Partager

บทที่ 4

Auteur: ทานตะวัน
หลังจากรู้ว่าเสิ่นโย่วหนิงฟื้นแล้ว ในที่สุดลู่ซือเฉินก็ยอมทำสีหน้าดีๆ ใส่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้าง

เขาจดบันทึกข้อควรระวังที่หมอกำชับไว้อย่างละเอียดลงในเมมโม และสอบถามหมอซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบจนแน่ใจว่าเสิ่นโย่วหนิงไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ถึงได้วางใจพาเธอไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล

ลู่ซือเฉินขับรถไปพลาง ดูเหมือนอารมณ์จะดีมาก

“โย่วหนิง เมื่อสองวันก่อนผู้ช่วยบอกว่าชุดแต่งงานของคุณตัดเสร็จแล้ว พวกเราไปลองชุดกันเถอะ”

แต่เสิ่นโย่วหนิงกลับไม่มีอารมณ์ร่วม เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองอย่างเรียบเฉย หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดก็เอ่ยปากตอบเบาๆ ว่า

“เอาสิ”

พอได้รับคำอนุญาต รอยยิ้มของลู่ซือเฉินก็กว้างขึ้น เท้าก็ค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว

“ผมอยากเห็นคุณใส่ชุดแต่งงานมาตลอด แถมวันนี้ดีไซเนอร์จะอยู่เมืองไห่เฉิงเป็นวันสุดท้าย ถ้ามีตรงไหนไม่พอดีจะได้ให้เขาแก้ให้เลย”

“โย่วหนิง อีกไม่ถึงเดือนผมก็จะได้แต่งงานกับคุณแล้ว ในที่สุดเรื่องของเราก็ลงเอยด้วยดีสักที”

เขาพูดเองเออเองอยู่คนเดียว บางครั้งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความตื้นตัน

ส่วนเสิ่นโย่วหนิงได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเงียบๆ แม้แต่จะแสร้งยิ้มเธอยังทำไม่ไหว

เธออยากรู้เหลือเกินว่า

ลู่ซือเฉิน คุณมีความสุขจริงๆ เหรอ? คนที่คุณอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยจริงๆ คือฉัน หรือสวีม่านกันแน่?

เสียงเรียกเข้าที่ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเสิ่นโย่วหนิง

ลู่ซือเฉินกดเปิดลำโพงอย่างไม่ใส่ใจนัก “มีอะไร?”

น้ำเสียงของเลขานุการดูร้อนรน “ท่านประธานลู่คะ รีบมาบริษัทด่วนเลยค่ะ คุณสวีเจอปัญหาใหญ่แล้ว”

สีหน้าของลู่ซือเฉินเปลี่ยนไปทันที เขาหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนอย่างกะทันหัน แล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังบริษัทด้วยความเร็วสูง

แรงเหวี่ยงทำให้ตัวของเสิ่นโย่วหนิงพุ่งไปข้างหน้า ก่อนจะถูกเข็มขัดนิรภัยรั้งกลับมา แผ่นหลังกระแทกเข้ากับพนักพิงอย่างแรง

เธอรู้สึกเพียงว่าร่างกายที่เพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่เท่าไหร่ เกิดอาการคลื่นไส้พะอืดพะอมขึ้นมาอีกครั้ง

จากเดิมที่ต้องใช้เวลาขับรถครึ่งชั่วโมง ลู่ซือเฉินใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงบริษัท

เขารีบดับเครื่องลงจากรถ แล้วสาวเท้าก้าวเข้าตึกบริษัทโดยไม่หยุดพัก

จนกระทั่งขึ้นมาบนลิฟต์ เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเสิ่นโย่วหนิงที่ยืนอยู่ข้างหลังสีหน้าดูไม่ค่อยดี

“โย่วหนิง คือว่า… บริษัทมีเรื่องด่วนต้องให้ผมจัดการ คุณไปนั่งพักรอผมที่ห้องทำงานก่อนไหม?”

