงอวี่เซินสงสัย เธอจึงต้องไปโรงพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดแทบจะทุกวัน

วันหนึ่ง ขณะที่กำลังจะกลับจากโรงพยาบาล เฉิงอวี่เซินกลับส่งคนขับรถมารับเธอบอกว่าจะพาไปที่แห่งหนึ่ง

หลินลู่ก้าวขึ้นรถอย่างว่าง่าย เธอชินเสียแล้วกับวงจรแบบนี้ คงไม่พ้นเรื่องที่เขาหาผู้หญิงคนใหม่มา แล้วจงใจพาเธอไปเพื่อเหยียดหยามตอกย้ำความเจ็บปวด

ระหว่างทาง คนขับรถลอบมองหลินลู่ที่ใบหน้าซีดเผือดและถุงยาจากโรงพยาบาลในมือ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความสงสาร

“คุณหลินครับ คุณไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”

เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางส่ายหน้าช้า ๆ อย่างราบเรียบ

คนขับรถถอนหายใจ เขาติดตามเฉิงอวี่เซินมานานหลายปี รับส่งหลินลู่มานับครั้งไม่ถ้วนย่อมพอจะรู้เรื่องราวระหว่างทั้งคู่มาบ้าง

แรกเริ่มเขาเคียดแค้นว่าผู้หญิงคนนี้ช่างน่าชังนัก แต่พอได้อยู่ใกล้ชิดนานวันเข้า เห็นเธอถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็กลับรู้สึกเวทนา

เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่า เหมือนเธอกำลังกุมความลับบางอย่างไว้คนเดียว

“ผู้หญิงที่ประธานเฉิงพามาอยู่ข้างกายครั้งนี้เป็นนักศึกษาครับ เขาดูปฏิบัติกับเธอต่างจากคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา”

แต่หลินลู่ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความเฉยเมย ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอเลย

เขาอดไม่ได้ที่จะเตือนสติ: “คุณหลินครับ ครั้งนี้ประธานเฉิงเอาจริงแน่ เขาดีกับคุณหนูชวีมาก ถึงขั้นให้มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ใครก็ห้ามว่าเธอแม้แต่คำเดียว”

“หลายปีมานี้ ผู้หญิงข้างตัวเขาไม่เคยมีใครอยู่ได้เกินวัน แต่คุณหนูชวีคนนี้อยู่มาครบอาทิตย์แล้วนะครับ”

“คุณหลิน ยังไงคุณก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของประธานเฉิง ใส่ใจเรื่องนี้หน่อยเถอะครับ”

หลินลู่ได้แต่ยิ้มขื่นอย่างอัดอั้นในใจ ชีวิตเธอเหลือเวลาอีกเพียงน้อยนิด จะมีอะไรให้ต้องกอบกู้อีก?

มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอแค่ต้องสวมบทบาทผู้หญิงเห็นแก่เงินให้แนบเนียนที่สุด เพื่อให้เขาเกลียดเธอเข้าไส้ ในช่วงเดือนสุดท้ายของชีวิตเธอก็พอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 25

    เฉิงอวี่เซินกุมมือหลินลู่ไว้โดยไม่ลังเล เพื่อส่งผ่านความเข้มแข็งไปให้เธอ: “ลองเชื่อใจผมดูสักครั้งได้ไหม? ตอนนี้ผมเริ่มลงทุนในการวิจัยยาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจะต้องเห็นผลลัพธ์ คุณเชื่อใจผมนะ?”“หากผ่านไปหลายปีแล้ว อาการป่วยของคุณยังคงทรุดลง ผมก็จะทำตัวเองให้น่าเกลียดตามไปด้วย และเมื่อถึงวันที่คุณจากไป ผมก็จะตามคุณไปในทันที” เฉิงอวี่เซินคลี่ยิ้มบาง ๆ “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ผมเคยบอกแล้วว่าผมรักคุณ รักมากจนยอมตายแทนคุณได้” เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดหลินลู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา หลินลู่กลอกตาไปมาอย่างซุกซน พลางแสร้งพูดประชดว่า: “ถ้าคุณขี้เหร่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ฉันก็ไม่ชอบคุณแล้วล่ะ” “ต่อให้ผมจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมก็จะตามเกาะติดคุณเป็นตังเมเลย” เฉิงอวี่เซินรีบสำทับ มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้ดีว่า สิ่งที่หลินลู่เพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่นั้นคือการพูดประชดประชันในเชิงหยอกล้อ หลินลู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอคีบอาหารเข้าปากอย่างเป็นธรรมชาติ “เฉิงอวี่เซิน ฉันจริงจังนะ คุณแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน?” หลินลู่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเฉิงอวี่เซินด้วยความจริงจังอย่างท