เสิ่นโย่วหนิงหน้าซีดเผือดส่ายหน้าเบาๆ ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก ประตูลิฟต์ก็เปิดออกเสียก่อน

ลู่ซือเฉินไม่สนใจเธออีกต่อไป เขารีบก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องประชุม

ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ก็เห็นสวีม่านกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ กำลังยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงอยู่เพียงลำพัง

ผู้บริหารคนหนึ่งฟาดแฟ้มโครงการของสวีม่านลงบนโต๊ะเสียงดัง

“ถุย! ด็อกเตอร์จบนอกประสาอะไร ผ่านมาตั้งหลายปีไม่เห็นมีผลงานสักชิ้น ก็แค่นกน้อยในกรงทองที่อาศัยบารมีท่านประธานลู่ ตอนนี้มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้พวกเราทำโครงการของคุณ?”

คนอื่นๆ พากันหัวเราะเยาะเบาๆ

“พอได้แล้ว!” เสียงตะคอกด้วยความโกรธดังขัดจังหวะขึ้น

พอเห็นลู่ซือเฉินมา ขอบตาของสวีม่านก็แดงระเรื่อขึ้นทันที

ลู่ซือเฉินโกรธจัด พุ่งเข้าไปดึงสวีม่านมาหลบไว้ด้านหลัง แล้วจ้องมองกลุ่มผู้บริหารด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“สวีม่านเป็นคนที่ผมจ้างมาเอง ถ้ามีอะไรไม่พอใจให้มาลงที่ผม รังแกเด็กใหม่แบบนี้มันเก่งนักหรือไง!”

“อีกอย่าง” เขาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “ใครบอกว่าสวีม่านไม่เคยสร้างผลงาน? สิทธิบัตรที่บริษัทกำลังยื่นขออยู่ล่าสุด ก็เป็นผลงานที่สวีม่านรับผิดชอบดูแลทั้งหมด!”

พอได้ยินแบบนั้น ทุกคนในห้องต่างพากันฮือฮา

เหล่าผู้บริหารหันไปกระซิบกระซาบกัน เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าสวีม่านจะมีผลงานใหญ่โตขนาดนี้

แม้แต่ตัวสวีม่านเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอมองลู่ซือเฉินด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ซือเฉิน คุณ…”

ลู่ซือเฉินส่งสายตาปลอบโยนให้เธอ “วางใจเถอะ ตราบใดที่มีผมอยู่ จะไม่มีใครกล้าดูถูกคุณได้”

เสิ่นโย่วหนิงยืนอยู่ที่หน้าประตู นิ้วมือเกาะขอบประตูไว้แน่นเพื่อพยุงกายไม่ให้ล้มลงไป

เธอคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าโครงการวิจัยลับที่เธออดหลับอดนอนทุ่มเททำมานับไม่ถ้วน

ตอนนี้กลับถูกลู่ซือเฉินยกผลงานไปสวมสิทธิ์ให้สวีม่านหน้าตาเฉย

เธออ้าปากเพิ่งจะเปล่งเสียงออกมาได้แค่คำเดียว ก็ถูกลู่ซือเฉินที่ตาไวรีบดึงตัวออกไปข้างนอกเสียก่อน

“โย่วหนิง ขอโทษนะ สถานการณ์เมื่อกี้คุณก็เห็น ผมจำเป็นต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นถึงจะทำให้เธอยืนหยัดอยู่ในบริษัทได้”

เสิ่นโย่วหนิงถามเสียงแหบพร่า “คุณแน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนี้?”

“มันเป็นแค่แผนแก้ขัดตาทัพ วันหลังผมจะชดเชยให้คุณอย่างดีแน่นอน”

เสิ่นโย่วหนิงฝืนยิ้มทั้งน้ำตา เอ่ยตอบอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ”

ไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะพวกเขาก็คงไม่มีวันข้างหน้าด้วยกันอีกต่อไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 28

    ในที่สุดเสิ่นโย่วหนิงก็ห้ามใจไม่ไหว หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาเธอเปิดอ่านผ่านๆ ไปสองหน้า ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาเธอเริ่มพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอย่างหยุดไม่ได้จนกระทั่งเปิดย้อนไปถึงหน้าแรก หัวใจของเสิ่นโย่วหนิงก็เต้นรัวราวกับกลองศึกเธอคิดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเซี่ยหนานซิง เขาเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธอมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่อายุสิบห้า ปีที่เขาเพิ่งเริ่มเข้าใจความหมายของคำว่ารัก สมุดบันทึกของเขาก็เต็มไปด้วยชื่อของเธอทุกเช้าเขาจะมายืนรอเธอไปโรงเรียนที่หน้าประตูบ้าน ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เขาจะสรรหาข้ออ้างสารพัดเพื่อมาหาเธอนับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเกือบจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจไว้ไม่ไหวแต่เขากลัว กลัวว่าจะถูกปฏิเสธ กลัวว่าสุดท้ายจะมองหน้ากันไม่ติดแม้แต่ในฐานะเพื่อนเขาจึงเลือกที่จะถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสถานะเพื่อนสนิทที่สุดนี้เอาไว้จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอมีแฟน เขาจึงหนีไปเมืองนอกและเมื่อเธอเจ็บช้ำจากความรัก เขาก็เป็นฝ่ายบากหน้าไปหาพ่อแม่เธอ เพื่อขอข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการไปรอรับเธอที่สนามบินในวันที่อยู่บนภูเขาหิมะ เซี่ยหนานซิงอธิษฐานต่อหน้า

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 27

    เนื่องจากเรื่องนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนในโลกออนไลน์อย่างมหาศาล พฤติกรรมการสร้างเรื่องเท็จของสวีม่านจึงกำลังจะถูกตั้งข้อหาและสอบสวนเธอจนตรอกไร้ทางหนี จึงทำได้เพียงบากหน้าไปหาลู่ซือเฉินอีกครั้งเธอคิดเข้าข้างตัวเองว่า ลู่ซือเฉินไม่มีทางที่จะไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่นิดเดียวขอแค่เธอเอาความตายมาขู่ ลู่ซือเฉินจะต้องไม่ยอมเห็นเธอตายแน่ๆแต่ทว่าครั้งนี้ ลู่ซือเฉินกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พบหน้าเขาเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีสวีม่านสติแตกโดยสมบูรณ์ทั้งที่เมื่อก่อนเธอเคยเป็นที่หนึ่งในใจของลู่ซือเฉินมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้ทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้สุดท้าย เธอก็โยนความผิดทั้งหมดไปที่เสิ่นโย่วหนิงเธอคิดว่า ขอแค่โลกนี้ไม่มีคนชื่อเสิ่นโย่วหนิง ลู่ซือเฉินก็จะกลับมารักเธอที่สุดเหมือนเดิมดังนั้นในเย็นวันหนึ่ง สวีม่านจึงขับรถมุ่งหน้ามายังตึกสำนักงานของเสิ่นซื่อกรุ๊ปดูท่าทางสวีม่านคงจะเสียสติไปแล้วจริงๆเธอจอดรถดักรออยู่แถวนั้นนานสองนาน เตรียมการไว้ว่าทันทีที่เสิ่นโย่วหนิงโผล่หัวออกมา เธอจะพุ่งชนให้ตายคาที่พลบค่ำ ในที่สุดเธอก็เห็นเสิ่นโย่วหนิงทันทีที่เห็นเสิ่นโย่วหนิง ดวงตาของเธอก็แดงก่ำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 26

    เสิ่นโย่วหนิงวางสายโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งนี่เป็นคู่ค้ารายที่แปดแล้วที่ติดต่อมาขอยกเลิกสัญญาขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เสิ่นซื่อกรุ๊ปต้องเจอกับความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้แน่เธอจะมัวแต่นั่งร้อนใจอยู่ที่นี่ไม่ได้ เธอรีบคว้ากุญแจรถ บึ่งไปที่บริษัทคู่ค้าทันทีที่ชั้นล่างของตึกสำนักงาน เธอต้องเปลืองน้ำลายเจรจาอยู่นานกว่าพนักงานต้อนรับจะยอมพาเธอขึ้นไปพอเดินไปถึงหน้าประตู เธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นหูแว่วมาพอมองเข้าไป ก็เห็นเซี่ยหนานซิงยอมลดศักดิ์ศรี ถือปึกเอกสารหนาเตอะกำลังพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับคู่ค้าอยู่“ประธานจางครับ จากสถิติข้อมูลเชิงลึก เสิ่นซื่อกรุ๊ปมีศักยภาพในการเติบโตในเมืองไห่เฉิงสูงมาก หวังว่าท่านจะยอมให้โอกาสเสิ่นซื่ออีกสักครั้งนะครับ”“แล้วท่านวางใจได้เลย เสิ่นซื่อไม่มีทางล้มง่ายๆ แน่นอน ตระกูลเซี่ยกับตระกูลเสิ่นดองกันแล้ว ผมจะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยพยุงพวกเขาให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ”ประธานจางไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ตอบรับเห็นภาพนี้แล้ว เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกเหมือนโดนหมัดชกเข้าที่หน้าจังๆ จมูกเริ่มแสบร้อนขึ้นมาเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้คุณชายใหญ่ตระกูลเซ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 25