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 24

    เด็กสาวที่กองอยู่บนพื้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชวีเสี่ยวเสวี่ยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับหลินลู่หลายส่วน ในชาตินี้ ชวีเสี่ยวเสวี่ยเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เมื่อขาดการสนับสนุนและคุ้มครองจากเฉิงอวี่เซิน เธอจึงไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่ควรจะเป็น ฐานะทางบ้านของเธอย่ำแย่เกินไป ลำพังแค่จะส่งเสียให้เรียนจบมัธยมปลายยังแทบไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลย ผิดกับในชาติก่อนที่ชวีเสี่ยวเสวี่ยขยันทำงานพิเศษควบคู่ไปกับการเรียน จนในที่สุดก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และนั่นคือตอนที่เฉิงอวี่เซินมาพบเธอเข้า จนทำให้เธอได้มีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล ทว่าในชาตินี้ เพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ เธอจึงถูกคนเลือกตัวไว้ล่วงหน้า และรอจังหวะที่จะถูกส่งตัวไปประเคนตรงหน้าเฉิงอวี่เซิน แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เฉิงอวี่เซินกลับไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ซ้ำยังเดินหนีออกมาเสียดื้อ ๆ เฉิงอวี่เซินผละออกมาเพื่อไปตามนัดของหลินลู่ แต่ชวีเสี่ยวเสวี่ยไม่อาจยอมปล่อยให้เขาจากไปแบบนี้ได้ เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องวิ่งตามเฉิงอวี่เซินไปภายใต้การบีบบังคับของเจ้านาย เฉิงอวี่เซินเพิ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 23

    หลินลู่ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เธออุ้มเจ้าแมวน้อยขึ้นมาหอมฟอดใหญ่สองที ราวกับตุนตุนจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หลินลู่มีให้ มันร้องเหมียวอ้อนอย่างแสนหวาน ทั้งยังยกอุ้งเท้าเล็ก ๆ ขึ้นมาแตะ ๆ นวด ๆ บนใบหน้าของเธอเบา ๆ หลินลู่ดีใจสุดซึ้ง รีบหิ้วตุนตุนกับกล่องกลับบ้านด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน เธอโอบกอดเจ้าแมวน้อยไว้ ในใจรู้ดีว่านอกจากเฉิงอวี่เซินแล้ว คงไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้ หลินลู่เข้าใจดีว่า นี่คือวิธีที่เฉิงอวี่เซินกำลังบอกกับเธอเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะนะ ครั้งนี้เราจะเลี้ยงตุนตุนให้โตไปด้วยกัน”ทว่าภาพจำเกี่ยวกับชะตากรรมของตุนตุนในชาติก่อนยังคงติดตา ตราบใดที่เฉิงอวี่เซินยังอยู่ข้างกาย หลินลู่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตุนตุนจะต้องมารับเคราะห์ร้ายโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกหรือไม่ เธออุ้มแมวน้อยอยู่นานแสนนาน ก่อนจะตัดสินใจว่าเมื่อเลี้ยงมันให้โตกว่านี้อีกสักหน่อย จะหาคนที่ไว้ใจได้มารับเลี้ยงมันไป หากอยู่ข้างกายเธอ ไม่รู้ว่าวันไหนมันอาจจะต้องเจ็บตัว หรือแม้กระทั่งตัวเธอเองที่เป็นเจ้าของก็ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ดูแลมันไปจนสิ้นอายุขัยได้ไหม สู้ไม่เลี้ยงเสียตั้งแต่แรกยังจะดีกว่า หลินลู่โอบอุ้มแมวน้อยที่แสนเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 22