    มองดูเสิ่นโย่วหนิงกินข้าวคำสุดท้ายในปิ่นโตจนหมดเกลี้ยง เขาถึงพูดขึ้นว่า“เมื่อวานคุณย่าโทรหาฉัน บอกว่าอยากกินขนมเปี๊ยะร้านทางตะวันตกของเมือง เดี๋ยวพอเธอเลิกงาน เราแวะซื้อไปฝากท่านกันนะ?”“เอาสิ”เสิ่นโย่วหนิงพยักหน้า แล้วถือโอกาสแซวเขาเล่น“ฉันไปเยี่ยมคุณย่าทุกวันแท้ๆ แต่พอท่านอยากกินอะไร คนแรกที่ท่านนึกถึงดันเป็นนายซะงั้น น่าน้อยใจจัง”“แหงอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นหลานเขยสุดที่รักของคุณย่า เธออิจฉาไปก็เท่านั้นแหละ”เซี่ยหนานซิงตอบกลับอย่างไม่ถ่อมตัวเลยสักนิดแต่พอพูดจบ คนที่รู้สึกตัวทีหลังแล้วหน้าแดงก่อนเพื่อน ก็คือตัวเขาเองนั่นแหละพอไปถึงโรงพยาบาล ดูเหมือนว่าวันนี้คุณย่าเสิ่นจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่ากว่าช่วงก่อนเยอะเลยอาจเป็นเพราะการที่เสิ่นโย่วหนิงได้เป็นฝั่งเป็นฝาในที่สุด คือยาใจขนานเอกที่ช่วยปลอบประโลมท่านได้อย่างแท้จริงท่านมองดูคู่ข้าวใหม่ปลามันตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงเลยทีเดียวเซี่ยหนานซิงเริ่มชวนคุณย่าคุยสัพเพเหระเขาคอยหยอดมุกตลกเป็นระยะ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนแก่ได้ไม่หยุดหย่อนเสิ่นโย่วหนิงนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอต้องยอมร

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 24

    เซี่ยหนานซิงเห็นลู่ซือเฉินก็ชะงักไปนิดหนึ่งเขาส่งปิ่นโตให้เสิ่นโย่วหนิง แล้วค่อยหันมาถามอีกฝ่ายเสียงเรียบ“นายมาทำอะไรที่นี่?”ลู่ซือเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงแย่พอๆ กัน“ผมมาหาคู่หมั้นผม ไม่เกี่ยวกับคุณ”เซี่ยหนานซิงหัวเราะหึ“ถ้านายยืนยันจะพูดแบบนี้ งั้นก็เกี่ยวกับฉันเต็มๆ เลยล่ะ”พูดจบ เขาก็ค่อยๆ หยิบทะเบียนสมรสออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่ซือเฉิน“แหกตาดูซะ”“คู่หมั้นที่นายเรียกเต็มปากเต็มคำ ตอนนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันแล้วนะ”ลู่ซือเฉินกลอกตามองบน นึกว่าหมอนี่เอาของเล่นอะไรมาหลอกเขาอีกเขาคว้าทะเบียนสมรสมาด้วยความรำคาญ กำลังจะอ้าปากเยาะเย้ย แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายคู่และตราประทับสีแดงสดบนนั้นเสียก่อน“นี่… นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”เขาเบิกตากว้าง หายใจติดขัดขึ้นมาทันทีหลังจากเพ่งดูด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาอยู่หลายรอบ เขาก็ต้องยอมรับว่า... ทะเบียนสมรสนี้เป็นของจริงมือทั้งสองข้างของลู่ซือเฉินเริ่มสั่นเทา“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”ตั้งแต่คบกับเสิ่นโย่วหนิง เขาตั้งใจทำงานหนักทุกวัน เพื่อที่จะได้เติบโตและมีคุณสมบัติคู่ควรพอที่จะขอเธอแต่งงานกว่าเขาจะไต

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 23

    วันนี้เป็นวันที่เสิ่นโย่วหนิงกับเซี่ยหนานซิงนัดกันไปจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตถึงจะรู้ว่าเป็นแค่แผนแก้ขัด แต่เธอก็ยังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืนเธอตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่ เลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพเหมาะสม แล้วขับรถไปรับเซี่ยหนานซิงเซี่ยหนานซิงเห็นขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าของเธอ ก็แอบขำอยู่พักใหญ่ แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ถูกเสิ่นโย่วหนิงจับได้ว่าตัวเองก็มีขอบตาดำคล้ำสองวงเหมือนกันเพราะรอยคล้ำใต้ตาที่บังเอิญเหมือนกันนี้ ทำให้บรรยากาศระหว่างทางไปจดทะเบียนผ่อนคลายลงไปมากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นมองดูเจ้าหน้าที่ประทับตราสีแดงลงบนเอกสาร ในใจของเสิ่นโย่วหนิงเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างเธอกับเซี่ยหนานซิง… ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันแบบนี้แล้วถึงแม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามหลังจากเดินออกมาจากสำนักงานเขต เสิ่นโย่วหนิงก็เอ่ยปากชวนก่อนว่า“ได้ยินว่าคุณลุงคุณป้าไปเที่ยวกันหมด ตอนนี้ที่บ้านนายก็ไม่มีใคร งั้นนายย้ายมาอยู่กับฉันไหม”เหมือนกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอรีบพูดเสริมทันทีว่า“นายไม่ต้องห่วงนะ บ้านฉันมีห้องว่างเยอะแยะให้นายเลือก เหมือนตอนที่เราอยู่เมืองนอกไ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 12

    พอลู่ซือเฉินรีบร้อนกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าภายในวิลล่าช่างดูว่างเปล่าเหลือเกินทั้งที่มองดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่เขากลับรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม ในที่สุด เขาก็เข้าใจที่มาของความรู้สึกแปลกประหลาดนี้รูปคู่ของเขากับเสิ่นโย่วหนิง ของขวัญที่เคยให้กันและกัน งานฝีมือที่เคยช่วยกันทำ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 14

    ทว่า เสิ่นโย่วหนิงกลับคาดไม่ถึงว่าสถานที่พักที่เซี่ยหนานซิงพูดถึง จะกลายเป็นบ้านของเขาเองเธอหลงนึกว่าเซี่ยหนานซิงจะไปส่งเธอที่โรงแรมสักแห่ง แล้วค่อยกลับมาเจอกันพรุ่งนี้เช้า เพื่อกินข้าวรำลึกความหลังกันอย่างน้อยๆ ตอนที่อยู่ระหว่างทาง เธอก็คิดวางแผนไว้แบบนั้นแต่ตอนนี้มายืนอยู่กลางห้องรับแขกบ้านเ

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 17

    เมลเบิร์น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเซี่ยหนานซิงรู้สึกเหมือนตัวเองฝันไปยาวนานเหลือเกินนอกความฝันนั้นมีเสียงหนึ่งคอยเรียกหาเขาอยู่ตลอด พร่ำขอร้องให้เขาตื่นขึ้นมาน้ำเสียงนั้นช่างดูเศร้าสร้อยและเว้าวอน จนทำให้เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครเขาจึงลืมตาขึ้นและได้เห็นเสิ่นโย่วหนิง“หนาน

  • เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน   บทที่ 15

    ในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขา มีภูเขาหิมะขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่งทั้งสองคนใจตรงกัน รีบเก็บสัมภาระง่ายๆ แล้วออกเดินทางทันทีตลอดการเดินทาง เซี่ยหนานซิงดูตื่นเต้นดีใจมากเสิ่นโย่วหนิงยิ้มถาม “ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ นายเคยบอกว่าสักวันต้องไปปีนเขาหิมะให้ได้ แต่ตามหลักแล้วภูเขาลูกนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากนายเลย ทำไม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status