    หลังจากผ่านเหตุการณ์เรื่องยาจีนมาด้วยกัน กำแพงที่เคยขวางกั้นระหว่างหลินลู่และเฉิงอวี่เซินดูเหมือนจะทลายลงไปหลายส่วนอย่างไม่รู้ตัว เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวไร้สีเลือดของเขา หลินลู่ก็ได้แต่ลอบคิดในใจว่า... เฉิงอวี่เซิน คุณนี่ช่างรู้วิธีทำให้ฉันใจอ่อนจริง ๆ เฉิงอวี่เซินรับรู้ได้ถึงท่าทีที่โอนอ่อนลงของหญิงสาว เขาจึงถือโอกาสรุกไล่ทันที: “แน่นอน ผมจริงจังที่สุด”“ครั้งนี้ ผมจะส่งมอบทุกอย่างในชีวิตให้คุณเป็นคนดูแล ให้คุณเป็นคนบงการแต่เพียงผู้เดียว” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกับหน้าผากของหลินลู่ สบประสานสายตาด้วยความสัตย์จริงเต็มเปี่ยม ก่อนจะกล่าวต่อ: “เรื่องราวในชาติก่อน เราลืมมันไปให้หมดดีไหม? ชาตินี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่ เราจะไม่ปิดบัง และจะไม่โกหกกันอีก”หลินลู่หลบสายตาด้วยความประหม่าและทำตัวไม่ถูก “ฉัน... ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย!” พูดจบ เธอก็รีบย่อตัวมุดหนีจากพันธนาการของเขา แล้วรีบเปิดประตูหนีเข้าบ้านไปด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมองตามแผ่นหลังที่วิ่งหนีไปราวกับกระต่ายตัวน้อย เฉิงอวี่เซินก็หลุดขำออกมาเบา ๆ แผนเจ็บตัวเรียกความสงสารนี่ได้ผลจริง ๆ ด้วย อย่างน้อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 21

    ข้อความอวดดีที่ส่งมาทำเอาใบหน้าของเฉิงอวี่เซินเย็นเยียบลงทันตา เขาสามารถไม่ยี่หระต่อเรื่องของตัวเองได้ แต่เขาทนไม่ได้หากใครจะถือวิสาสะพุ่งเป้าไปที่หลินลู่! สำหรับเฉิงอวี่เซินแล้ว หลินลู่เปรียบเสมือนเกล็ดใต้คอที่บอบบางที่สุดของมังกรคลั่งอย่างเขา เพียงถูกแตะต้องเบา ๆ ก็เพียงพอจะทำให้มังกรตัวนี้เสียสติได้แล้ว เฉิงอวี่เซินไม่ได้ตอบกลับข้อความของประธานหวัง แต่กลับสั่งการลงไปเพื่อเริ่มแผนการจัดการอีกฝ่ายทันที เหอะ! ในเมื่อชอบวางยานัก ก็ลองลิ้มรสความรู้สึกของการถูกควบคุมร่างกายไม่ได้ดูบ้างเป็นไง! วันต่อมา ระหว่างทางกลับบ้าน รถของหวังเจียเป่า เกิดยางแตกกะทันหัน และในขณะที่เขาสั่งให้คนขับลงไปเปลี่ยนยาง เขาก็ถูกคนขับรถของตัวเองฟาดจนสลบเหมือด หลังจากสิ้นสติ หวังเจียเป่าถูกกรอกยาในปริมาณที่มากกว่าที่หลินลู่เคยโดนหลายเท่าตัว ก่อนจะถูกแพ็กด้วยวิธีเดียวกัน แล้วนำไปโยนทิ้งไว้ในย่านคนพเนจร พวกคนจรจัดแกะกล่องออกมาพบเพียงชายวัยกลางคนพุงพลุ้ย จึงพากันรูดทรัพย์สินติดตัวไปจนหมด แล้วโยนเขาทิ้งไว้ข้างร่องน้ำครำ ปล่อยให้ฤทธิ์ยาทำหน้าที่ของมันไป เมื่อหวังเจียเป่าฟื้นขึ้นมา ร่างกายของเขาก็พังยับเ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 20

    หลังจากค่ำคืนอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป ในที่สุดหลินลู่ก็ดึงสติที่หลุดลอยไปกลับคืนมาได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้? เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน? ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าจะเว้นระยะห่างให้เด็ดขาด จะไม่พัวพันกันอีกไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงกลับมาพัวพันกันจนได้? หลินลู่เขกหัวตัวเองเบา ๆ นึกตำหนิที่ตัวเองไม่ระวังตัวและไม่มีความยับยั้งชั่งใจมากพอ เธอรู้สึกเพียงว่าเรื่องราวยิ่งวุ่นวายมากขึ้น และเริ่มเบี่ยงเบนไปจากแผนการที่เธอเคยวางไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอคิดไว้ดิบดีแล้วว่า หลังจากเรียนจบจะพาแม่ออกไปท่องเที่ยวดูโลกกว้างให้ได้มากที่สุดในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ แต่ตอนนี้ เฉิงอวี่เซินกลับก้าวเข้ามาแทรกแซง และบุกรุกเข้ามาในชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้ของเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจขัดขืนได้ ประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้หลินลู่รู้สึกกังวลและไม่มั่นคง เธอเดาใจเฉิงอวี่เซินไม่ออก ต่อให้เขาจะพูดออกมาอย่างชัดเจนเพียงใด เธอก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว สาเหตุก็มาจากความรู้สึกต่ำต้อยในใจของเธอเอง หลินลู่ตีกรอบให้ตัวเองไว้แน่นหนาเกินไป เธอรู้สึกด้อยค่าเพราะอาการป่วยของตน ประกอบกับความเย็นชาที่เฉิงอวี่เซ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 8

    คำตอบของคำถามนี้ แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความเลย หากเธอตั้งใจแต่แรกว่าจะทำให้เฉิงอวี่เซินเจ็บปวด และฉุดรั้งเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นเหวไปพร้อมกับเธอละก็ ในตอนนั้น เขาคงไม่มีทางบอกเลิกกับเธอหรอก บางที... ตอนนี้อาจถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เวลานี้คือช่วงที่เฉิงอวี่เซินเกลียดชังเธอถึงขีดสุด ดังนั้น ต่อ

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 7

    เจ้าแมวตัวนี้พวกเขาเก็บมาเลี้ยงด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ยังรักกันดีตอนที่พบมันครั้งแรก มันอายุยังไม่ถึงสามเดือนเสียด้วยซ้ำ ทั้งผอมโซและตัวเล็กจ้อย พวกเขาช่วยกันอาบน้ำ ชงนมแพะให้มันกิน ประคบประหงมเลี้ยงดูจนมันเติบโตมาจนอ้วนท้วนสมบูรณ์น่ารักอย่างในวันนี้ ในตอนนั้น เฉิงอวี่เซินเคยบอกว่า เมื่

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 6

    กว่าจะจัดการอาบน้ำให้เธอจนเสร็จ หลินลู่ก็ตัวเปียกปอนไปหมดทั้งร่าง ชวีเสี่ยวเสวี่ยจงใจหาเรื่องรังแกเธอชัด ๆ เดี๋ยวก็บ่นว่าน้ำเย็นไป เดี๋ยวก็ว่าน้ำร้อนเกินไป ไม่ใช้ให้ไปรินน้ำชา ก็จะเรียกกินผลไม้ แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องอะไร หลินลู่ก็ยอมก้มหน้าก้มตาทำตามแต่โดยดีโดยไม่ปริปากบ่น ความอ่อนแอที่ดู

  • เมื่อรักนั้น ยาวนานกว่าชีวิต   บทที่ 5

    สายน้ำจากก๊อกยังคงไหลรินไม่ขาดสาย หลินลู่มองหลังมือของตนที่ถูกลวกจนแดงก่ำ หยาดน้ำตาเม็ดโตพรั่งพรูลงมาอย่างต่อเนื่อง เธอจะมานั่งเสียใจทำไมกัน ในเมื่อผลลัพธ์แบบนี้ไม่ใช่หรือที่เธอต้องการ? ต่อให้เธอตายลงตรงหน้าเขา เขาก็คงไม่หลั่งน้ำตาให้สักหยด นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็นมาตั้งแต่ต้น เธอควรจะรู้ส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status